LOGIN"เจ้านี่มัน...หน้าไม่อายจริงๆ เสวี่ยเฟิง" / ปลายนิ้วเรียวยกขึ้นเกี่ยวปลายหูที่แดงจัดของหงฮุ่ยหลิงเบาๆ เสียงพร่าเอ่ยแผ่วเบา แต่หนักแน่นจนสะท้านถึงกระดูก "หากเป็นเรื่องของท่าน ข้าหน้าด้านเสมอ"
View Moreตะวันแผดแสงเหนือศีรษะ ยามอู่ในหมู่บ้านหลงเหลิง หงฮุ่ยหลิงในร่างเซียนจื่อ กับ หลี่เสวี่ยเทียนเดินทอดน่องอยู่กลางถนนสายหลักของหมู่บ้านหลงเหลิงทั้งที่มิใช่ยามสนธยา ทว่าผู้คนกลับบางตานักหงฮุ่ยหลิงหันซ้ายแลขวาอย่างระมัดระวัง ก่อนหันไปเอ่ยเสียงเรียบกับบุรุษที่เดินข้าง ๆ “เสวี่ยเฟิง ระหว่างที่ข้าหลับไปหนึ่งปี ไม่มีอะไรผิดปกติเลยหรือ”เสวี่ยเฟิงกอดอกเดินอย่างสงบ ไม่มีท่าทีระแวดระวังราวทุกสิ่งรอบข้างนั้นช่างไร้ค่าให้ชายตามอง “จะว่ามีก็มี แต่ไม่มีสิ่งใดน่าสนใจเท่าท่าน ข้าเลยมิได้ใส่ใจ”เขาก็พอรู้อยู่ว่าหลี่เสวี่ยเทียนระยะหลังคล้ายป่วยเป็นประสาทมากขึ้นทุกวันแต่เล่นจีบทุกเวลาแบบนี้มันไม่เกินไปหน่อยเหรอนายเอกในต้นฉบับไม่จมบ่อน้ำเชื่อมตายเลยหรือไงหงฮุ่ยหลิงเดินอย่างไม่เร่งร้อน ก่อนจะหยุดอยู่ตรงศาลเจ้าแห่งหนึ่งหน้าหมู่บ้าน พลันเลิกคิ้วเล็กน้อย เดินเข้าไปหาช้า ๆศาลเจ้านี้ดูเหมือนศาลธรรมดา ตรงกระถางธูปยังมีควันจาง ๆ หมายความว่าพึ่งมีคนมาจุดธูปไหว้แล้วพึ่งจากไป ผลไม้ยังสดใหม่ราวพึ่งเก็บมาจากต้น เทวรูปในศาลเป็นบุรุษเปลือยเท้า บนมือถือร่มกระดาษน้ำมัน ทว่ากับมิได้ระบุสีว่าสวมอาภรณ์สีใด ดูจากลักษณะแล
หงฮุ่ยหลิงลอบระบายลมหายใจยาว หยกขาวยังไงก็คือหยกขาวอยู่วันยันค่ำ แม้จะร้องไห้แทบตาย ความดีงามก็ไม่จางไปเลยจริง ๆเขาเบือนสายตามาทางเสวี่ยเฟิงที่กอดเขาแน่นจนแทบหลอมรวมเป็นร่างเดียวกันอย่างไม่เกรงใจฟ้าดิน พลันผละกายออกจากอ้อมแขน ลุกขึ้นเต็มความสูง“เอาล่ะ อย่างไรข้าก็ฟื้นแล้ว เช่นนั้นมิต้องมากความ เตรียมตัวกลับสวรรค์เถอะ”“เลี่ยงเซียน” หลี่เสวี่ยเทียนลุกขึ้นตามทันที มือหนาคว้าจับข้อมือหงฮุ่ยหลิงไว้แน่น “ท่านพึ่งฟื้น ร่างกายยังอ่อนแรง ความจริงข้าอยากให้ท่านพักผ่อนอยู่ที่นี่สักระยะ แต่หากท่านยืนยันจะกลับ ข้าจะไม่ขัดขวาง แต่ให้ข้าไปส่งท่าน”หงฮุ่ยหลิงไม่ทันได้อ้าปาก เฉินเนียนก็เอ่ยแทรก “ข้ากับองค์ชายซิงเยียนก็อยู่ เจ้าจะตามไปส่งทำไมมิทราบ”หลี่เสวี่ยเทียนมิได้สนใจเฉินเนียน เพียงช้อนร่างหงฮุ่ยหลิงขึ้นในท่าเจ้าหญิง “ไปกันเถอะ”“เสวี่ยเฟิง เดี๋ยว...!!”สิ้นเสียงร่างทั้งสองก็หายไปจากสายตาของทวยเทพทั้งสอง“ไอ้สุนัขเสวี่ยเทียน มันเอาอีกแล้ว!”เฉินเนียนสถบอย่างขุ่นเคือง สะบัดแขนเสื้อกว้างเหินตัวขึ้นฟ้าตามไปติด ๆ ส่วนลู่ซิงเยียนเพียงยืนนิ่ง ยกมือกุมขมับก่อนเลือนไปแตะจุดที่หงฮุ่ยหลิงสัมผัสก่อนหน้า
หงฮุ่ยหลิงตกใจเล็กน้อย ที่เห็นคู่หูสองคนที่ไม่น่ามาด้วยกันได้ กลับมาด้วยกัน ใบหน้ายังคงนิ่งขรึมไม่เปลี่ยน เสียงสุขุมเอ่ยชัดแม้จะแหบแห้ง “อืม ฟื้นแล้ว”ลู่ซิงเยียนเงยหน้าขึ้นมองยามได้ยินเสียง น้ำใสไหลลงจากตา“ตี้จวิน เมื่อพระองค์ฟื้นแล้ว เช่นนั้นได้โปรดลงทัณฑ์กระหม่อม” เสียงสะอื้นแผ่วเบาเจือความรู้สึกผิดที่แบกมาตลอดหนึ่งปี “ที่พระองค์เป็นเช่นนี้เพราะกระหม่อมเองเป็นต้นเหตุ โปรดสลายวิญญาณกระหม่อมเถิดพ่ะย่ะค่ะ”เฉินเนียนสะดุ้งโหยง “องค์ชายซิงเยียน ท่านกำลังพูดอะไรอยู่ มันเป็นเหตุสุวิสัยทั่วทั้งใต้หล้าต่างรับรู้ เหตุใดยังไม่เลิกโทษตัวเองอีก และที่สำคัญตี้จวินพึ่งฟื้น ท่านควรให้พระองค์พักผ่อนก่อน จะผิดจะถูกค่อยว่ากันทีหลัง”หงฮุ่ยหลิงเลิกคิ้วสูงหืม หูผมคงไม่ได้เพี้ยนไปใช่ไหม ที่ได้ยินเฉินเนียนพูดจามีสาระกับชาวบ้านได้ด้วยหรือตลอดหนึ่งปีมานี้ จะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปอย่างนั้นเหรอ“ช่างเถอะ” เสียงสุขุมเย็นชาเอ่ยราบเรียบ “ข้าเคยบอกไปแล้วว่ามิใช่ความผิดของเจ้า เช่นนั้นเลิกคิดเรื่องจะดับสูญเสีย”เพราะถ้าขืนผมสังหารคุณ ผมเท่ากับตายสถานเดียวเพราะฉะนั้นเลิกคิดซะ ผมรักชีวิตไม่ได้รักพวกคุณครับลู่ซิงเ
แววตาหลี่เสวี่ยเทียนหม่นแสง มือที่ถือชามข้าวต้มแทบคว่ำชามทิ้ง ก่อนข่มความกระหายที่ข่มกลั้นมานานนับปีอย่างสุดกำลัง ผละกายออกมา เลียริมฝีปากเล็กน้อย “ถึงข้าจะอยากแค่ไหน แต่กระเพาะท่านย่อมสำคัญกว่า”ช้อนข้าวต้มกลับมาจ่อริมฝีปากอีกครั้ง รอยยิ้มเร่าร้อนฉายบนใบหน้า “อ้าปากเลี่ยงเซียน”หงฮุ่ยหลิงหลุบตาลง ใบหูร้อนผ่าวแดงเรื่อ การเสวี่ยเฟิงหยุดให้ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่ไม่รู้ทำไมแอบรู้สึกเสียดายอย่างบอกไม่ถูก“..อ้า”หงฮุ่ยหลิงหลับตาอ้าปากอย่างว่าง่าย มิได้ขัดขืนหรือวางมาดสุขุมใด รับข้าวต้มมาก็เคี้ยวเงียบ ๆ แล้วกลืนลงท้องด้วยอารมณ์หม่นลึกข้าวต้มรสชาติมิได้ย่ำแย่นัก ถึงบอกว่ามีส่วนผสมของสมุนไพรรสขมแต่กลับไม่ขมแม้แต่น้อย หรืออาจบอกว่าอร่อยจนไม่รับรู้ถึงรสขมก็เป็นได้แต่ที่สำคัญกว่านั้นข้าวต้มนี้พระเอกเป็นคนลงมือทำเอง หากผมจะไม่กินก็ยังไงอยู่ในโลกนิยายที่ทุกอย่างสามารถซื้อได้ด้วยเงินและอำนาจ ข้าวต้มสมุนไพรของเสวี่ยเฟิงถือเป็นแรร์ไอเทมที่มีเพียงลู่ซิงเยียนที่ได้กินเขาอุตส่าห์ได้กินโดยยังลืมตาดูโลก นับว่าพระเจ้ามิได้ใจร้ายกับเขามากนักเสวี่ยเฟิงหัวเราะเบา ๆ รอยยิ้มอิ่มเอมใจฉาบบนใบหน้า ตักอี
เห็นสองคนนั้นไม่มีท่าทียินยอม หงฮุ่ยหลิงจึงหันไปหยีตาให้เสวี่ยเฟิง ส่งสายตาปริบ ๆ แล้วเอ่ยเสียงอ้อนเบา “เสวี่ยเฟิง ตี้ตี้ (น้องชาย) สุดที่รักของข้า ที่ข้าพูดไปเป็นความจริงหรือโกหก เจ้าคงยืนยันให้ข้าได้กระมัง”เสวี่ยเฟิงที่กอดอกอยู่พลันชะงักไปเล็กน้อย ค่อย ๆ หันไปมองลู่ซิงเยียนแวบหนึ่ง ในใจละล้าละลั
หงฮุ่ยหลิงพยักหน้าเป็นเชิงรับทราบ “อืม”ถ้าข้อมูลเขาไม่ผิด เหตุการณ์วุ่นวายในการขออนุญาตของเฉินเนียนในครั้งนี้ เกิดจากคดีคนตายปริศนาในหมู่บ้านเจีย ผู้ใดที่ออกนอกบ้านในยามซวี(19.00-20.59น.) ล้วนตายในสภาพไร้หัวใจ บนร่างไม่มีคราบเลือดสักหยด ร่างทั้งร่างนอนหงายราวคนหลับตามปกติไม่มีร่องรอยการต่อสู้ ไม่
“...” หงฮุ่ยหลิงชะงักค้างแทบจะทันทีที่ได้ยินเสียงนั้นซวยแล้วไง ดันโดนเห็นเข้าจนได้ลู่ซิงเยียนมองซ้ายแลขวาไม่พบผู้ใดทั้งสิ้นนอกจากหงฮุ่ยหลิงกับเสวี่ยเฟิงและกลุ่มเงาดำ พลางเอ่ยเสียงอ่อนโยนอย่างมีมารยาท “พี่ชายเซียนจื่อ หรือท่านจะเป็น...”“ตูม!”พูดไม่ทันจบ ประตูไม้พลันระเบิดออก ควันสีดำพุ่งทะยานมา
คำตอบคลุมเครือของเสวี่ยเฟิงทำหงฮุ่ยหลิงสงสัยมากขึ้นกว่าเดิมเป็นล้านเท่าตกลงไอ้หน้าหล่อนี่มันเป็นใครกันแน่?แต่ถึงจะระแคะระคายอย่างไร ก็มิใช่เรื่องที่เขาต้องแหวกหญ้าให้งูตื่น จะตีงูทั้งทีต้องตีที่เจ็ดชุน จึงปรับมาดกลับมาเงียบเยือกเย็น ทำทีราวมิได้ใส่ใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น “เปล่าหรอก แค่บังเอิญได้ยิ

![เกือบหอบลูกหนีเพราะสามีไม่รัก[PWP]-Omegaverse](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


![ผมก็แค่พี่เลี้ยงเด็ก ที่ดันได้พ่อเค้าเป็นสามี [PWP]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






