บททั้งหมดของ ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด: บทที่ 261 - บทที่ 270

390

บทที่ 261

เว้นเสียแต่ว่า ในใจของเขาจะมีความละอาย และยิ่งมีความกลัว!ทว่า เขากำลังกลัวสิ่งใดอยู่?เพียงเพราะกลัวว่าสติปัญญาและความสามารถของนางจะเหนือกว่าบุตรแท้ ๆ ของเขาอย่างนั้นหรือ? เป็นไปไม่ได้!นางเป็นเพียงสตรีผู้หนึ่งต่อให้วันหนึ่งจะรู้ฐานะที่แท้จริง ก็ยังไม่เพียงพอที่จะทำสิ่งใดได้ และยิ่งไม่มีทางโค่นล้มอำนาจการปกครองของเขาได้เลยเช่นนั้นก็หมายความว่า... เขากำลังกลัวผู้อื่นผู้ใดกัน? คนของอดีตรัชทายาทอย่างนั้นหรือ?เซิ่งจือหว่านรู้สึกราวกับว่านางกำลังจะได้เบาะแสบางอย่างแล้ว“ยายหนู เรื่องที่เจ้าอยากรู้ก็ได้รู้หมดแล้ว เจ้าบอกย่ามาเถิด กระดิ่งคุ้มครองนี้เจ้าได้มาจากที่ใด?” คำพูดของไทเฮาขัดจังหวะความคิดของเซิ่งจือหว่านเซิ่งจือหว่านกลับจ้องมองนาง “เสด็จย่าทรงกลัวสิ่งใดอยู่หรือเพคะ? แล้วเหตุใดเสด็จย่าต้องทรงเกลียดชังเสด็จพ่อด้วย?”นางเห็นแววความเกลียดชังในดวงตาของเสด็จย่ากับตาตนเอง แม้จะไม่รู้แน่ชัดว่าเกลียดชังผู้ใด แต่ทั้งใต้หล้านี้ ผู้เดียวที่ทำให้เสด็จย่าต้องอดทนอดกลั้น หรือจะกล่าวว่า จำต้องอดทนอดกลั้น นอกจากเสด็จพ่อแล้ว จะยังมีผู้ใดอื่นอีก?ดังนั้นนางจึงถามออกไปตรง ๆ เช่นนี้ ก็เพ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 262

“อร่อยกว่าเกี๊ยวน้ำของป้าหวังอีกหรือ?” หลิวซางกลืนน้ำลายติงหลานพยักหน้าอย่างหนักแน่นเซิ่งจือหว่านหัวเราะเบา ๆ “เช่นนั้นเราก็ขอบคุณในน้ำใจของคุณชายรองซางอย่างมาก”นางเอ่ยจบก็พยักหน้าให้ติงหลานติงหลานจึงลงจากรถม้า และไปรับกล่องอาหารอันประณีตมาจากมือของซางสิงอวี้บนกล่องอาหารขนาดกะทัดรัดนั้นประทับตราของโรงน้ำชาจวี้เสียนเอาไว้เมื่อซางสิงอวี้ยื่นขนมให้ติงหลานแล้ว เขาก็ควบม้าจากไปทันทีราวกับว่าการที่เขาได้พบกับเซิ่งจือหว่านที่นี่เป็นเรื่องบังเอิญจริง ๆที่หน้าประตูเหลาสุราซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก ฉีซูเซี่ยนจ้องมองภาพเหตุการณ์นี้ หมัดค่อย ๆ กำแน่นขึ้นทีละน้อยซางสิงอวี้! เป็นซางสิงอวี้อีกแล้ว!เซิ่งจือหว่านถึงกับกล้ารับของจากซางสิงอวี้ท่ามกลางสายตาผู้คนมากมายเช่นนี้เชียวหรือ!หญิงแพศยา! ช่างไร้ยางอาย!เพิ่งจะหย่ากับเขาได้ไม่นานเท่าไหร่ ก็ทนความเหงาไม่ไหวแล้วหรือ?ดวงตาของเขาฉายแววอำมหิต และตามตัวคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นสุราเมื่อครู่หลังออกมาจากจวนกั๋วกง ในใจของเขารู้สึกกลัดกลุ้มจึงมาดื่มสุราที่นี่องค์ชายสามต้องการจะเผาฝ้าย แต่เขาไม่อยากให้เป็นเช่นนั้นเขาบอกกับเมิ่งยางว่าที่เขาไม่พ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 263

ตู้อี้จือจึงกล่าวต่อไปว่า “กฎหมายบ้านเมืองไม่อาจละเมิดได้ ตระกูลตู้สายใต้ในฐานะตระกูลใหญ่แห่งจี้โจว ทว่ายามที่บ้านเมืองประสบภัยหนาว กลับเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน สมรู้ร่วมคิดกับทางการ ช่างไร้ซึ่งมโนธรรม!”“เรื่องนี้รอให้ภัยหนาวในม่อเป่ยสิ้นสุดลงก่อน ข้าจะทูลรายงานต่อเบื้องบนด้วยตัวเอง ส่วนตระกูลตู้สายใต้... เฮ้อ!”เขาถอนหายใจออกมาแววตาของคนตระกูลตู้สายเหนือพลันเปล่งประกาย—— ตระกูลตู้สายใต้ จบสิ้นแล้ว!หลายปีมานี้ แม้ตระกูลตู้สายใต้และสายเหนือจะยังคงใช้สกุลตู้เหมือนกัน ทว่ากลับไร้ความผูกพันทางสายเลือดไปนานแล้วในเมื่อตระกูลตู้สายใต้ใช้วิธีการในตอนนั้นกดขี่ข่มเหงสามแม่ลูกตู้อี้จือได้ แล้วกับคนตระกูลตู้สายเหนือ มีหรือจะไม่ทำเช่นเดียวกัน?ยกตัวอย่างเช่น ตู้หยุ่นคุน บุตรชายของอาเก้าตู้ เขาเคยเป็นผู้ที่มีความสามารถโดดเด่นที่สุดในบรรดาคนรุ่นเยาว์ของตระกูลตู้เพียงเพราะเขามีอายุไล่เลี่ยกับตู้ค่วง หลานชายของฮูหยินผู้เฒ่าตู้ โดยที่มีอยู่ครั้งหนึ่งเขาทำคะแนนสอบได้สูงกว่าตู้ค่วงไม่กี่คะแนน กลับถูกม้าที่ตกใจเหยียบจนขาหักอาเก้าตู้เคียดแค้นตระกูลตู้สายใต้เข้ากระดูกดำ!ทว่าหลายปีมานี้เพื่อความอ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 264

“ทวงความเป็นธรรมอะไรกัน นั่นล้วนเป็นเรื่องเล็ก! วันนี้ต่างหากที่เป็นเรื่องดีในการสร้างความชอบและความสำเร็จ”นายหญิงสามตู้ไม่เข้าใจ ทว่านางก็เหมือนกับสตรีในเรือนหลังส่วนใหญ่ ที่สามีว่าอย่างไรนางก็ว่าตามนั้น นางจึงเข้าไปในห้องเพื่อปลุกบุตรชายตู้เฉิงเปลี่ยนเครื่องแต่งกายแล้วเดินออกมาเมื่อเทียบกับตอนที่ควบม้าไปข่มขวัญตู้อี้จือในคราวนั้น เขาดูซูบผอมลงไปไม่น้อย อีกทั้งทั่วทั้งตัวยังมีกลิ่นอายของความหม่นหมองเพิ่มขึ้นมานายท่านสามตู้พาบุตรชายไปพบบิดา จากนั้นพ่อลูกทั้งสามก็มุ่งหน้ามาที่เรือนใหญ่ เมื่อได้พบกับฮูหยินผู้เฒ่าตู้ นายท่านสามตู้จึงหยิบจดหมายที่สอดไว้ในอกเสื้อออกมาด้วยท่าทางลับ ๆ ล่อ ๆตู้เฉิงไม่เข้าใจว่าเหตุใดจดหมายฉบับเดียวถึงต้องระวังเพียงนี้ ทว่าฮูหยินผู้เฒ่าตู้และนายท่านผู้เฒ่าสามตู้ ทันทีที่เห็นจดหมายก็ลุกพรวดขึ้นมาทันที!ฮูหยินผู้เฒ่าตู้สูดลมหายใจเข้าลึก รีบสั่งให้คนไปเชิญคนจากเรือนสองมาโดยด่วนไม่นานนัก บรรดาผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจของตระกูลตู้สายใต้ในยามนี้ก็มารวมตัวกันอยู่ภายในห้องเดียวนอกจากตู้เฉิงแล้ว ทุกคนต่างมีสีหน้าตื่นเต้นยินดีอย่างยิ่ง“เจ้าสาม เปิดจดหมายเถอะ”
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 265

“ยามนี้ฝ้ายคือชีวิตของราษฎรเมืองจี้โจว พวกท่านจะเผามันได้อย่างไร? คนที่เขียนจดหมายฉบับนี้คือผู้ใดกันแน่ นี่เขามิใช่เห็นชีวิตคนเป็นผักปลาหรอกหรือ...”“เพียะ! ——”ฝ่ามือหนึ่งฟาดลงบนใบหน้าของตู้เฉิงอย่างแรงนายท่านสามตู้คิดจะเข้าไปห้ามปราม กลับถูกบิดาของตนถลึงตามองคราหนึ่งจนต้องถอยกลับไป“เจ้าสาม ใครให้เจ้าพาเขามาด้วย?”ฮูหยินผู้เฒ่าตู้ก็ตื่นเต้นยินดีจนลืมสติ ถึงกับมิได้สังเกตว่าตู้เฉิงก็อยู่ที่นี่ด้วย!“ขะ... ข้า” นายท่านสามตู้คิดว่าในเมื่อเป็นจดหมายที่ท่านผู้นั้นส่งมา หากบุตรชายของตนอยู่ที่นี่ด้วย มิใช่ว่าจะมีโอกาสได้สร้างสายสัมพันธ์กับท่านผู้นั้นได้เร็วกว่าบุตรหลานคนอื่น ๆ หรอกหรือ?บางทีอาจจะได้ช่วยทำบางสิ่งบางอย่าง จนได้รับความเมตตาจากท่านผู้นั้นทว่าเขากลับคาดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะสั่งให้พวกเขาเผาทำลายฝ้ายเรื่องเช่นนี้ พวกเขาที่เป็นผู้ใหญ่รู้ก็พอแล้วแต่คนรุ่นลูกรุ่นหลานที่ยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมอย่างตู้เฉิง หากเกิดทำเสียเรื่องขึ้นมา——“เจ้าสาม ข้าไม่สนว่าเจ้าจะมัดหรือผูกเขาไว้อย่างไร เรื่องนี้ห้ามแพร่งพรายออกไปแม้แต่ครึ่งคำ! มิเช่นนั้น...”ฮูหยินผู้เฒ่าตู้เอ่ยมาถึงตรงนี้ ก็เห
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 266

คนสามสิบคน แบ่งเวรยามเป็นสี่กะต่อวันในช่วงหลายวันนี้ ตู้อี้จือสั่งให้คนคอยเฝ้าระวังเจ้าหน้าที่ของที่ว่าการเหล่านี้เป็นพิเศษโดยให้พูดคุยและติดต่อกับพวกเขาให้น้อยที่สุดทว่าพวกเจ้าหน้าที่เหล่านี้ก็สงบเสงี่ยมเรียบร้อยดี แค่ยืนอยู่ห่าง ๆ นาน ๆ ครั้งหากมีเหตุวุ่นวายจึงจะเข้ามาช่วยจัดการ หากไม่มีเหตุวุ่นวายใด ก็แค่เดินตรวจตราไปมาเท่านั้นอย่างมากที่สุดก็คือ ตอนที่รถขนฝ้ายลากฝ้ายออกมาจากเรือน พวกเขาก็เข้ามาช่วยเข็นอยู่บ้างโดยรวมแล้ว ถือเป็นพวกพูดน้อยแต่ทำงานดีหากมิใช่เพราะพวกเขาเป็นคนที่เจ้าเมืองเหยียนส่งมา ตู้อี้จือคงรู้สึกจริง ๆ ว่าตัวเองใจคอคับแคบ และมองคนดีในแง่ร้ายทว่าฝ้ายเหล่านี้ มิได้เป็นเพียงตัวแทนของเงินทองเท่านั้น แต่ยังเป็นความหวังของราษฎรจำนวนนับไม่ถ้วน ดังนั้นต่อให้ต้องเฝ้าระวังมากกว่านี้ก็ไม่ถือว่าเกินไปยิ่งไปกว่านั้น ตู้อี้จือมั่นใจว่า ทางตระกูลตู้สายใต้และเจ้าเมืองเหยียนคงอดทนได้อีกไม่นานส่วนพวกพ่อค้าฝ้ายรายใหญ่เหล่านั้นก็คงอดทนได้อีกไม่นานด้วยเช่นกันคงต้องรอดูว่าระเบิดของฝั่งใดจะปะทุออกมาในรูปแบบใดก่อนกันเท่านั้นเองท้องฟ้าเริ่มมืดลงเรื่อย ๆตามคำสั่งของตู
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 267

ภายในสถานสงเคราะห์ ควันไฟตลบอบอวลเสียงร้องไห้ของทารกดังประสานไปพร้อมกับเสียงร้องขอความช่วยเหลือของเด็กที่โตกว่าหน่อยเปลวเพลิงโหมไหม้อย่างหนักทั้งต้นเพลิงก็ไม่ได้มีเพียงจุดเดียวอาเจี่ยนเห็นสตรีสองสามคนวิ่งตรงไปยังเรือนหลังหนึ่งที่เปลวเพลิงกำลังลุกไหม้อย่างรุนแรงทว่าเพิ่งจะไปถึงหน้าเรือนนั้น คานไม้ที่หักก็พังครืนลงมา“ระวัง!” อาเจี่ยนถีบเท้าพุ่งออกไป คว้าตัวสตรีที่เกือบจะถูกคานไม้หล่นทับ แล้วม้วนตัวหลบออกมาสตรีผู้นั้นกลับมิได้สนใจบาดแผลตรงขาที่ถูกกระแทกแม้แต่น้อย นางตะเกียกตะกายลุกขึ้นมา “เร็ว! รีบช่วยคนเร็ว!”“เถ้าแก่ ที่นี่คือเรือนรับเลี้ยงเด็กอ่อน ด้านในมีแต่เด็กเล็กไม่ถึงหนึ่งขวบที่ยังวิ่งไม่ได้เลยเจ้าค่ะ...”สตรีอีกคนก็ตะโกนร่ำไห้ขึ้นมาเช่นกันอาเจี่ยนถึงกับชะงักไปเสียงความเคลื่อนไหวของทางฝั่งนี้ได้ยินไปถึงเรือนข้าง ๆ นานแล้วตู้อี้จือย่อมรู้ดีว่าสถานสงเคราะห์ไม่มีทางเกิดไฟไหม้โดยไร้สาเหตุ! เคราะห์ร้ายที่ไม่ได้ก่อของสถานสงเคราะห์นี้ล้วนเป็นเพราะฝ้ายที่เก็บไว้เรือนข้าง ๆ จึงพลอยรับเคราะห์ไปด้วย!จะช่วยคน!หรือจะรักษาฝ้าย?“เถ้าแก่ตู้รีบไปดูเร็วขอรับ ทางนั้นก็ไฟไ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 268

มิใช่แค่ตู้เฉิงเท่านั้น ผู้คนจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ต่างก็มองเห็นแสงไฟที่ลุกโชนขึ้นสู่ท้องฟ้าท่ามกลางค่ำคืนที่เหน็บหนาว หิมะและน้ำแข็งหนาถึงสามฉื่อมีคนตะโกนว่า “ฝ้ายของเถ้าแก่ตู้ไฟไหม้แล้ว! เร็วเข้า! ทุกคนรีบไปช่วยกันดับไฟเร็ว!”หนึ่งคน สองคน...มีผู้คนวิ่งผ่านตัวตู้เฉิงไปคนแล้วคนเล่า มุ่งหน้าไปยังกองเพลิงที่โหมกระหน่ำรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆตู้เฉิงถูกหญิงสูงวัยผู้หนึ่งที่หิ้วถังน้ำมากระแทกเข้าอย่างจัง เขาไม่ได้กินอะไรมาหลายวันแล้ว พอถูกกระแทกเช่นนี้ ข้าวต้มชามที่เพิ่งกินลงไปเมื่อครู่ ก็แทบจะพุ่งออกมาจากลำคอ!เขาล้มฟุบลงกับพื้น และหอบหายใจอย่างหนัก“พ่อหนุ่มไม่เป็นไรใช่หรือไม่?” หญิงสูงวัยผู้นั้นไม่มีเวลามาสังเกตการแต่งกายหรือหน้าตาของเขา ย่อมดูไม่ออกว่าเขาคือคนสกุลตู้ผู้สูงศักดิ์ เป็นถึงบุตรชายของนายท่านสามตู้ตู้เฉิงส่ายหน้าหญิงสูงวัยตบหลังเขาเบา ๆ “งั้นข้าไปช่วยดับไฟก่อน เถ้าแก่ตู้เป็นคนดี! หากมิใช่เขาที่นำฝ้ายมา พวกเราชาวบ้านในเมืองจี้โจวคงต้องลำบากเป็นแน่!”พอหญิงสูงวัยพูดจบ ก็รีบวิ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วตู้เฉิงอ้าปาก เขาอยากจะบอกว่า ตู้อี้จือคือบุตรชายของตู้หมิงฮ่าว! ตู้
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 269

ทว่าต่อให้เป็นฝ้ายที่เหลือไม่ถึงหนึ่งในสิบส่วน ก็ถือเป็นสิ่งที่ชาวบ้านเหล่านี้ยอมทุ่มสุดกำลังเพื่อรักษาเอาไว้!ชาวบ้านอาจจะดูหัวอ่อนทว่าพวกเขาก็เป็นผู้ที่รู้บุญคุณมากที่สุดตู้อี้จือในใจรู้สึกขมขื่น“อุแว้—— อุแว้——”เสียงร้องไห้ของทารกปลุกตู้อี้จือให้ตื่นจากภวังค์ความคิด เขาหันกลับไป ก็เห็นเงาร่างหนึ่ง มือหนึ่งอุ้มเด็ก อีกมือหนึ่งก็ลากอีกคนออกมาจากในเรือนรับเลี้ยงเด็กอ่อน คานไม้ท่อนสุดท้ายพังถล่มลงมาไล่หลังเขา เขม่าควันพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าตู้อี้จือดูเหมือนจะได้เห็นคนที่ไม่ควรจะมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่!“บ้าเอ๊ย!” เจียงหมางสบถออกมา พลางส่งทารกในมือขวาให้สตรีผู้หนึ่ง แล้วรีบวางคนที่แบกไว้บนหลังลงกับพื้นตู้อี้จือจึงได้เห็นใบหน้านั้นอย่างชัดเจน*ณ จวนสกุลตู้ภายในห้องโถงประชุม มีการจุดถ่านเงินชั้นดีไว้ในเตาหลายใบนายท่านผู้เฒ่ารองตู้ นายท่านผู้เฒ่าสามตู้ และนายท่านใหญ่อีกหลายท่านของสกุลตู้ รวมถึงเจ้าเมืองเหยียนต่างก็นั่งอยู่ด้านใน และในขณะนั้นก็มีคนผู้หนึ่งคุกเข่าอยู่ด้านล่าง กำลังเล่าเหตุการณ์อย่างออกรสออกชาติ ตอนที่ตู้อี้จือสั่งให้ทุกคนทิ้งกองฝ้าย และเร่งไปช่วยคนออกมาก่อน
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 270

“หืม? เขายังมีเวลามาที่จวนสกุลตู้อีกรึ?” เสียงของฮูหยินผู้เฒ่าตู้ดังขึ้น “เช่นนั้นก็ลองไปดูหน่อย ว่าเขาอยากจะพูดสิ่งใด”ฝ้ายถูกเผาไปแล้ว สถานการณ์ถูกกำหนดไว้หมดแล้วการที่ตู้อี้จือมาที่นี่ ก็อาจจะแค่ต้องการคำอธิบายเท่านั้นทว่าพวกเขามีความจำเป็นต้องให้คำอธิบายใดด้วยหรือ?ตู้อี้จือมีหลักฐานใดมาพิสูจน์ว่าเรื่องเผาฝ้ายเกี่ยวข้องกับจวนสกุลตู้?หากจะโทษ ก็ต้องโทษที่เขาเป็นคนทะนงตน จนไปล่วงเกินลูกจ้างผู้หนึ่งที่อยากจะขอซื้อฝ้ายเพิ่ม ส่วนลูกจ้างผู้นั้นก็ใจคอคับแคบเกินไปหน่อย ด้วยความแค้นเคือง จึงแอบขโมยน้ำมันเชื้อเพลิงจากร้านของนายจ้าง ไปเผาฝ้ายเหล่านั้นจนวอดวายหากจะโทษ ก็ต้องโทษตัวเขาเอง ที่ไม่รู้จักผ่อนปรนเมื่อฮูหยินผู้เฒ่าตู้เอ่ยปาก ทุกคนในตระกูลตู้จึงเดินตามนางกับเจ้าเมืองเหยียนออกไปด้านนอกตู้อี้จือยืนรออยู่ที่หน้าจวนสกุลตู้แม้เขาจะไม่ได้ลงมือช่วยดับไฟด้วยตนเอง แต่เขม่าควันที่ปลิวว่อน กับคราบเลือดบนตัวของเหล่านายพรานก็ยากจะหลบเลี่ยงไม่ให้เปรอะเปื้อนบนใบหน้าและร่างกายของเขาได้ด้วยเหตุนี้ ในยามนี้เขาจึงอยู่ในสภาพที่ดูย่ำแย่อยู่บ้างธรณีประตูจวนสกุลตู้นั้นสูงยิ่งนัก ฮูหยินผู้
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
1
...
2526272829
...
39
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status