Mag-log in"เจ้านี่มัน...หน้าไม่อายจริงๆ เสวี่ยเฟิง" / ปลายนิ้วเรียวยกขึ้นเกี่ยวปลายหูที่แดงจัดของหงฮุ่ยหลิงเบาๆ เสียงพร่าเอ่ยแผ่วเบา แต่หนักแน่นจนสะท้านถึงกระดูก "หากเป็นเรื่องของท่าน ข้าหน้าด้านเสมอ"
view moreหลี่เสวี่ยเทียนกระชับอ้อมแน่นขึ้นอย่างมั่นคง “ท่านไม่มีวันตาย เพราะท่านตอบรับข้าแล้ว”“ตอบรับ?” หงฮุ่ยหลิงขมวดคิ้ว ใบหน้าซีดค่อย ๆ มีเลือดฝาด“ตอบรับอะไร?”หลี่เสวี่ยเทียนโน้มใบหน้ากระซิบข้างหู “มันอาจจะดีก็ได้”เขาเว้นจังหวะหนึ่งลมหายใจ “ท่านพูดออกมาเอง หมายความว่าท่านตอบรับข้าแล้ว ดังนั้นท่านไม่มีสิทธิ์ไปจากข้าอีก ไม่เว้นแม้แต่ความตายก็พรากท่านจากข้าไม่ได้”อ้าวตอนนั้นผมเผลอพูดออกไปเหรอหงฮุ่ยหลิงหลุบตาลงเล็กน้อย ใบหูแดงเรื่อ แสร้งกระแอมกลบเกลื่อน “ข้าจำไม่เห็นได้ว่าเคยกล่าวเช่นนั้น”“นั่นสินะ บางทีมันอาจจะดีก็ได้”เสียงแผ่วเบาราวลมหายใจแทบขาดหายดังขึ้นกลางเวหา ทว่ากลับมีเพียงทั้งสองเท่านั้นที่ได้ยิน“...”หงฮุ่ยหลิงแข็งทื่อไปชั่วขณะใบหน้าแดงเรื่อเปลี่ยนเป็นเขียวคล้ำ ริมฝีปากเม้มแน่นจนแทบห้อเลือด “เสวี่ยเฟิง เจ้า...”ตอนนั้นผมจำได้ว่าพูดในใจชัด ๆ ทำไมไอ้หน้าหล่อนี่ถึงได้ยินเสียงผมได้ หรือเสวี่ยเฟิงจะสามารถได้ยินเสียงความคิดได้งั้นเหรอไม่สิไม่น่าเป็นไปได้ หงฮุ่ยหลิงคิดมากจนปวดเศียรเวียนเกล้าก็ปัดความคิดนั้นทิ้งไปหลี่เสวี่ยเทียนหัวเราะเบา ๆ ริมฝีปากแนบลงบนหน้าผากแล้วผละออก “ท่านยั
“ตี้จวิน!! ไม่ ไม่ ไม่จริง!!”ไป๋อิงอิงกรีดร้องสุดเสียงยามเห็นธารน้ำเปลี่ยนเป็นสีแดงสด ร่างลู่ซิงเยียนลอยขึ้นมาเหนือน้ำ ร่างไร้บาดแผลราวกับถูกรักษาไว้อย่างดี แต่คนที่ต้องการพบเจอ ตอนนี้มิอาจขึ้นมาได้อีกม่านอาคมทลายลง ไป๋อิงอิงโผตัวพุ่งลงน้ำทันที ทว่าถูกมือหนาของลั่วลู่ชิงคว้าเอวไว้มั่น “ไป๋อิงอิง เจ้าหยุด!”“ไม่! ข้าไม่หยุด ข้าจะลงไปช่วยตี้จวิน พี่ลู่ชิงปล่อยข้า!”ลั่วลู่ชิงนิ่งสงัดประหนึ่งคนตาย น้ำตาหยดลงพื้นเพียงหยดเดียว มือกระชับแน่น ตวาดเสียงต่ำอย่างไม่เคยทำมาก่อน “ก่อนพระองค์ลงไป พระองค์ตรัสไว้แล้วว่าให้พาองค์ชายซิงเยียนไปรักษา หรือเจ้าจะขัดคำสั่งสุดท้ายของตี้จวิน!”ไป๋อิงอิงทรุดลงกับพื้น น้ำตาไหลรินราวสายพิรุณที่โหมกระหน่ำนอกธารบำเพ็ญ สองมือสั่นเทิ้มยกขึ้นมาปิดดวงตาสะอื้นไห้อย่างอาดูร “ทำไม ทำไมถึงเป็นตี้จวินทุกครั้ง ทำไมพระองค์ต้องเสียสละถึงเพียงนี้ ทำไมกันแน่!”“เพราะตี้จวินคือตี้จวิน เพราะพระองค์คือผู้ที่จะไม่ยอมให้ใครใต้การปกครองของตนบาดเจ็บ นั่นแหละคือตี้จวิน”ไป๋อิงอิงทอดสายตามองธารโลหิตเบื้องหน้า มองทุกสิ่งที่กำลังพังทลายลง มองแสงสีทองที่ยามนี้กำลังอับแสงไป๋อิงอิง เจ้าเ
คลื่นน้ำคมกริบดุจคมกระบี่พุ่งมาจากทุกสารทิศ เฉือนกายเนื้อ โลหิตสีแดงสดลอยขึ้นผสมกับสายน้ำ หงฮุ่ยหลิงเจ็บจนแทบขาดใจ ใต้น้ำแบบนี้เขาใช้อาคมไม่ได้ เนื่องจากตอนสร้าง เขาปิดผนึกกั้นไว้เป็นไปตามต้นฉบับ ยามหลี่เสวี่ยเทียนเข้ามาช่วยลู่ซิงเยียนเขาจะได้ไม่โดนซัดตายที่นี่ทว่ายามนี้กลับเป็นกับดักตามต้นฉบับเสียเองเขาแหวกว่ายฝ่าวังวนน้ำตรงไปทางตำแหน่งที่ลู่ซิงเยียนจมอยู่ สายอัสนีฟาดมาจากทุกทิศทาง เขาหลบอย่างเฉียดฉิว ทว่าก็พลาดท่าโดนขาซ้ายเข้าอึก!โลหิตไหลนอง ไม่ทันได้เห็นก็ลอยขึ้นไปบนผิวน้ำ แม้จะเจ็บเจียนตาย แต่หงฮุ่ยหลิงก็รีบว่ายฝ่าไปราวบาดแผลนั้นเป็นเพียงอากาศธาตุฝ่าอัสนีมาได้ ก็พบกับโซ่มีดโลหิตจากทุกพื้นที หงฮุ่ยหลิงรู้จักกลไกนี้ดี จึงรอจังหวะที่โซ่หดกลับก็รีบพุ่งไปอยู่ตรงกลาง ยามโซ่พุ่งมาก็หลบแล้วรีบพุ่งไปอีกทียามโซ่มีดหดกลับอีกครั้งเขาพุ่งออกจากกับดักโซ่มีดได้ ทว่าทันทีที่ร่างกายถอยห่างโซ่เส้นหนึ่งก็รัดข้อเท้าที่บาดเจ็บ เหวี่ยงร่างหงฮุ่ยหลิงไปกระแทกกับโขดหินใต้น้ำ“ตึก! แคก!”แผ่นอกกระแทกกับโขดหินเต็มแรง โลหิตพุ่งออกจากริมฝีปาก ยามโซ่มีดปล่อย ข้อเท้าถลอกเปิกเปิง หงฮุ่ยหลิงขมวดคิ้วแน่น ร่า
หงฮุ่ยหลิงยืนมือไพล่หลังในร่างจักรพรรดิเต็มยศ อาภรณ์ฟ้าแซมทอง ใบหน้าไม่เผยความตื่นตระหนกใด “สถานการณ์เป็นเช่นไร”ไป๋อิงอิงเอ่ยรายงาน “เท่าที่หม่อมฉันกับพี่ลู่ชิงสำรวจมาครึ่งค่อนวัน ยังไม่พบร่องรอยขององค์ชายซิงเยียน แต่ดูจากกระแสวารีแล้ว มีโอกาสเป็นไปได้ว่าจะตกอยู่ด้านในเพคะ”หงฮุ่ยหลิงปวดเศียรเวียนเกล้า มองลั่วลู่ชิงที่กำลังใช้พลังปราณหยุดวังวนของน้ำ ช่างเหมือนกับต้นฉบับทุกระเบียบนิ้วราวกับนำบทความมาวางตรงหน้าเขาแหงนหน้ามองท้องนภา สถานที่แห่งนี้เป็นเขตพิเศษที่ไม่มีกลางวัน จันทราแหว่งเว้าเป็นคืนเดือนแรม แสงจันทราสาดส่องปกคลุมพิภพ ทว่าภายในใจของเขาตอนนี้กลับมืดทั้งแปดด้านกว่ากลีบติงเซียงจะปลิวเต็มท้องนภา ต้องรอไปอีกหนึ่งปีเต็ม ทว่ายามนี้เขากลับมายืนตรงปากธาราที่เป็นหลุมกลบฝังเขาด้วยตัวเองตั้งแต่เข้ามาในนิยายไร้สาระนี้ เขาพยายามทำทุกอย่างเพื่อเลี่ยงบทตายมาโดยตลอดแต่เหมือนยิ่งพยายามเลี่ยง ก็ยิ่งถูกดึงเข้ามาในบทตายหรือชีวิตผมต้องมาลงเอยแบบนี้เหรอคงหนีไม่พ้นสินะหงฮุ่ยหลิงก้าวเข้าใกล้ธารบำเพ็ญ ธารน้ำเชี่ยวกรากโหมกระหน่ำ เขาหลับตาลง ใต้นัยน์ตาสีฟ้าที่ถูกปิดด้วยเปลือกตานิ่งสนิท เนตรเทวะ





