Lahat ng Kabanata ng กลรักร้ายเสด็จอาเล็ก: Kabanata 421 - Kabanata 430

444 Kabanata

บทที่ 421

ส่วนทางด้านของหลิวชิงซวี่ไทเฮาฉวีดึงมือของนางมากุมไว้ ทรงแย้มสรวลจนหุบพระโอษฐ์ไม่ลง“ซวี่เอ๋อร์ของเราช่างเก่งกาจนัก วันนี้ทำให้แม่เปิดหูเปิดตาจริงๆ! ดี ดี... ฮ่าๆ ... !”“เสด็จแม่ ผู้อื่นชมก็ช่างเถิด ท่านอย่าเย้าแหย่ตามพวกเขาเลย ซวี่เอ๋อร์จะเขินอายเอานะเพคะ” หลิวชิงซวี่ประคองแขนพลางออดอ้อนนางไม่ลืมที่จะปรายตามองไปทางนายท่านซื่อคืนนี้บุรุษผู้นี้มิได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใด เอาแต่จดจ้องมาที่นาง จ้องเสียจนนางรู้สึกประหม่าขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกเมื่อเห็นคู่สามีภรรยา ‘ส่งสายตาสื่อรัก’ ไทเฮาฉวีที่ยืนอยู่ตรงกลางก็ทรงกลั้นสรวลไว้ไม่อยู่ ทรงจูงมือหลิวชิงซวี่จากทางขวามาทางด้านซ้าย แล้วผลักนางเข้าไปในอ้อมอกของบุตรชายคนเล็กหลิวชิงซวี่ไม่คาดคิดเลยว่าแม่สามีผู้สูงศักดิ์ของตนจะใช้ ‘ไม้นี้’ ทำให้นางหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอายในทันทีโดยเฉพาะท่อนแขนที่ตวัดรัดรอบเอวในชั่วพริบตา ตรึงนางไว้แนบกับแผงอกกว้างของเขาอย่างมั่นคง ใบหน้าของนางยิ่งร้อนผ่าวราวกับจะลุกเป็นไฟ“อย่าซนสิ...” นางเงยหน้าขึ้นมองค้อนเขาพลางพยายามผลักออกทั่วทั้งตำหนักมีผู้คนอยู่นับร้อย แม้นางจะหน้าหนาเพียงใด ก็ย่อมไม่กล้าพลอดรักกับเขาใน
Magbasa pa

บทที่ 422

เมื่อเห็นผู้คนทั่วทั้งตำหนักยังคงวิพากษ์วิจารณ์ภาพวาดของนาง หลิวชิงซวี่ก็ยกยิ้มที่มุมปากแล้วเดินกลับไปที่กลางตำหนักอีกครั้ง“ขุนนางทุกท่าน เสียงพิณพวกท่านก็ได้ฟังแล้ว ภาพวาดก็ได้ชมแล้ว ลำดับต่อไปควรจะเป็นบทกวีแล้วกระมัง?”น้ำเสียงอ่อนหวานนุ่มนวลของนางที่เปล่งออกมาให้ดังขึ้น ทั่วทั้งตำหนักก็ตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้งทว่าคราวนี้ สายตาเย้ยหยันลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด จนแทบจะมองไม่เห็นแล้ว ที่มากยิ่งกว่าคือการจ้องมองด้วยความอยากรู้อยากเห็นหลังผ่านการแสดงความสามารถไปสองอย่าง ทุกคนต่างก็ได้เห็นถึงการแสดงที่ล้ำเลิศอย่างหาที่เปรียบมิได้ของนาง ความตกตะลึงในใจยังไม่ทันเลือนหาย แต่นางกลับต้องการจะแสดงความสามารถด้านบทกวีของตนอีก...หลิวชิงซวี่ยิ้ม จากนั้นกล่าวต่อ “ข้าด้อยความสามารถ ปกติแล้วก็มิได้ศึกษาค้นคว้าด้านบทกวีมากนัก จนถึงทุกวันนี้ก็เพียงแค่รวบรวมเรียบเรียงตำราขึ้นมาได้สองสามเล่ม วันนี้ไม่อยากให้ทุกคนต้องเสียเวลามากเกินไป จึงนำตำราเหล่านี้มาให้ทุกท่านได้ลองอ่านชม หากมีข้อบกพร่องประการใด ขอขุนนางทุกท่านโปรดชี้แนะด้วย”สิ้นเสียงของนาง เจียงเสี่ยวชีก็ประคองตำราไม่กี่เล่มเดินเข้ามาอยู่
Magbasa pa

บทที่ 423

การแสดงของนางในค่ำคืนนี้ ทุกอย่างล้วนสั่นสะเทือนและตราตรึงใจผู้คน แล้วจะยังมีผู้ใดกล้าไม่ยอมรับอีก?ทั่วทั้งตำหนักเงียบสนิทในขณะเดียวกัน ทุกคนต่างก็หันมองไปรอบๆ อย่างพร้อมเพรียงกัน ต่างอยากเห็นว่าจะมีผู้ใดกล้าก้าวออกไปท้าทายหรือไม่ทันใดนั้น ท่ามกลางฝูงชนก็มีเสียงสตรีนางหนึ่งดังขึ้น “พระชายาอ๋องเจินกับองค์หญิงใหญ่แห่งแคว้นต้าเซียงทรงเป็นพี่น้องฝาแฝดกัน ทั้งสองมีรูปร่างหน้าตาเหมือนกันทุกประการ ยามนี้องค์หญิงใหญ่แคว้นต้าเซียงมิได้ประทับอยู่ที่นี่ ใครจะไปรู้ว่าสตรีผู้นี้คือองค์หญิงใหญ่แห่งต้าเซียงหรือพระชายาอ๋องเจินกันแน่!”เสียงนี้อันที่จริงไม่ได้ดังนัก คล้ายเป็นการพึมพำกับตนเอง ทว่าเนื่องจากบรรยากาศในตำหนักเงียบสงัดเกินไป จึงทำให้คนส่วนใหญ่ได้ยินอย่างชัดเจนรวมไปถึงหลิวชิงซวี่และทั้งสามพระองค์บนแท่นประทับทองคำด้วยสายตาของทุกคนพลันหันมองไปยังที่ประทับของฉู่จงหลิงเมื่อมองไปแล้วทุกคนต่างก็ต้องประหลาดใจที่พบว่า องค์หญิงมิได้ประทับอยู่ในงานจริงๆ !ทันใดนั้น สีหน้าของทุกคนก็เริ่มเปลี่ยนเป็นแปลกประหลาด เมื่อมองไปยังหลิวชิงซวี่อีกครั้ง นอกจากคนเพียงไม่กี่คนแล้ว เกือบทุกคนต่างก็ฉายแวว
Magbasa pa

บทที่ 424

ดวงตาของขุนนางผู้นั้นปรากฏความอับอายเล็กน้อย ก่อนจะคุกเข่าลงเบื้องหน้าแท่นประทับทองคำ แล้วกราบทูลด้วยความคับข้องใจ“ขอฝ่าบาททรงพิจารณา กระหม่อมมิได้เป็นอย่างที่พระชายาอ๋องเจินกล่าว!”เยี่ยนซื่อหยวนแค่นหัวเราะเยาะ “ใต้เท้าจาง วันนี้ข้าเพิ่งจะได้รู้ว่า ในฐานะขุนนาง ไม่เพียงแต่สามารถประทานอภัยให้คนผิดแทนพระชายาชินอ๋องได้ แต่ยังสามารถตัดสินความแทนกษัตริย์ได้อีกด้วย!”ขุนนางผู้นั้นหันขวับทันที ดวงตาจ้องมองเขาด้วยความโกรธแค้นและน้อยเนื้อต่ำใจทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยปาก เยี่ยนเฉินหาวก็ตรัสขึ้นด้วยพระพักตร์เคร่งขรึม “นำตัวจางเหวินเจี๋ยออกไป เนรเทศกลับภูมิลำเนาเดิมไปเป็นทาส!” เมื่อทอดพระเนตรเห็นองครักษ์หน้าพระที่นั่งยังคงยืนตกตะลึงอยู่ พระองค์ก็ทรงกริ้วมาก “ยังไม่รีบลากตัวพวกมันออกไปให้ข้าอีก หรืออยากให้ข้าตัดหัวพวกเจ้า?”องครักษ์หน้าพระที่นั่งต่างพากันสะดุ้งเฮือก ไม่กล้าลังเลอีกต่อไป รีบตรงไปยังทั้งสามคนที่คุกเข่าอยู่บนพื้นขุนนางแซ่จางถึงกับหน้าถอดสี คาดไม่ถึงเลยว่าตนเองจะมีจุดจบเช่นนี้!เขาส่งสายตาไปทางซูปิ่งเฉิงโดยสัญชาตญาณซูปิ่งเฉิงหน้าดำคร่ำเครียด แม้จะรับรู้ถึงสายตาเว้าวอนขอค
Magbasa pa

บทที่ 425

ไม่นานนัก เขาก็มาถึงริมสระบัวแห่งหนึ่งทว่ากลับไม่พบองค์หญิงแห่งแคว้นต้าเซียงที่เขาคิดว่าหลงทางแต่อย่างใด เห็นเพียงขันทีผู้หนึ่งและนางกำนัลสองคนยืนอยู่ริมสระ คล้ายกับกำลังค้นหาสิ่งใดอยู่ในน้ำ“พวกเจ้ามาทำอะไรกันที่นี่?” เขาเดินเข้าไปถามด้วยความไม่เข้าใจทั้งสามคนสะดุ้งตกใจอย่างเห็นได้ชัด เมื่อหันกลับมาเห็นว่าเป็นเขา ขันทีก็รีบซ่อนความตื่นตระหนกบนใบหน้าอย่างรวดเร็ว แสร้งปั้นยิ้มถามว่า “ท่านโหวน้อย ท่านออกมาได้อย่างไรขอรับ?”“พวกเจ้าเป็นคนของตำหนักไหน? มาทำอะไรที่นี่?” เซียวอวี้หางหรี่ตามองสำรวจพวกเขาอย่างจริงจัง ในขณะเดียวกันก็ไม่ลืมชะโงกหน้ามองลงไปในสระ“ท่านโหวน้อย พวกบ่าวเพียงแค่เดินผ่านมาขอรับ” ขันทีอธิบายจบ ก็รีบทำความเคารพขอตัวลาทันที “ท่านโหวน้อยคงออกมาชมจันทร์กระมัง? เช่นนั้นพวกบ่าวไม่รบกวนอารมณ์สุนทรีของท่านแล้ว”พูดจบ เขาก็รีบพานางกำนัลทั้งสองเดินจากไปอย่างรวดเร็วเซียวอวี้หางมองตามแผ่นหลังที่ลุกลี้ลุกลนของพวกเขา แล้วขมวดคิ้วมุ่นอีกครั้งคนพวกนี้ ไปทำเรื่องไม่ชอบมาพากลอะไรอีกหรือไม่?แม้เขาจะไม่ได้เติบโตมาในวัง ทว่าด้วยบารมีของท่านแม่ เรื่องราวสกปรกโสมมในวังหลังเขาได้
Magbasa pa

บทที่ 426

กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ไม่จำเป็นต้องให้เขามาใส่ใจ!เรื่องราวในวันเกิดของฮูหยินผู้เฒ่าจวนแม่ทัพเจิ้นกั๋วเขาได้ยินมาแล้ว ตอนนี้ต่อให้เยี่ยนหรงซีจะหวังดีเข้ามาช่วย เขาก็ไม่กล้าส่งคนให้เยี่ยนหรงซีอยู่ดีแม้ว่าเขาจะรังเกียจองค์หญิงแห่งแคว้นต้าเซียงผู้นี้มาก และมักจะรู้สึกว่านางสมองไม่ค่อยดีนัก แต่นางกับน้าสะใภ้เล็กของเขาเป็นฝาแฝดกัน หากองค์หญิงผู้นี้มาเกิดเรื่องต่อหน้าต่อตาเขา เขาก็ไม่รู้จะไปอธิบายกับน้าสะใภ้เล็กอย่างไร!ฉู่จงหลิงกล่าวด้วยความโกรธแค้นว่า “ข้าไม่ได้ลื่นตกน้ำ ข้าถูกคนตามล่าจนต้องลงไปในน้ำต่างหาก!”เมื่อได้ยินเช่นนั้น เซียวอวี้หางก็อดขมวดคิ้วไม่ได้ เขาก้มมองนาง “ถูกคนตามล่า? ถูกผู้ใดตามล่า?”ฉู่จงหลิงถลึงตาใส่เยี่ยนหรงซีและนางกำนัลทั้งสอง แววตาคู่สวยแฝงไปด้วยความปรปักษ์ เห็นได้ชัดว่ากำลังเตือนไม่ให้พวกเขาเข้ามาใกล้นางอีกจากนั้นจึงหันไปกล่าวกับเซียวอวี้หาง “มีนางกำนัลคนหนึ่งทำน้ำชาหกใส่ข้าโดยไม่ได้ตั้งใจ แม่นมจวีกลัวว่าข้าจะจับไข้จึงพาข้าออกมา คิดจะหาสถานที่เปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ ใครจะไปรู้ว่าพอออกมาก็พบขันทีผู้หนึ่ง เขาบอกว่าจะนำทางให้พวกเรา พวกเราไม่ทันระแวงจึงตามไป ทว่าเ
Magbasa pa

บทที่ 427

“องค์รัชทายาท องค์หญิงถูกท่านโหวน้อยพาตัวไปแล้ว จะให้ตามไปหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?” ขันทีผู้หนึ่งวิ่งออกมาจากหลังภูเขาจำลอง“ยังจะตามอะไรอีก? ยังอยากให้ข้าต้องอับอายอีกครั้งหรือ?” เยี่ยนหรงซีหันขวับไปตวาด พร้อมกับด่าทอ “ไอ้พวกไร้ประโยชน์ เรื่องแค่นี้ก็ยังทำไม่สำเร็จ ข้าจะมีพวกเจ้าไว้ทำไม!”“องค์รัชทายาทโปรดระงับโทสะ! องค์รัชทายาทโปรดประทานอภัย!” ขันทีคุกเข่าลงดังตุบ อธิบายด้วยความหวาดกลัวและน้อยใจว่า “บ่าวก็คิดไม่ถึงว่าองค์หญิงจะว่ายน้ำเป็น ยิ่งคิดไม่ถึงว่าท่านโหวน้อยจะมาที่นี่ ขอองค์รัชทายาทโปรดเมตตา ไว้ชีวิตบ่าวด้วยเถิด!”เยี่ยนหรงซีโกรธจนกลิ่นอายความอำมหิตแผ่ซ่านออกมาทั่วร่างนอกจากลูกน้องจะทำงานไม่สำเร็จแล้ว เขายังหงุดหงิดที่ตัวเองคำนวณพลาดอีกด้วย!เมื่อรู้ว่าฉู่จงหลิงไม่มีวรยุทธ์ เป็นเพียงองค์หญิงที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างประคบประหงม เขาจึงไม่ได้ส่งยอดฝีมือไป เพียงแค่จัดเตรียมบ่าวรับใช้ในวังที่ไว้ใจได้สองสามคน ในใจคิดเพียงว่าแค่พาตัวฉู่จงหลิงออกจากตำหนักจัดงานเลี้ยง เขาก็จะลงมือสำเร็จใครจะรู้ว่ากลางทางกลับปล่อยให้ฉู่จงหลิงหนีลงไปซ่อนตัวในสระน้ำได้!ซ้ำยังปล่อยให้เซียวอวี้หางมาพบแล้วพา
Magbasa pa

บทที่ 428

ฉู่จงหลิงอ้าปาก คล้ายอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา ทำเพียงมองตามแผ่นหลังของเขาที่เดินจากไปด้วยสายตาละห้อยในตอนที่นางคิดว่าตัวเองถูกทิ้งไว้ที่นี่แล้ว เซียวอวี้หางก็พลันเดินกลับมา ซ้ำยังยกกระถางไฟเข้ามาวางไว้ข้างเตียงถ่านไม้ในกระถางไฟเพิ่งถูกเผาจนร้อนแดงแม้ว่าตอนนี้จะยังไม่ถึงฤดูหนาว แต่สำหรับฉู่จงหลิงที่แช่น้ำเย็นมา การทำให้ร่างกายอบอุ่นก็เป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่งเมื่อมองดูใบหน้าของเซียวอวี้หางที่มีเหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ผุดพรายเพราะความร้อนจากกระถางไฟ แววตาของนางก็ฉายแววซาบซึ้งใจขึ้นมาทันที “ขอบ... ขอบใจ... ฮัดชิ้ว!”เซียวอวี้หางไม่ได้ตอบรับคำนาง เขาใช้แขนเสื้อกว้างเช็ดหน้าลวก ๆ จากนั้นก็กลับไปนั่งที่โต๊ะตามเดิมสีหน้าของเขาดูไม่สบอารมณ์เลยแม้แต่น้อย เรียกได้ว่าบูดบึ้งยิ่งนัก ราวกับเพิ่งตกลงไปในท่อระบายน้ำเหม็น ๆ อย่างไรอย่างนั้นแต่ฉู่จงหลิงกลับไม่แสดงความไม่พอใจกับใบหน้าบูดบึ้งของเขาอย่างที่หาได้ยาก ซ้ำยังเอ่ยชมเขาขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย “คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าที่ดูไม่เอาไหน จะมีจิตใจดีทีเดียว”หางตาของเซียวอวี้หางกระตุก หากสายตาสามารถทำร้ายคนได้ เขาค
Magbasa pa

บทที่ 429

“พวกเจ้าทำอะไรกัน?” หลิวชิงซวี่กวาดสายตามองพวกเขาทั้งสองไม่หยุด อย่าหาว่านางคิดลึกเลย พวกเขาสองคนมาอยู่ด้วยกันก็ผิดปกติมากพอแล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงคำพูดที่ว่าอยากตายเหล่านั้นที่หลุดออกมา“น้าสะใภ้เล็ก เรื่องเป็นเช่นนี้...”เซียวอวี้หางมองเห็นแนวโน้มความเข้าใจผิดจากแววตาเคลือบแคลงของนาง จึงร้อนใจอยากจะอธิบายให้กระจ่างแต่ฉู่จงหลิงกลับพูดแทรกเขาขึ้นมาโดยตรง ร้องไห้กระซิก ๆ ฟ้องว่า “ข้าเกือบถูกคนทำร้ายแล้ว!”หลิวชิงซวี่ขมวดคิ้ว หันไปมองเซียวอวี้หางตามสัญชาตญาณใบหน้าขาวผ่องของเซียวอวี้หางดำทะมึนราวกับถ่านในทันที รีบคำรามต่ำใส่ฉู่จงหลิง “สตรีโง่เขลา เจ้าพูดจาเหลวไหลอะไร?”ฉู่จงหลิงมองเขาด้วยน้ำตาคลอเบ้า โต้เถียงด้วยความน้อยใจ “ข้าพูดเหลวไหลตรงไหนกัน ก็มีคนคิดจะปองร้ายข้าจริง ๆ!”เซียวอวี้หางชี้หน้านางด้วยความโกรธ “เจ้าพูดให้มันชัดเจนนะ ใครจะทำร้ายเจ้า! ข้าหวังดีช่วยเจ้า เจ้ากล้าใส่ร้ายข้า เชื่อหรือไม่ว่าข้าจะฆ่าเจ้าทิ้งซะ!”ฉู่จงหลิงกระทืบเท้า ตอบกลับด้วยความโกรธว่า “ข้ายังไม่ได้ว่าเจ้าเสียหน่อย เจ้าจะดุไปทำไม?”เมื่อเห็นพวกเขาทะเลาะกันใหญ่โตอย่างไม่ยอมลดละให้กันเช่นนี้ หลิวชิงซวี่
Magbasa pa

บทที่ 430

หลิวชิงซวี่ถึงกับพูดไม่ออก ขาดแค่คุกเข่าให้นางแล้วเท่านั้น!เขาอุตส่าห์หวังดีช่วยนาง นางกลับจะให้เขารับผิดชอบ ไม่ตอบแทนบุญคุณก็แล้วไปเถอะ ยังคิดจะ ‘เอาแค้นตอบแทนคุณ’ อีก...เยี่ยนซื่อหยวนทนดูต่อไปไม่ไหวแล้วจริง ๆ เขาโอบหลิวชิงซวี่เข้ามาไว้ข้างกาย หันหลังแล้วเดินจากไปทันที“นี่...” ฉู่จงหลิงคิดจะตามไป“องค์หญิง โปรดตามข้าน้อยไปที่ตำหนักหมิงเย่ว์เถิด” เจียงเสี่ยวชียื่นมือเข้ามาขวางนางไว้ได้ทันท่วงทีฉู่จงหลิงก้มลงมองชุดนางกำนัลของตนเอง แล้วก็อดไม่ได้ที่จะจามออกมาอีกครั้งแม้นางจะอยากตามไปมากเพียงใด แต่เมื่อลองคิดดูแล้วก็ล้มเลิกความตั้งใจอย่างไรเสียท่านโหวน้อยนั่นก็หนีไม่พ้น นางไม่เห็นต้องรีบร้อนในตอนนี้เลย!ภายในตำหนักงานเลี้ยงหลังจากเยี่ยนซื่อหยวนและหลิวชิงซวี่จากไป ทุกคนก็กลับเข้าประจำที่ เสียงดนตรีบรรเลงแว่วหวาน การร่ายรำดำเนินต่อไป ตำหนักงานเลี้ยงที่ดูเหมือนจะคึกคักเช่นเดิม กลับมีบรรยากาศที่ยากจะบรรยายเพิ่มเข้ามาอย่างน่าประหลาดขุนนางที่ก่อนหน้านี้ยังดื่มสุราพูดคุยกันอย่างเบิกบานใจ หลายคนกลับมีสีหน้าเคร่งเครียด ราวกับถูกสกัดจุดใบ้ก็ไม่ปานแม้เซี่ยอวิ๋นเม่าและจางเหวินเจี๋
Magbasa pa
PREV
1
...
404142434445
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status