Lahat ng Kabanata ng ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด: Kabanata 271 - Kabanata 280

390 Kabanata

บทที่ 271

“ใครก็ได้! มานี่เร็วเข้า!”สิ้นคำพูดของนายท่านสามตู้ บ่าวเฝ้าประตูจวนสกุลตู้หลายคนก็พุ่งออกมานายท่านสามตู้ชี้ไปที่อาเจี่ยนกับตู้อี้จือ “รีบไล่พวกมันออกไป!”“ช้าก่อน——” ตู้อี้จือสูดลมหายใจเข้าลึก “นายท่านสามตู้ เมื่อครู่มิใช่ถามว่าข้ามาเพราะเหตุใดหรอกหรือ?”นายท่านสามตู้ขมวดคิ้วตู้อี้จือเอ่ยต่อ “เมื่อครู่นายท่านสามตู้บอกว่าข้าสงสัยว่าเหตุไฟไหม้คืนนี้เป็นฝีมือตระกูลตู้ นั่นถือเป็นการเข้าใจผิดต่อข้าอย่างยิ่ง!”“ถึงต่อให้ข้าสงสัยเจ้าเมืองเหยียน ก็ไม่มีทางสงสัยตระกูลตู้ และยิ่งไม่มีทางสงสัยตัวท่านเป็นอันขาด!”เจ้าเมืองเหยียนใบหน้ากระตุกนายท่านสามตู้ถึงกับชะงักไปสายตาของตู้อี้จือเลื่อนไปหยุดที่รถเข็นที่อยู่ด้านหลัง แววตาของเขาดูโศกเศร้า และเต็มไปด้วยความเวทนา “ที่ข้ามาครั้งนี้ ประการแรกคือมาในนามของเด็กน้อยในสถานสงเคราะห์ เพื่อขอบคุณจวนสกุลตู้และนายท่านสามตู้ ที่อบรมสั่งสอนบุตรหลานอย่างตู้เฉิง ให้เป็นผู้ที่ยอมเสียสละตนเองเพื่อผู้อื่นเช่นนี้! และประการที่สอง——”เสียงของตู้อี้จือหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยอย่างชัดเจนทีละคำว่า “ประการที่สอง คือมาแจ้งข่าวการตายให้แก่จวนสกุลตู้ทราบ!”
Magbasa pa

บทที่ 272

นายหญิงสามตู้นัยน์ตาเบิกกว้าง โผเข้ากอดร่างของตู้เฉิงบนรถเข็นด้วยท่าทางซวนเซ “เฉิงเอ๋อร์! เฉิงเอ๋อร์เจ้าฟื้นสิ... เฉิงเอ๋อร์ เจ้าอย่าทำให้แม่ตกใจเช่นนี้!...”“นายหญิง!”“คุณชาย...”เหล่าสาวใช้ต่างพากันร้องไห้ระงมตู้อี้จือทอดถอนใจ “นายท่านสามตู้ นายหญิงสามตู้ โปรดหักห้ามใจด้วย คุณชายตู้เฉิงเป็นผู้มีคุณธรรมและน้ำใจยิ่งนัก พอทราบว่าเกิดไฟไหม้ที่สถานสงเคราะห์ และยังมีเด็กคนหนึ่งที่ยังช่วยออกมาไม่ได้ ถึงกับไม่ห่วงความปลอดภัยของตน บุกเข้าไปทันที”“ตอนที่เขาบุกเข้าไปนั้น ประจวบเหมาะกับคานไม้ท่อนหนึ่งหักลงมาพอดี เพื่อปกป้องเด็กผู้นั้นไว้ เขาจึงใช้แผ่นหลังแบกรับคานไม้ที่ติดไฟนั้นไว้อย่างสุดกำลัง”“ภายหลังเด็กน้อยได้รับความช่วยเหลือ แต่เขา... กลับไม่อาจฝืนทนไหว”ตู้อี้จือเอ่ยจบ ในใจก็รู้สึกสับสนยากจะอธิบายในใจของเขา ตู้เฉิงทั้งโง่เขลาและเบาปัญญาที่ผ่านมาเขามักจะคอยฟังแต่คำสั่งของเรือนใหญ่ เพียงถูกยั่วยุเล็กน้อย ก็ยอมให้ผู้อื่นบงการ ทั้งยังขี้ขลาดกลัวตาย ตนเพียงแค่สั่งให้อาเจี่ยนตัดคอม้าของเขา ก็ได้ยินว่าเขาขวัญหนีดีฝ่อจนจับไข้อยู่หลายวัน!ทว่ากลับเป็นตู้เฉิงเช่นนี้ ที่กล้าพุ่งเข้าไป
Magbasa pa

บทที่ 273

คำพูดของตู้อี้จือเมื่อครู่คล้ายยังแว่วอยู่ข้างหู ตู้เฉิงบุตรชายของเขา เป็นเพราะช่วยเด็กในสถานสงเคราะห์จึงต้องตายอย่างนั้นหรือ?หึ... หึ ๆ ช่างน่าขันสิ้นดี!เขาเป็นคนเสนอให้เผาสถานสงเคราะห์เพื่อจะรั้งตัวตู้อี้จือไว้ ทว่าบุตรชายของเขา กลับต้องมาตายเพื่อเด็กกำพร้าที่ไม่มีทั้งพ่อและแม่พวกนั้นน่ะหรือ?!เขาทุ่มเทวางแผนอย่างหนัก และทำทุกวิถีทาง ก็เพื่อให้บุตรชายของตนโดดเด่นขึ้นมาในตระกูลทว่ายามนี้ เขากลับสิ้นใจเสียแล้ว!นายท่านสามตู้ตบหน้าตัวเองฉาดใหญ่ฮูหยินผู้เฒ่าตู้มีสีหน้าเรียบนิ่งดุจผิวน้ำเจ้าเมืองเหยียนอ้าปากค้าง คิดจะเอ่ยบางอย่าง ทว่าสุดท้ายกลับไม่เอ่ยออกมาข้อเสนอนั้นคนตระกูลตู้เป็นฝ่ายเสนอ และการเผาสถานสงเคราะห์ก็เป็นความคิดของนายท่านสามตู้เช่นกันทว่าถึงอย่างไรก็เป็นเขาที่ส่งคนไปวางเพลิง...แววตาของฮูหยินผู้เฒ่าตู้เย็นเยียบ “เอาล่ะ เฉิงเกอเอ๋อร์เป็นเด็กดี ในเมื่อเขาตายเพราะช่วยเด็กในสถานสงเคราะห์ พรุ่งนี้ก็ส่งคนออกไปกระจายข่าวเสีย”ตายอย่างมีเกียรติไม่เสียทีที่เป็นลูกหลานตระกูลตู้!“อาเจี่ยน!” ตู้อี้จือมิได้มีท่าทีผ่อนคลายเหมือนอย่างที่เขาแสดงออกมาแม้แต่น้อยในเมื่อ
Magbasa pa

บทที่ 274

หลิวซางยิ่งตะลึงงันกว่าเดิม เป็นบุรุษจริงหรือ?!ในยามวิกาลเช่นนี้ บุรุษผู้หนึ่งบุกเข้ามาในห้องบรรทมขององค์หญิง ทว่าองค์หญิงยังทรงบอกว่าอีกฝ่ายเป็นคนกันเองด้วยงั้นรึ?ทว่าในฐานะสาวใช้ที่เชื่อฟัง หลิวซางจึงยอมหยุดมือ เพียงแต่ยืนเฝ้าอยู่ที่เดิมอย่างระแวดระวัง และจ้องมองเงาร่างสลัวภายใต้แสงจันทร์นั้นเซิ่งจือหว่านรู้ดีว่าการที่ซางสิงอวี้มาหาในเวลานี้ ย่อมต้องมีเรื่องสำคัญเร่งด่วน“หลิวซาง เจ้าออกไปเฝ้าอยู่ด้านนอก อย่าให้ผู้ใดเข้ามาใกล้”หลิวซางเม้มปาก ขานรับแล้วเดินออกไปเพียงครู่เดียวในหัวสมองน้อย ๆ ของนางก็ผุดเนื้อเรื่องนิยายความรักระหว่างองค์หญิงกับชายบำเรอขึ้นมาได้หลายตอน จริงด้วย! นางรู้สึกว่าน้ำเสียงที่ได้ยินเมื่อครู่นี้ช่างคุ้นหูยิ่งนักเป็นผู้ใดที่มา?เมื่อหลิวซางออกไปแล้ว เซิ่งจือหว่านก็จุดเทียนขึ้น เงาร่างของซางสิงอวี้พลันสะท้อนเด่นชัดอยู่ภายใต้แสงเทียน“ที่เมืองจี้โจวเกิดเรื่องแล้ว” ซางสิงอวี้หยิบจดหมายที่ได้รับออกมา แล้วส่งให้เซิ่งจือหว่านทันทีหลังจากเซิ่งจือหว่านอ่านจบ แววตาที่เดิมทีเรียบเฉยค่อย ๆ กลายเป็นเย็นเยียบ!“ตระกูลตู้แห่งจี้โจวกับเจ้าเมือง พวกเขาเอาความกล้
Magbasa pa

บทที่ 275

“นี่คือสิ่งใด?”ซางสิงอวี้รับของที่เซิ่งจือหว่านยื่นมาให้ และอาศัยแสงจากเปลวเทียน ส่องดูจนเห็นภาพเหตุการณ์ที่อยู่บนนั้นได้ชัดเจนเหมันต์อันเหน็บหนาว เส้นทางสัญจรทางน้ำที่กลายเป็นน้ำแข็ง กองฝ้ายที่ไฟกำลังลุกโชน รวมถึงข้าง ๆ กันคือผู้คนในสถานสงเคราะห์ที่กำลังกรีดร้องและวิ่งวุ่นเพื่อจะดับไฟ...และท้ายที่สุดของที่สุด คือกลุ่มเจ้าหน้าที่ในชุดเครื่องแบบของที่ว่าการที่หลบอยู่ไม่ไกล ยืนอยู่ร่วมกับกลุ่มคนที่ดูเหมือนพวกคหบดีชั้นสูงทั้งภาพและเหตุการณ์ในนี้ ราวกับทำให้สิ่งที่บรรยายในจดหมายของตู้อี้จือดูสมจริงจนเหมือนจะกระโดดออกมาจากหน้ากระดาษคนที่ไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน เกรงว่าคงจะนึกว่าผู้วาดได้เห็นเหตุการณ์นี้ด้วยตาตนเองเป็นแน่!แม้กระทั่งรูปร่างลักษณะของบุคคลในภาพ โดยเฉพาะสีหน้าท่าทางของคหบดีเหล่านั้น ก็ยังถูกวาดออกมาได้ราวกับมีชีวิต!ช้าก่อน——ดวงตาของซางสิงอวี้ฉายแววตื่นตระหนก! ลายเส้นแบบนี้ ฝีมือการวาดเช่นนี้ ช่างดูคุ้นตานัก! เหมือนกับภาพชมอุทยานที่เขาเพิ่งประมูลมาได้เมื่อไม่นานมานี้เลย?ตะ... แต่เรื่องนี้... จะเป็นไปได้อย่างไร?ซางสิงอวี้ค่อย ๆ เลื่อนสายตาลงไปยังส่วนท้ายของม้วนภาพ
Magbasa pa

บทที่ 276

เงินหนึ่งพันตำลึงต่อให้เป็นเหล่าบุตรหลานขุนนางและตระกูลสูงศักดิ์ที่มีฐานะพอจะมาเยือนโรงน้ำชาจวี้เสียนได้ สำหรับเงินนี้ก็มิใช่จำนวนน้อย ๆ ยิ่งไปกว่านั้น นี่มิใช่แค่เรื่องของเงินทอง——แต่ยังเป็นเรื่องของหน้าตาและชื่อเสียงด้วย!ผู้ใดบ้างไม่รู้ว่าบทกวีและภาพวาดที่สามารถแขวนอยู่บนผนังบทกวีของโรงน้ำชาจวี้เสียนได้นั้น ล้วนเป็นสุดยอดผลงานชิ้นเอกในบรรดาผลงานชิ้นเอกด้วยกันปรมาจารย์แห่งสำนักศึกษา ยอดอัจฉริยะจากหัวเมืองต่าง ๆ หรือแม้แต่ราชครูของรัชทายาท ต่างก็เคยจารึกบทกวีไว้ที่แห่งนี้!หากผลงานได้จัดแสดงร่วมกับบุคคลเหล่านี้ มิเท่ากับเป็นการพิสูจน์ว่าตนเองก็มีความสามารถทัดเทียมกับพวกเขาหรอกหรือ?ผนังบทกวีเปล่งประกายด้วยท่วงทำนองอันวิจิตร ผลงานล้ำค่าเรียงรายตระการตา!บทกวีที่ปรมาจารย์ตู้จารึกไว้ก็ยังคงประดับอยู่ด้านบนทว่าในวันนี้——ทุกคนที่ก้าวเท้าเข้ามาในโรงน้ำชาจวี้เสียนต่างสังเกตเห็นว่า เหล่าลูกจ้างในร้านกำลังค่อย ๆ นำบทกวีและภาพวาดที่จัดแสดงอยู่บนผนังบทกวีลงมาทีละชิ้นอย่างระมัดระวังสิ่งที่นำมาแทนที่นั้น กลับกลายเป็นผ้าขาวบริสุทธิ์ผืนหนึ่งที่คลุมทับไว้บนนั้น“นี่กำลังทำสิ่งใดกัน?” บ
Magbasa pa

บทที่ 277

“เช่นนั้นเรื่องเผาฝ้ายในภาพนี้... ก็เป็นเรื่องจริงอย่างนั้นหรือ?”ท่ามกลางความเงียบสนิท มีบางคนถามด้วยเสียงเบา“จะเป็นไปได้อย่างไร? ยามนี้ทางม่อเป่ยเกิดภัยหนาว และเมืองจี้โจวก็ได้รับผลกระทบหนักเป็นด่านแรก เรือนข้าง ๆ ข้าเพิ่งจะมีเศรษฐีจากจี้โจวมาซื้อไป เขาบอกว่าตอนที่ครอบครัวเขาจากมา ราคาฝ้ายในจี้โจวพุ่งสูงถึงชั่งละสองตำลึงแล้ว”“นั่นคือราคาตอนที่เขาเพิ่งออกมาจากจี้โจว ยามนี้ไม่รู้ว่าราคาพุ่งไปถึงไหนต่อไหนแล้ว!”“อะไรนะ? ชั่งละสองตำลึง?”เหล่าบัณฑิตตระกูลสูงศักดิ์เอาแต่ศึกษาตำราปราชญ์ จึงไม่ค่อยรู้เรื่องราคาสินค้าในตลาดมากนักทว่าถึงแม้ไม่มีความรู้เพียงใด เมื่อได้ยินว่าชั่งละสองตำลึงก็ยังตกใจแทบแย่สองตำลึง ราคาเท่าใดกันเนี่ย?กระดาษป่านหรือกระดาษเยื่อไผ่ทั่วไปในยามนี้ เงินหนึ่งตำลึงซื้อได้ถึงสามสิบชั่ง แต่กลับซื้อฝ้ายไม่ได้แม้แต่ชั่งเดียว!“เฮ้อ ยามนี้ราคาฝ้ายในเมืองหลวงของพวกเราก็ใช่ว่าจะถูก เมื่อสองวันก่อนข้าไปสอบถามมา ก็พุ่งขึ้นไปถึงเจ็ดร้อยกว่าอีแปะแล้ว จากปีก่อน ๆ แค่ชั่งละสองสามร้อยอีแปะเท่านั้น...” ชายชราที่อยู่ด้านนอกได้ยินคนคุยกันเรื่องราคาฝ้าย ก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยแทร
Magbasa pa

บทที่ 278

“เช่นนั้นฝ้ายของพ่อค้าคนอื่นก็ขายไม่ออกน่ะสิ? เว้นแต่ว่าพวกเขาจะยอมลดราคาลงมาด้วย ทว่าการทำเช่นนั้นต้องสูญเสียเงินทองไปตั้งเท่าไหร่กัน พ่อค้าที่ขายฝ้ายราคาถูกผู้นั้น คงได้ล่วงเกินพ่อค้าฝ้ายทั่วทั้งเมืองจี้โจวจนตายกันไปข้างหนึ่งเป็นแน่!”สิ้นคำกล่าวของหวังไหวจือทุกคนต่างหันมามองหน้ากัน เป็นเช่นนั้นจริง ๆแล้วหันไปมองที่ภาพอีกครั้ง——เผาฝ้าย?หรือจะเป็นเพราะพ่อค้าฝ้ายที่ขายฝ้ายราคาถูกผู้นั้นล่วงเกินพ่อค้าฝ้ายคนอื่นเข้าแล้ว?!ผู้คนในที่นั้นมารวมตัวกันมากขึ้นเรื่อย ๆยามนี้ภายในห้องโถงใหญ่ของโรงน้ำชาจวี้เสียน เนืองแน่นไปด้วยผู้คนที่ยืนเบียดเสียดกัน ซึ่งในจำนวนนั้นย่อมมีบัณฑิตจากเมืองจี้โจวที่มาศึกษาต่อในเมืองหลวงอยู่ด้วยไม่น้อย——บัณฑิตจากจี้โจวผู้หนึ่งในเวลานี้อดไม่ได้จนต้องเอ่ยปากพูดในที่สุด “อันที่จริง... คนที่อยู่ในภาพนี้ ข้าดูแล้วรู้สึกคุ้นตาอยู่บ้าง...”สิ้นคำของเขา บัณฑิตจากจี้โจวอีกผู้หนึ่งก็เอ่ยขึ้น “ใช่! ข้าก็นึกว่าตัวเองคิดไปเองคนเดียวเสียอีก ที่แท้ยังมีคนคิดเช่นเดียวกับข้าด้วยหรือ?”“ข้าก็อยากจะพูดตั้งแต่เมื่อครู่แล้ว คนที่สวมอาภรณ์หรูหรากำลังยิ้มเยาะมองดูกองไฟตรงมุม
Magbasa pa

บทที่ 279

เพลิงแห่งโทสะที่โหมกระหน่ำ เมื่อใดที่ลามไปสู่ความโกรธเกรี้ยว ย่อมไร้ความปรานียิ่งกว่าเปลวเพลิงจริง ๆ เสียอีก“ไปกันเถอะ”ในที่ห่างออกไปไม่ไกล เซิ่งจือหว่านปล่อยม่านลง ก่อนที่รถม้าจะเลี้ยวกลับคำพูดของเหล่าบัณฑิตตระกูลสูงศักดิ์ บางครั้งมีอานุภาพร้ายแรงยิ่งกว่าดาบหรือปืนจริง ๆ เสียอีกทว่าข้อสันนิษฐานก็ยังคงเป็นเพียงข้อสันนิษฐานไม่นานนัก ก็มีบัณฑิตที่มีความโกรธแค้นอัดแน่นจนเต็มอก หวังไหวจือพร้อมกับคุณชายที่มีชาติตระกูลดีอีกหลายคน ถึงขั้นเตรียมจะส่งผู้ติดตามส่วนตัวไปยังเมืองจี้โจวเพื่อตรวจสอบด้วยตัวเอง!จี้โจวมีอาณาเขตติดกับชิ่งโจว ส่วนเมืองหลวงก็ตั้งอยู่ทางใต้สุดของชิ่งโจวหากเร่งควบม้าจะใช้เวลาเพียงสองวันเท่านั้น เหล่าผู้ติดตามยังไม่ทันเข้าเขตเมืองจี้โจวด้วยซ้ำ ก็สัมผัสได้ว่ายิ่งมุ่งหน้าขึ้นเหนือไปเรื่อย ๆ ลมหนาวก็ยิ่งเสียดแทงเข้าถึงกระดูก แม้ก่อนมาพวกเขาจะสวมเสื้อคลุมหนังและถุงมือหนังอย่างหนามาเป็นอย่างดีแล้ว แต่ก็ยังมีลมหนาวลอดผ่านคอเสื้อเข้าไปได้ที่นี่ไม่เหมือนในตัวเมืองจี้โจวที่มีคนคอยกวาดหิมะ ม้าจึงเดินทางลำบาก แต่ยังดีที่เรื่องซึ่งพวกเขาต้องการสืบหาไม่จำเป็นต้องเข้าไปถึง
Magbasa pa

บทที่ 280

ผู้ติดตามของเขาไม่มีทางเลือก จำต้องบอกเล่าข่าวคราวที่ไปสืบมา ส่วนผู้ติดตามคนอื่น ๆ ต่างก็ช่วยกันเสริมพอได้ยินคำว่าร้านเซิ่งซื่อ หูของหวังไหวจือก็มีเสียงอื้ออึงขึ้นมาทันทีบัณฑิตข้างกายเขาผู้หนึ่งที่ไม่รู้จักดูสีหน้าคนอื่นเอ่ยขึ้นว่า “ไหวจือ ข้าจำได้ว่าตอนที่องค์หญิงชิ่งหนิงบริจาคสิ่งของก็ใช้ชื่อว่าโรงทานเซิ่งซื่อ หรือว่าฝ้ายพวกนี้ องค์หญิงจะเป็นผู้ประทานให้ด้วย?”“ปะ... เป็นไปไม่ได้หรอก!” หวังไหวจือไม่เต็มใจยอมรับ“เช่นนั้นเรื่องเผาฝ้ายก็เป็นความจริงน่ะสิ!!” ในบรรดากลุ่มคน มีบัณฑิตผู้หนึ่งทำถ้วยชาร่วงลงพื้นเศษกระเบื้องที่แตกกระจาย ดึงทุกคนกลับมาเข้าเรื่องอย่างฉับพลันหลังจากหลุดประเด็นไป“หากพูดเช่นนี้ ภาพของเซียนจิตรกร ก็วาดจากเรื่องจริงเช่นกันหรือ?!”“ลูกจ้างอะไรกัน? ลูกจ้างเพียงคนเดียวจะเอาความเก่งกาจมากมายมาจากที่ใดกัน?”อานุภาพของคำพูดคนจำนวนมากนั้นร้ายแรงและน่ากลัวยิ่งนักในยามนี้เหล่าบัณฑิตต่างตกอยู่ในอารมณ์โกรธแค้น สิ่งที่แพร่ออกไป จึงมิใช่แค่การสันนิษฐานหรือข่าวลือธรรมดาอีกต่อไป เพราะพวกเขาถึงขั้นส่งคนไปดูด้วยตาตัวเองมาแล้ว มันคือโศกนาฏกรรมบนโลกมนุษย์ที่เกิดขึ้นจริงแ
Magbasa pa
PREV
1
...
2627282930
...
39
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status