All Chapters of วันที่ข้าหมดรัก ท่านกลับคุกเข่าอ้อนวอน: Chapter 231 - Chapter 240

360 Chapters

บทที่ 231 : ข้ออ้างกบฏ

ลมเหนือพัดกรรโชกแรง หอบเอากลิ่นคาวเลือดจางๆ และฝุ่นทรายลอยฟุ้งตลบไปทั่วลานหน้าตำหนักบัญชาการทหารเมืองหลวง บรรยากาศยามเย็นที่ควรจะเงียบสงบกลับถูกปกคลุมด้วยเมฆหมอกแห่งความตายธงรบสีดำปักรูปอักษร 'รุ่ย' สีแดงฉานโบกสะบัดพับๆ อยู่บนยอดเสา ตัดกับท้องฟ้าสีเทาหม่นราวกับลางร้าย เบื้องล่างธงผืนนั้น มิใช่กองทัพมหาศาลที่จะไปทำสงครามข้ามชาติ แต่เป็นกองกำลังที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าสำหรับคนในเมือง...'กองพันองครักษ์เกราะแดง'ทหารยอดฝีมือจำนวนสองพันนาย ยืนเรียงแถวหน้ากระดานด้วยความเงียบกริบดุจรูปปั้นศิลา ชุดเกราะสีแดงเข้มที่สวมใส่นั้นดูราวกับถูกชุบด้วยโลหิตสดๆ สะท้อนแสงจันทร์สลัวจนเกิดประกายวาววับน่าขนลุก พวกมันคือเพชฌฆาตที่ถูกฝึกมาเพื่อการกวาดล้างภายในราชสำนักโดยเฉพาะอาวุธในมือไม่ใช่หอกยาวเทอะทะสำหรับรบพุ่งในสนามรบเปิด แต่เป็น ดาบวงพระจันทร์ ที่มีความคมกริบสำหรับบั่นคอ และ หน้าไม้กล ขนาดกะทัดรัดที่บรรจุลูกดอกอาบยาพิษสำหรับสังหารระยะประชิดบนระเบียงสูงของหอสังเกตการณ์ รุ่ยอ๋องในชุดคลุมขนสัตว์สีดำสนิท ยืนกอดอกมองดูขุมกำลังของตนด้วยแววตาเย็นชาและพึงพอใจ ข้างกายมีขันทีเกาที่สภาพมอมแมม หมวกหาย รองเท้าหล
last updateLast Updated : 2026-01-14
Read more

บทที่ 232 : ล้อมจวน

เม็ดกรวดสีเทาขนาดเท่าปลายนิ้วก้อยที่วางอยู่บนขอบกำแพงหินเริ่มสั่นไหวเบาๆ ก่อนจะกลิ้งตกลงสู่พื้นเบื้องล่าง ตามด้วยระลอกคลื่นเล็กๆ ที่ผุดขึ้นกลางผิวน้ำในบ่อเลี้ยงปลา ทั้งที่เวลานี้ไร้ซึ่งลมพัดแรงสั่นสะเทือนนั้นไม่ได้เกิดจากธรณีพิโรธ แต่เกิดจากฝีเท้าของมัจจุราชนับพันที่กำลังย่ำลงบนพื้นพสุธาอย่างพร้อมเพรียงตึง! ตึง! ตึง!เสียงฝีเท้าหนักหน่วงดังกระหึ่มกึกก้อง คล้ายเสียงกลองศึกที่รัวกระหน่ำมาจากใต้ดิน ความถี่ของมันบีบหัวใจให้เต้นรัวเร็วขึ้นตามจังหวะการก้าวเดิน นกกระจอกที่เคยเกาะอยู่ตามกิ่งไม้หน้าจวนบินแตกตื่นหนีหายไปจนสิ้น เหลือทิ้งไว้เพียงความเวิ้งว้างที่รอรับการมาเยือนของหายนะที่หัวมุมถนนทิศใต้ เงาทะมึนสายแรกปรากฏขึ้น ตัดผ่านม่านหมอกยามสายกองพันองครักษ์เกราะแดงเคลื่อนขบวนเข้ามาประชิดจวนชินอ๋องราวกับธาราโลหิต ที่ไหลบ่า ชุดเกราะหนังลงรักสีชาดสะท้อนแสงแดดเป็นมันวาววับ แตกต่างจากทหารทั่วไปตรงที่พวกมันสวมหน้ากากปีศาจครึ่งใบหน้า เผยให้เห็นเพียงดวงตาที่ไร้แววอารมณ์ภายใต้หมวกทรงกลมไม่มีเสียงตะโกนสั่งการ ไม่มีเสียงพูดคุย มีเพียงเสียงเสียดสีของชุดเกราะและเสียงรองเท้าบูทหนังกระทบพื้นหินที่ดังปร
last updateLast Updated : 2026-01-14
Read more

บทที่ 233 : เจ็บท้องเตือน

ตึง! ตึง! ตึง!มิใช่เสียงของเครื่องกระทุ้งประตู และมิใช่เสียงระเบิดจากการปะทะ แต่เป็นเสียงของด้ามหอกและดาบนับพันเล่มที่ถูกกระแทกดาบลงกับพื้นดินเป็นจังหวะพร้อมเพรียงจากทหารสองพันนายหน้าประตูจวน"ฆ่า! ฆ่า! ฆ่า!"เสียงโห่ร้องคำรามดังกระหึ่มกึกก้องทะลุผ่านกำแพงหินหนา ลอดผ่านบานหน้าต่างที่ปิดมิดชิด เข้ามากระแทกโสตประสาทของผู้คนที่หลบซ่อนอยู่ภายในเรือนพัก แม้จะยังไม่มีลูกธนูปลิวว่อน แต่แรงกดดันจากจิตสังหารของคนนับพันก็หนักอึ้งราวกับมีหินผาทับอยู่บนอกภายในห้องนอนสลัวที่มีเพียงแสงเทียนวาววับหลินหว่านนั่งตัวเกร็งอยู่บนเตียง มือเรียวข้างหนึ่งกุมหน้าท้องที่นูนใหญ่ อีกข้างหนึ่งกำผ้าปูที่นอนแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ใบหน้างามซีดเผือดไร้สีเลือด เม็ดเหงื่อเย็นเฉียบผุดพรายเต็มกรอบหน้า"อึก..."นางกัดริมฝีปากแน่นเพื่อกลั้นเสียงคราง ความเครียดที่พุ่งสูงจากสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานภายนอก ส่งผลโดยตรงต่อร่างกาย หน้าท้องของนางแข็งเกร็งราวกับก้อนหิน มดลูกบีบตัวรุนแรงจนบิดเกลียวมันไม่ใช่การเจ็บท้องคลอดตามธรรมชาติ... แต่เป็นภาวะเครียดลงครรภ์ที่ร่างกายกำลังต่อต้านความหวาดกลัว"พระชายา..." เสี่ยวจูที่นั่งเฝ้าอยู
last updateLast Updated : 2026-01-14
Read more

บทที่ 234 : สัญญาณพลุจากจ้าวหยวน

ความเงียบสงัดของค่ำคืนถูกฉีกกระชากลงในชั่วพริบตา!เคร้ง! เคร้ง! ฉึก!เสียงโลหะปะทะหินและเนื้อไม้ดังระงมไปทั่วบริเวณกำแพงจวนชินอ๋อง เมื่อข้าศึกตัดสินใจเปิดฉากบุกโจมตีระลอกแรกเพื่อหยั่งเชิง ลูกดอกเหล็กนับพันจากหน้าไม้กล เขี้ยวหมาป่า พุ่งแหวกอากาศลงมาราวกับห่าฝนเหล็ก พวกมันปักตรึงอยู่ตามเสาไม้ พื้นระเบียง และบางส่วนกระดอนออกจากโล่ของทหารพยัคฆ์ทมิฬที่ตั้งแนวป้องกันอย่างหนาแน่นควันไฟจากการเผาไหม้เริ่มลอยคลุ้ง กลิ่นดินประสิวฉุนกึกผสมปนเปกับกลิ่นอายความตายที่แผ่ซ่านเบื้องล่างกำแพง รถศึกทะลวงประตูขนาดมหึมาถูกเข็นเคลื่อนที่เข้ามาอย่างช้าๆ เสียงล้อไม้บดถนนหินดังบาดหู ท่อนซุงหัวเหล็กรูปหัวมังกรแกว่งไกวไปมาตามแรงเข็น พร้อมที่จะกระแทกประตูไม้จันทน์ให้แตกเป็นเสี่ยงๆหลี่เฉิงยืนตระหง่านอยู่หลังแนวระเบียงหิน บนป้อมสังเกตการณ์ มือขวากุมด้ามดาบวงพระจันทร์แน่น เขาสะบัดข้อมือเพียงครั้งเดียว ปัดป้องลูกธนูที่พุ่งตรงแสกหน้าให้เบี่ยงทิศไปปักที่เสาไม้ด้านหลังแทน เสียงลูกธนูสั่นระริกบ่งบอกถึงแรงส่งมหาศาลทว่าสายตาของแม่ทัพหนุ่มไม่ได้จับจ้องอยู่ที่รถศึกเบื้องล่าง แต่กลับทอดมองไกลออกไปทางทิศตะวันตก... ทิศที่เป
last updateLast Updated : 2026-01-14
Read more

บทที่ 235 : เผชิญหน้า

เปลวเทียนในตะเกียงแก้วเหลือเพียงไส้เทียนสีดำที่จวนเจียนจะมอดดับ แสงสลัววูบวาบส่องกระทบใบหน้าซีดเผือดของหลินหว่านที่นอนตะแคงอยู่บนเตียง ลมหายใจของนางหอบกระชั้นเป็นจังหวะ มือข้างหนึ่งยังคงกุมหน้าท้องที่แข็งเกร็งเป็นระยะ แม้ฤทธิ์ยาจะช่วยบรรเทาความเจ็บปวดไปได้บ้าง แต่ความกังวลในใจกลับกัดกินเรี่ยวแรงจนนางแทบขยับตัวไม่ไหวที่มุมห้อง อาเนี่ยนนอนขดตัวหลับใหลอยู่บนฟูกเล็กๆ ในมือน้อยยังกำไม้ขัดหม้อเปื้อนเขม่าไว้แน่นราวกับเป็นสมบัติล้ำค่า คราบน้ำตาแห้งกรังเปรอะเปื้อนแก้มป่องแอ๊ด...เสียงบานประตูไม้เปิดออกแผ่วเบาแทบไม่ได้ยิน แต่สำหรับหลินหว่านที่ประสาทสัมผัสตื่นตัวตลอดเวลา มันดังพอที่จะทำให้นางสะดุ้งตื่นเงาร่างสูงใหญ่ก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามา ไอเย็นยะเยือกจากภายนอกพัดกรูตามหลังร่างนั้นเข้ามาในห้องพร้อมกับกลิ่นอายของค่ำคืน... ไม่ใช่กลิ่นคาวเลือดอย่างที่นางนึกกลัว แต่เป็นกลิ่นของฝุ่นดิน ควันไฟ และกลิ่นเหงื่อไคลจางๆ จากการสวมชุดเกราะเป็นเวลานานหลินหว่านพยายามยันกายลุกขึ้น แต่ฝ่ามือหนาที่หยาบกร้านรีบกดไหล่นางลงกับหมอนอย่างนุ่มนวล"ไม่ต้องลุก... พักผ่อนเถอะ"เสียงทุ้มต่ำของหลี่เฉิงแหบพร่ากว่าปกติ เขา
last updateLast Updated : 2026-01-14
Read more

บทที่ 236 : รุ่งสางแห่งการเปลี่ยนแปลง

สายลมกรรโชกแรงยามเช้าตรู่พัดพาเอาละอองน้ำค้างและกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ยังลอยคละคลุ้งอยู่ในอากาศให้ปลิวว่อน ปะทะเข้ากับใบหน้าคมเข้มของบุรุษผู้ยืนตระหง่านอยู่บนจุดสูงสุดของหอคอยสังเกตการณ์ ความเย็นยะเยือกของอากาศยามเหม่าแทรกซึมผ่านรอยต่อของชุดเกราะเหล็กสีดำทมิฬ บาดลึกเข้าไปในผิวเนื้อราวกับคมมีดที่มองไม่เห็น แต่หลี่เฉิงกลับไม่สะท้านสะเทือน เขาเพียงกระชับเสื้อคลุมขนสัตว์ให้แน่นขึ้นเล็กน้อยแสงแรกแห่งวันใหม่ค่อยๆ สาดส่องลงมา ขับไล่ความมืดมิดของค่ำคืนอันยาวนานให้จางหายไป เผยให้เห็นร่องรอยความเสียหายหน้าประตูจวน หลุมลึกจากกับดักที่กลืนกินชีวิตทหารเกราะแดงไปเมื่อคืนยังคงอ้าปากค้างอยู่ ราวกับเป็นเครื่องเตือนใจถึงความตายที่รออยู่หลี่เฉิงยืนกอดอกมองลงไปเบื้องล่างด้วยสายตาพินิจพิเคราะห์ สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาไม่ใช่กองทัพมืดฟ้ามัวดินที่จะบุกเข้ามาบดขยี้อย่างที่กังวล แต่เป็นภาพความจริงที่ทำให้เขายิ้มมุมปากออกมาได้เล็กน้อย... รอยยิ้มของผู้ที่อ่านเกมขาดธงรบสีดำของรุ่ยอ๋องปักอยู่รอบจวนก็จริง แต่จำนวนทหารที่ยืนประจำการอยู่นั้น... ไม่ได้มากมายอย่างที่คิดทหารองครักษ์เกราะแดงสองพันนายถูกกระจายกำลังออกไปล้
last updateLast Updated : 2026-01-14
Read more

บทที่ 237 : การรวมพลขุนนาง

ฟ้ายังไม่ทันสางดี แต่ลานกว้างหน้าประตูวังหลวงอู๋เหมิน กลับคลาคล่ำไปด้วยรถม้าและเกี้ยวขุนนางนับร้อยที่จอดเรียงรายอย่างสะเปะสะปะ ไร้ซึ่งระเบียบวินัยและความสง่างามที่พึงมีในราชสำนัก เสียงลมหายใจพ่นไอขาวของม้าเทียมรถดังฟุ้ดฟิดประสานกับเสียงฝีเท้าเร่งรีบของเหล่าขุนนางที่ถูกปลุกกระชากขึ้นจากเตียงนอนไม่มีใครรู้สาเหตุของการเรียกตัวด่วนในยามวิกาล มีเพียงราชโองการสายฟ้าแลบที่ระบุว่าฮ่องเต้ทรงมีพระราชวินิจฉัยเรื่องกบฏเท่านั้น ที่บีบให้ทุกคนต้องรีบมารวมตัวกันด้วยความหวาดหวั่นทว่า... บรรยากาศหน้าประตูวังในวันนี้กลับแตกต่างไปจากทุกครั้งกำแพงวังสีแดงชาดที่เคยดูโอ่อ่า ยามนี้เมื่อกระทบกับแสงคบเพลิงที่วูบไหว กลับดูคล้ายถูกฉาบด้วยโลหิตแห้งกรังทหารรักษาการณ์วังหลวงชุดเกราะทองที่คุ้นตาหายไปจนหมดสิ้น ถูกแทนที่ด้วย ทหารเกราะแดงแห่งกองพันองครักษ์ของรุ่ยอ๋อง พวกมันยืนเรียงแถวหน้ากระดานปิดกั้นทางเข้าออกทุกจุด ใบหน้าภายใต้หน้ากากเหล็กไร้อารมณ์ มือข้างหนึ่งถือคบเพลิง อีกข้างหนึ่งกุมด้ามดาบวงพระจันทร์ที่ชักออกจากฝักครึ่งหนึ่ง เผยให้เห็นคมโลหะที่สะท้อนแสงไฟวาววับ"เข้าแถว! อย่าแตกแถว!"นายกองร่างยักษ์ตะคอกเสีย
last updateLast Updated : 2026-01-14
Read more

บทที่ 238 : ฮ่องเต้ไร้สติ

กลิ่นกำยานราคาแพงที่จุดรมไว้ทั่วห้องบรรทมไม่อาจกลบกลิ่นเหม็นเอียนของความป่วยไข้และกลิ่นอายแห่งความตายที่ลอยอบอวลอยู่ได้ ม่านไหมสีเหลืองทองที่กั้นรอบแท่นบรรทมถูกรวบเก็บไว้ด้วยสายรัดพู่ไหม เผยให้เห็นร่างผอมแห้งจนหนังหุ้มกระดูกของบุรุษผู้ครองแผ่นดินนอนทอดกายอยู่บนฟูกหนาเสียงลมหายใจที่แผ่วเบาและขาดห้วงดัง เป็นจังหวะเดียวที่บ่งบอกว่า โอรสสวรรค์ผู้นี้ยังคงมีลมหายใจเงาร่างสูงใหญ่ยืนตระหง่านอยู่ข้างเตียง บดบังแสงเทียนที่ส่องกระทบใบหน้าซีดเผือดของผู้ป่วยรุ่ยอ๋องยืนหน้ากระจกบานใหญ่ที่ตั้งอยู่มุมห้อง ขยับคอเสื้อคลุมสีเหลืองอำพันปักลายมังกรห้าเล็บ... สีและลวดลายที่ตามจารีตประเพณีแล้ว มีเพียงฮ่องเต้เท่านั้นที่สวมใส่ได้ แม้มันจะไม่ใช่ชุดมังกรเต็มยศสำหรับออกว่าราชการ แต่ความอุกอาจนี้ก็มากพอที่จะทำให้หัวหลุดจากบ่าได้หากเป็นเวลาปกติทว่าเวลานี้... กฎเกณฑ์ทั้งหลายล้วนอยู่ใต้ฝ่าเท้าของเขามือหนาลูบไล้ไปตามลวดลายมังกรที่ปักดิ้นทองนูนต่ำ สัมผัสถึงความประณีตบรรจงและความหนักอึ้งของอำนาจ รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏขึ้นที่มุมปาก เขาหันกลับมามองพี่ชายที่นอนไร้สติบนเตียงรองเท้าบูทปักลายพยัคฆ์ก้าวเดินช้าๆ ไปหยุดที่ข
last updateLast Updated : 2026-01-14
Read more

บทที่ 239 : เตรียมประกาศ

เสียงแส้หนังฟาดลงบนพื้นหินขัดมันหน้าท้องพระโรงดังสามครั้ง เป็นสัญญาณเริ่มพิธีว่าราชการเช้าที่ผิดแผกไปจากทุกวันท้องฟ้าเหนือวังหลวงยังคงมืดมิดด้วยเมฆฝนที่ตั้งเค้าทะมึน ลมหนาวพัดกรรโชกผ่านเสามังกรต้นมหึมา หอบเอากลิ่นชื้นของละอองฝนและกลิ่นสนิมเหล็กจางๆ เข้ามาภายในโถงอันกว้างใหญ่ไพศาลภายในท้องพระโรงไท่เหอที่เคยโอ่อ่าและศักดิ์สิทธิ์ บัดนี้กลับดูวังเวงราวกับสุสานขุนนางนับร้อยยืนเรียงแถวตามลำดับยศถาบรรดาศักดิ์ ทว่าระเบียบวินัยที่เคยเคร่งครัดกลับดูบิดเบี้ยว ไหล่ของพวกเขาลู่ลง ศีรษะก้มต่ำจนคางชิดอก ไม่มีใครกล้าเงยหน้าขึ้นมองบัลลังก์มังกรทองคำที่ตั้งตระหง่านอยู่บนแท่นยกพื้นสูงความเงียบที่ปกคลุมไม่ใช่ความสงบ แต่เป็นความเงียบของนักโทษที่รอฟังคำตัดสินชะตาชีวิต"ขยับไปทางซ้ายอีกนิด!"เสียงแหลมสูงของขันทีเกาดังก้องสะท้อนไปทั่วโถง เขาชี้นิ้วสั่งการพวกขันทีน้อยที่กำลังจัดวางโต๊ะตั่งและกระถางธูปหน้าบัลลังก์อย่างเร่งรีบ"วันนี้เป็นวันมงคล... อย่าให้มีฝุ่นผงแม้แต่นิดเดียว ใครทำพลาด ข้าจะสั่งตัดมือมันเดี๋ยวนี้!"คำขู่ของขันทีเฒ่าทำให้ข้าราชบริพารตัวสั่นงันงก มือที่ถือผ้าเช็ดถูสั่นระริกจนเกือบทำแจกันลาย
last updateLast Updated : 2026-01-14
Read more

บทที่ 240 : ลางร้ายที่จวน

ก๊า! ก๊า! ก๊า!เสียงร้องแหบแห้งชวนขนลุกดังก้องไปทั่วท้องฟ้ายามสายที่มืดมิดด้วยเมฆฝนราวกับเสียงหัวเราะเยาะของภูตผี ฝูงอีกานับร้อยตัวบินวนเวียนอยู่เหนือหลังคาจวนชินอ๋อง ปีกสีดำทมึนของพวกมันบดบังแสงสว่างที่น้อยนิด ตัดกับกำแพงสีขาวซีดของตัวเรือนและธงรบสีดำที่เปียกปอนราวกับรอยเปื้อนหมึกที่ไม่สามารถเช็ดออกพวกมันไม่ได้บินผ่านไปเพื่อหาที่หลบฝน แต่กำลังบินวน... รอคอยกลิ่นอายความตายที่แผ่ซ่านออกมาจากจวนที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก กลิ่นของความสิ้นหวังและความหิวโหย ดึงดูดสัตว์กินซากเหล่านี้ให้มารวมตัวกัน สัญชาตญาณของเดรัจฉานมักว่องไวกว่ามนุษย์ พวกมันสัมผัสได้ถึงไอสังหารที่คุกรุ่น และรู้ดีว่าอีกไม่นาน... สถานที่แห่งนี้จะกลายเป็นแหล่งอาหารอันอุดมสมบูรณ์เหล่าทหารพยัคฆ์ทมิฬที่ยืนตากฝนอยู่บนกำแพงต่างเงยหน้ามองฝูงนกอัปมงคลด้วยสายตาหวั่นวิตก ตามความเชื่อโบราณ อีกาบินวนหลังคาบ้านใด บ้านนั้นจักมีคนตาย... ความเชื่อนี้เริ่มกัดกินจิตใจของพวกเขาพอๆ กับความหิวบนยอดหอคอยสังเกตการณ์ทิศเหนือ หลี่เฉิงยืนกอดอกพิงเสาไม้จันทน์ มือขวากุมด้ามดาบแน่นจนได้ยินเสียงถุงมือหนังเสียดสีกันดัง หยดน้ำฝนไหลรินจากขอบหมวกเกราะเหล็
last updateLast Updated : 2026-01-14
Read more
PREV
1
...
2223242526
...
36
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status