All Chapters of วันที่ข้าหมดรัก ท่านกลับคุกเข่าอ้อนวอน: Chapter 241 - Chapter 250

360 Chapters

บทที่ 241 : ทะเลเพลิงที่ช่องเขาขาด

ห้าสิบลี้นอกเมืองหลวงแผ่นดินสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับธรณีพิโรธ ฝุ่นทรายสีเหลืองขุ่นตลบฟุ้งขึ้นบดบังแสงตะวันยามบ่าย ก้อนกรวดบนพื้นถนนเต้นเร่าตามจังหวะการย่ำเท้าของกีบม้านับแสนคู่กองทัพม้าเกราะเหล็กแห่งแดนเหนือ กองกำลังลับที่รุ่ยอ๋องซุ่มและสั่งเคลื่อนพลมาอย่างเงียบเชียบเมื่อหนึ่งเดือนก่อน บัดนี้พวกมันปรากฏตัวขึ้นราวกับภูตผี มุ่งหน้าสู่เมืองหลวงดุจพายุทมิฬที่พร้อมกวาดล้างทุกสรรพสิ่งข่าวลือที่ว่าต้องใช้เวลาเดินทัพสองเดือนนั้น... เป็นเพียงคำลวงที่รุ่ยอ๋องปล่อยออกมาเพื่อให้ศัตรูตายใจ แท้จริงแล้ว มัจจุราชเหล่านี้มารออยู่ที่หน้าประตูบ้านแล้ว!ทหารทุกนายสวมชุดเกราะเหล็กกล้าที่ตีขึ้นรูปพิเศษ หนาและหนักกว่าชุดเกราะทั่วไปถึงสองเท่า แม้แต่ใบหน้าก็ถูกปิดทับด้วยหน้ากากเหล็ก เหลือเพียงช่องว่างเล็กๆ สำหรับดวงตา ม้าศึกทุกตัวล้วนหุ้มเกราะมิดชิด ตั้งแต่ส่วนหัวจรดหาง นี่คือกองทัพป้อมปราการมีชีวิตที่ไม่มีอาวุธใดเจาะทะลุได้"เร่งฝีเท้า!"'แม่ทัพตู๋กู' ผู้นำทัพร่างยักษ์ตะโกนก้องผ่านหน้ากากเหล็ก เสียงของเขาดุดันแข่งกับเสียงลม"ท่านอ๋องยึดวังหลวงได้แล้ว! ...เหลือแค่เด็ดหัวหลี่เฉิงเท่านั้น! ใครที่เข้าถึงจว
last updateLast Updated : 2026-01-14
Read more

บทที่ 242 : ข่าวร้ายของรุ่ยอ๋อง

ณ ห้องทรงพระอักษร ภายในวังหลวงบรรยากาศภายในห้องโถงอันโอ่อ่าอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของกำยานไม้กฤษณาชั้นเลิศที่ลอยฟุ้งมาจากเตาอุ่นทองเหลืองแกะสลักลวดลายมังกร ผนังห้องประดับด้วยภาพวาดพู่กันราคาแพงระยับ ทุกอย่างในห้องนี้ล้วนแสดงถึงอำนาจและบารมีของผู้ครอบครองคนใหม่เปรี๊ยะ...เสียงถ่านไม้ไร้ควันในเตาอุ่นปะทุเบาๆ ให้ความอบอุ่นแก่ร่างสูงศักดิ์ที่นั่งเอกเขนกอยู่บนตั่งไม้พะยูงบุผ้าไหมแพรพรรณรุ่ยอ๋อง ในชุดคลุมมังกรสีม่วงเข้มกำลังใช้ผ้าเช็ดหน้าซับเหงื่อที่ไม่มีอยู่จริงบนหน้าผากอย่างอารมณ์ดี ตรงหน้าของ ผู้กุมอำนาจสูงสุด มีแผนที่เมืองหลวงกางหราอยู่ โดยมีตัวหมากสีทองวางทับตำแหน่ง 'จวนชินอ๋อง' เอาไว้ริมฝีปากหยักลึกยกขึ้นเล็กน้อยเมื่อจินตนาการถึงภาพศีรษะของหลี่เฉิงที่กำลังจะถูกนำมาวางแทบเท้าหน้าบัลลังก์ในอีกไม่กี่ชั่วยามข้างหน้าตามแผนการที่วางไว้... ป่านนี้กองทัพม้าเกราะเหล็กของแม่ทัพตู๋กูควรจะทะลวงผ่านช่องเขาขาดและมาถึงหน้าประตูเมืองแล้ว"ขันทีเกา" รุ่ยอ๋องเอ่ยขึ้นโดยไม่ละสายตาจากกระดานหมาก "เตรียมสุราชั้นดีไว้รอรับแม่ทัพตู๋กูหรือยัง?""เตรียมไว้พร้อมสรรพแล้วพ่ะย่ะค่ะ" ขันทีเฒ่าที่ยืนสงบเสงี่ยมอยู่ด
last updateLast Updated : 2026-01-14
Read more

บทที่ 243 : รอยยิ้ม

บรรยากาศภายในห้องนอนใหญ่ของเรือนพยัคฆ์คำรามตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก หน้าต่างทุกบานถูกปิดสนิทเพื่อกันลมหนาวและเสียงรบกวนจากภายนอก มีเพียงแสงสว่างจากตะเกียงน้ำมันที่วางอยู่มุมห้อง ส่องกระทบเงาร่างของคนสามคนที่นั่งเงียบงันอยู่บนเตียงเตา ที่อุ่นระอุหลินหว่านนั่งพิงหมอนใบใหญ่ สีหน้าของนางซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด ริมฝีปากแห้งผาก ร่างกายที่แบกรับครรภ์แฝดเจ็ดเดือนเริ่มส่งสัญญาณประท้วงความขาดแคลน แม้จะพยายามกินอาหารให้ครบมื้อ แต่ปริมาณและสารอาหารที่ลดลงตามการปันส่วนเสบียง ทำให้แก้มที่เคยอิ่มเอิบเริ่มตอบลง"อึก..." นางยกมือขึ้นกุมท้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวดจากการดิ้นของทารก"พระชายา..." เสี่ยวจูที่นั่งพับเพียบอยู่ข้างเตียงรีบขยับตัวเข้ามาประคอง น้ำเสียงสั่นเครือ "เจ็บอีกแล้วหรือเจ้าคะ? ...บ่าวจะนวดให้"สาวใช้รีบบีบนวดท่อนขาที่บวมเป่งของนายหญิงอย่างเบามือ แต่น้ำตาแห่งความหวาดกลัวกลับไหลพรากอาบแก้ม นางพยายามกลั้นเสียงสะอื้นเพราะไม่อยากให้นายหญิงไม่สบายใจ แต่ความกลัวที่เกาะกุมจิตใจทำให้มือไม้สั่นเทาที่มุมห้อง อาเนี่ยนนั่งกอดเข่ามองดูภาพนั้นด้วยดวงตาแดงก่ำเด็กน้อยวัยห้าหนาวรู้สึกเหมือนโลกทั้งใ
last updateLast Updated : 2026-01-14
Read more

บทที่ 244 : การเคลื่อนทัพ

ตึง... ตึง... ตึง...เม็ดกรวดสีเทาบนพื้นหินบนยอดกำแพงจวนเริ่มสั่นไหวและกระเด้งตัวขึ้นเป็นจังหวะตามแรงสั่นสะเทือนจากพื้นดิน ฝุ่นผงละเอียดร่วงกราวลงมาจากร่องไม้ของซุ้มประตูราวกับหิมะสีขุ่น ทั้งที่ท้องฟ้าเบื้องบนยังคงมืดครึ้มด้วยเมฆฝนที่ตั้งเค้าทะมึนความเงียบสงัดยามบ่ายถูกฉีกกระชากด้วยเสียงฝีเท้าของมนุษย์นับหมื่นที่ย่ำลงบนพื้นพสุธาอย่างพร้อมเพรียงที่แนวป่าด้านหน้าจวนชินอ๋อง ธงรบสีดำปักอักษร 'รุ่ย' ขยับเคลื่อนตัวออกมาจากม่านหมอกราวกับคลื่นยักษ์ กองทัพเกราะแดงที่เคยตรึงกำลังอยู่ในระยะสามร้อยก้าว บัดนี้เริ่มกระชับวงล้อมเข้ามาประชิดยิ่งขึ้นโล่เหล็กขนาดใหญ่สูงท่วมหัวถูกยกขึ้นตั้งเป็นกำแพงมนุษย์ แถวแล้วแถวเล่าเรียงซ้อนกันแน่นขนัด แสงแดดอันริบหรี่สะท้อนกับผิวโลหะเกิดเป็นประกายวาววับที่ดูเยือกเย็นและไร้ความปรานีหลี่เฉิงยืนตระหง่านอยู่บนป้อมสังเกตการณ์ มือข้างหนึ่งจับราวระเบียงหินแน่นจนข้อนิ้วปูดโปน สายตาคมกล้าดุจเหยี่ยวกวาดมองการเคลื่อนพลของข้าศึก เบื้องล่างนั้นไม่ได้มีเพียงทหารราบดาหน้าเข้ามา แต่มีบางสิ่งที่ใหญ่โตและน่าสะพรึงกลัวถูกเข็นตามหลังมาด้วยครืด... ครืด...เสียงล้อไม้ขนาดมหึมาบดเบี
last updateLast Updated : 2026-01-14
Read more

บทที่ 245 : จดหมายลับ

ตึง... ตึง... ตึง...เสียงกลองศึกจากค่ายทหารรุ่ยอ๋องยังคงดังกระหึ่มเป็นจังหวะเชื่องช้าแต่หนักแน่น ทะลุผ่านกำแพงหินและแมกไม้เข้ามาภายในสวนหลังจวน แรงสั่นสะเทือนแผ่วเบาทำให้น้ำหมึกในแท่นฝนหมึกหินอ่อนกระเพื่อมไหวเป็นระลอกเล็กๆภายใต้ศาลาไม้กลางสวนที่มืดสลัว มีเพียงแสงเทียนเล่มเดียวที่จุดในโคมกระดาษพิงลมไว้ หลี่เฉิงนั่งนิ่งอยู่หน้าโต๊ะหิน มือขวาที่หยาบกร้านจากการจับดาบกำพู่กันขนสัตว์ไว้แน่น ปลายพู่กันจุ่มลงในหมึกสีดำสนิท ก่อนจะจรดลงบนแผ่นกระดาษสาสีฟางเนื้อหยาบไม่มีการลังเล ไม่มีการไตร่ตรองถ้อยคำให้สละสลวยตัวอักษรแต่ละตัวถูกตวัดเขียนลงไปด้วยน้ำหนักที่หนักแน่นและเฉียบขาด ราวกับเป็นการสลักลงบนแผ่นหิน...หากจวนแตก ให้ลงทางลับทันที ห้ามหันหลังกลับ... ตราประทับนี้สามารถเบิกทองคำจากร้านแลกเงินตระกูลจางที่เมืองท่าได้... อย่าคิดแก้แค้น จงมีชีวิตอยู่เพื่อลูก...หลี่เฉิงวางพู่กันลง รอให้น้ำหมึกแห้งด้วยสายตาที่อ่านยาก เขาหยิบแหวนหยกวงเกลี้ยงที่นิ้วก้อยซ้ายออกมาประทับตราสีแดงชาดลงที่มุมกระดาษแทนการลงนาม จากนั้นจึงพับมันเป็นชิ้นเล็กๆ อย่างบรรจง ยัดใส่ไว้ในซองหนังกันน้ำขนาดเท่าฝ่ามือเสียงลมหายใจของเข
last updateLast Updated : 2026-01-14
Read more

บทที่ 246 : ตราพยัคฆ์

เสียงฝีเท้าของหลี่เฉิงชะงักลงที่หน้าธรณีประตู มือหยาบกร้านที่กำลังจะผลักบานประตูไม้ออกไปสู่ความหนาวเหน็บข้างนอกหยุดค้างกลางอากาศเขาก้มลงมองหน้าอกเสื้อของตนเอง สัมผัสถึงความเย็นเยียบและน้ำหนักของวัตถุบางอย่างที่แนบชิดผิวเนื้อเหนือตำแหน่งหัวใจ... วัตถุที่หนักอึ้งยิ่งกว่าชุดเกราะทั้งชุดรวมกัน'ตราพยัคฆ์ทมิฬ'แผ่นป้ายสำริดรูปหัวเสือคำรามผ่าซีก สัญลักษณ์แห่งอำนาจสั่งการกองทัพสามแสนนายที่ชายแดน หากรุ่ยอ๋องได้มันไป ก็เท่ากับได้ครองแผ่นดินโดยสมบูรณ์ และหากเขาพกมันลงไปในอุโมงค์ใต้ดิน... แล้วพลาดท่าเสียที ความหวังสุดท้ายของราชวงศ์ก็จะถูกฝังกลบไปพร้อมกับร่างไร้วิญญาณของเขาหลี่เฉิงตัดสินใจหันหลังกลับเขาย่องกลับเข้ามาในห้องนอนที่เงียบสงัดอีกครั้ง แสงเทียนในตะเกียงน้ำมันเริ่มหรี่ลงจนเหลือเพียงจุดเล็กๆ ทำให้เกิดเงาวูบไหวทาบทับไปตามผนังห้องสายตาของเขาจับจ้องไปที่อาเนี่ยนที่นอนกอดตุ๊กตาผ้าเก่าๆ อยู่ข้างมารดา มันเป็นตุ๊กตาเสือโคร่งตัวมอมแมมที่เย็บจากเศษผ้าไหม หูข้างหนึ่งขาดวิ่น และนุ่นข้างในเริ่มทะลักออกมาตามรอยตะเข็บที่ปริแตก นี่คือของเล่นชิ้นโปรดที่อาเนี่ยนกอดนอนมาตั้งแต่จำความได้หลี่เฉิงเดินไปท
last updateLast Updated : 2026-01-14
Read more

บทที่ 247 : การรอคอย

สายลมยามย่ำรุ่งพัดกรรโชกแรง หอบเอาละอองฝนที่โปรยปรายลงมาตลอดทั้งคืนให้ปลิวว่อนไปทั่วกำแพงสูงตระหง่าน ความหนาวเหน็บแทรกซึมผ่านรอยต่อของชุดเกราะเหล็ก บาดลึกเข้าไปในผิวเนื้อของทหารทุกนายที่ยืนรักษาการณ์อยู่บนเชิงเทินทว่า... ความหนาวเย็นทางกายนั้นเทียบไม่ได้เลยกับความหนาวเหน็บทางใจบรรยากาศรอบจวนชินอ๋องในยามนี้ปกคลุมไปด้วยความเงียบสงัดที่หนักอึ้งและน่าอึดอัด ราวกับอากาศถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น เสียงกลองศึกที่เคยดังกระหึ่มเมื่อครู่เงียบเสียงลงชั่วคราว เหลือเพียงเสียงธงรบสีดำของรุ่ยอ๋องที่สะบัดพริ้วดัง พึ่บพั่บ อยู่ท่ามกลางหมอกหนาทึบหลี่เฉิงยืนนิ่งไม่ไหวติงอยู่ที่ป้อมสังเกตการณ์ทิศตะวันออก ร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะเปื้อนโคลนและคราบเลือดแห้งกรังดูราวกับรูปปั้นหินสลักที่ไร้ชีวิต สายตาคมกริบภายใต้หมวกเกราะจ้องเขม็งลงไปที่พื้นดินว่างเปล่าหน้ากำแพงจวน... พื้นที่สังหารที่ดูเหมือนไม่มีอะไรผิดปกติแต่ประสาทสัมผัสของพยัคฆ์รับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนแผ่วเบาที่ส่งผ่านมาทางฝ่าเท้า... เสียง กึก... กึก... ของจอบเสียมที่กระทบหินใต้ดิน"พวกมันใกล้จะถึงแล้ว..." โม่หยิงกระซิบเสียงต่ำ มือที่จับด้ามดาบชื้นไปด้วยเหงื่อ "
last updateLast Updated : 2026-01-14
Read more

บทที่ 248 : ข่าวจากกวนซาน

กลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงโชยปะทะใบหน้าทันทีที่หลี่เฉิงกระชากผ้าคลุมรถเกวียนออกภาพเบื้องหน้าช่างน่าสะอิดสะเอียนเกินกว่าคำบรรยาย ร่างไร้วิญญาณของชาวบ้านและทหารลาดตระเวนฝ่ายตนที่หายสาบสูญไปเมื่อสามวันก่อน ถูกมัดรวมกองพะเนินกันอยู่บนเกวียนไม้เก่าคร่ำคร่า ผิวหนังของศพเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำและปูดบวมจากความชื้น น้ำเลือดน้ำหนองไหลเยิ้มหยดลงสู่พื้นหินดังกราว ราวกับเสียงนาฬิกาน้ำที่นับถอยหลังสู่ความพินาศบนยอดกองศพ มีแผ่นป้ายไม้ปักตรึงไว้ด้วยมีดสั้น เขียนด้วยเลือดเป็นอักษรหวัดๆ ว่า'จุดจบของผู้ภักดีต่อกบฏ'"สารเลว..." โม่หยิงคำรามลั่น สบถคำหยาบคายออกมาด้วยความโกรธแค้น มือที่กำด้ามดาบสั่นระริกจนข้อขาวโพลน เส้นเลือดที่ลำคอปูดโปนเต้นตุบๆ ตามจังหวะหัวใจที่สูบฉีดแรงหลี่เฉิงไม่ได้เอ่ยวาจา ใบหน้าภายใต้หน้ากากผ้าสีดำยังคงเรียบเฉยไร้อารมณ์ แต่ดวงตาพยัคฆ์นั้นเย็นเยียบลงจนน่าขนลุก เขาเอื้อมมือไปดึงป้ายไม้นั้นออก แล้วหักมันเป็นสองท่อนด้วยมือเปล่า เสียงไม้หักดัง กร๊อบ ชัดเจนท่ามกลางความเงียบ"เผามันเสีย..." เขาออกคำสั่งเสียงต่ำ"ใช้น้ำมันดิบราดให้ทั่วแล้วจุดไฟเผาตรงนี้ อย่าลากเข้าไปในจวน... โรคร้ายจากศพเน
last updateLast Updated : 2026-01-14
Read more

บทที่ 249 : คืนแห่งการล่า

สายฝนยังคงโปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสาย เม็ดฝนเย็นเฉียบชะล้างคราบเลือดบนพื้นหินหน้าจวนชินอ๋องให้ไหลลงสู่ท่อระบายน้ำ ย้อมสายน้ำที่ไหลผ่านร่องหินให้กลายเป็นสีแดงจางๆท้องฟ้ายามราตรียังคงมืดมิดไร้แสงจันทร์ ปกคลุมทั่วทั้งเมืองหลวงด้วยม่านหมอกแห่งความตาย แต่สำหรับพยัคฆ์แล้ว ความมืดคือมิตรสหายที่ดีที่สุดหลี่เฉิงในชุดดำรัดกุมสีหมึกเคลื่อนไหวแผ่วเบาดุจวิญญาณ รองเท้าหนังบุด้วยผ้าฝ้ายพิเศษทำให้ทุกย่างก้าวไร้เสียง แม่ทัพหนุ่มไม่ได้มุ่งหน้าไปที่ค่ายใหญ่ของศัตรู แต่เขาลัดเลาะไปตามแนวป่ารกทึบและซากปรักหักพังรอบนอกจวน ซึ่งเป็นจุดบอดที่หน่วยซุ่มยิงและหน่วยสอดแนมของรุ่ยอ๋องแอบซ่อนตัวอยู่เพื่อจับตามองทุกความเคลื่อนไหว"เป้าหมายที่หนึ่ง... บนยอดสนทางทิศตะวันออก"เสียงกระซิบของโม่หยิงดังผ่านลมปราณ แผ่วเบาราวกับเสียงใบไม้ไหวหลี่เฉิงไม่ตอบรับ เขาเพียงแค่ดีดนิ้วเบาๆฟิ้ว!มีดบินเล่มเล็กพุ่งแหวกอากาศ ตัดใบไม้ร่วงกราว ก่อนจะปักเข้าที่ลำคอของพลธนูฝ่ายศัตรูที่ซ่อนอยู่บนกิ่งไม้ ร่างนั้นร่วงตกลงมาดัง ตุ้บ โดยไม่มีโอกาสได้ร้องเตือนเพื่อน"เรียบร้อย..." หลี่เฉิงสั่งการเสียงเรียบ "ไปต่อ... อย่าให้เหลือรอดแม้แต่คนเดีย
last updateLast Updated : 2026-01-14
Read more

บทที่ 250 : สัญญาณทมิฬ

ในขณะที่จวนชินอ๋องเริ่มกลับสู่ความสงบเงียบหลังจากผ่านพ้นคืนแห่งการนองเลือด... ที่หน้าประตูวังหลวงกลับเต็มไปด้วยความโกลาหลที่พร้อมจะระเบิดเหง่ง... เหง่ง... เหง่ง...ระฆังทองแดงใบมหึมาบนหอระฆังถูกตีรัวเร็วผิดปกติ เสียงของมันดังกังวานก้องสะท้อนไปทั่วฟ้าสางที่ยังมืดมิดด้วยเมฆฝน มันไม่ใช่จังหวะเนิบช้าสง่างามของการเปิดประชุมเช้าตามราชประเพณี แต่เป็นจังหวะเร่งร้อน กระแทกกระทั้น และบีบคั้นหัวใจผู้ฟังราวกับเสียงกลองศึกที่รัวเตือนภัยพิบัติความมืดมิดของยามเช้าตรู่ถูกฉีกกระชากด้วยแสงไฟจากโคมกระดาษนับร้อยดวงที่แกว่งไกวไปมา รถม้าหรูหราและเกี้ยวของขุนนางน้อยใหญ่วิ่งสวนกันขวักไขว่จน เบียดเสียดกันแน่นขนัด ที่หน้าประตูต้าหมิง เสียงม้าร้องตื่นตระหนกผสมปนเปไปกับเสียงตะโกนสั่งการของคนขับรถม้าบานประตูไม้จันทน์ยักษ์ที่ปกติจะปิดสนิทในเวลานี้ กลับถูกเปิดอ้าออกกว้างราวกับปากของสัตว์ร้ายที่รอคอยเหยื่อ โดยมีทหารองครักษ์เกราะแดงของรุ่ยอ๋องยืนถือหอกตั้งแถวขนาบข้างเป็นกำแพงมนุษย์ แววตาของพวกมันวาวโรจน์อยู่ภายใต้หน้ากากเหล็ก ไร้ซึ่งความเคารพยำเกรงต่อขุนนางผู้ใหญ่ที่เดินผ่าน"เกิดเรื่องอันใดขึ้น? เหตุใดจึงเรียกประ
last updateLast Updated : 2026-01-14
Read more
PREV
1
...
2324252627
...
36
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status