Lahat ng Kabanata ng ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด: Kabanata 281 - Kabanata 290

390 Kabanata

บทที่ 281

สายตาของเขากวาดมองตามม้วนภาพวาดที่เรียงรายเป็นแถวอย่างถี่ถ้วนไม่มี…ก็ยังไม่มี!จะไม่มีได้อย่างไรเล่า?เขาจำได้ชัดเจนว่าตนเองวางเอาไว้ตรงนี้!ทว่า เมื่อไล่เปิดม้วนภาพวาดออกดูทีละม้วน นอกจากผลงานของตนเองแล้ว กลับไม่พบสิ่งใดเลย แม้แต่พวกภาพเหมือนของเขาที่เซิ่งจือหว่านวาดส่งมาให้ก็หายไปจนหมดสิ้นไม่เหลือเช่นกัน“ท่านซื่อจื่อ ท่านกำลังหาอะไรอยู่หรือ?” เมิ่งยางมองเขาฉีซูเซี่ยนหลับตาลงเมิ่งยางพลันนึกบางอย่างขึ้นมาได้ กล่าวด้วยความยินดีออกมา “ท่านซื่อจื่อรู้จักเสียนหยวนจื่ออย่างนั้นหรือ?”“ช่างดียิ่งนัก!”“หากซื่อจื่อได้รู้ฐานะของเสียนหยวนจื่อ และตามหาเขาให้พบ แล้วให้เขายอมรับด้วยตนเองว่าภาพวาดม้วนนั้นเป็นภาพที่เขาวาดขึ้นด้วยอารมณ์นึกสนุกชั่ววูบเท่านั้นก็พอ…”นางมิได้ใส่ใจเรื่องเซียนจิตรกรอะไรนั่น ทว่าหากปล่อยให้ข่าวลือคั่งค้างหมักหมมต่อไปเรื่อย ๆ แบบนี้ เกรงว่าจะเกิดผลกระทบต่อเรื่องในจี้โจว“ผู้ใดบอกว่าข้ารู้จักเสียนหยวนจื่อ?” ฉีซูเซี่ยนเอ่ยด้วยเสียงเย็นเยียบ“เช่นนั้นเมื่อครู่ท่านกำลังหาสิ่งใดอยู่หรือ? ท่านมิได้กำลังหาภาพวาดของเสียนหยวนจื่ออยู่หรอกหรือ?” เมื่อครู่นางเห็นชัดเจ
Magbasa pa

บทที่ 282

เซิ่งหยวนฮ่าวหลับตาลง ปลายนิ้วคลึงธำมรงค์หยกที่นิ้วหัวแม่มือพลางเอ่ยว่า “หากมีเสียนหยวนจื่อผู้หนึ่งปรากฏตัวออกมา… บอกว่าภาพนั้น เป็นของปลอมเล่า?”ฉีซูเซี่ยนได้ยินเช่นนั้นก็เงยหน้ามองทันที “องค์ชายหมายความว่าจะให้หาคนมาแอบอ้างเป็นเสียนหยวนจื่อหรือพ่ะย่ะค่ะ?”“ฉีซื่อจื่อเป็นคนซื่อสัตย์รักษาคำมั่นสัญญา เสียนหยวนจื่อที่หาได้ย่อมเป็นตัวจริง ดังนั้น… หากมีผู้ใดบังอาจมาแอบอ้างว่าเป็นเสียนหยวนจื่ออีก แค่จัดการเสียก็สิ้นเรื่อง” เซิ่งหยวนฮ่าวกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบฉีซูเซี่ยนหลุบตาลง “พ่ะย่ะค่ะ ข้าน้อยจะรีบไปเสาะหาผู้ที่สามารถลอกเลียนภาพวาดของเซียนจิตรกรได้เหมือนที่สุดมาเดี๋ยวนี้”“หืม? คนที่ซื่อจื่อต้องเสาะหามามิใช่ผู้ที่สามารถลอกเลียนภาพวาดได้เหมือนอะไร แต่เป็นตัวของเซียนจิตรกรเองต่างหาก”“และอีกอย่าง ข่าวลือลุกลามมาถึงตอนนี้ เกรงว่าอีกไม่กี่วันต้องมีคนนำเรื่องนี้ไปกราบทูลต่อเสด็จพ่อแล้วแน่ ทว่าฝั่งฉีซื่อจื่อ จัดการยิ่งเร็วเท่าใดยิ่งดี”“พ่ะย่ะค่ะ!” ฉีซูเซี่ยนรับคำเซิ่งหยวนฮ่าวจึงหันไปมองเมิ่งยาง “แม่นางเมิ่งครานี้ให้ดีที่สุดควรต้องหาเงินมาให้เรามากขึ้นสักหน่อย มิเช่นนั้น ก็คงผิดต่อเ
Magbasa pa

บทที่ 283

ผู้ตรวจการเฉินเลือกหยิบบทกวีที่เหล่าบัณฑิตเขียนขึ้นไม่กี่บทแนบมาในฎีกาด้วยเซิ่งหยวนฮ่าวสดับฟังคำถวายฎีกาของทุกคน ก็ลอบทอดถอนใจดูแล้ว คงปกป้องตระกูลตู้และเหยียนไห่ต่อไปไม่ได้แล้วช่างเถอะ…จะโทษก็ต้องโทษที่พวกเขาไม่รอบคอบระมัดระวังมากพอ แค่ทำเรื่องเล็กน้อยก็ถูกเสียนหยวนจื่อผู้นั้นพบเห็นเข้า มิหนำซ้ำยังวาดภาพออกมาประจานอีกเซิ่งหยวนฮ่าวไม่คิดว่าเสียนหยวนจื่อจะถูกผู้ใดบงการจริง ๆ เพราะว่า คนที่เมินเฉยได้แม้กระทั่งรางวัลพระราชทานจากเสด็จพ่อ และปฏิเสธได้แม้กระทั่งทองคำสามพันตำลึงจากคนที่มาเสนอซื้อภาพวาดเพียงหนึ่งภาพ ผู้ใดเล่าจะสามารถบงการคนแบบนี้ได้?ดังนั้น ความเป็นไปได้เพียงหนึ่งเดียว ก็คือเสียนหยวนจื่อเป็นผู้เห็นเหตุการณ์กับตาตนเองจริง…หากมิใช่เพราะเห็นเหตุการณ์กับตาตนเอง จะวาดภาพที่เหมือนความจริงเช่นนี้ออกมาได้อย่างไร?ยิ่งไปกว่านั้น แม้ไม่มีตระกูลตู้แล้ว ก็ยังมีตระกูลจาง ตระกูลหลี่ เป็นตระกูลต่อไปหากไม่มีเหยียนไห่แล้ว ตำแหน่งเจ้าเมืองจี้โจวจะได้ว่างลงพอดีสิ่งเดียวที่น่าเสียดายก็คือมิอาจใช้ประโยชน์จากภัยหนาวครั้งนี้กอบโกยเงินทองได้อีกต่อไปแล้ว…แต่ก็ช่างปะไร คิดดูแล้วตระ
Magbasa pa

บทที่ 284

นางสามารถครอบครองความโปรดปรานอย่างยาวนานโดยไม่เสื่อมถอย ประการแรกคืออาศัยใบหน้านี้ซึ่งละม้ายคล้ายคลึงกับพี่หญิงคนโต ส่วนอีกประการหนึ่ง ก็คืออุปนิสัยที่มิได้พยายามชิงดีชิงเด่นทว่าเมื่อก้าวเข้าสู่วังหลังแล้ว ไหนเลยจะมีคนที่ไม่พยายามแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นอยู่จริง?คนที่ไม่คิดแก่งแย่งแข่งขันที่แท้จริง ล้วนกลายเป็นเถ้าธุลีดินไปนานแล้วเมื่อเผชิญหน้ากับนางกำนัลที่พยายามโน้มน้าวให้นางไปร้องขอความเมตตาจากฝ่าบาทฉีกุ้ยเฟยเพียงส่ายหน้าพลางยิ้มบาง ๆ “ในเมื่อฮ่าวเอ๋อร์ยอมคุกเข่าด้วยตนเอง ย่อมสำนึกแล้วว่าตนเองได้ทำสิ่งใดไม่ดีพอ เขาโตถึงเพียงนี้แล้ว ข้าในฐานะมารดาก็มิควรเข้าไปก้าวก่ายการตัดสินใจของเขาอีก”“ยิ่งไปกว่านั้น เรื่องนี้เขาก็ทำไม่ถูกจริง ๆ”ฉีกุ้ยเฟยทอดถอนใจ “ชิ่งหนิงเป็นเพียงองค์หญิงพระองค์หนึ่งยังรู้จักทำอะไรเพื่อราษฎรในจี้โจว เขาในฐานะองค์ชาย กลับมิอาจแบ่งเบาความกังวลของฝ่าบาทล่วงหน้าได้เช่นนี้ ย่อมถือเป็นความผิดของเขา”“นางกล่าวเช่นนี้จริงหรือ?” พู่กันหมึกแดงในพระหัตถ์ของฮ่องเต้ฉงเซิ่งพลันชะงักนางกำนัลรีบพยักหน้าฮ่องเต้ฉงเซิ่งจึงแก้ไขฎีกาต่อไป ขณะตรวจฎีกาไปพลาง ก็ถามขึ้นอย่าง
Magbasa pa

บทที่ 285

ตอนเริ่มแรก เขาจำต้องออกมาแจกโจ๊กด้วยความฝืนใจและไร้ทางเลือกจริง ๆทว่าเมื่อเขาได้มาจริง ๆ และได้เห็นเด็กน้อย ผู้เฒ่า และคนอ่อนแอที่หิวโหยอดอยากจำนวนมากในชุมชนคนยากไร้กับตาตนเอง เด็กหนุ่มที่อายุสิบกว่าปี กลับมีร่างกายแคระแกร็นราวกับอายุเพียงเจ็ดแปดขวบ แล้วยังมีคนชราอีกหลายคน เจ็บไข้ได้ป่วยแต่ก็ต้องทนฝืนใช้ชีวิตอย่างทุกข์ยากลำบาก…ท่านป้าผู้นั้น เมื่อได้รับโจ๊กแล้วกลับจิบไปเพียงคำเดียวก็อาลัยอาวรณ์ไม่ยอมกินคำที่สอง เพราะต้องการเก็บกลับไปให้หลานสาวได้กินด้วยนั่นใช่อาหารรสโอชาเลิศล้ำหายากเสียที่ไหนก็แค่โจ๊กถ้วยเดียว มิหนำซ้ำข้าวที่ใช้ต้มก็มิใช่ข้าวสีชาดราคาแพงอะไร เป็นเพียงข้าวสารธรรมดาทั่วไปที่สุด ในยามปกติเขากินทิ้งกินขว้างไปไม่รู้เท่าใดต่อเท่าใดด้วยซ้ำจนกระทั่งเขาต้องยืนยันซ้ำแล้วซ้ำเล่า ว่าจะให้นางตักเพิ่มได้อีกชาม ท่านป้าผู้นั้นถึงจะยอมกินโจ๊กจนหมดคุณชายหวังผู้ไม่เคยสัมผัสกับความทุกข์ยากมาก่อน ขอบตาพลันแสบเคืองและร้อนผ่าวถ้อยคำที่เซิ่งจือหว่านฝากหลิวซางมาบอก ยิ่งทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดในใจ จึงสั่งเพิ่มตั๋วเงินจากเดิมสองพันตำลึงเป็นสามพันตำลึงทันทีไม่เพียงเท่านั้น เขายังพย
Magbasa pa

บทที่ 286

เขารู้สึกขุ่นเคืองในใจยิ่งนักถึงยามนี้เขาจึงได้กระจ่างแจ้งแก่ใจ นางได้คาดการณ์ถึงเรื่องนี้มาตั้งแต่แรกแล้วอย่างนั้นหรือ?ทว่าเพราะเหตุใดกัน? นางเป็นองค์หญิงที่เติบโตมาท่ามกลางอาภรณ์หรูหราและอาหารเลิศรส แต่เหตุใดถึงได้ล่วงรู้ว่าพวกชาวบ้านชั้นล่างเหล่านี้ จะถึงขั้นก่อเหตุลงไม้ลงมือแย่งชิงโจ๊กเพียงถ้วยเดียว?แม้แต่เขายังรู้สึกว่าเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อเกินไปด้วยซ้ำสตรีที่ยามปกติแทบไม่เคยย่างกรายออกนอกประตูจวนอย่างองค์หญิงชิ่งหนิง จะทราบเรื่องเหล่านี้ได้อย่างไร?หวังไหวจือขบคิดไม่แตก แต่กระนั้นเขาก็ยอมฟังคำแนะนำอย่างดี เปลี่ยนข้าวที่จะใช้ต้มโจ๊กแจกทั้งหมดและในวันต่อ ๆ มา แม้จะมีเหตุกระทบกระทั่งเกิดขึ้นบ้างระหว่างที่ตั้งแถวรอคอย แต่เหตุร้ายแรงอย่างแย่งชิงโจ๊กนั้นไม่มีเกิดขึ้นอีกแล้วหวังไหวจือยังรับผิดชอบเงินค่ารักษาของป้าโจวไว้ทั้งหมด ไม่ทันรู้ตัว กลิ่นอายความวู่วามใจร้อนอย่างพวกคุณชายที่เกิดจากตระกูลบุญหนักศักดิ์ใหญ่ในตัวก็ลดลงไปมากแล้วและในขณะเดียวกันเมืองจี้โจวตลอดช่วงครึ่งเดือนกว่าที่ผ่านมา ร้านเซิ่งซื่อต้องเผชิญปัญหาแทบวันเว้นวันทั้งเป็นเรื่องใหญ่ และเป็นเรื่องเล็ก
Magbasa pa

บทที่ 287

ว่าอย่างไรนะ?อาเจี่ยนได้ยินดังนั้นก็หันขวับมองตู้อี้จือด้วยความตกตะลึงรวมถึงนายพรานที่เฝ้าคุ้มกันภัยและชาวบ้านจำนวนไม่มากที่ยืนเรียงแถวอยู่หน้าร้านเซิ่งซื่อก็เช่นกันซุนตุนซวี่เห็นดังนั้นก็ยิ่งย่ามใจ เอ่ยเสียงดังว่า “เถ้าแก่ตู้หากยังมีมโนสำนึก และคำนึงถึงชาวบ้านในจี้โจว ก็ควรรีบไสหัวออกไปจากจี้โจวเสียแต่เนิ่น ๆ! อย่าได้นำพาเคราะห์ร้ายภัยพิบัติมาสู่ชาวบ้านในจี้โจวอีก…อ๊ากก!”ซุนตุนซวี่ร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดก้อนหิมะแข็งทื่อและเย็นเยียบก้อนหนึ่งถูกเขวี้ยงใส่ตัวเขาอย่างรุนแรง“ถุย! เถ้าแก่ตู้เป็นคนดี หากไม่มีเถ้าแก่ตู้ พวกข้าคงหนาวตายทั้งครอบครัวไปนานแล้ว หากจะมีเคราะห์ร้ายจัญไรก็คงเป็นเจ้าที่นำพาเคราะห์ร้ายจัญไรมาสู่ร้านเซิ่งซื่อเสียมากกว่า!”“ถูกต้อง ไสหัวไปให้พ้น อย่ามาพูดจามั่วซั่วต่อหน้าเถ้าแก่ตู้อีก!”ก้อนหิมะลูกแล้วลูกเล่า ระดมเขวี้ยงใส่ซุนตุนซวี่จนเขาเงยหน้าไม่ขึ้นเขาเอามือกุมศีรษะและใบหน้าวิ่งหนีออกจากฝูงชน จนกระทั่งวิ่งไปไกลแล้ว ก็ยังได้ยินเสียงด่าทอดังไล่หลังมา“ถุย!” เขาถ่มน้ำลายลงพื้นอย่างแรง “พวกชั้นต่ำโง่เง่าไม่เอาไหน ความตายอยู่ตรงหน้าแล้วแท้ ๆ ยังกล้าซื้อฝ้า
Magbasa pa

บทที่ 288

หากมิใช่เพราะนางดูแลแม้กระทั่งบุตรชายของตนเองให้ดียังทำไม่ได้ ตู้เฉิงก็คงไม่ต้องตาย“บิดาของเจ้ากับนายท่านผู้เฒ่าสามทางนั้น…”“แจ้งให้ทราบเรียบร้อยทั้งหมดแล้วขอรับ”สิ้นวาจาของนายท่านรองตู้ นายท่านผู้เฒ่ารองตู้ และนายท่านผู้เฒ่าสามตู้ก็เข้ามาด้วยท่าทางร้อนรนนอกจากนายท่านสามตู้แล้ว นายท่านผู้เฒ่าสามตู้ยังมีบุตรอนุอยู่อีกหนึ่งคน ถึงแม้จะเป็นบุตรอนุ แต่ก็ได้รับความโปรดปรานเอ็นดูจากเขาเป็นอย่างมาก เพราะเหตุนี้การตายของตู้เฉิงผู้เป็นหลานชาย จึงมิได้มีผลกระทบต่อเขามากนัก“เบื้องบน ส่งจดหมายมาอีกแล้วหรือ?” นายท่านผู้เฒ่ารองตู้ตื่นเต้นเป็นที่สุดนายท่านรองตู้หยิบของแทนตัวออกมา ยังคงเป็นของชิ้นเดิมตั้งแต่เมื่อปีก่อนนั้น ที่พวกเขาเคยฝากฝังมันไว้กับผู้สูงศักดิ์ให้นำไปกำนัลแก่ท่านผู้นั้น แม้กระทั่งครั่งปิดผนึกบนซองจดหมายในครั้งนี้ก็ยังเหมือนกับครั้งก่อนไม่มีผิดเพี้ยน“ใช่ ไม่ผิดแน่!”“ดูท่าทางท่านผู้นั้นจะเห็นคุณค่าตระกูลตู้ไม่น้อยเลยทีเดียว มิเช่นนั้นคงไม่ส่งจดหมายกลับมาในระยะเวลาอันสั้นเพียงนี้ ไม่แน่ว่า… อาจเป็นการเลื่อนตำแหน่งของท่านพี่ใหญ่ให้สูงขึ้นไปอีกขั้นก็เป็นได้” นายท่านรองตู้คา
Magbasa pa

บทที่ 289

เพียงเสี้ยวพริบตา หยาดน้ำตาของนายท่านผู้เฒ่าตู้พลันร่วงพรูออกมาจากดวงตาหากล่วงรู้ว่าจะเป็นเช่นนี้…“ไม่น่าทำไปตั้งแต่แรกเลย?!”สิ้นเสียง เขาก็ศีรษะพับวูบ หมดสติล้มลงไปอีกคนโจวหมัวมัวเห็นเหล่านายท่านล้มพับไปแบบนี้ ก็ตกใจขวัญเสียยิ่งนัก ทั้งร้องเรียกหมอประจำจวน และให้คนไปตามพวกนายหญิงเข้ามา จวนตู้ทั้งจวนพลันโกลาหลยุ่งเหยิงเหมือนโจ๊กหม้อหนึ่งซุนตุนซวี่เดินออกมาจากห้องสุขา ก็เห็นผู้คนวิ่งวุ่นอลหม่าน“เกิดอะไรขึ้น?”“ฮูหยินผู้เฒ่ากระอักเลือดหรือ?”“นายท่านผู้เฒ่ารองกับนายท่านผู้เฒ่าสามเป็นลมไปแล้ว?”“นายท่านรองก็เสียสติ? พูดจาเหลวไหลเลอะเลือน?”ซุนตุนซวี่งงงัน รีบคว้าตัวสาวใช้คนหนึ่งไว้ “นายท่านรองพูดอะไรเลอะเลือน?”ทั้งที่เมื่อครู่นายท่านรองยังมีสีหน้ายินดีปรีดาอยู่เลย!“พูดว่า… พูดว่าสกุลตู้จบสิ้นแล้ว ตระกูลตู้จบสิ้นแล้ว… เจ้าค่ะ”“ว่าอย่างไรนะ?” ซุนตุนซวี่ตกใจสุดขีดสกุลตู้จะจบสิ้นแล้วอย่างนั้นหรือ?เช่นนั้น… เช่นนั้นเขายังต้องไปจัดการเรื่องนั้นตามคำสั่งอีกหรือไม่? ไม่แน่ใจ คงต้องรอดูไปก่อนซุนตุนซวี่ลอบกลับเข้าไปในเรือนของฮูหยินผู้เฒ่าตู้อีกครั้งยามนี้ภายในเรือนของฮ
Magbasa pa

บทที่ 290

ด้วยเหตุนี้ระยะเวลาเพียงสองวันสั้น ๆ ภายในคุกหลวงของจี้โจวก็มีคนถูกจับเข้ามาคุมขังไว้จำนวนไม่น้อยลูกจ้างที่เป็นคนลงมือเผาฝ้าย เถ้าแก่ร้านน้ำมันตะเกียงราวกับปลายหางของหนู ที่ค่อย ๆ ถูกสาวขึ้นมาทีละน้อยซุนตุนซวี่ยอมรับสารภาพกลางศาลว่าตนเองได้รับคำสั่งจากฮูหยินผู้เฒ่า น้ำมันตะเกียงหลายร้อยชั่งนั้นแท้จริงแล้วถูกเตรียมไว้สำหรับเผาฝ้ายพวกนั้นโดยเฉพาะส่วนลูกจ้างที่วางเพลิงเผาฝ้ายคนนั้น เกือบถูกตระกูลตู้สังหารปิดปาก หลังจากหลบหนีซ่อนตัวไปทั่วจนถูกจับได้ในที่สุด ย่อมไม่ปกป้องตระกูลตู้ให้เสียเปล่าแน่…เขาจึงสารภาพเรื่องที่นายท่านสามตู้สั่งให้เขาเผาสถานสงเคราะห์เพื่อขัดขวางการเข้าไปดับเพลิงที่ร้านเซิ่งซื่อออกมาอย่างหมดเปลือกเพื่อแย่งเอาความดีความชอบลบล้างความผิด ทั้งสองคนจึงผลัดกันเล่าคนละประโยค แย่งชิงกันให้รายละเอียดของเหตุการณ์เพลิงไหม้ฝ้ายในวันนั้น สารภาพออกมาอย่างชัดเจนหมดเปลือกว่ามือปราบในที่ว่าการให้ความร่วมมืออย่างไร และใช้วิธีการใดในการราดน้ำมันตะเกียง!ยังมีชาวบ้านที่ถูกโจรภูเขาดักปล้นในช่วงสองวันที่ผ่านมา แท้จริงแล้วพวกโจรภูเขาเหล่านั้น ก็คือชาวนาที่เช่าที่ทำนาในหมู่บ้านของ
Magbasa pa
PREV
1
...
2728293031
...
39
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status