All Chapters of วันที่ข้าหมดรัก ท่านกลับคุกเข่าอ้อนวอน: Chapter 1 - Chapter 10

360 Chapters

บทที่ 2 : ความเงียบงันที่เสียดแทง

ไอเย็นยะเยือกแล่นปราดจากปลายนิ้วลามเลียขึ้นสู่ท่อนแขน ส่งผลให้สติที่พร่าเลือนด้วยฤทธิ์สุราของหลี่เฉิงกระตุกวูบสัมผัสนั้นมิใช่ความเย็นจากหิมะด้านนอก หากแต่เป็นความเย็นชืดที่ไร้สัญญาณชีพ แข็งกระด้างราวกับท่อนไม้ที่ถูกทิ้งร้างกลางป่า สัญชาตญาณแม่ทัพที่เจนจบในสนามรบกรีดร้องเตือนถึงความผิดปกติบางอย่าง ทว่าทิฐิและโทสะที่คุกรุ่นกลับปัดป้องความจริงนั้นทิ้งไปในทันที"ข้าบอกให้ลุกขึ้น!"ชายหนุ่มออกแรงกระชากท่อนแขนบอบบางนั้นเต็มแรง จนร่างที่ไร้การควบคุมของหลินหว่าน ปลิวตามแรงดึงขึ้นมาปะทะกับแผงอกกว้างภายใต้ชุดเกราะศีรษะพับตกลง กระแทกเข้ากับไหล่แกร่งอย่างแรง เส้นผมสีดำขลับที่เคยถูกเกล้าไว้อย่างประณีตบัดนี้ยุ่งเหยิง ปรกระลงมาปิดบังใบหน้าซีดเซียว กลิ่นคาวเลือดแห้งกรังผสมกับกลิ่นอายความตายลอยคลุ้งขึ้นมาปะทะจมูก กลบกลิ่นสุราหมักพันปีจนหมดสิ้นหลี่เฉิงชะงัก ร่างกายแข็งทื่อ นัยน์ตาคมกริบจ้องมองสตรีในอ้อมแขนที่นิ่งสนิท... นิ่งเกินไป"พระชายา... ฮือ... ปล่อยนายหญิงนะ! ท่านอ๋องอย่าแตะต้องนาง!"เสี่ยวจูที่ทรุดอยู่ข้างเตียงหวีดร้องเสียงหลง ร่างเล็กถลันเข้ามาทุบตีชุดเกราะของชายหนุ่มอย่างไม่กลัวตาย กำปั้นน้
last updateLast Updated : 2025-12-17
Read more

บทที่ 3 : ตื่นจากฝันร้าย

เฮือก!เสียงสูดลมหายใจดังสนั่นก้องกังวานไปทั่วห้องที่เงียบสงัด ร่างระหงที่นอนอยู่บนเตียงผุดลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็วราวกับถูกกระชากด้วยเชือกที่มองไม่เห็นหลินหว่านเบิกตาโพลง นัยน์ตาสั่นระริกเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก มือทั้งสองข้างยกขึ้นตะปบที่ลำคอและหน้าอกของตนเองอย่างบ้าคลั่ง ปลายนิ้วจิกเกร็งลงไปบนเนื้อผ้าชุดนอนจนแทบทะลุ พยายามควานหาบาดแผลและความเจ็บปวดที่ควรจะมีอยู่ไม่มี...ไม่มีของเหลวข้นคลั่กสีแดงฉานทะลักออกมา ไม่มีรสสนิมเหล็กฝาดเฝื่อนในปาก และที่น่าแปลกประหลาดที่สุดคือ... ไม่มีคมมีดที่มองไม่เห็นกรีดแทงปอดของนางอีกต่อไปทรวงอกที่เคยถูกบีบอัดจนแทบระเบิด บัดนี้กลับสูดอากาศเข้าได้เต็มปอด อากาศที่... อุ่น?หญิงสาวหอบหายใจถี่กระชั้น เหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผมจนเปียกชุ่ม ความทรงจำสุดท้ายยังคงแจ่มชัด ความหนาวเหน็บที่กัดกินไขกระดูก พายุหิมะที่พัดกระหน่ำ และความโดดเดี่ยวในวาระสุดท้ายแต่สิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้ากลับไม่ใช่เพดานไม้ผุพังที่มีรอยรั่วและคราบน้ำฝนแสงแดดยามเช้าที่สว่างจ้าสาดส่องผ่านผ้าม่านไหมสีแดงชาดเข้ามา กระทบเข้ากับเครื่องเรือนไม้จันทน์หอมราคาแพงระยับ โต๊ะเครื่องแป้งที่ทำจากไม้พะยูงแ
last updateLast Updated : 2025-12-17
Read more

บทที่ 4 : รุ่งอรุณที่เปลี่ยนไป

ไอระเหยร้อนกรุ่นลอยคว้างขึ้นจากอ่างทองแดงขัดเงาที่เสี่ยวจูประคองเข้ามาในห้อง กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกมะลิที่ลอยวนอยู่ในน้ำอุ่นปะทะเข้ากับจมูกของหลินหว่านที่ยังคงนั่งกองอยู่กับพื้นพรม ภาพเบื้องหน้าพร่ามัวด้วยม่านน้ำตาที่เอ่อล้นขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่เสี่ยวจูในชุดสาวใช้สีเขียวอ่อนสะอาดสะอ้าน ผมเผ้าเกล้าเป็นมวยคู่ประดับผ้าผูกผมสีสดใส แก้มทั้งสองข้างแดงปลั่งด้วยเลือดฝาดของคนที่มีชีวิตชีวา มิใช่ใบหน้ามอมแมมเปื้อนคราบน้ำตาและความสิ้นหวังที่หลินหว่านเห็นเป็นครั้งสุดท้ายในเรือนร้างท้ายจวน"พระชายา? ท่านลงไปนั่งทำอะไรบนพื้นเจ้าคะ พื้นมันเย็น..."เสี่ยวจูยังพูดไม่ทันจบประโยค ร่างบอบบางของหลินหว่านก็พุ่งตัวเข้าหาอย่างรวดเร็วราวกับลูกธนูหลุดจากแล่ง แรงปะทะนั้นทำให้สาวใช้ร่างเล็กเซถลา อ่างทองแดงในมือเอียงวูบ น้ำอุ่นจัดกระฉอกออกมาหกเลอะพื้นพรมจนเปียกชุ่ม ส่งไอร้อนพวยพุ่งขึ้นมาโอบล้อมทั้งสองร่างเคร้ง!อ่างโลหะร่วงหล่นกระแทกพื้นกลิ้งหลุนๆ ไปชนขาโต๊ะ แต่หลินหว่านหาได้สนใจไม่ นางโผเข้ากอดรัดร่างของสาวใช้แน่น แขนเรียวเล็กเกร็งจนเห็นเส้นเอ็นปูดโปน ใบหน้าซบลงกับไหล่ของอีกฝ่ายอย่างแรง"พระชายา! เกิดอะไรขึ้นเจ
last updateLast Updated : 2025-12-17
Read more

บทที่ 5 : อาภรณ์ไรัรัก

บานประตูตู้เสื้อไม้พะยูงถูกเปิดออกกว้าง กลิ่นหอมเย็นของลูกกลอนและดอกไม้แห้งที่อบร่ำไว้ลอยฟุ้งออกมาปะทะจมูกเสี่ยวจูจำใจต้องเก็บชุดสีชมพูเข้าตู้ด้วยความเสียดาย ก่อนจะดึงชุดยาวสีฟ้าอ่อนออกมาตามคำสั่ง เนื้อผ้าฝ้ายธรรมดาที่ดูหยาบกร้านเมื่อเทียบกับผ้าไหมต่วน สีของมันซีดจางคล้ายท้องฟ้าในฤดูหนาวที่ไร้แดด ดูเย็นเยียบและห่างเหินหลินหว่านลุกขึ้นยืน ปลดชุดนอนออก เผยให้เห็นผิวขาวจัดที่ตัดกับความมืดสลัวในห้อง นางรับชุดสีฟ้ามาสวมใส่อย่างคล่องแคล่ว ผูกสายคาดเอวสีขาวเรียบๆ โดยไม่ประดับหยกพกหรือถุงหอมใดๆเมื่อสวมเสร็จ ร่างที่สะท้อนในกระจกดูราวกับกิ่งไผ่ในป่าลึก เรียบง่าย สูงสง่า แต่แฝงไว้ด้วยความเด็ดเดี่ยวและความเย็นชาที่แผ่ออกมารอบตัว อาภรณ์ชุดนี้ไม่ได้ส่งเสริมให้ผู้สวมใส่ดู 'น่าทะนุถนอม' แต่กลับสร้างกำแพงที่มองไม่เห็นกั้นขวางผู้คนให้ออกห่าง"เครื่องประดับเล่าเจ้าคะ?" เสี่ยวจูหยิบกล่องเครื่องประดับออกมา เปิดโชว์ปิ่นทองคำฝังทับทิมและต่างหูมุกเม็ดโต"ไม่ต้อง"หลินหว่านนั่งลงหน้ากระจกอีกครั้ง มือเรียวหยิบเพียงปิ่นเงินอันเล็กๆ ที่ไม่มีลวดลายวิจิตรบรรจง รวบผมดำขลับขึ้นเป็นมวยต่ำอย่างลวกๆ แล้วเสียบปิ่นลงไ
last updateLast Updated : 2025-12-17
Read more

บทที่ 6 : การต้อนรับที่ว่างเปล่า

เสียงกีบม้ากระทบพื้นหินดังสนั่นทำลายความเงียบสงัดของราตรียามซู ฝีเท้าที่เร่งร้อนบ่งบอกถึงความร้อนใจของผู้ขี่ ม้าศึกสีแดงเพลิงพ่นลมหายใจออกมาเป็นไอขาวท่ามกลางหิมะที่เริ่มโปรยปรายหลี่เฉิงกระตุกบังเหียนหยุดม้าหน้าประตูจวนอ๋อง ความหนาวเหน็บจากลมเหนือไม่อาจดับไฟในดวงตาที่ทอประกายด้วยความคาดหวังตลอดทางกลับจากงานฉลองชัยชนะ เสียงแซ่ซ้องสรรเสริญของเหล่าทหารยังคงดังก้องในหู สุรารสเลิศยังทิ้งรสหวานซ่านไว้ที่ปลายลิ้น ทว่าสิ่งที่เขารอคอยมิใช่เกียรติยศจอมปลอมเหล่านั้น แต่เป็นการกลับมายังที่พักพิงสุดท้ายภาพในหัวเขามีเพียงสตรีในชุดสีชมพูที่มักยืนถือเตาพกอุ่นมือรอรับเขาเสมอ พร้อมถ้วยน้ำขิงร้อนๆ และรอยยิ้มเอียงอายที่คุ้นตา นางมักจะยืนตัวสั่นเทาอยู่ท่ามกลางลมหนาว ปลายจมูกแดงระเรื่อ แต่ดวงตาคู่นั้นกลับส่องประกายดีใจราวกับสุนัขที่ได้เห็นเจ้าของ เพียงแค่เขาปรายตามอง นางก็จะรีบวิ่งเข้ามาช่วยถอดผ้าคลุมและปัดฝุ่นให้อย่างเอาใจใส่ทว่าภาพเบื้องหน้ากลับว่างเปล่าบานประตูไม้สักลงรักสีแดงชาดปิดสนิท ไร้แสงไฟ ไร้คนเฝ้ายาม มีเพียงความมืดมิดและกองหิมะที่ทับถมสูง ไร้ร่องรอยการกวา
last updateLast Updated : 2025-12-22
Read more

บทที่ 7 : แกงจืดที่เย็นชืด

แสงเทียนในห้องโถงรับประทานอาหารวูบไหวตามแรงลมที่พัดกรรโชกเข้ามาจากการเปิดประตูอย่างรุนแรง เงาของหลี่เฉิงทอดยาวพาดผ่านโต๊ะไม้แดงทรงกลมขนาดใหญ่ไปจนถึงผนังอีกฝั่ง กลิ่นหอมของอาหารที่ควรจะยั่วน้ำลายกลับเจือปนไปด้วยกลิ่นความเย็นชืดที่น่าอึดอัดบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยเมนูเลิศรสที่ถูกจัดวางไว้อย่างประณีต ไก่ย่างหนังกรอบที่เคยส่งกลิ่นหอมหวน บัดนี้ไขมันสีเหลืองทองได้จับตัวเป็นก้อนไขสีขาวขุ่นเกาะติดอยู่ตามหนังและจานกระเบื้องเคลือบ บ่งบอกว่ามันถูกวางทิ้งไว้เป็นเวลานานจนสูญเสียความร้อนไปจนสิ้น เช่นเดียวกับซุปกระเพาะปลาที่ผิวน้ำเริ่มจับตัวเป็นแผ่นฝ้าบางๆ ไร้ซึ่งไอควันพวยพุ่งทว่าสิ่งที่ทำให้บรรยากาศในห้องนี้น่าอึดอัดยิ่งกว่าอาหารเย็นชืด คือสตรีที่นั่งอยู่เพียงลำพังหลินหว่านนั่งหลังตรงแน่วแน่อยู่ที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม อาภรณ์สีฟ้าซีดไร้ลวดลายที่นางสวมใส่ทำให้ดูราวกับกิ่งไผ่แห้งที่ถูกทิ้งไว้กลางหิมะ ใบหน้าขาวผ่องไร้เครื่องประทินโฉมก้มลงมองถ้วยข้าวต้มในมือนางค่อยๆ ใช้ช้อนกระเบื้องตักข้าวต้มสีขาวขุ่นที่มีเพียงเม็ดข้าวบานๆ กับน้ำใสๆ เข้าปาก เคี้ยวอย่างเชื่องช้าและเงียบกริบ โ
last updateLast Updated : 2025-12-22
Read more

บทที่ 8 : กำแพงหมอนข้าง

กลิ่นกำยานไม้จันทน์หอมที่เคยช่วยผ่อนคลายจิตใจ บัดนี้กลับฉุนจมูกชวนเวียนหัวเมื่อผสมเข้ากับบรรยากาศมาคุภายในห้องนอนใหญ่มือหนากระชากม่านประตูมุกแหวกออก เสียงม่านมุกกระทบกันดังกรุ๊งกริ๊งบาดหูหลี่เฉิง เดินกระแทกเท้าเข้ามาในเขตหวงห้ามส่วนตัวด้วยอารมณ์ที่ยังคงคุกรุ่นจากโต๊ะอาหาร สายตาคมกริบกวาดมองไปที่เตียงสี่เสาหลังใหญ่ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่กลางห้องบนฟูกนอนหนานุ่มที่ปูทับด้วยผ้าไหมสีแดงมงคล ร่างของหลินหว่านนอนตะแคงหันหน้าเข้าหาผนัง นิ่งสนิทราวกับรูปสลักหิน ผ้าห่มแพรผืนหนาถูกดึงขึ้นมาคลุมจนถึงใบหู เผยให้เห็นเพียงกลุ่มผมสีดำขลับที่แผ่สยายอยู่บนหมอนใบเล็กไม่มีการลุกขึ้นมาต้อนรับ ไม่มีการช่วยผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า มีเพียงแผ่นหลังบอบบางที่แผ่รังสีเย็นชาออกมาปฏิเสธการมีตัวตนของผู้มาเยือนแม่ทัพหนุ่มแค่นเสียงในลำคอ เหวี่ยงเสื้อคลุมตัวนอกพาดลงบนฉากกั้นห้องอย่างไม่ไยดี ก่อนจะปลดเข็มขัดและชุดลำลองออกอย่างลวกๆ เหลือเพียงชุดนอนสีขาวสะอาดตา ร่างสูงใหญ่ก้าวขึ้นเตียงด้วยท่าทางคุกคาม จงใจทิ้งน้ำหนักตัวลงบนฟูกเพื่อให้คนข้างกายรู้สึกถึงแรงสะเทือน"ขยับไป"เสียงทุ้มต่
last updateLast Updated : 2025-12-23
Read more

บทที่ 9 : เช้าที่วุ่นวาย

แสงแดดสีขาวขุ่นของยามเหม่าลอดผ่านหน้าต่างกระดาษสาเข้ามาตกกระทบเปลือกตาที่ปิดสนิท หลี่เฉิงขยับตัวตื่นขึ้นจากห้วงนิทราด้วยความรู้สึกปวดร้าวที่ขมับ อาการเมาค้างผสมกับโทสะที่สะสมมาทั้งคืนทำให้ศีรษะหนักอึ้งราวกับถูกหินทับฝ่ามือหนาควานไปด้านข้างตามความเคยชิน หวังจะสัมผัสผิวกายนุ่มนิ่มของภรรยาที่จะคอยนวดขมับและส่งน้ำอุ่นให้ดื่มยามเช้าตรู่ทว่าสิ่งที่ปลายนิ้วสัมผัสโดน กลับเป็นเพียงความเย็นชืดของผ้าไหมเนื้อลื่นเขาผงกศีรษะขึ้นมอง ภาพแรกที่ปะทะสายตาคือกำแพงหมอนยาวสีน้ำเงินเข้มที่ยังคงวางตระหง่านกั้นกลางเตียง แผ่นหลังของหลินหว่านหายไปแล้ว เหลือทิ้งไว้เพียงรอยยับย่นบนที่นอนฝั่งด้านในที่เย็นเฉียบ บ่งบอกว่านางลุกออกไปนานแล้ว"อวดดีนัก..."แม่ทัพหนุ่มพึมพำเสียงแหบพร่า สะบัดผ้าห่มออกจากตัวแล้วก้าวลงจากเตียง เท้าเปล่าสัมผัสความเย็นของพื้นพรม เขายืนกางแขนรออยู่หน้าฉากกั้นไม้ฉลุลาย รอคอยให้ใครสักคนเข้ามาปรนนิบัติสวมเสื้อผ้าเหมือนทุกเช้าตลอดสามปีที่ผ่านมาหนึ่งเค่อผ่านไป... ความเงียบงันยังคงปกคลุมห้องนอนไม่มีเสียงฝีเท้าเบาๆ ไม่มีกลิ่นหอมของน้ำอบร่ำผ้า
last updateLast Updated : 2025-12-23
Read more

บทที่ 10 : ความมั่นใจผิดๆ

ปัก! ปัก! ปัก!ลูกธนูหัวเหล็กสามดอกพุ่งแหวกอากาศด้วยความเร็วสูง ก่อนจะปักตรึงเข้าที่จุดกึ่งกลางเป้าซ้อมยิงอย่างแม่นยำ แรงปะทะรุนแรงจนเป้าไม้หนาแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ เศษไม้ปลิวว่อนร่วงกราวลงสู่พื้นดินแห้งผากของลานฝึกซ้อมทหารหลี่เฉิงลดคันธนูเขาแกะในมือลง ลมหายใจหอบถี่ พ่นไอขาวออกมาเป็นจังหวะหนักหน่วง เหงื่อเม็ดโป้งไหลย้อยจากขมับผ่านแก้มตอบลงสู่คาง แม้อากาศที่ค่ายทหารนอกเมืองจะหนาวเหน็บจนน้ำในถังจับตัวเป็นน้ำแข็ง แต่รังสีกดดันที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ของท่านอ๋องกลับร้อนแรงดั่งเปลวเพลิงที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่ง"ท่านอ๋อง..."โม่หยิงหัวหน้าองครักษ์เงาที่ยืนสังเกตการณ์อยู่ข้างสนาม ก้าวเข้ามาส่งผ้าเช็ดหน้าให้อย่างกล้าๆ กลัวๆ สายตาคมกริบของลูกน้องคนสนิทเหลือบมองไปที่เอวสอบของเจ้านายแวบหนึ่ง... เข็มขัดหยกมังกรที่เมื่อเช้าถูกใส่กลับหัว บัดนี้ถูกจัดให้เข้าที่เข้าทางแล้ว แต่สาบเสื้อที่ยับย่นยังคงฟ้องถึงความวุ่นวายที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้"ฝีมือท่านยังเฉียบขาดเช่นเดิม... เพียงแต่ดูเหมือนวันนี้ท่านอ๋องจะมีเรื่องกวนพระทัย"หลี่เฉิงกระชากผ้าเช็ดหน้ามาซับเหง
last updateLast Updated : 2025-12-24
Read more
PREV
123456
...
36
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status