เมื่อข้าทะลุมิติไปเป็นตี้จวินบนสรวงสวรรค์

เมื่อข้าทะลุมิติไปเป็นตี้จวินบนสรวงสวรรค์

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-08-19
Oleh:  ไป๋หมิงอิ๋งBaru saja diperbarui
Bahasa: Thai
goodnovel18goodnovel
Belum ada penilaian
53Bab
433Dibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

"เจ้านี่มัน...หน้าไม่อายจริงๆ เสวี่ยเฟิง" / ปลายนิ้วเรียวยกขึ้นเกี่ยวปลายหูที่แดงจัดของหงฮุ่ยหลิงเบาๆ เสียงพร่าเอ่ยแผ่วเบา แต่หนักแน่นจนสะท้านถึงกระดูก "หากเป็นเรื่องของท่าน ข้าหน้าด้านเสมอ"

Lihat lebih banyak

Bab 1

ตอนที่ 1 หงเลี่ยง

ในร้านคอมแห่งหนึ่ง บนเพดานคงไว้ด้วยแสงไฟสลัว

‘หงเลี่ยง’ พนักงานร้านคอมธรรมดาคนหนึ่ง นั่งทำโอทีอยู่บนโต๊ะทำงานจนดึกดื่น ข้างแป้นพิมพ์วางแก้วกาแฟพลาสติกไว้ กลิ่นไอกาแฟที่เย็นชืดเป็นหลักฐานว่าเขายังไม่แตะมันเลยแม้แต่คำเดียว ถัดลงไปมีถังขยะพลาสติกสีดำ มีเศษกระดาษที่ไม่ได้ใช้แล้ว เศษถุงขนมและถ้วยบะหมี่กองเต็มไปหมด

“...ฮ้าว”

ภาพเบื้องหน้าเบื้องหน้าพร่าเลือน หงเลี่ยงหาวหวอดอย่างน่าสงสาร ดวงตาใกล้จะปิดอยู่รอมร่อ เลื่อนสายตาลงต่ำเหลือบมองแทบล่างจอคอมพิวเตอร์ พบว่าเป็นเวลาตีสาม มองจอคอมอีกที งานที่ทำค้างไว้เสร็จไปกว่าครึ่ง จึงตัดสินใจปิดจอคอมพิวเตอร์ หิ้วกระเป๋าสำภาระเดินห่อไหล่ออกจากร้านคอม

‘ครืน!’

เสียงประตูรถไฟขบวนสุดท้ายเปิดออก หงเลี่ยงก้าวเท้าขึ้นรถไฟ ทิ้งตัวนั่งลงบนเบาะหนัง หยิบมือถือขึ้นมาเปิดหน้าจอสไลด์หน้าต่างหนึ่งขึ้นมาอ่าน

บนปกนิยายเรื่อง ‘ศึกเทพมารสะท้านนภา สะเทือนพิภพ’ เรื่องราวความรักระหว่าง เซียนกระบี่ขาว ‘ลู่ซิงเยียน’ กับราชาปีศาจ ‘หลี่เสวี่ยเทียน’

[ไฟโลกันตร์ปกคลุมทั่วชั้นฟ้า พื้นพิภพย่อยยับกลายเป็นทะเลเพลิง จักรพรรดิสวรรค์ผู้เย็นชาแสนองอาจ ‘หงฮุ่ยหลิง’ ถูกกำราบโดยราชาปีศาจและเซียนกระบี่ขาว ดินแดนทั้งสามภพกลับมาสงบสุขอีกครั้ง ลู่ซิงเยียน เซียนผู้ภักดีแด่หน้าที่ได้รับเลือกเป็นตี้จวินองค์ถัดไป ปกครองเหล่าปวงเทพด้วยความผาสุก ร่วมกับราชาปีศาจ หลี่เสวี่ยเทียน ใช้ชีวิตมีความสุขด้วยกันตราบนิรันดร์กาล]

“บ้า! นิยายอะไร ตี้จวินอ่อนหัดชะมัด ถ้าเป็นตี้จวินผู้ปกครองสวรรค์แล้วกากขนาดนี้ไม่ต้องมีก็ได้มั้ง!”

หงเลี่ยงที่ลงทุนทำโอทีแทบตาย เพื่อที่จะปลดล็อคตอนนิยายที่อ่านค้างให้จบ ทว่ากลับพบจุดจบที่ปัญญาอ่อน จักรพรรดิผู้ออกกฎคุมสวรรค์และสามภพกลับตายง่ายๆ เพราะกับดักของตัวเอง

“นี่จะเอาขายขำกันหรือไง เป็นถึงตี้จวินผู้ควบคุมการเวียนว่ายตายเกิด ผู้ที่ขึ้นชื่อว่าแข็งแกร่งที่สุดในสามภพ แต่กลับแพ้เด็กอมมือสองคนเนี่ยนะ”

นิยายวายเทพปีศาจเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เขาอ่านแล้วหงุดหงิดมากที่สุดเท่าที่เคยอ่านมา ทั้งเล่มมีเพียงปกนิยายที่พอไปวัดไปวาได้ เนื้อหาช่วงต้นสนุกจนยอมอดหลับอดนอนเพื่อตามอ่าน แต่พอกลางเรื่องเท่านั้นแหละ เนื้อหากลับเน่าเฟะหนอนแทะเป็นกลวงโพรง

ยิ่งอ่านยิ่งปวดหัว ยิ่งอ่านยิ่งหงุดหงิด

โดยเฉพาะกฎสวรรค์ที่หงฮุ่ยหลิงตั้งขึ้นมา เรียกได้ว่าไร้สาระราวเด็กทารกพึ่งกำเนิด

‘ห้ามเหล่าทวยเทพเลี้ยงแมว เพราะแมวเป็นสัตว์เกียจคร้าน หยิ่งทะนง เกรงว่าเหล่าทวยเทพจะถือเอาเป็นเยี่ยงอย่างได้’

‘ห้ามเหล่าทวยเทพเลี้ยงสุนัข เพราะสุนัขถือเป็นสัตว์ชั้นต่ำ เสพสังวาสไม่เลือกคู่ เหล่าทวยเทพอาจหนามืดตามัวทำตาม สวรรค์อาจต้องด่างพร้อย’

กฎบ้าบอคอแตกแบบนี้ ต้องปัญญาอ่อนขั้นไหนถึงคิดขึ้นมาได้

คนบ้าที่ไหนมันจะปัญญาอ่อนขนาดไปทำตามหมาแมว หากเรื่องแค่นี้คิดไม่ได้ก็ไม่ต้องเป็นแล้วทวยเทพ ตกสวรรค์ไปเป็นมนุษย์ธรรมดาเถอะ

“เนื่องจากข้างนอกมีฝนตกหนัก ขอความกรุณาให้ผู้โดยสารทุกท่าน...”

“ครืนนน!

โครมมมม!”

[วิญญาณผกพัน หยินหยานหลอมรวม ย้ายวิญญาณหงเลี่ยงขึ้นสรวงสวรรค์ ดินแดน ‘ศึกเทพมารสะท้านนภา สะเทือนพิภพ]

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
53 Bab
ตอนที่ 1 หงเลี่ยง
ในร้านคอมแห่งหนึ่ง บนเพดานคงไว้ด้วยแสงไฟสลัว‘หงเลี่ยง’ พนักงานร้านคอมธรรมดาคนหนึ่ง นั่งทำโอทีอยู่บนโต๊ะทำงานจนดึกดื่น ข้างแป้นพิมพ์วางแก้วกาแฟพลาสติกไว้ กลิ่นไอกาแฟที่เย็นชืดเป็นหลักฐานว่าเขายังไม่แตะมันเลยแม้แต่คำเดียว ถัดลงไปมีถังขยะพลาสติกสีดำ มีเศษกระดาษที่ไม่ได้ใช้แล้ว เศษถุงขนมและถ้วยบะหมี่กองเต็มไปหมด“...ฮ้าว”ภาพเบื้องหน้าเบื้องหน้าพร่าเลือน หงเลี่ยงหาวหวอดอย่างน่าสงสาร ดวงตาใกล้จะปิดอยู่รอมร่อ เลื่อนสายตาลงต่ำเหลือบมองแทบล่างจอคอมพิวเตอร์ พบว่าเป็นเวลาตีสาม มองจอคอมอีกที งานที่ทำค้างไว้เสร็จไปกว่าครึ่ง จึงตัดสินใจปิดจอคอมพิวเตอร์ หิ้วกระเป๋าสำภาระเดินห่อไหล่ออกจากร้านคอม‘ครืน!’เสียงประตูรถไฟขบวนสุดท้ายเปิดออก หงเลี่ยงก้าวเท้าขึ้นรถไฟ ทิ้งตัวนั่งลงบนเบาะหนัง หยิบมือถือขึ้นมาเปิดหน้าจอสไลด์หน้าต่างหนึ่งขึ้นมาอ่านบนปกนิยายเรื่อง ‘ศึกเทพมารสะท้านนภา สะเทือนพิภพ’ เรื่องราวความรักระหว่าง เซียนกระบี่ขาว ‘ลู่ซิงเยียน’ กับราชาปีศาจ ‘หลี่เสวี่ยเทียน’[ไฟโลกันตร์ปกคลุมทั่วชั้นฟ้า พื้นพิภพย่อยยับกลายเป็นทะเลเพลิง จักรพรรดิสวรรค์ผู้เย็นชาแสนองอาจ ‘หงฮุ่ยหลิง’ ถูกกำราบโดยราชาปีศาจและเ
Baca selengkapnya
ตอนที่ 2 กำเนิดตี้จวิน (1)
“รับเสด็จหงฮุ่ยหลิงตี้จวินสู่สรวงสวรรค์”เสียงสตรีใสแจ๋วดั่งมุกกระทบหยกกึ่งก้องทั่วสารทิศ เสียงดนตรีขับร้องสรรเสริญโดยไร้ผู้บรรเลง เหล่าวิหคร่ายรำเต็มท้องนภา ต้อนรับจักรพรรดิองค์ใหม่แสงทองอร่ามสาดส่องไปทั่วทุกชั้นฟ้า เหล่าทวยเทพแสบตาจนพากันหลุบตาต่ำ แรงกดดันมหาศาล ถาโถมเข้ามา กดทุกคนที่ยืนอยู่จนศิโรราบลงกับพื้น สายฟ้าความแรงสูงผ่าเปรี้ยงลงมากลางแท่นศิลาทองคำ เสียงคำรามของมังกรทองดังสนั่นทั่วปฐพี(T/N ตี้จวิน คือ คำใช้เรียกจักรพรรดิของปวงเทพที่ไม่ใช่ชั้นเก้า)เหล่าทวยเทพทั้งหลายตกตะลึงจนตาค้าง ซุบซิบถึงตี้จวินพระองค์ใหม่ต่าง ๆ นานา ก่อนพากันศิโรราบ เอ่ยนอบน้อมยินดีต้อนรับอย่างพร้อมเพรียง“รับเสด็จหงฮุ่ยหลิงตี้จวินสู่สรวงสวรรค์”แสงสีทองค่อย ๆ จางหายไปทีละน้อย หงเลี่ยงปรากฏตัวในร่างหงฮุ่ยหลิง เสียงสรรเสริญพร้อมเพรียงทำให้เขาลืมตาขึ้นมา“...”หงเลี่ยงตัวแข็งทื่อไปชั่วขณะเบื่องหน้าเขาเห็นเหล่าผู้คนสวมอาภรณ์หลากสี ใบหน้าแต่ละคนประดับประดาด้วยรอยยิ้ม ออร่าเปล่งปลั่งทะลุทะลวงจนแสบตา ดูอย่างไรก็รู้ว่าพวกเขามิใช่มนุษย์ รอบข้างรายล้อมไปด้วยวิมานทองคำ ส่องแสงระยิบระยับดุจแดนสวรรค์ก้มมองล่าง เ
Baca selengkapnya
ตอนที่ 3 กำเนิดตี้จวิน (2)
บุรุษเบื้องหน้าหงเลี่ยงค้อนสายตาอาฆาตไปยังเทพองค์นั้น ในสายตากำลังบอกเขาว่า ‘ถามคำถามอะไรได้โง่เง่านัก’ ก่อนจะหันใบหน้างามมาเอ่ยเสียงเคารพ “ตี้จวิน ขอพระองค์อย่าทรงถือสา ลู่จิวยังเยาว์นัก จึงอาจถามคำถามที่มิควรไปบ้าง เดี๋ยวกระหม่อมค่อยลงทัณฑ์เขาเอง”อ้อ เด็กคนนั้นคือ ลู่จิว นี่เอง เห็นนิยายบอกว่าเป็นเด็กค่อนข้างเกเร เอาแต่ใจ มาดูชีวิตจริงก็ตรงตามคาแรกเตอร์เป๊ะ หงเลี่ยงหันมองบุรุษเบื้องหน้าถ้าผมจำไม่ผิด คุณคงเป็น ‘หย่งจงเจินจวิน’ เทพวรรณกรรมผู้รับหน้าที่เป็นเลขาบนสรวงสวรรค์ล่ะสิ ดูจากการข่มขวัญเด็กเมื่อกี้แล้ว ผมต้องเดาไม่ผิดแน่ ๆหงเลี่ยงยังไม่ทันได้เอ่ยคำใด ข้างหูพลันได้ยินเสียงเหล่าทวยเทพทั้งหลายต่างพากันซุบซิบเสียงเบา“ลู่จิวช่างเบาปัญญานัก คิดเช่นไรถึงถามคำถามโง่เขลาเช่นนั้นกับตี้จวิน”“นั่นน่ะสิ สงสัยคงไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วกระมัง”ในบรรดาเสียงทั้งหมดมีเสียงหนึ่งเด่นที่สุด เป็นเสียงบุรุษรูปงามสวมอาภรณ์สีเขียว ใบหน้าคมชัด นัยน์ตาสีมรกต ดูแล้วน่าจะเป็น เจียงเฉิง“ลู่จิวเหตุใดเจ้าถามคำถามโง่เง่าเช่นนั้นกับตี้จวิน เจ้าไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วหรือไร”ลู่จิวหลุบตาต่ำ ตอบอย่างคนชะตาขาด
Baca selengkapnya
ตอนที่ 4 กำเนิดตี้จวิน (3)
หงฮุ่ยหลิงแทบจะหงายหลังตกบัลลังก์ทองคำ เขาก็คิดอยู่หรอกว่าน่าจะมาตอนต้น ๆ ของนิยาย แต่ใครมันจะไปคาดคิดว่าจะมาตั้งแต่พึ่งจุติเช่นนี้ทั้งที่ในใจมีคลื่นโหมกระหน่ำ แต่ใบหน้ายังคงสงบนิ่งราวฟังเรื่องลมฟ้าอากาศทั่วไป “อย่างนี้นี่เอง”บ้าน่า ๆ ผมพึ่งมาจุติเมื่อกี้เองเหรอ อย่างนั้นก็แสดงว่าผมเข้ามาตอนเริ่มบทของเรื่องเลยน่ะสิ งั้นแสดงว่าไอ้พวกกฎโง่ ๆ ที่ห้ามเลี้ยงหมาแมวก็ยังไม่มี ดูจากเหล่าทวยเทพตอนนี้นายเอกก็ยังไม่แน่ว่าจะขึ้นสวรรค์มาด้วย ถ้าอิงตามต้นฉบับต้องรอประมาณสองสามปีต่อจากนี้ก่อนนายเอกจะขึ้นสวรรค์และกลายเป็นบุปผาเปราะบางที่เหล่าเทพต่างประคมประหงมเช่นนั้นผมก็มีเวลาเหลือเฟือในการวางแผนต่อกรกับพระนายเลยน่ะสิ แบบนี้มันโชคดีในความโชคร้ายชัด ๆ แม้ในใจจะลิงโลดอยากกระโดดโห่ร้องด้วยความปลื้มปีติ แต่สถานการณ์จริงยังวางมาดสุขุมไม่ไหวเอนแม้ลมฝนโหมกระหน่ำ“หย่งจง กฎสวรรค์ยามนี้ใครเป็นผู้ดูแล”หย่งจงเงยหน้าเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ “กระหม่อมเองพ่ะย่ะค่ะ”หย่งจงแม้จะเป็นทวยเทพฝ่ายเอกสาร แต่กลับได้ชื่อว่าเป็นเทพที่โหดเหี้ยมเย็นชา แก่นปราณแข็งแกร่งระดับ เจินเซียน ดำรงรักษากฎสวรรค์อย่างเข้มงวด ไม่อ่อนข้อให
Baca selengkapnya
ตอนที่ 5 ตัวข้ามาเยือนแดนปีศาจ
บรรยากาศในห้องทรงงานก็เหมือนในหนังจีนกำลังภายในเทพเซียนทั่ว ๆ ไป มีโต๊ะไม้อยู่มุมหน้าต่างพอดิบพอดี บนโต๊ะมีหมึกชนิดพิเศษ มีขนนก มีพู่กัน มีกระดาษ มีหน้าต่าง มีพรมขนสัตว์สีขาววางบนพื้นตรงโต๊ะไม้เตี้ย ข้าง ๆ มีกล่องไม้ประณีตไว้ใส่เอกสารสำคัญต่าง ๆหงฮุ่ยหลิงเดินไปนั่งขัดสมาธิบนพื้นพรม หยิบม้วนกระดาษจากในกล่องไม้ขึ้นมาคลี่เปิดอ่าน อ่านมาครึ่งค่อนวันก็เข้าใจขึ้นมาบ้างเล็กน้อยหน้าที่หลัก ๆ ก็มิได้มีอะไรมาก นอกจากคอยจัดการเรื่องร้องเรียนจากเหล่าทวยเทพ แก้ปัญหาเรื่องวุ่นวายเวลามีเหล่าปีศาจขึ้นมาอาละวาดสร้างความเดือดร้อนให้เหล่าทวยเทพ และสร้างธารบำเพ็ญให้เสร็จตามต้นฉบับธารบำเพ็ญที่จะสร้างขึ้นมานี้ มิใช่มีไว้เพียงเป็นแหล่งเลื่อนขั้นพลังวิญาณให้เหล่าทวยเทพ แต่ยังมีไว้เพื่อทรมานลู่ซิงเยียนในต้นฉบับอีกด้วยในต้นฉบับ หงฮุ่ยหลิงไอ้โรคจิตมันอยากให้ลู่ซิงเยียนเป็นตี้จวินองค์ถัดไปต่อจากตน จึงวางแผนให้เขาลงธารบำเพ็ญและใช้คลื่นอัสนีฟาดจนอีกฝ่ายได้รับบาดเจ็บสาหัสเจียนตาย สุดท้ายพระเอกก็อดรนทนไม่ไหว บุกทะลวงธารบำเพ็ญ ฝ่าคลื่นวารีเพื่อพานายเอกออกมาและนั่นเป็นเหตุให้ไอ้ตี้จวินวิปลาสนั้นโดนกลบเป็นตัวตายตั
Baca selengkapnya
ตอนที่ 6 ตัวข้าพบบุรุษแปลกหน้า
“ตึง!” เสียงชนดังสนั่น ร่างของเขาล้มลงเข้าไปในอ้อมแขนของบุรุษผู้หนึ่ง มือหนาของบุรุษผู้นั้นรับร่างของเขาไว้อย่างมั่นคงโอ๊ย...เจ็บเป็นบ้า เมืองบ้าเมืองบออะไรคนเยอะขนาดนี้ฟะ!หงฮุ่ยหลิงสถบในใจอย่างเหลืออด มิได้สนใจว่าใครพยุงตนอยู่ รีบผละออกจากอ้อมแขนแข็งแกร่งนั้น จัดอาภรณ์ที่ยับนิดหน่อยจากแรงชน คลี่พัดเตรียมเดินต่อ ไม่มีแม้แต่คำว่า ‘ขอบใจ’ กับบุรุษที่ช่วยประคองมิให้เขาล้มหัวทิ่มพื้นสาเหตุมิใช่ว่าเขาไร้มารยาทหรือไม่รู้จักคำว่าน้ำใจแต่เพราะเขาอ่านนิยายเรื่องนี้มาจนรู้จักนิสัยของไอ้นักเขียนจิตวิปริตนั้นดีเกินไปนักเขียนผู้นี้ไม่มีทางเขียนให้แดนปีศาจจะปกติเหมือนแคว้นนครทั่ว ๆ ไป เท่าที่เขาจำได้ ดินแดนของพระเอกในนิยาย ประชากรทุกคนล้วนเป็นผู้มีฝีมือด้านการสังหารและล่อลวงผู้คน หากเผลอไปสบตาใครเข้า เผลอ ๆ อาจตกเป็นเหยื่อโดยไม่รู้ตัว“หึ”เสียงหัวเราะแผ่วในลำคอ นัยน์ตาสีชาดเยียบเย็นเสียยิ่งกว่าธารน้ำแข็ง ยามแผ่นหลังสีฟ้านั้นผละหนีโดยไม่คิดเหลียวหลังแม้แต่น้อย“ท่าน...ช้าก่อน”เสียงทุ้มต่ำน่าฟังราวสายลมสารทดังขึ้นจากด้านหลังเสียงนั้นแม้มิได้ดังมากนัก ทว่ากลับหยุดการก้าวเท้าของหงฮุ่ยหลิงทันที
Baca selengkapnya
ตอนที่ 7 ตัวข้ามาเยือนบ้านของบุรุษแปลกหน้า
ทั้งสองเดินเที่ยวชมบ้านเรือนและเขตแดนมาสักพัก หงฮุ่ยหลิงพลันหุบพัดลง เดินขึ้นหน้าเล็กน้อยสองก้าว หันใบหน้ากลับมามองบุรุษด้านหลัง “น้องชาย ข้ายังมิได้ถามเจ้าเลย เจ้ามีนามว่าอะไร?”แผ่นหลังของบุรุษแปลกหน้าตั้งตรง เงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาคมราวเปลวเพลิงเหล็ก “ข้าชื่อหลี่เสวี่ยเฟิง หรือท่านจะเรียกเสวี่ยเฟิงเฉย ๆ ก็ได้”เสวี่ยเฟิง ที่แปลว่า ลมหิมะ เหรอในนิยายต้นฉบับไม่มีตัวละครที่ชื่อเสวี่ยเฟิง งั้นแสดงว่าน้องชายคนนี้ไม่ใช่ตัวละครหลัก แต่เป็นตัวประกอบปลาซิวปลาสร้อยที่ไม่มีบท หรือไม่ก็เป็นชื่อปลอมที่โกหกเพื่อกลบเกลื่อนตัวตนไปตามสถานการณ์“เช่นนั้นเสวี่ยเฟิง บ้านเจ้าอยู่ที่ใด บนสวรรค์ สำนักเซียนพิภพมนุษย์ หรือ แดนปีศาจแห่งนี้”นัยน์ตาสีชาดหรี่ลงช้า ๆ มีประกายประหลาดวูบผ่าน มุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อยเป็นรอยยิ้มเย็น “ท่านเซียนอยากรู้ไปทำไม? คงมิใช่ว่าท่านคิดจะไป ‘เยี่ยม’ บ้านข้าหรอกกระมัง?”จะใช่ได้อย่างไร ผมแค่ถามเพราะอยากรู้ว่าคุณเป็นทวยเทพองค์ไหนเฉย ๆ บ้านอะไรไม่ได้อยากไปสักนิดหงฮุ่ยหลิงชะงักความคิดไปเล็กน้อยแต่เอ๊ะ! หากไอ้หน้าหล่อนี่เป็นทวยเทพจริง ๆ เขาไม่มีทางยอมบอกว่าบ้านตัวเองอยู่ตรงไหน
Baca selengkapnya
ตอนที่ 8 ความสงสัยที่ซ่อนเร้น
หงฮุ่ยหลิงชะงักไปเสี้ยววินาทีน้องชาย คุณถามอะไรไม่คิดแบบนั้น หากคนหน้าตาดียิ่งกว่าหมื่นดวงดาราอย่างคุณไม่เหมาะกับที่นี่ ในธุลีแดงแห่งนี้คงไม่มีใครเหมาะแล้วล่ะหงฮุ่ยหลิงโบกมือไปมา “มิใช่ ๆ ข้ามิได้หมายความเช่นนั้น”เขารีบกล่าวเพิ่มเติม “บ้านเจ้าก็ออกจะกว้างใหญ่เพียงนี้ คงมีพี่ชายพี่สาวอยู่หลายคนกระมัง”เสวี่ยเฟิงขยับขาเล็กน้อย หยิบผลองุ่นบนจานเงินตรงกลางตั่งไม้ขึ้นมาบรรจงปอกเปลือกอย่างพิถีพิถัน ทั้งที่ไม่ปอกก็สามารถกินได้“เคยมีน้องชายอยู่คนหนึ่ง เขาเป็นบุรุษรูปงาม เป็นเซียนกระบี่ขาวอันเจิดจรัส” เขานำองุ่นเข้าปากอย่างเกียจคร้าน เสียงราบเรียบแต่เฉือนลึกถึงกระดูก “แต่พลันเกิดเรื่องที่แม้แต่ข้าเองก็ไม่อยากนึกถึงนัก ตอนนี้จึงไม่มีแล้ว”เสวี่ยเฟิงหันใบหน้ามามองหงฮุ่ยหลิง “ท่านเซียนดูจะไม่ค่อยชอบเสียงดังนัก ถ้าเช่นนั้นมาอยู่กับข้าก็ได้” เขาหยิบผลองุ่นขึ้นมาหมุนเล่นก่อนนำเข้าปาก “อย่างน้อยข้าก็รู้จักเงียบกว่าใครหลายคนที่ท่านเคยพบเจอมา”หงฮุ่ยหลิงเอ่ยตอบแทบจะทันทีโดยไม่ต้องคิด “ขอบใจมาก แต่ข้าขอรับเพียงน้ำใจพอ”เสวี่ยเฟิงชะงักไปเล็กน้อยเมื่อถูกปฏิเสธ แววตาไม่เผยความรู้สึกใด เสียงยังคงสุภาพแต
Baca selengkapnya
ตอนที่ 9 กลับสวรรค์
หงฮุ่ยหลิงชะงักไปเล็กน้อย รู้สึกเหงื่อตกอย่างพิกล “อย่างนั้นหรือ ขอบคุณที่ชม”เขาขยับตัวเบี่ยงถอยหลังเล็กน้อยให้เส้นผมหลุดจากมืออีกฝ่ายอย่างธรรมชาติ “แต่หากไม่จำเป็น เจ้าก็อย่าเสียเวลาไปเลย ข้าเองก็ใช่ว่าจะอยู่ที่นั่นตลอด เกรงว่าเจ้าไปอาจเสียเวลาเปล่า”เสวี่ยเฟิงมิได้ดื้อดึงดึงเส้นผมกลับมากุม เพียงเอ่ยราบเรียบคล้ายไม่ใส่ใจ แต่จงใจทุกคำ “หืม ไม่อยู่ เช่นนั้นท่านเดินทางไปที่ใด”“ข้าต้องขึ้นสะ...”หงฮุ่ยหลิงชะงักปากทันควัน แผ่นหลังเกร็งขึ้น รีบคลี่พัดที่มิได้โบกมานานขึ้นมาโบกเบา ๆ กระแอมเอ่ยกลบเกลื่อน “ขึ้นเขาช่วยเหลือชาวบ้านที่เดือดร้อน ในหนึ่งเดือนข้าอยู่สำนักเพียงไม่กี่วัน วันเวลาไม่แน่นอน หากเจ้ามาหาข้าที่สำนักแต่ข้ากลับไม่อยู่ เจ้าสำนักคงไม่ยินดีเท่าใดนัก และที่สำคัญมันรั้งแต่เป็นการเสียเวลาเปล่ามิใช่หรือ”เอ่ยเสร็จแผ่นหลังที่ตึงเครียดก็ผ่อนลงมาได้เมื่อกี้หากเขาเผลอหลุดปากคำว่าสวรรค์ออกไป คงได้มีนองเลือดกับเสวี่ยเฟิงเป็นแน่แท้เนื่องจากสวรรค์กับแดนปีศาจเป็นศัตรูกันชัดเจนมาตั้งแต่บรรพบุรุษ จักรพรรดิสวรรค์กับราชาปีศาจถือเป็นศัตรูที่มิอาจอยู่ร่วมโลกกันได้ หากเผลอบังเอิญพบเจอกันที่ใดล้
Baca selengkapnya
ตอนที่ 10 ถูกที่ ผิดเวลา
หย่งจงเอ่ยเสียงอ่อนน้อม “ตี้จวิน พระองค์น่าจะทรงทราบแล้วว่ามีมนุษย์มาจุติเป็นทวยเทพ”“อืม แล้วมีปัญหาอันใด”หย่งจงเอ่ยเสียงเรียบ “ตี้จวินพึ่งจุติมาไม่นานอาจยังไม่ทรงทราบ ปกติเมื่อมีมนุษย์มาจุติเป็นเทพบนสรวงสวรรค์ เทพทุกองค์ ทุกระดับชั้น ต้องออกมาต้อนรับเป็นธรรมเนียมสืบต่อกันมาช้านาน และยิ่งอีกฝ่ายมีฐานะสันดรเป็นถึงองค์ชายผู้ปราดเปรื่อง ยิ่งมิอาจเบิกเฉย นั่นจึงเป็นเหตุว่าเหตุใดทวยเทพทุกองค์จึงออกมารวมตัวกันที่นี่พ่ะย่ะค่ะ”อ๋อ..อย่างนี้นี่เองตอนที่อ่านในต้นฉบับเคยเห็นผ่าน ๆ อยู่บ้างว่า มีธรรมเนียมโดยเฉพาะของสวรรค์อยู่ แม้จะขึ้นชื่อว่า ‘สวรรค์สถานที่ไร้การแบ่งแยก’ ทว่าการปฏิบัติต้อนรับยังคงแบ่งตามชนชั้นวรรณะ ยิ่งมีต้นกำเนิดสูงก็ยิ่งได้รับการต้อนรับที่ดีแต่ก็มีทวยเทพหลายองค์ที่มีต้นกำเนิดเป็นเด็กกำพร้า แต่วาสนาดีแก่นลมปราณบริสุทธิ์ ถึงจะมิได้รับการต้อนรับที่ดีขนาดเชิดชู แต่ก็ล้วนไม่มีใครยกเอาปมนั้นออกมาเหยียบหยามให้อับอายหงฮุ่ยหลิงพยักหน้า ชำเลืองสายตาทอดมองต่ำจากบัลลังก์ เห็นบุรุษเส้นผมสีขาวราวหิมะ สวมอาภรณ์สีชมพู ใบหน้างดงามดูอ่อนโยน นัยน์ตาดอกท้อละมุนสีชมพูทั้งที่เป็นบุรุษแต่กลับม
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status