All Chapters of เมื่อข้าทะลุมิติไปเป็นตี้จวินบนสรวงสวรรค์: Chapter 11 - Chapter 20

36 Chapters

ตอนที่ 11 ภารกิจคนตายไร้หัวใจ

หงฮุ่ยหลิงพยักหน้าเป็นเชิงรับทราบ “อืม”ถ้าข้อมูลเขาไม่ผิด เหตุการณ์วุ่นวายในการขออนุญาตของเฉินเนียนในครั้งนี้ เกิดจากคดีคนตายปริศนาในหมู่บ้านเจีย ผู้ใดที่ออกนอกบ้านในยามซวี(19.00-20.59น.) ล้วนตายในสภาพไร้หัวใจ บนร่างไม่มีคราบเลือดสักหยด ร่างทั้งร่างนอนหงายราวคนหลับตามปกติไม่มีร่องรอยการต่อสู้ ไม่มีรอยสัตว์แทะ หากไม่ติดที่หัวใจโดนควักออกไป ก็ไม่ต่างจากหลับตามพื้นตามปกติ ไม่ว่าผู้คนจากเขตแดนใดไปล้วนไม่มีใครได้กลับ ทั้งเทพ เซียนเขาคุนหลุนเอกด้านดนตรี สำนักเซียนระดับสูงในยุทธภพ ล้วนหายเป็นปริศนาในต้นฉบับ หงฮุ่ยหลิงสั่งให้ลู่ซิงเยียนไปช่วยจัดการกำราบคู่กับเฉินเนียน ในระหว่างแยกกันสืบหาข้อมูลนายเอกจึงพบกับพระเอกที่พึ่งสังหารเหล่าปีศาจที่ก่อกบฏอยู่แถวนั้นพอดี ทั้งที่โลหิตปีศาจโชกร่าง แต่แสร้งทำเป็นว่าบาดเจ็บให้นายเอกดูแล แสดงเก่งเสียยิ่งกว่านักแสดงระดับดาวรุ่งและในระหว่างที่ทุกอย่างกำลังไปได้ดี ถึงจุดที่สนุกที่สุด ไอ้นักเขียนเวรมันก็ตัดจบเสียดื้อ ๆ ไม่เฉลยว่าภูตผีแสนเหี้ยมโหดตนนั้นเป็นใคร บอกแค่โดนพระเอกกำราบเพราะบังอาจขวัญกล้าหมายจะเอาชีวิตลู่ซิงเยียน แล้วก็จบลงเพียงเท่านั้นเควสเคลียร์
Read more

ตอนที่ 12 ตัวข้าลงจากสวรรค์สู่หมู่บ้านเจีย

หย่งจงที่กำลังจะเดินออกไปเช่นกันพลันชะงักฝีเท้า เสกม้วนกระดาษบันทึกการเข้าออกสวรรค์ของทวยเทพทุกองค์ออกมา อ่านสักพักจึงเอ่ย “ในบรรดาเทพทุกองค์ คนที่หายบ่อยที่สุดคือ ไป๋อิงอิง พ่ะย่ะค่ะ นอกเหนือจากนี้ทุกคนล้วนอยู่ประจำที่ มีการระบุการเข้าออกที่สมเหตุสมผล”ไป๋อิงอิงเหรอ?ไป๋อิงอิงเป็นเทพสตรีระดับเฟยเซิง (ระดับเหาะขึ้นสวรรค์ได้) อายุอานามอยู่มากว่าสี่ร้อยปี นิสัยค่อนข้างขี้อาย เห็นใจคนง่าย ดูจากลักษณะนิสัยและบุคลิกแล้วไม่น่ามีธุระอะไรลงไปที่แดนปีศาจ หรือหากลงไปจริง คงไม่เสียเวลาแปลงเป็นบุรุษให้ยุ่งยาก อย่างไรเสียในแดนปีศาจแปลงกายเป็นสตรีย่อมเอาตัวรอดได้มากกว่า เช่นนั้นแปลว่าเสวี่ยเฟิงเป็นปีศาจจริง ๆ เหรอหย่งจงเห็นหงฮุ่ยหลิงกลัดกลุ้มจึงเอ่ยเสียงเบา “ตี้จวิน หรือพระองค์พบบุคคลที่น่าสงสัยเข้าหรือพ่ะย่ะค่ะ”หงฮุ่ยหลิงหลุดออกจากภวังค์โดยพลัน “อืม แต่ยังไม่แน่ชัด อย่างไรช่วงนี้เจ้าก็ตรวจสอบการเข้าออกสวรรค์ให้ละเอียดหน่อย หากพบจุดใดที่น่าสงสัยให้รีบแจ้งข้าทันที”“ทราบแล้วพ่ะย่ะค่ะ”เขาโบกมือให้หย่งจง “ไม่มีอะไรแล้ว เจ้าไปพักเถอะ”“พ่ะ...” ไม่ทันเอ่ยจบ หงฮุ่ยหลิงก็เอ่ยแทรกอีกครั้ง “เดี๋ยวข้าจะ
Read more

ตอนที่ 13 ตัวข้าเริ่มสงสัยเพิ่มขึ้น

หงฮุ่ยหลิงมองทั้งสองแวบแรกก็รู้ทันทีว่าคือใคร ยิ่งฟังน้ำเสียงกับบุคลิกเช่นนั้นแล้วยิ่งไม่ต้องคิดให้เปลืองสมองสองคนนั้นจะเป็นใครไปได้อีกนอกจาก ลู่ซิงเยียน กับ เฉินเนียนลู่ซิงเยียนเอ่ยเสียงอ่อนโยน “เฉินเนียนท่านใจเย็นก่อน ตี้จวินอุตส่าห์ฝากความหวังให้พวกเรา จะละทิ้งกลางคันเพียงเพราะคำครหา เกรงว่าคงไม่เหมาะสมเท่าใดกระมัง”เฉินเนียนเอ่ยเสียงฉุนเฉียว “เช่นนั้นท่านก็สอบถามเอาเองแล้วกัน” เขาชี้มาทางโรงเตี๊ยมที่หงฮุ่ยหลิงนั่งอยู่ “ข้าไปรอท่านตรงนั้น ได้เรื่องอย่างไรก็มาบอกข้า แล้วค่อยคิดว่าจะเอาอย่างไรต่อ”ลู่ซิงเยียนพยักหน้า “อืม เอาเช่นนั้นก็ได้”เฉินเนียนจ้องคนกลุ่มนั้นด้วยสายตาพร้อมปาดคอ กลิ่นอายอำมหิตประหนึ่งสังหารคนได้ ทำให้เหล่าชาวบ้านต่างรีบเปิดทางออกอย่างว่าง่าย ก่อนจะเข้าล้อมตัวลู่ซิงเยียนอีกครั้งเฉินเนียนเดินมานั่งใกล้กับโต๊ะของหงฮุ่ยหลิง สั่งอาหารมาสองสามอย่างแล้วหันไปมองลู่ซิงเยียนเป็นระยะหงฮุ่ยหลิงแอบคิดในใจเพิ่งเริ่มถามก็ทะเลาะกันเสียแล้ว จะรอดไหมงานนี้ระหว่างเอาแต่ดูลู่ซิงเยียนเจรจากับเหล่าชาวบ้าน อาหารก็มาส่งพอดี และแน่นอนว่าสิ่งแรกที่เขาจะทำคือ ‘กิน’ไหน ๆ งานนี้ก็ไม่เ
Read more

ตอนที่ 14 ตัวข้าพบคนตะกละพิลึก

คำตอบคลุมเครือของเสวี่ยเฟิงทำหงฮุ่ยหลิงสงสัยมากขึ้นกว่าเดิมเป็นล้านเท่าตกลงไอ้หน้าหล่อนี่มันเป็นใครกันแน่?แต่ถึงจะระแคะระคายอย่างไร ก็มิใช่เรื่องที่เขาต้องแหวกหญ้าให้งูตื่น จะตีงูทั้งทีต้องตีที่เจ็ดชุน จึงปรับมาดกลับมาเงียบเยือกเย็น ทำทีราวมิได้ใส่ใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น “เปล่าหรอก แค่บังเอิญได้ยินชื่อเสียงเรียงนามตอนเข้ามาในโรงเตี๊ยมเท่านั้น มิได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัวแต่อย่างใด”(T/N ตีงูต้องตีที่เจ็ดชุน คือ ตีเข้าจุดสำคัญ)เสวี่ยเฟิงหรี่ตาลงช้า ๆ ประกายเย็นชาวูบผ่าน หยิบจอกชาใบเล็กบนโต๊ะขึ้นมารินชาใส่ นำมาจ่อปากแต่กลับมิได้ดื่มลงไปแม้แต่หยดเดียว “ไม่รู้จักก็ดี เพราะข้าไม่ชอบให้ท่านรู้จักใครนอกจากข้าเท่าไหร่นัก”หงฮุ่ยหลิงคล้ายได้ยินไม่ชัด “หืม เจ้าพูดว่าอะไรนะ?”เสวี่ยเฟิงวางจอกชาลง เบือนใบหน้าเรียบเฉยไปทางอื่น “เปล่า มิได้พูดอะไร” เขาเว้นจังหวะพูดหนึ่งลมหายใจแล้วหันกลับมาเอ่ย “แค่กำลังคิดว่า หากจะมีใครสักคนที่คู่ควรเข้ามาเป็นครึ่งหนึ่งของข้า...ก็น่าจะเป็นท่าน”นัยน์ตาสีชาดจับจ้องนิ่ง “ว่าแต่เลี่ยงเซียน ท่านยังไม่ตอบข้าเลยว่าเหตุใดท่านถึงคิดว่าข้ามาหาเขา”พอโดนคำถามแรกหงฮุ่ยหลิงถ
Read more

ตอนที่ 15 ชายตัดไม้กับสาวงาม

เฉินเนียนกลอกตาขึ้นบน ทำทีไม่ใส่ใจมากนัก “หึ เจ้าคิดว่าข้ากลัวหรือ คนพูดโป้ปดหลอกลวงย่อมไม่ต่างจากผีสาง หากเป็นจงจื่อ (คุณชาย) ก็บอกตรง ๆ ว่าเป็นจงจื่อ ไยต้องเสแสร้งทำตัวเป็นเซียนจื่อให้ยุ่งยาก หรือความจริงพวกเจ้าสองคนมิใช่มนุษย์”แพขนตายาวอ่อนนุ่มของเสวี่ยเฟิงเยียบเย็นราวมีน้ำแข็งเกาะ นัยน์ตาสีชาดไม่เผยความรู้สึกใด ทว่ามุมกลับกระตุกขึ้นอย่างน่าสะพรึง แรงกดดันที่ไม่รู้มาจากไหน กดอากาศจนรู้สึกหายใจไม่ออก“จะใช่หรือไม่ ข้าไม่เห็นว่าจะมีใครตาย แต่ดูจากวาจาและสายตาของท่านที่มองเห็นได้เพียงเปลือก ก็คงเช่นเดียวกับพวกที่ไม่เคยมองเห็นหรือเข้าใจสิ่งใดนอกจากตัวเอง”เนินเฉินโดนดูแคลนอย่างโจ่งแจ้งพลันระเบิดโทสะ ลุกขึ้นเต็มความสูง “เจ้า!”ลู่ซิงเยียนรับรู้ถึงความตึงเครียดของบทสนทนา จึงรีบฉุดแขนเฉินเนียนให้ลงมานั่ง มิให้เขาได้โต้ตอบอีก “พี่ชายเซียนทั้งสอง ข้าต้องขออภัยแทนสหายของข้าด้วย พวกเรามิได้มีเจตนาจะสืบสาวความเป็นมาของพวกท่าน เพียงอยากถามเรื่องคนตายไร้หัวใจนิดหน่อยก็เท่านั้น หากพวกท่านพอรู้อะไรแม้เพียงเล็กน้อย รบกวนช่วยบอกกับพวกเราได้หรือไม่”ลู่ซิงเยียนถือเป็นหยกขาวบริสุทธิ์โดยแท้จริง ทั้งบร
Read more

ตอนที่ 16 ตัวข้าพบฝูงซากศพปริศนา

ประโยคนี้ฟังไม่เข้าหูเท่าใดนัก คิ้วงามของหงฮุ่ยหลิงพลันกระตุกเล็กน้อย เชิดใบหน้าเอ่ยเสียงเยียบเย็น “น้องชาย ข้าอุตส่าห์บอกเล่าในสิ่งที่รู้ให้ฟัง เหตุใดเจ้าจึงเคลือบแคลงในตัวข้าเช่นนี้ หากข้าคือชูเชียงจริง ข้าจะโง่พอขนาดเล่าความเป็นมาของข้าให้พวกเจ้าฟังเพื่อกำจัดข้าหรือ”เฉินเนียนยิ้มหยัน “หึ เจ้าอาจเล่าเพียงเพื่อกลบเกลื่อนตัวตนก็เป็นได้ เจ้าบอกเองมิใช่หรือว่าเหล่าสำนักเซียนต่างหัวหดยกเลิกการช่วยเหลือ แต่เจ้าที่เป็นเซียนจื่อกลับอยู่ที่นี่ หากมิใช่ว่าเจ้าเป็นเทพองค์ใดบนสวรรค์ ก็คงเป็นสุนัขรับใช้ของหลี่เสวี่ยเทียนล่ะสิไม่ว่า ผู้ปกครองของเจ้าก็หาใช่คนดีไม่ คงวางแผนให้เจ้ามาล่อลวงผู้คนเป็นแน่ เลิกสร้างภาพแล้วถอดหน้ากากออกมาเสีย ก่อนข้าจะฉีกมันออกมาเอง”หงฮุ่ยหลิงเลิกคิ้วสูงเฮ้ย ๆ เฉินเนียนเจ้าโง่ปัญญานิ่ม คุณจะพูดอะไรหัดเกรงใจว่าที่ตี้จวินของคุณแบบผมด้วยสิเฮ้อ ตี้จวินนะครับตี้จวิน เดี๋ยวพ่อก็ตบเลือดกลอกปากเลยนี่ลู่ซิงเยียนรีบสะกิดแขนเสื้อเฉินเนียนให้หยุดพูด “เฉินเนียน ท่านพูดเช่นนี้ไม่เท่ากับใส่ความพวกเขาหรอกหรือ ถึงพี่ชายเซียนท่านนี้จะใช่หรือมิใช่คนในแดนปีศาจ พวกเขาก็เมตตาช่วยเหลือพวกเ
Read more

ตอนที่ 17 เซียนจื่อปริศนา

จริงด้วย ในนิยายเคยเขียนไว้ว่า...เมื่อไม่กี่ปีก่อนหลังจากชูเชียงหนีเข้าป่าไป ในฤดูเหมันต์ ในช่วงที่หนาวที่สุด แม้น้ำลำธารต่างกลายเป็นน้ำแข็ง ข้าวปลาอาหารเหือดหาย ผู้คนพากันล้มตาย กลับมีเศรษฐีผู้หนึ่งมาท่าทางร่ำรวยย้ายเข้ามาในหมู่บ้านเศรษฐีผู้นี้มากด้วยทรัพย์มหาศาล เขากวาดเงินในกระเป๋าแจกจ่ายให้ชาวบ้านทุกครัวเรือน ครัวเรือนละยี่สิบตำลึงทอง ไม่เพียงแค่นั้น เขายังออกเงินซื้อน้ำและข้าวมากมายมาแจกจ่ายให้แก่ทุกคนที่นี่ เมตตาของเขาทำให้ผู้คนต่างเทิดทูนเขาราวทวยเทพองค์หนึ่งและเมื่อทุกคนในหมู่บ้านรู้ว่าเขาเคยเป็นเซียนจื่อมาก่อน ก็ยิ่งทวีความศรัทธาเพิ่มขึ้นไปอีกหลายระดับทว่าในเวลาต่อมา หมู่บ้านก็เริ่มมีเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้นไม่เว้นวัน เช่น คนเดินละเมอกลางดึก พอรุ่งสางก็พบว่าตกน้ำเสียชีวิตโดยไร้สาเหตุ ไหนจะผีไร้ศีรษะออกมาเคาะประตูทุกคืน เสียงร้องเพลงของผีเด็ก และเรื่องแปลกประหลาดอีกหลาย ๆ เรื่องถาโถมเข้ามาราวคลื่นน้ำหลาก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น กลับไม่มีผู้ใดสงสัยเศรษฐีคนนั้นแม้เพียงคนเดียวแบบนี้มันผิดปกติหงฮุ่ยหลิงพอจำได้บ้างว่าบ้านเศรษฐีอยู่ที่ใด แม้ในนิยายจะมิได้ระบุตำแหน่งชัดเจน แต่ดูจากแ
Read more

ตอนที่ 18 ตัวจริงของผีร้าย (1)

“...” หงฮุ่ยหลิงชะงักค้างแทบจะทันทีที่ได้ยินเสียงนั้นซวยแล้วไง ดันโดนเห็นเข้าจนได้ลู่ซิงเยียนมองซ้ายแลขวาไม่พบผู้ใดทั้งสิ้นนอกจากหงฮุ่ยหลิงกับเสวี่ยเฟิงและกลุ่มเงาดำ พลางเอ่ยเสียงอ่อนโยนอย่างมีมารยาท “พี่ชายเซียนจื่อ หรือท่านจะเป็น...”“ตูม!”พูดไม่ทันจบ ประตูไม้พลันระเบิดออก ควันสีดำพุ่งทะยานมาทางพวกเขาราวลูกศรหงฮุ่ยหลิงโบกพัดร่ายคาถาสีทองทรงพลังปกป้องเขากับเสี่ยเฟิงไว้ด้านหลังทางด้านลู่ซิงเยียนกับเฉินเนียน ต่างก็สร้างอาณาเขตป้องกันเช่นเดียวกันสักพักควันก็จางลง กลายเป็นฝูงซากศพนับพันยืนอยู่ตรงหน้า ศพแต่ละตนล้วนถูกควักหัวใจไปทั้งสิ้น ทั้งเหล่าศิษย์ เซียน และชาวบ้านด้านหลังสุดของกองทัพซากศพ แทนที่จะเป็นบุรุษมีอายุหรือชายหนุ่มเซียน แต่กลับเป็นสตรีงามล่มเมือง อายุอานามสิบแปดสิบเก้าปี สวมอาภรณ์สีเทาหม่นชุ่มโชกด้วยโลหิต ใบหน้ารูปงามบิดเบี้ยวด้วยความแค้นฝั่งลึกหงฮุ่ยหลิงเห็นนางก็อุทานในใจ หนิงอิง!ลู่ซิงเยียนชะงักไปเล็กน้อย ก่อนคลายเขตอาคมออกช้า ๆ เอ่ยเสียงอ่อนโยนประหนึ่งเสียงจากฟากฟ้า “แม่นาง เจ้าคือหนิงอิงใช่หรือไม่”หนิงอิงตวัดสายตาสีชาดขึ้นมองตามเสียง พอเห็นเป็นบุรุษใบหน้างามราว
Read more

ตอนที่ 19 ตัวจริงของผีร้าย (2)

หงฮุ่ยหลิงตอบโดยไม่แม้แต่จะชายตาหันไปมอง “ก็ตามที่เจ้าได้ยิน”เฉินเนียนแทบระเบิดโทสะอยู่รอมร่อ “เจ้า!”ลู่ซิงเยียนสังเกตการณ์มาตั้งแต่ต้น เห็นพลังวิญญาณอันแข็งแกร่งผิดกับเซียนจื่อทั่ว ๆ ไป ทั้งการพูดการจาและการเอ่ยถึงเรื่องทวยเทพโดยไม่มีใครสักคนแสดงตัวว่าเป็นเทพ ก็รีบฉุดแขนเสื้อเฉินเนียนกระซิบเสียงเบา“เฉินเนียน ไม่แน่ว่าพี่ชายเซียนจื่อท่านนี้อาจเป็นตี้จวิน ก่อนพวกเราจะมาที่นี่ พระองค์ส่งฉวนอินมาหาข้า ไม่เช่นนั้นกว่าพวกเรากว่าจะหาที่นี่พบอาจต้องใช้เวลาหลายวัน ข้าว่าท่านระวังคำพูดหน่อยดีกว่า”พอคำว่า ‘ตี้จวิน’ ออกจากปากลู่ซิงเยียน กอปรท่าทีสูงส่งไม่สะทกสะท้านนั้น แผ่นหลังของเฉินเนียนพลันตึงเปรี๊ยะขึ้นมาทันที รีบหุบปากฉับโดยไม่ต้องให้ใครเตือนรอบสองหงฮุ่ยหลิงมิได้สนใจ ไม่คัดค้าน ไม่แม้แต่จะแก้ตัว เพียงหันไปเอ่ยกับเสวี่ยเฟิงเสียงเรียบ “หากเจ้าอยากอยู่ช่วยพวกเขาก็ตามใจเจ้า แต่ข้าขอตัวกลับก่อน”เสวี่ยเฟิงก้าวตามทันที “หากเลี่ยงเซียนกลับ ข้าก็จะกลับเช่นกัน”ทั้งที่อยากให้เป็นเช่นนั้นแท้ ๆ แต่หนิงอิงกลับไม่ยินยอม หายตัวจากตำแหน่ง มายืนขวางเบื้องหน้าทั้งสองไว้ ใบหน้างามบิดเบี้ยว นัยน์ตาฉายแวว
Read more

ตอนที่ 20 ตัวจริงของผีร้าย(3)

เห็นสองคนนั้นไม่มีท่าทียินยอม หงฮุ่ยหลิงจึงหันไปหยีตาให้เสวี่ยเฟิง ส่งสายตาปริบ ๆ แล้วเอ่ยเสียงอ้อนเบา “เสวี่ยเฟิง ตี้ตี้ (น้องชาย) สุดที่รักของข้า ที่ข้าพูดไปเป็นความจริงหรือโกหก เจ้าคงยืนยันให้ข้าได้กระมัง”เสวี่ยเฟิงที่กอดอกอยู่พลันชะงักไปเล็กน้อย ค่อย ๆ หันไปมองลู่ซิงเยียนแวบหนึ่ง ในใจละล้าละลังอยู่บ้าง แต่คำว่า ‘ตี้ตี้สุดที่รัก’ ยังดังเข้ามากลบทุกความลังเล“แน่นอน ที่เลี่ยงเซียนพูดล้วนเป็นความจริง”หงฮุ่ยหลิงคลี่ยิ้มที่มุมปากเป็นรอยยิ้มเย็นอย่างพอใจ เอนใบหน้าเข้าไปกระซิบกระซาบเสียงเบาที่ได้ยินกันเพียงสองคน “ดีมาก”เสวี่ยเฟิงยกยิ้มบาง โน้มตัวลงมาใกล้กว่าเดิมเล็กน้อย จนสันจมูกแทบชนกัน “เพียงท่านพอใจ ต่อให้โกหกทั้งโลกา ก็มิใช่เรื่องใหญ่สำหรับข้า”“...”หงฮุ่ยหลิงรีบเบือนหน้าไปอีกทางทันควัน หน้าตึงแทบจะในวินาทีนั้น หัวใจเต้นแรงโดยใช่เหตุ คลี่พัดโบกไล่ความร้อนพัลวัน พยายามทำตัวปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้เฉินเนียนเค้นเสียงเย็นชา “หึ พวกเจ้าสองคนเป็นพวกเดียวกัน ย่อมช่วยกันโกหกเป็นเรื่องธรรมดา มีเพียงคนโง่เท่านั้นแหละที่จะหลงเชื่อ”หนิงอิงไม่รู้เคลื่อนย้ายไปยืนเบื้องหน้าเฉินเนียนตั้งแต่เมื
Read more
PREV
1234
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status