วันที่ข้าหมดรัก ท่านกลับคุกเข่าอ้อนวอน

วันที่ข้าหมดรัก ท่านกลับคุกเข่าอ้อนวอน

last updateDernière mise à jour : 2026-01-19
Langue: Thai
goodnovel18goodnovel
10
4 Notes. 4 commentaires
360Chapitres
21.2KVues
Lire
Bibliothèque

Partager:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

ชาติก่อน 'หลินหว่าน' มอบใจให้แม่ทัพปีศาจ 'หลี่เฉิง' จนตัวตาย แต่สิ่งที่ได้คืนคือความเดียวดายในเรือนร้าง เมื่อสวรรค์ให้โอกาสหวนคืน นางสาบานจะเลิกโง่เขลาและปิดตายหัวใจ! จากภรรยาผู้แสนดีแปรเปลี่ยนเป็นสตรีผู้เย็นชา ทว่าเมื่อนางเริ่มห่างเหิน สามีผู้หยิ่งยโสกลับเริ่มร้อนรน... เขาจะทำอย่างไรเมื่อพบว่า 'ของตาย' ชิ้นนี้ ไม่ใช่ของเขาอีกต่อไป?

Voir plus

Chapitre 1

บทที่ 1 : เถ้าธุลีมีชีวิต

ราตรียามไฮ่

ลมเหนือหวีดหวิวลอดผ่านรอยแตกของกระดาษกรุหน้าต่างที่ฉีกขาด เสียงของมันคล้ายเสียงกรีดร้องของวิญญาณที่ไม่อาจไปผุดเกิด เกล็ดหิมะสีขาวโพลนปลิวว่อนเข้ามาจับจองพื้นที่บนไม้กระดานผุพัง ความเย็นเยียบแทรกซึมเข้าสู่ฟูกนอนเก่าคร่ำครึส่งกลิ่นอับ

บนฟูกนั้น... ร่างหนึ่งนอนขดตัวอยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนบางที่แทบกันลมไม่ได้

หลินหว่านหอบหายใจถี่กระชั้น ทุกครั้งที่ทรวงอกกระเพื่อมไหว ความเจ็บปวดแล่นปราดราวกับมีคมมีดกรีดแทงลงไปในขั้วปอด กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งอยู่ในโพรงปาก พยายามกลั้นไอเพื่อไม่ให้สะเทือนถึงอวัยวะภายในที่บอบช้ำ แต่ร่างกายที่ผ่ายผอมจนเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูกกลับไม่ฟังคำสั่ง

"แค่ก! แค่ก!"

ของเหลวสีแดงคล้ำทะลักออกมาเปรอะเปื้อนมุมปาก หยดลงบนผ้าห่มสีซีดจาง ตัดกับความขาวของหิมะที่ปลิวเข้ามาเกาะพราว

"พระชายา! พระชายาแข็งใจไว้นะเจ้าคะ!"

เสี่ยวจู สาวใช้เพียงคนเดียวที่ยังหลงเหลืออยู่ถลาเข้ามาประคองร่างนายหญิง สองมือหยาบกร้านจากการตรากตรำงานหนักพยายามกอบกุมมือเรียวเล็กที่เย็นเฉียบราวก้อนน้ำแข็ง หวังเพียงถ่ายทอดไออุ่นอันน้อยนิดไปให้ แต่มันช่างไร้ผล

"ท่านอ๋อง... ทัพหลวงกลับมาถึงแล้วเจ้าค่ะ บ่าวได้ยินเสียงพลุ อีกไม่นาน... อีกไม่นานท่านอ๋องต้องมาแน่" เสี่ยวจูละล่ำละลักบอก น้ำตาไหลอาบสองแก้มที่แดงจัดเพราะความหนาว

เปลือกตาบางปรือขึ้นอย่างยากลำบาก นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนที่เคยทอประกายสดใส บัดนี้ขุ่นมัวและไร้แวว หลินหว่านเบนสายตาผ่านไหล่ของสาวใช้ มองออกไปนอกหน้าต่างบานที่เปิดอ้าซ่า ลมกรรโชกแรงพัดเอากิ่งไม้แห้งด้านนอกตีกับผนังเรือนเกิดเสียงดังน่ารำคาญ

ในความมืดมิดของเรือนร้างท้ายจวน แสงสว่างเดียวที่เห็นคือแสงวูบวาบจากพลุเฉลิมฉลองที่จุดขึ้นเหนือท้องฟ้าฝั่งทิศตะวันออก... ทิศที่ตั้งของวังหลวงและจวนหลัก

ป่านนี้ 'คนผู้นั้น' คงกำลังนั่งอยู่บนบัลลังก์แห่งเกียรติยศ สวมชุดเกราะสีเงินวาววับ มือถือจอกสุราเลิศรส รับคำสรรเสริญจากเหล่าขุนนางและราษฎร ชัยชนะเหนือแคว้นศัตรูคงทำให้รอยยิ้มหยิ่งยโสนั้นกว้างกว่าทุกครั้ง

หลี่เฉิง... สามีผู้เป็นแม่ทัพปีศาจ คงลืมไปแล้วกระมังว่ายังมีสตรีผู้หนึ่งนอนรอความตายอยู่ที่นี่ รอคอยเศษเสี้ยวความเมตตาที่เขาไม่เคยหยิบยื่นให้

ความหนาวเหน็บกัดกินลึกเข้าไปถึงกระดูกดำ แต่น่าประหลาดที่หลินหว่านกลับไม่รู้สึกทรมานอีกต่อไป ความชาด้านเริ่มเข้าครอบงำปลายประสาท ริมฝีปากแห้งผากขยับแผ่วเบา รสชาติสนิมเหล็กของเลือดฝาดเฝื่อนในคอ

"ไม่ต้องร้อง... เสี่ยวจู" น้ำเสียงนั้นแหบพร่ายิ่งกว่าเสียงใบไม้แห้งเสียดสีกัน "ความหนาวนี้... ข้าชินชาเสียแล้ว"

"ไม่เจ้าค่ะ! ท่านต้องไม่เป็นอะไร ท่านอ๋องต้องพาหมอหลวงมา" เสี่ยวจูส่ายหน้าอย่างบ้าคลั่ง กอดขานายหญิงไว้แน่น ตัวสั่นเทาไม่ใช่เพราะความหนาว แต่เพราะความหวาดกลัวที่จะสูญเสียสิ่งยึดเหนี่ยวสุดท้ายในชีวิต

หลินหว่านอยากจะยกมือขึ้นลูบศีรษะเด็กสาวผู้นี้เพื่อปลอบโยน แต่เรี่ยวแรงที่มีกลับเหือดหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงลมหายใจรวยรินที่แผ่วลงทุกชั่วขณะจิต ภาพความทรงจำตลอดสามปีที่แต่งเข้าจวนอ๋องไหลย้อนกลับมาราวกับฉากงิ้วที่เล่นซ้ำ

วันแรกที่ก้าวเข้ามาด้วยความหวัง... สายตาเย็นชาคู่นั้น

วันที่ลงมือทำน้ำแกงด้วยตัวเอง... เขาเทมันทิ้งต่อหน้า

วันที่ป่วยหนัก... อีกฝ่ายบอกว่านางมารยา

และวันที่ถูกเนรเทศมาอยู่เรือนร้างแห่งนี้ เพียงเพื่อหลีกทางให้ 'คนสำคัญ' ของเขา

ความรักความภักดีที่เคยมอบให้ บัดนี้หลงเหลือเพียงเถ้าธุลีที่มอดไหม้จนไม่เหลือเชื้อไฟ ไม่มีแม้แต่ความโกรธแค้น มีเพียงความว่างเปล่าที่หนักอึ้งกดทับดวงวิญญาณ

"ชาติหน้า... ขออย่าได้พานพบ..."

หยดน้ำตาหยดสุดท้ายไหลรินออกจากหางตา ก่อนจะจับตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็งบนผิวแก้มซีดเผือด

"อย่าได้รัก... คนใจดำผู้นั้นอีกเลย"

สิ้นเสียงกระซิบสุดท้าย ศีรษะของหลินหว่านก็พับตกลงด้านข้าง ดวงตาที่เคยเฝ้ามองประตูจวนอย่างมีความหวังค่อยๆ ปิดสนิท ทิ้งร่างที่ไร้ลมหายใจไว้ท่ามกลางเสียงหวีดหวิวของพายุหิมะและเสียงกรีดร้องปานจะขาดใจของสาวใช้

ปัง!

ประตูจวนอ๋องถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรงด้วยฝีเท้าหนักๆ ของบุรุษผู้หนึ่ง กลิ่นอายสังหารและกลิ่นคาวเลือดจางๆ ยังคงติดอยู่บนชุดเกราะสีดำทมิฬที่สะท้อนแสงไฟจากโคมแดง

หลี่เฉิงเดินดุ่มเข้าโถงหลัก ใบหน้าคมคายที่มักเรียบเฉยบัดนี้แดงระเรื่อด้วยฤทธิ์สุราชั้นดี คิ้วกระบี่พาดเฉียงขมวดเข้าหากันเมื่อพบเพียงความว่างเปล่า

"พ่อบ้าน!" เสียงทุ้มต่ำตวาดก้อง กังวานไปทั่วจวนที่เงียบสงัด "คนหายไปไหนกันหมด! พระชายาอยู่ที่ไหน!"

เงาร่างสั่นเทาของชายชราในชุดพ่อบ้านรีบวิ่งกระหืดกระหอบออกมาจากหลังม่าน คุกเข่าลงโขกศีรษะกับพื้นหินเย็นเยียบจนหน้าผากแตก

"ท...ท่านอ๋อง ท่านกลับมาแล้ว" เสียงของพ่อบ้านสั่นเครือ แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและเลิ่กลั่ก

"ข้าถามว่าพระชายาอยู่ที่ไหน!" แม่ทัพหนุ่มตะคอกซ้ำ ความหงุดหงิดพุ่งพล่าน ปกติยามกลับจากการรบ สตรีผู้นั้นจะต้องมายืนรอรับหน้าจวนพร้อมผ้าเช็ดหน้าอุ่นๆ และรอยยิ้มโง่เขลา แต่วันนี้กลับเงียบเชียบราวกับป่าช้า

"พ... พระชายา... อยู่ที่เรือนท้ายสวนขอรับ"

"เรือนท้ายสวน?" หลี่เฉิงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแค่นเสียงในลำคอ "ยังไม่เลิกเรียกร้องความสนใจอีกรึ? คิดว่าไปนอนตากลมหนาวแล้วข้าจะสงสารหรืออย่างไร"

ชายหนุ่มสะบัดผ้าคลุมไหล่ขนสัตว์อย่างแรง เดินจ้ำอ้าวฝ่าหิมะที่ตกหนักมุ่งหน้าไปยังทิศทางของเรือนร้าง ความคิดในหัวมีเพียงความรำคาญใจที่ภรรยาผู้แสนจืดชืดริอาจเล่นแง่ในวันที่น่ายินดีเช่นนี้

รองเท้าบูทหนังบดขยี้หิมะจนเกิดเสียงดัง 'กรอบแกรบ' เป็นจังหวะเร่งรีบ ยิ่งเข้าใกล้เรือนท้ายสวน ทางเดินยิ่งรกร้าง หญ้าสูงท่วมข้อเท้า กิ่งไม้เกะกะขวางทาง มือหนาปัดป่ายมันออกอย่างไม่ไยดี เมื่อมาถึงหน้าเรือนไม้เก่าคร่ำครึที่หน้าต่างหลุดลุ่ย ก็ได้ยินเสียงร้องไห้คร่ำครวญดังลอดออกมา

"ฮือ... พระชายา... ตื่นสิเจ้าคะ... ตื่นสิ!"

เสียงนั้นบาดหูจนหลี่เฉิงขบกรามแน่น ไม่รอช้า ยกเท้าถีบประตูไม้ผุๆ นั้นจนพังครืนลงไปกองกับพื้น

โครม!

ลมหนาวกรรโชกวูบเข้าปะทะใบหน้าพร้อมกับเกล็ดหิมะ แต่สิ่งที่ทำให้ผู้มาเยือนชะงักค้างไม่ใช่ความหนาวเย็น

ภาพเบื้องหน้าคือห้องโล่งว่างเปล่าที่มีเพียงเตาอุ่นไร้ถ่านไฟ และฟูกนอนเก่าๆ กลางห้อง บนฟูกนั้นมีร่างบอบบางนอนนิ่งสนิท ใบหน้าขาวซีดไร้สีเลือดตัดกับเส้นผมดำขลับที่แผ่สยาย ริมฝีปากและเสื้อผ้าเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดแห้งกรัง

เสี่ยวจูเงยหน้าขึ้นจากศพ ดวงตาแดงก่ำจ้องมองผู้มาใหม่ด้วยความเคียดแค้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

หลี่เฉิงยืนแข็งทื่ออยู่ที่ธรณีประตู ลมหายใจสะดุดห้วง กลิ่นเหม็นอับของความตายลอยมาแตะจมูกชัดเจนยิ่งกว่ากลิ่นสุรา

"ลุกขึ้น..." เสียงทุ้มลอดไรฟัน พยายามข่มความรู้สึกประหลาดที่ก่อตัวขึ้นในอก "เลิกเล่นละครตบตาข้าได้แล้ว หลินหว่าน!"

ไร้เสียงตอบรับ ร่างนั้นยังคงนอนนิ่งประดุจตุ๊กตากระเบื้องที่แตกหัก

ฝีเท้าหนักๆ ก้าวเข้าไปประชิด ก่อนจะกระชากแขนของคนบนฟูกหวังดึงให้ลุกขึ้นมาเผชิญหน้า

"ข้าสั่งให้เจ้าลุก...!"

คำพูดขาดห้วงไปทันที เมื่อปลายนิ้วสัมผัสโดนผิวเนื้อ

มันเย็น...

เย็นชืดและแข็งกระด้างราวกับก้อนหินที่ถูกทิ้งไว้กลางพายุหิมะมานานนับปี ไม่หลงเหลือไออุ่นของสิ่งมีชีวิตแม้แต่เศษเสี้ยวเดียว

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Dernier chapitre

Plus de chapitres

commentaires

AiGame Aigame
AiGame Aigame
พระเอกไม่ใช่หลี่เฉิงใช่ไหม เปิดฉากมาก็ปล่อยเมียนอนตายอยู่ท้ายจวน แถมดูเหมือนจะเชื่อทุกคนที่เป่าหู แม่นมมาเป่าหูนางยังเชื่อ ขนาดให้ดูว่าแม่นมยักยอกเงิน ปล่อยนางเอกไปเจอคนดีกว่านี้เถอะ
2026-05-10 15:08:46
0
0
Triple Great
Triple Great
เรื่องนี้จบแล้วใช่ไหม
2026-04-11 00:03:49
1
1
อรทัย
อรทัย
บทดีมาก ชอบมากๆเลยค่ะ
2026-01-27 01:35:19
1
1
MY1536
MY1536
สนุกมากๆค่ะ
2026-01-10 22:11:49
3
1
360
บทที่ 2 : ความเงียบงันที่เสียดแทง
ไอเย็นยะเยือกแล่นปราดจากปลายนิ้วลามเลียขึ้นสู่ท่อนแขน ส่งผลให้สติที่พร่าเลือนด้วยฤทธิ์สุราของหลี่เฉิงกระตุกวูบสัมผัสนั้นมิใช่ความเย็นจากหิมะด้านนอก หากแต่เป็นความเย็นชืดที่ไร้สัญญาณชีพ แข็งกระด้างราวกับท่อนไม้ที่ถูกทิ้งร้างกลางป่า สัญชาตญาณแม่ทัพที่เจนจบในสนามรบกรีดร้องเตือนถึงความผิดปกติบางอย่าง ทว่าทิฐิและโทสะที่คุกรุ่นกลับปัดป้องความจริงนั้นทิ้งไปในทันที"ข้าบอกให้ลุกขึ้น!"ชายหนุ่มออกแรงกระชากท่อนแขนบอบบางนั้นเต็มแรง จนร่างที่ไร้การควบคุมของหลินหว่าน ปลิวตามแรงดึงขึ้นมาปะทะกับแผงอกกว้างภายใต้ชุดเกราะศีรษะพับตกลง กระแทกเข้ากับไหล่แกร่งอย่างแรง เส้นผมสีดำขลับที่เคยถูกเกล้าไว้อย่างประณีตบัดนี้ยุ่งเหยิง ปรกระลงมาปิดบังใบหน้าซีดเซียว กลิ่นคาวเลือดแห้งกรังผสมกับกลิ่นอายความตายลอยคลุ้งขึ้นมาปะทะจมูก กลบกลิ่นสุราหมักพันปีจนหมดสิ้นหลี่เฉิงชะงัก ร่างกายแข็งทื่อ นัยน์ตาคมกริบจ้องมองสตรีในอ้อมแขนที่นิ่งสนิท... นิ่งเกินไป"พระชายา... ฮือ... ปล่อยนายหญิงนะ! ท่านอ๋องอย่าแตะต้องนาง!"เสี่ยวจูที่ทรุดอยู่ข้างเตียงหวีดร้องเสียงหลง ร่างเล็กถลันเข้ามาทุบตีชุดเกราะของชายหนุ่มอย่างไม่กลัวตาย กำปั้นน้
Read More
บทที่ 3 : ตื่นจากฝันร้าย
เฮือก!เสียงสูดลมหายใจดังสนั่นก้องกังวานไปทั่วห้องที่เงียบสงัด ร่างระหงที่นอนอยู่บนเตียงผุดลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็วราวกับถูกกระชากด้วยเชือกที่มองไม่เห็นหลินหว่านเบิกตาโพลง นัยน์ตาสั่นระริกเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก มือทั้งสองข้างยกขึ้นตะปบที่ลำคอและหน้าอกของตนเองอย่างบ้าคลั่ง ปลายนิ้วจิกเกร็งลงไปบนเนื้อผ้าชุดนอนจนแทบทะลุ พยายามควานหาบาดแผลและความเจ็บปวดที่ควรจะมีอยู่ไม่มี...ไม่มีของเหลวข้นคลั่กสีแดงฉานทะลักออกมา ไม่มีรสสนิมเหล็กฝาดเฝื่อนในปาก และที่น่าแปลกประหลาดที่สุดคือ... ไม่มีคมมีดที่มองไม่เห็นกรีดแทงปอดของนางอีกต่อไปทรวงอกที่เคยถูกบีบอัดจนแทบระเบิด บัดนี้กลับสูดอากาศเข้าได้เต็มปอด อากาศที่... อุ่น?หญิงสาวหอบหายใจถี่กระชั้น เหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผมจนเปียกชุ่ม ความทรงจำสุดท้ายยังคงแจ่มชัด ความหนาวเหน็บที่กัดกินไขกระดูก พายุหิมะที่พัดกระหน่ำ และความโดดเดี่ยวในวาระสุดท้ายแต่สิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้ากลับไม่ใช่เพดานไม้ผุพังที่มีรอยรั่วและคราบน้ำฝนแสงแดดยามเช้าที่สว่างจ้าสาดส่องผ่านผ้าม่านไหมสีแดงชาดเข้ามา กระทบเข้ากับเครื่องเรือนไม้จันทน์หอมราคาแพงระยับ โต๊ะเครื่องแป้งที่ทำจากไม้พะยูงแ
Read More
บทที่ 4 : รุ่งอรุณที่เปลี่ยนไป
ไอระเหยร้อนกรุ่นลอยคว้างขึ้นจากอ่างทองแดงขัดเงาที่เสี่ยวจูประคองเข้ามาในห้อง กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกมะลิที่ลอยวนอยู่ในน้ำอุ่นปะทะเข้ากับจมูกของหลินหว่านที่ยังคงนั่งกองอยู่กับพื้นพรม ภาพเบื้องหน้าพร่ามัวด้วยม่านน้ำตาที่เอ่อล้นขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่เสี่ยวจูในชุดสาวใช้สีเขียวอ่อนสะอาดสะอ้าน ผมเผ้าเกล้าเป็นมวยคู่ประดับผ้าผูกผมสีสดใส แก้มทั้งสองข้างแดงปลั่งด้วยเลือดฝาดของคนที่มีชีวิตชีวา มิใช่ใบหน้ามอมแมมเปื้อนคราบน้ำตาและความสิ้นหวังที่หลินหว่านเห็นเป็นครั้งสุดท้ายในเรือนร้างท้ายจวน"พระชายา? ท่านลงไปนั่งทำอะไรบนพื้นเจ้าคะ พื้นมันเย็น..."เสี่ยวจูยังพูดไม่ทันจบประโยค ร่างบอบบางของหลินหว่านก็พุ่งตัวเข้าหาอย่างรวดเร็วราวกับลูกธนูหลุดจากแล่ง แรงปะทะนั้นทำให้สาวใช้ร่างเล็กเซถลา อ่างทองแดงในมือเอียงวูบ น้ำอุ่นจัดกระฉอกออกมาหกเลอะพื้นพรมจนเปียกชุ่ม ส่งไอร้อนพวยพุ่งขึ้นมาโอบล้อมทั้งสองร่างเคร้ง!อ่างโลหะร่วงหล่นกระแทกพื้นกลิ้งหลุนๆ ไปชนขาโต๊ะ แต่หลินหว่านหาได้สนใจไม่ นางโผเข้ากอดรัดร่างของสาวใช้แน่น แขนเรียวเล็กเกร็งจนเห็นเส้นเอ็นปูดโปน ใบหน้าซบลงกับไหล่ของอีกฝ่ายอย่างแรง"พระชายา! เกิดอะไรขึ้นเจ
Read More
บทที่ 5 : อาภรณ์ไรัรัก
บานประตูตู้เสื้อไม้พะยูงถูกเปิดออกกว้าง กลิ่นหอมเย็นของลูกกลอนและดอกไม้แห้งที่อบร่ำไว้ลอยฟุ้งออกมาปะทะจมูกเสี่ยวจูจำใจต้องเก็บชุดสีชมพูเข้าตู้ด้วยความเสียดาย ก่อนจะดึงชุดยาวสีฟ้าอ่อนออกมาตามคำสั่ง เนื้อผ้าฝ้ายธรรมดาที่ดูหยาบกร้านเมื่อเทียบกับผ้าไหมต่วน สีของมันซีดจางคล้ายท้องฟ้าในฤดูหนาวที่ไร้แดด ดูเย็นเยียบและห่างเหินหลินหว่านลุกขึ้นยืน ปลดชุดนอนออก เผยให้เห็นผิวขาวจัดที่ตัดกับความมืดสลัวในห้อง นางรับชุดสีฟ้ามาสวมใส่อย่างคล่องแคล่ว ผูกสายคาดเอวสีขาวเรียบๆ โดยไม่ประดับหยกพกหรือถุงหอมใดๆเมื่อสวมเสร็จ ร่างที่สะท้อนในกระจกดูราวกับกิ่งไผ่ในป่าลึก เรียบง่าย สูงสง่า แต่แฝงไว้ด้วยความเด็ดเดี่ยวและความเย็นชาที่แผ่ออกมารอบตัว อาภรณ์ชุดนี้ไม่ได้ส่งเสริมให้ผู้สวมใส่ดู 'น่าทะนุถนอม' แต่กลับสร้างกำแพงที่มองไม่เห็นกั้นขวางผู้คนให้ออกห่าง"เครื่องประดับเล่าเจ้าคะ?" เสี่ยวจูหยิบกล่องเครื่องประดับออกมา เปิดโชว์ปิ่นทองคำฝังทับทิมและต่างหูมุกเม็ดโต"ไม่ต้อง"หลินหว่านนั่งลงหน้ากระจกอีกครั้ง มือเรียวหยิบเพียงปิ่นเงินอันเล็กๆ ที่ไม่มีลวดลายวิจิตรบรรจง รวบผมดำขลับขึ้นเป็นมวยต่ำอย่างลวกๆ แล้วเสียบปิ่นลงไ
Read More
บทที่ 6 : การต้อนรับที่ว่างเปล่า
เสียงกีบม้ากระทบพื้นหินดังสนั่นทำลายความเงียบสงัดของราตรียามซู ฝีเท้าที่เร่งร้อนบ่งบอกถึงความร้อนใจของผู้ขี่ ม้าศึกสีแดงเพลิงพ่นลมหายใจออกมาเป็นไอขาวท่ามกลางหิมะที่เริ่มโปรยปรายหลี่เฉิงกระตุกบังเหียนหยุดม้าหน้าประตูจวนอ๋อง ความหนาวเหน็บจากลมเหนือไม่อาจดับไฟในดวงตาที่ทอประกายด้วยความคาดหวังตลอดทางกลับจากงานฉลองชัยชนะ เสียงแซ่ซ้องสรรเสริญของเหล่าทหารยังคงดังก้องในหู สุรารสเลิศยังทิ้งรสหวานซ่านไว้ที่ปลายลิ้น ทว่าสิ่งที่เขารอคอยมิใช่เกียรติยศจอมปลอมเหล่านั้น แต่เป็นการกลับมายังที่พักพิงสุดท้ายภาพในหัวเขามีเพียงสตรีในชุดสีชมพูที่มักยืนถือเตาพกอุ่นมือรอรับเขาเสมอ พร้อมถ้วยน้ำขิงร้อนๆ และรอยยิ้มเอียงอายที่คุ้นตา นางมักจะยืนตัวสั่นเทาอยู่ท่ามกลางลมหนาว ปลายจมูกแดงระเรื่อ แต่ดวงตาคู่นั้นกลับส่องประกายดีใจราวกับสุนัขที่ได้เห็นเจ้าของ เพียงแค่เขาปรายตามอง นางก็จะรีบวิ่งเข้ามาช่วยถอดผ้าคลุมและปัดฝุ่นให้อย่างเอาใจใส่ทว่าภาพเบื้องหน้ากลับว่างเปล่าบานประตูไม้สักลงรักสีแดงชาดปิดสนิท ไร้แสงไฟ ไร้คนเฝ้ายาม มีเพียงความมืดมิดและกองหิมะที่ทับถมสูง ไร้ร่องรอยการกวา
Read More
บทที่ 7 : แกงจืดที่เย็นชืด
แสงเทียนในห้องโถงรับประทานอาหารวูบไหวตามแรงลมที่พัดกรรโชกเข้ามาจากการเปิดประตูอย่างรุนแรง เงาของหลี่เฉิงทอดยาวพาดผ่านโต๊ะไม้แดงทรงกลมขนาดใหญ่ไปจนถึงผนังอีกฝั่ง กลิ่นหอมของอาหารที่ควรจะยั่วน้ำลายกลับเจือปนไปด้วยกลิ่นความเย็นชืดที่น่าอึดอัดบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยเมนูเลิศรสที่ถูกจัดวางไว้อย่างประณีต ไก่ย่างหนังกรอบที่เคยส่งกลิ่นหอมหวน บัดนี้ไขมันสีเหลืองทองได้จับตัวเป็นก้อนไขสีขาวขุ่นเกาะติดอยู่ตามหนังและจานกระเบื้องเคลือบ บ่งบอกว่ามันถูกวางทิ้งไว้เป็นเวลานานจนสูญเสียความร้อนไปจนสิ้น เช่นเดียวกับซุปกระเพาะปลาที่ผิวน้ำเริ่มจับตัวเป็นแผ่นฝ้าบางๆ ไร้ซึ่งไอควันพวยพุ่งทว่าสิ่งที่ทำให้บรรยากาศในห้องนี้น่าอึดอัดยิ่งกว่าอาหารเย็นชืด คือสตรีที่นั่งอยู่เพียงลำพังหลินหว่านนั่งหลังตรงแน่วแน่อยู่ที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม อาภรณ์สีฟ้าซีดไร้ลวดลายที่นางสวมใส่ทำให้ดูราวกับกิ่งไผ่แห้งที่ถูกทิ้งไว้กลางหิมะ ใบหน้าขาวผ่องไร้เครื่องประทินโฉมก้มลงมองถ้วยข้าวต้มในมือนางค่อยๆ ใช้ช้อนกระเบื้องตักข้าวต้มสีขาวขุ่นที่มีเพียงเม็ดข้าวบานๆ กับน้ำใสๆ เข้าปาก เคี้ยวอย่างเชื่องช้าและเงียบกริบ โ
Read More
บทที่ 8 : กำแพงหมอนข้าง
กลิ่นกำยานไม้จันทน์หอมที่เคยช่วยผ่อนคลายจิตใจ บัดนี้กลับฉุนจมูกชวนเวียนหัวเมื่อผสมเข้ากับบรรยากาศมาคุภายในห้องนอนใหญ่มือหนากระชากม่านประตูมุกแหวกออก เสียงม่านมุกกระทบกันดังกรุ๊งกริ๊งบาดหูหลี่เฉิง เดินกระแทกเท้าเข้ามาในเขตหวงห้ามส่วนตัวด้วยอารมณ์ที่ยังคงคุกรุ่นจากโต๊ะอาหาร สายตาคมกริบกวาดมองไปที่เตียงสี่เสาหลังใหญ่ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่กลางห้องบนฟูกนอนหนานุ่มที่ปูทับด้วยผ้าไหมสีแดงมงคล ร่างของหลินหว่านนอนตะแคงหันหน้าเข้าหาผนัง นิ่งสนิทราวกับรูปสลักหิน ผ้าห่มแพรผืนหนาถูกดึงขึ้นมาคลุมจนถึงใบหู เผยให้เห็นเพียงกลุ่มผมสีดำขลับที่แผ่สยายอยู่บนหมอนใบเล็กไม่มีการลุกขึ้นมาต้อนรับ ไม่มีการช่วยผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า มีเพียงแผ่นหลังบอบบางที่แผ่รังสีเย็นชาออกมาปฏิเสธการมีตัวตนของผู้มาเยือนแม่ทัพหนุ่มแค่นเสียงในลำคอ เหวี่ยงเสื้อคลุมตัวนอกพาดลงบนฉากกั้นห้องอย่างไม่ไยดี ก่อนจะปลดเข็มขัดและชุดลำลองออกอย่างลวกๆ เหลือเพียงชุดนอนสีขาวสะอาดตา ร่างสูงใหญ่ก้าวขึ้นเตียงด้วยท่าทางคุกคาม จงใจทิ้งน้ำหนักตัวลงบนฟูกเพื่อให้คนข้างกายรู้สึกถึงแรงสะเทือน"ขยับไป"เสียงทุ้มต่
Read More
บทที่ 9 : เช้าที่วุ่นวาย
แสงแดดสีขาวขุ่นของยามเหม่าลอดผ่านหน้าต่างกระดาษสาเข้ามาตกกระทบเปลือกตาที่ปิดสนิท หลี่เฉิงขยับตัวตื่นขึ้นจากห้วงนิทราด้วยความรู้สึกปวดร้าวที่ขมับ อาการเมาค้างผสมกับโทสะที่สะสมมาทั้งคืนทำให้ศีรษะหนักอึ้งราวกับถูกหินทับฝ่ามือหนาควานไปด้านข้างตามความเคยชิน หวังจะสัมผัสผิวกายนุ่มนิ่มของภรรยาที่จะคอยนวดขมับและส่งน้ำอุ่นให้ดื่มยามเช้าตรู่ทว่าสิ่งที่ปลายนิ้วสัมผัสโดน กลับเป็นเพียงความเย็นชืดของผ้าไหมเนื้อลื่นเขาผงกศีรษะขึ้นมอง ภาพแรกที่ปะทะสายตาคือกำแพงหมอนยาวสีน้ำเงินเข้มที่ยังคงวางตระหง่านกั้นกลางเตียง แผ่นหลังของหลินหว่านหายไปแล้ว เหลือทิ้งไว้เพียงรอยยับย่นบนที่นอนฝั่งด้านในที่เย็นเฉียบ บ่งบอกว่านางลุกออกไปนานแล้ว"อวดดีนัก..."แม่ทัพหนุ่มพึมพำเสียงแหบพร่า สะบัดผ้าห่มออกจากตัวแล้วก้าวลงจากเตียง เท้าเปล่าสัมผัสความเย็นของพื้นพรม เขายืนกางแขนรออยู่หน้าฉากกั้นไม้ฉลุลาย รอคอยให้ใครสักคนเข้ามาปรนนิบัติสวมเสื้อผ้าเหมือนทุกเช้าตลอดสามปีที่ผ่านมาหนึ่งเค่อผ่านไป... ความเงียบงันยังคงปกคลุมห้องนอนไม่มีเสียงฝีเท้าเบาๆ ไม่มีกลิ่นหอมของน้ำอบร่ำผ้า
Read More
บทที่ 10 : ความมั่นใจผิดๆ
ปัก! ปัก! ปัก!ลูกธนูหัวเหล็กสามดอกพุ่งแหวกอากาศด้วยความเร็วสูง ก่อนจะปักตรึงเข้าที่จุดกึ่งกลางเป้าซ้อมยิงอย่างแม่นยำ แรงปะทะรุนแรงจนเป้าไม้หนาแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ เศษไม้ปลิวว่อนร่วงกราวลงสู่พื้นดินแห้งผากของลานฝึกซ้อมทหารหลี่เฉิงลดคันธนูเขาแกะในมือลง ลมหายใจหอบถี่ พ่นไอขาวออกมาเป็นจังหวะหนักหน่วง เหงื่อเม็ดโป้งไหลย้อยจากขมับผ่านแก้มตอบลงสู่คาง แม้อากาศที่ค่ายทหารนอกเมืองจะหนาวเหน็บจนน้ำในถังจับตัวเป็นน้ำแข็ง แต่รังสีกดดันที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ของท่านอ๋องกลับร้อนแรงดั่งเปลวเพลิงที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่ง"ท่านอ๋อง..."โม่หยิงหัวหน้าองครักษ์เงาที่ยืนสังเกตการณ์อยู่ข้างสนาม ก้าวเข้ามาส่งผ้าเช็ดหน้าให้อย่างกล้าๆ กลัวๆ สายตาคมกริบของลูกน้องคนสนิทเหลือบมองไปที่เอวสอบของเจ้านายแวบหนึ่ง... เข็มขัดหยกมังกรที่เมื่อเช้าถูกใส่กลับหัว บัดนี้ถูกจัดให้เข้าที่เข้าทางแล้ว แต่สาบเสื้อที่ยับย่นยังคงฟ้องถึงความวุ่นวายที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้"ฝีมือท่านยังเฉียบขาดเช่นเดิม... เพียงแต่ดูเหมือนวันนี้ท่านอ๋องจะมีเรื่องกวนพระทัย"หลี่เฉิงกระชากผ้าเช็ดหน้ามาซับเหง
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status