All Chapters of ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา: Chapter 481 - Chapter 490

606 Chapters

บทที่ 481

ฝ่ายจี้หานอีเมื่อเดินมาถึงตำหนักของฮองเฮา ฮองเฮาก็ทรงรอคอยนางอยู่นานแล้วจี้หานอีเคลื่อนกายเข้าไปหยุดอยู่ตรงหน้าฮองเฮาด้วยความนอบน้อมยิ่ง ก่อนย่อกายถวายบังคมแบบว่านฝู พยายามรักษากิริยาของตนให้งดงามที่สุด เพื่อไม่ให้มีจุดใดถูกนำไปจับผิดได้จี้หานอีตระหนักดีว่าฮองเฮาไม่ได้โปรดปรานนาง การเข้าวังในวันนี้จึงไม่รู้เลยว่าจะต้องเผชิญกับการกลั่นแกล้งใดหรือไม่ทว่าขณะที่นางย่อเข่าแสดงความเคารพ ฮองเฮากลับปล่อยให้นางค้างอยู่อย่างนั้นครู่ใหญ่โดยไม่บอกให้ลุกขึ้นเสียที จี้หานอีจึงทำได้เพียงฝืนอดทนอยู่เช่นนั้นในที่สุด หลังความเงียบงันอันยาวนานผ่านพ้นไป ฮองเฮาถึงได้เอ่ยขึ้นอย่างเนิบช้า อนุญาตให้จี้หานอีลุกขึ้น พร้อมทั้งสั่งให้นางขยับเข้าไปยืนอยู่เคียงข้างพระองค์ฮองเฮาทรงพินิจดูรูปลักษณ์ของจี้หานอี อาภรณ์สีฟ้าอมเขียวตลอดจนเครื่องประดับบนเรือนร่างล้วนถูกจัดแต่งมาอย่างเหมาะสม บริเวณคอเสื้อทรงคอตั้งปักลายดอกหลีฮวาสีขาวบริสุทธิ์สองดอก ยิ่งขับเน้นให้ใบหน้าของจี้หานอีดูผุดผ่องขึ้นอีกเล็กน้อยช่างเป็นรูปโฉมที่ชวนให้ผู้คนเอ็นดูและโปรดปรานนักแม้กล่าวว่าเป็นรูปโฉมของหญิงงามล่มเมือง ทว่าความงามนั้นกลับให
Read more

บทที่ 482

เจียงหรูผู้มีตำแหน่งเป็นท่านหญิงเฟิงหนิงซึ่งนั่งอยู่อีกด้านหนึ่งเอ่ยขึ้นว่า "ไม่รู้จริง ๆ ว่าท่านโหวเสิ่นถูกใจอะไรแม่หญิงสกุลจี้ผู้นั้นนักหนา ถึงขั้นต้องมาเรียนรู้กฎระเบียบกับฮองเฮา หรือว่าแท้จริงแล้วนางจะไม่รู้กฎระเบียบอะไรเลยกันแน่"ก่อนกล่าวต่อ "ได้ยินว่านางแต่งเข้าสกุลเซี่ยมาสามปีแต่ก็ยังไร้ทายาท ไม่แน่ว่าอาจมีโรคร้ายอะไรซ่อนอยู่ก็เป็นได้ แต่ท่านโหวเสิ่นกลับยังยินดีแต่งด้วยอีก"ไทเฮาทรงขมวดคิ้วปรายตามองเจียงหรูปราดหนึ่ง "เจ้าควรต้องปรับปรุงนิสัยบ้างแล้วกระมัง ข้าเลี้ยงดูเจ้ามาหลายปีคงทำให้เจ้ามีนิสัยเย่อหยิ่งเกินไป เวลาอยู่ข้างนอกจะพูดจาเช่นนี้ไม่ได้เด็ดขาด""เพราะมันจะไม่เป็นผลดีต่อชื่อเสียงของสตรีเช่นเจ้า"เจียงหรูแลบลิ้น พลางคล้องแขนไทเฮาอย่างออดอ้อนก่อนคลี่ยิ้ม "หม่อมฉันก็แค่พูดความจริง เพียงแต่รู้สึกสงสัยก็เท่านั้นเองเพคะ"ไทเฮาใช้นิ้วจิ้มปลายจมูกเจียงหรูด้วยความจนปัญญา ก่อนถอนหายใจ "จะว่าไปเรื่องการหย่าร้างของสกุลเซี่ยกับแม่หญิงสกุลจี้ข้าเองก็เคยได้ยินมาบ้าง ได้ยินว่าสกุลเซี่ยมีญาติผู้น้องคนหนึ่งวางยาหลานชายคนโตของสกุลเซี่ย เรื่องนี้จริงเท็จอย่างไรก็ไม่อาจรู้แน่ชัด""ใน
Read more

บทที่ 483

กลิ่นหอมอันคุ้นเคยโชยมา ซุนเป่าฉยงพลันได้สติกลับคืนจากความตื่นตะลึงในทันใด จากนั้นสีหน้าก็แปรเปลี่ยนไป นางเงยหน้าขึ้นมองผู้ที่กำลังโอบกอดและก้มหน้ามองนางด้วยรอยยิ้ม ดวงตาของนางยิ่งฉายแววตระหนกอย่างเห็นได้ชัด ขณะอดกระซิบไม่ได้ว่า "ท่านช่างขวัญกล้าเทียมฟ้าเสียจริง"เฉิงฉงยิ้มบางเบา ขณะยื่นมือไปลูบไล้รอยแดงบริเวณหางตาของซุนเป่าฉยง ก่อนจะหัวเราะอย่างไม่ใส่ใจนักพลางกล่าว "วางใจเถิด ไม่มีผู้ใดเห็นหรอก ข้ามารอเจ้าอยู่ที่นี่นานแล้ว"จากนั้นเขาก็จ้องมองดวงตาของซุนเป่าฉยง คนที่เกิดมางดงามเช่นนางล้วนตรงกับความปรารถนาในหัวใจเขาทุกประการ ภายในใจจึงบังเกิดความสงสารและยิ่งกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น เมื่อครู่ตอนเขาไปเข้าเฝ้าบังเอิญเห็นนางกำลังร้องไห้อยู่ในอ้อมอกไทเฮาพอดี จึงอดถามไม่ได้ "ยังเสียใจเรื่องท่านโหวเสิ่นอยู่อีกหรือ?"ซุนเป่าฉยงปรายตามองเฉิงฉงปราดหนึ่งโดยไม่ได้ตอบคำใด นางผลักเขาออกแล้วเดินไปทรุดกายลงนั่งบนตั่งกุ้ยเฟยภายในห้องสิ่งที่เฉิงฉงชื่นชอบก็คือท่าทีอันเย็นชาและแฝงไว้ด้วยความเย่อหยิ่งของซุนเป่าฉยง กอปรกับเมื่อหวนนึกถึงเรือนร่างอันขาวผ่องนวลเนียนดั่งเทพธิดาของนาง ทั่วทั้งร่างของเขาก็พล
Read more

บทที่ 484

“ซ้ำหญิงสกุลจี้ผู้นั้นไม่ออกจากเรือนสักนิด และท่านโหวเสิ่นก็ยังแวะไปหานางทุกวัน ต่อให้ข้าอยากลงมือก็ไม่มีโอกาสแม้แต่น้อย”ซุนเป่าฉยงปรายตามองเฉิงฉงปราดหนึ่ง ไม่ได้พูดคำใด แต่กลับแค่นหัวเราะออกมาแผ่วเบารอยยิ้มนี้เมื่อตกอยู่ในสายตาของเฉิงฉง ก็สื่อความได้ว่าซุนเป่าฉยงกำลังเย้ยหยันว่าเขาไร้น้ำยา ชายหนุ่มพลันขบกรามดึงร่างคนงามเข้ามากอดในอ้อมอก ก่อนบีบพวงแก้มนางแล้วกล่าว “ต่อให้ได้แต่งแล้วจะสำคัญอันใด? หญิงสกุลจี้ผู้นั้นไม่ช้าก็เร็วต้องมาพบจุดจบด้วยน้ำมือข้าอยู่ดี”กล่าวพลางเฉิงฉงก็ก้มหน้าลงประทับจูบอันหนักหน่วงบนริมฝีปากของซุนเป่าฉยง แววตาแฝงความอำมหิตเยียบเย็น “คราวก่อนก็ใช่ว่าจะคว้าน้ำเหลวเสียทีเดียว อย่างน้อยก็ยังมีคนผู้หนึ่งให้หลอกใช้”“อีกอย่าง ผู้คนที่เคียดแค้นเสิ่นซื่อก็มีอยู่ไม่น้อยเช่นกัน”ซุนเป่าฉยงถูกเฉิงฉงบีบจนเจ็บ นางจึงเบือนหน้าหนีพลางผลักเขาออก ฝืนกลั้นโทสะไม่ด่าทอออกไป เพียงกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ในเมื่องานมงคลเสร็จสิ้นแล้ว ต่อให้สตรีสกุลจี้จะมีอันเป็นไป ข้าก็ไม่มีทางได้แต่งงานกับท่านโหวเสิ่นอยู่ดี”พูดพลางนางก็จ้องมองเฉิงฉง “ข้าไม่ใช่คนผูกใจเจ็บ เรื่องนี้ช่างมันเถิ
Read more

บทที่ 485

แสงสว่างจากนอกหน้าต่างสาดส่องเข้ามาถึงตั่งหลัวฮั่น กระทบด้ายเงินบนอาภรณ์สีฟ้าอมเขียวปักลายบุปผาสีชมพูของจี้หานอีเป็นประกายระยิบระยับ แสงนั้นอาบไล้ลงไปบนใบหน้า ส่งผลให้นางยิ่งรู้สึกเกียจคร้านขึ้นอีกเล็กน้อยท่ามกลางความสะลึมสะลือ นางก็หวนนึกถึงเสิ่นซื่อขึ้นมาอีกครั้ง ไม่รู้เลยว่าหากเสิ่นซื่อรู้ว่านางมาอยู่ที่นี่ เขาจะมาเยี่ยมนางหรือไม่ในเวลาเดียวกันนี้ ณ อีกฝั่งหนึ่งของตำหนัก ฮองเฮากำลังนั่งตัวตรงอยู่บนตำแหน่งประธาน สายตาเรียบเฉยทอดมองเสิ่นซื่อในชุดขุนนางเต็มยศผู้ก้าวเท้าเข้ามายามปกติต่อให้มีรับสั่งเรียกตัว เขาก็แทบไม่เคยมาเยือนสักครั้ง วันนี้กลับเป็นฝ่ายมาหาถึงตำหนักด้วยตนเอง คาดว่าคงรู้เรื่องที่จี้หานอีมาศึกษากฎระเบียบอยู่ที่นี่แล้วเป็นแน่ฮองเฮาจึงเตรียมใจไว้แต่แรกแล้วว่าเสิ่นซื่อต้องมาแน่ นางเองก็ไม่ได้คิดจะปิดบัง และยิ่งทราบดีว่าไม่มีทางปิดบังเขาได้อยู่แล้วเสิ่นซื่อก้าวเข้ามาภายในตำหนัก สีหน้าของเขาเย็นเยียบเป็นพิเศษ ทันทีที่หยุดยืนอยู่ตรงหน้าฮองเฮา เขาก็ยกสองมือขึ้นประสาน โค้งคำนับอย่างนอบน้อม พลางเอ่ยด้วยเสียงเย็นชาจับใจ "ขอฮองเฮาโปรดอนุญาตให้กระหม่อมรับภรรยากลับจวนด้วยพ่
Read more

บทที่ 486

นัยน์ตาของเสิ่นซื่อพลันมืดทะมึน “นานเกินไปพ่ะย่ะค่ะ”เขากับจี้หานอีเพิ่งแต่งงานกัน นางเพิ่งจะยอมลดกำแพงในใจที่มีต่อเขาลงไปบ้าง หากต้องมาถูกขัดจังหวะเช่นนี้ เกรงว่าคงต้องกลับไปเริ่มนับหนึ่งใหม่กันอีกครั้งอีกอย่าง ภายในใจของเขาก็ไม่ปรารถนาให้จี้หานอีต้องมาทนรับความยากลำบากอยู่ที่นี่แม้จี้หานอีจะมีนิสัยเด็ดเดี่ยว แต่นางก็ไม่เคยต้องพบเจอความยากลำบากมาตั้งแต่เล็ก เขาจึงเกรงว่าในใจนางจะรู้สึกทุกข์ระทมฮองเฮาชะงักไปเล็กน้อย เวลาหนึ่งเดือนนับว่าไม่ได้ยาวนานอันใด นึกไม่ถึงเลยว่าเสิ่นซื่อจะหวงแหนคนของตนถึงเพียงนี้แต่ในเมื่อเสิ่นซื่อยอมโอนอ่อน นางก็ไม่อยากบีบคั้น จึงเอ่ยถาม “เช่นนั้นเจ้าว่าควรให้อยู่กี่วันดีเล่า”เสิ่นซื่อเม้มริมฝีปาก “ห้าวันก็พอแล้วพ่ะย่ะค่ะ”ฮองเฮาถึงกับตกตะลึงไปชั่วขณะ ก่อนขมวดคิ้วขึ้นมาทันที เสิ่นซื่อกล้าพูดออกมาว่าห้าวันได้อย่างไรเรื่องราวในวังหลังของนางนั้นวุ่นวายนัก ทุกสิ่งล้วนต้องให้จี้หานอีคอยเฝ้าดูและเรียนรู้ เวลาเพียงห้าวันจะไปพออันใดผู้เป็นพี่สาวจึงเชิดหน้าขึ้น “เวลาห้าวันจะไปเรียนรู้กฎระเบียบอันใดได้? อย่างน้อยก็ต้องยี่สิบวัน”สองพี่น้องมองหน้ากัน ต่าง
Read more

บทที่ 487

ปลายนิ้วจมลงไปในลายปักบุปผาอวี้หลานอันประณีตบริเวณช่วงเอว เนื้อผ้าแพรต่วนที่ทอประกายเงางามเกิดรอยยับย่น กลิ่นหอมละมุนสายหนึ่งลอยวนอยู่รอบกายจี้หานอีเอนกายพิงอยู่กับหมอนสีเงิน ส่วนเว้าส่วนโค้งตรงช่วงเอวช่างงดงามดั่งทิวเขา ด้านอกอิ่มที่กระเพื่อมไหวก็ล้วนประจักษ์ชัดแก่สายตานับจากคืนเข้าหอ เสิ่นซื่อก็ต้องฝืนข่มกลั้นความปรารถนามานานถึงสามวัน เพียงเพื่อให้จี้หานอีคลายความระแวดระวังลง ทว่าเมื่อได้เห็นนางมานอนอยู่เบื้องหน้าในสภาพเช่นนี้ กอปรกับใบหน้าอันเกียจคร้านง่วงงุน หัวใจของชายหนุ่มก็พลันบีบรัดและร้อนรุ่มขึ้นมาทันทีจิตใจของเขาในอดีตมักสงบนิ่งดั่งผิวน้ำไร้ระลอกคลื่น ไม่เคยบังเกิดห้วงอารมณ์ปั่นป่วนถึงเพียงนี้ นั่นเป็นเพราะหลังได้ลิ้มลองรสชาติของจี้หานอีแล้ว ความวาบหวามซาบซ่านล้วนแทรกซึมลึกถึงกระดูกจนยากจะลืมเลือนแม้ยังไม่ได้ครอบครองนางอย่างแท้จริง แต่เลือดลมทั่วร่างของเขากลับพลุ่งพล่านเพราะนางได้อย่างง่ายดายฝ่ามือที่วางทาบอยู่บนเอวของจี้หานอีเริ่มออกแรงบีบแน่นขึ้นเรื่อย ๆ จี้หานอีผู้กำลังสะลึมสะลือเผลอหลับไปวูบหนึ่งหลงนึกว่าตนเองยังอยู่ในห้วงความฝัน นางจึงขยับตัวยุกยิกเล็กน้อยเสิ
Read more

บทที่ 488

ภายใต้เสียงหอบหายใจแผ่วเบา เสิ่นซื่อค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น หยดน้ำลายสีเงินยวงเส้นหนึ่งเกี่ยวกระหวัดเชื่อมโยงกัน ทั่วทั้งห้องอบอวลด้วยบรรยากาศอันแสนวาบหวามแววตาของจี้หานอียังคงเลื่อนลอย หัวใจเต้นระรัว ได้แต่จ้องมองใบหน้าของเสิ่นซื่อผู้กำลังทอดสายตาลึกล้ำมองนางด้วยความเหม่อลอยเสิ่นซื่อยังห่างไกลจากคำว่าพึงพอใจนัก เมื่อครู่หากไม่ใช่เพราะที่นี่คือตำหนักของฮองเฮา เขาก็คงไม่อาจข่มกลั้นอารมณ์เอาไว้ได้ยามนี้เมื่อเห็นจี้หานอีเอาแต่จ้องมองตนเองอย่างเหม่อลอย ริมฝีปากจิ้มลิ้มยังคงอ้าค้าง เผยให้เห็นไรฟันขาวสะอาดรำไร ท่าทางเช่นนี้ช่างดูน่ารักเสียจริงเขาจึงลอบคิดในใจว่ารอให้นางออกจากวังเมื่อใด ตนเองก็จะไม่อดทนอีกต่อไป เขาไม่อาจรอได้อีกแล้วต่อให้นางจะยังคงไม่ได้มีใจ หรือยังคงหวาดกลัวเขาอยู่ เขาก็ไม่อาจทนอดกลั้นได้อีกต่อไปเสิ่นซื่อมองมือของพวกตนที่ประสานสิบนิ้วเข้าด้วยกัน ก่อนยันกายขึ้นเล็กน้อย แล้วหยิบบ๊วยเม็ดหนึ่งป้อนไปที่ริมฝีปากของจี้หานอี พลางเอ่ยด้วยเสียงแหบพร่า “อดทนอีกเพียงครึ่งเดือนเท่านั้น ข้าจะมาหาเจ้าทุกวัน”จี้หานอีมองเม็ดบ๊วยที่ถูกส่งมาตรงหน้า ในใจสั่นสะท้านนึกอยากหลบเลี่ยง แต่เส
Read more

บทที่ 489

ตอนที่เสิ่นซื่อจะกลับ ท้องฟ้าก็เริ่มมืดแล้ว กฎของวังหลวงมีอยู่ว่าเสิ่นซื่อไม่อาจรั้งอยู่ในวังนานเกินไป จึงต้องจำใจลากลับแต่ก่อนกลับ เสิ่นซื่อก็ยังรวบเอวจี้หานอีขึ้นมานั่งบนตัก เจ้าของร่างบางในอ้อมกอดก้มหน้าลงเล็กน้อยอย่างว่าง่าย ปล่อยให้เขากอบกุมมือนุ่มนิ่มของนางเล่นตามอำเภอใจแต่เสิ่นซื่อก็ตระหนักดี แม้จี้หานอีจะดูหัวอ่อนคล้ายเชื่อฟังไปเสียทุกเรื่อง ทว่าภายในใจ ความเข้มแข็งที่ซ่อนเร้นในสายเลือดของนางนั้น กลับแฝงความดื้อรั้นอยู่ไม่น้อยเฉกเช่นเวลานี้ เขาอาลัยอาวรณ์นางยิ่งนัก แต่ในใจของจี้หานอี คงปรารถนาให้เขารีบจากไปโดยเร็วเป็นแน่แสงไฟที่ถูกจุดขึ้นสาดส่องลงบนเรือนร่างของจี้หานอีซึ่งกำลังนั่งหันข้างอยู่ในอ้อมกอด กลิ่นหอมกรุ่นลอยอวลอยู่รอบกาย ทั่วทั้งร่างนางแผ่ซ่านความสงบเรียบง่ายดั่งวันเวลาอันแสนดีงามเสิ่นซื่อกระชับเอวจี้หานอี รั้งตัวนางเข้ามาในอ้อมกอดให้มากขึ้น เพื่อให้เรือนร่างที่จงใจเว้นระยะห่างนั้นแนบชิดติดกับกายตน ก่อนถามนางด้วยเสียงทุ้มต่ำ “พรุ่งนี้ข้าจะมาหาเจ้า อยากให้นำสิ่งใดมาฝากหรือไม่?”จี้หานอีครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็คล้ายไม่ต้องการสิ่งใดข้าวของเครื่องใช้ที่นี่ล้ว
Read more

บทที่ 490

จี้หานอียืนเคียงข้างฮองเฮา ทอดสายตามองบรรดานางกำนัลและขันทีผู้เดินเข้าออกเพื่อทูลถามเรื่องราวเป็นระยะ ขณะเดียวกันก็ช่วยฮองเฮาจัดระเบียบสมุดบัญชีที่รอการอนุมัติปึกหนึ่ง พลางรับฟังคำสั่งสอนของฮองเฮาด้วยความตั้งใจภายในห้องทรงอักษรเงียบสงัดล่วงเข้าสู่ช่วงสาย นางกำนัลก็เข้ามารายงานว่าองค์รัชทายาทเสด็จ สีหน้าอันเคร่งขรึมของฮองเฮาถึงได้ปรากฏรอยยิ้ม ขณะรับสั่งให้องค์รัชทายาทเข้ามา ส่วนตนเองก็ไปที่ห้องฝั่งตะวันออกโดยมีข้ารับใช้คอยดูแลแน่นอนว่าจี้หานอีย่อมติดตามอยู่ข้างกายฮองเฮา เมื่อฮองเฮาประทับลงบนตั่งหลัวฮั่นริมหน้าต่าง ในที่สุด จี้หานอีก็ได้รับอนุญาตให้นั่งลงอีกฝั่งหนึ่งนางลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก รองเท้าปักลายซึ่งซ่อนอยู่ใต้กระโปรงหมุนวนเล็กน้อย นั่นเองฝ่าเท้าที่ปวดเมื่อยมานานถึงค่อยรู้สึกผ่อนคลายลงบ้างองค์รัชทายาทเสด็จเข้ามาอย่างรวดเร็ว ทันทีที่มาถึงก็ถวายบังคมและถามไถ่พระพลานามัยของฮองเฮาด้วยความนอบน้อม จากนั้นจึงหันมาทักทายจี้หานอีและด้วยความที่จี้หานอีมีศักดิ์เป็นน้าสะใภ้ องค์รัชทายาทจึงวางตัวอย่างให้ความเคารพ แม้ว่าตัวเขาเองจะมีอายุมากกว่านางถึงสองปีก็ตามความจริง จี้หานอ
Read more
PREV
1
...
4748495051
...
61
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status