جميع فصول : الفصل -الفصل 470

470 فصول

บทที่ 461

เมื่อจี้หานอีพูดจบ นัยน์ตาของเสิ่นซื่อก็ไหววูบเล็กน้อยก่อนจะคลี่ยิ้มออกมาบางเบาจี้หานอีมองดูรอยยิ้มของเสิ่นซื่อ พลันรู้สึกไม่เข้าใจความคิดอ่านของเขาขึ้นมาอีกครั้งถ้อยคำที่นางเอ่ยกับเสิ่นซื่อล้วนเป็นความนัยจากใจจริงนางตระหนักดีว่าหากเรือนหลังสงบร่มเย็น บุรุษที่อยู่เรือนหน้าย่อมสามารถทุ่มเทให้แก่งานราชสำนักได้อย่างวางใจจี้หานอีปรารถนาอย่างยิ่งที่จะทำหน้าที่ของตนให้ดี และอยากให้เสิ่นซื่อรู้สึกว่าเขาไม่ได้เลือกคนผิดในเมื่อเขาคอยปกป้องนาง ตัวนางเองก็ควรต้องทำตัวให้เป็นประโยชน์บ้างเช่นกันเสิ่นซื่อหลุบตาลงมองวงหน้าของจี้หานอี นัยน์ตาของนางทั้งอ่อนโยนและงดงาม ห้วงความคิดที่ฉายชัดบนใบหน้านั้นช่างอ่านง่ายยิ่งนักชายหนุ่มเม้มริมฝีปากพลางทอดถอนใจไร้สุ้มเสียง ปลายนิ้วเรียวยาวสัมผัสลงบนพวงแก้มของจี้หานอี นัยน์ตาอันเย็นชาและสงบนิ่งนั้นลึกล้ำราวกับวังน้ำเย็นเขาเฝ้ามองนางเงียบ ๆ อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ไม่เป็นไรหรอก เจ้าไม่จำเป็นต้องคอยดูสีหน้าผู้ใดทั้งสิ้น"เสียงของเสิ่นซื่อทั้งทุ้มต่ำและราบเรียบ ดวงตาที่ปราศจากรอยยิ้มแผ่กลิ่นอายสูงศักดิ์เคร่งขรึม เมื่อจี้หานอีสบเ
اقرأ المزيد

บทที่ 462

จี้หานอีเพิ่งตื่นขึ้นมา ในหัวยังคงงัวเงียสะลึมสะลือ ทว่าพอรู้สึกตัวอีกที อุปกรณ์ทำความสะอาดร่างกายทุกชนิดก็ถูกจัดวางเตรียมไว้ตรงหน้าเรียบร้อยแล้ว มีสาวใช้ห้าหกคนยืนเรียงรายอยู่เบื้องหน้า คนหนึ่งประคองกระโถนและถ้วยชาเข้ามาให้จี้หานอีบ้วนปากยามเช้า ชาถ้วยนั้นผสมเกลือเขียว สะระแหน่ และกานพลู จากนั้นก็มีคนยกอ่างทองแดงใส่น้ำอุ่นอุณหภูมิกำลังดีมาให้ล้างมือ ตามด้วยส่งผืนผ้าฝ้ายทอไหมเส้นนุ่มชุ่มน้ำมาให้เช็ด ทุกเรื่องราวดำเนินไปอย่างเป็นระเบียบ สาวใช้ทยอยถอยออกไปทีละคน ก่อนจะมีสาวใช้คนใหม่เข้ามาสวมรองเท้าให้ พร้อมนำเสื้อผ้ามาให้จี้หานอีเลือกว่าจะสวมชุดใดเมื่อก่อนตอนที่จี้หานอียังเป็นดรุณีน้อย สาวใช้ในเรือนต่างก็สนิทสนมกลมเกลียว เรียกได้ว่าพูดคุยหยอกล้อกันตลอดเวลาขณะช่วยกันล้างหน้าหวีผมให้นางอย่างเนิบช้า ไม่เหมือนที่นี่ สาวใช้ทุกนางแทบไม่ต่างไปจากหุ่นกระบอกที่ถูกผู้คนจับเชิดไปตามหน้าที่หลังนางชี้เลือกไปส่งๆ ชุดหนึ่ง บรรดาสาวใช้ก็เริ่มลงมือปรนนิบัติอย่างขะมักเขม้นจี้หานอีรู้ตัวอีกที ก็มานั่งอยู่บนตั่งซิ่วตุนหน้าโต๊ะเครื่องแป้งแล้ว เสื้อผ้าอาภรณ์บนร่างถูกสวมใส่ให้อย่างเรียบร้อยงดงาม ซ้ำยังมี
اقرأ المزيد

บทที่ 463

เสียงของเสิ่นซื่อทุ้มต่ำ แม้ไม่ได้ดังมากนัก แต่ก็ยังคงแฝงไว้ด้วยกลิ่นอายความเคร่งขรึมเช่นเคยจี้หานอีจึงรีบพยักหน้า “เสร็จแล้วเจ้าค่ะ”เสิ่นซื่อก้มหน้าลงมองบริเวณคอเสื้อของจี้หานอีอีกครั้ง รอยแดงที่ถูกปกปิดไว้กึ่งหนึ่งนั้นดูคลุมเครือชวนให้คิดลึก ครั้นเห็นกิริยาหลุบตาต่ำด้วยความขวยเขินของนาง เขาก็กระตุกยิ้มมุมปากทั้งสองคนเดินตามกันออกไป เสิ่นซื่อปรายตามองแม่นมเฉินที่เดินตามอยู่ด้านข้าง หัวคิ้วขมวดมุ่นด้วยความรำคาญใจเล็กน้อย ก่อนจะดึงสายตากลับมาเหวินอันลอบสังเกตเห็นสายตาของผู้เป็นนาย ย่อมรู้ดีว่าเหตุใดเจ้านายถึงไม่สบอารมณ์ เมื่อเช้าตอนที่หญิงชราผู้นี้มาร้องเรียก เขาก็พยายามขัดขวางแล้ว ทว่าอีกฝ่ายกลับถือดีว่าตนเป็นบ่าวข้างกายฮองเฮา อ้างว่ามารับหน้าที่จัดระเบียบกฎเกณฑ์ให้แก่ฮูหยินของท่านโหว จึงวางมาดใหญ่โตจนเขาไม่อาจขัดขวางสุดท้าย ท่านโหวก็คงตำหนิว่าเป็นความผิดของเขาอยู่ดี คิดแล้วก็ได้แต่ลอบถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ตอนที่ก้าวออกจากประตูเรือน บ่าวอาวุโสหน้าประตูรายงานว่าฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นส่งคนมาเร่งรัดถึงสองหนแล้ว ทว่าสีหน้าของเสิ่นซื่อยังคงราบเรียบไม่แสดงความเห็นอันใด มีเพียงจี้หานอ
اقرأ المزيد

บทที่ 464

ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นปรายตามองจี้หานอี สีหน้ายังคงราบเรียบไม่เผยอารมณ์ใด ภายใต้สายตาของผู้คนทั้งมวลที่จับจ้องมา นางจำต้องคลี่ยิ้มเล็กน้อยขณะรับถ้วยชา จากนั้นก็เอ่ยคำสั่งสอนเรื่องความปรองดองของสามีภรรยาพอเป็นพิธี ก่อนลงมือสวมสร้อยคอมรกตประจำตระกูลที่มีขนาดใหญ่เกือบครึ่งฝ่ามือลงบนลำคอของจี้หานอีด้วยตนเอง ถือเป็นการแสดงออกว่ายอมรับสะใภ้ผู้นี้แล้วนี่เรียกได้ว่านางต้องกัดฟันกลืนเลือดตนเอง ต่อให้จะไม่พอใจเพียงใด แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าผู้คนมากมาย นางก็ต้องมอบหน้าตาและศักดิ์ศรีให้แก่จี้หานอีอยู่ดีจี้หานอีกล่าวขอบคุณฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นด้วยความนอบน้อม ครั้นขยับไปยกน้ำชาให้แก่อดีตอัครมหาเสนาบดี ชายชรากลับรับถ้วยชาของจี้หานอีด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสเขาสังเกตเห็นมานานแล้วว่าบุตรชายมีท่าทีต่อแม่หนูผู้นี้ไม่ธรรมดา ในอดีตจึงพยายามจับคู่คนทั้งสองอย่างสุดความสามารถ คอยผลักดันให้แม่หนูผู้นี้เข้าไปอยู่ข้างกายบุตรชายเสมอ น่าเสียดายที่บุตรชายมีนิสัยเย็นชาและทะนงตนมาตั้งแต่เล็ก จึงยังไม่ตระหนักว่าคนที่ทำให้หัวใจหวั่นไหวนั้นมีความสำคัญต่อชีวิตมากเพียงใดแต่ก็ยังนับว่าโชคดีที่แม้วันเวลาจะผ่านไป สุดท้ายทั้งสองค
اقرأ المزيد

บทที่ 465

ทางด้านจี้หานอีก็กำลังยิ้มแย้มสนทนากับผู้คนในห้องโถงหลัก มักจะมีคนเข้ามาจับมือนางเพื่อพินิจดูใกล้ ๆ และไถ่ถามด้วยเสียงแผ่วเบาอยู่เป็นระยะแต่ที่มีมากสุดก็คือบรรดาคุณหนูและคุณชายน้อยวัยสี่ห้าขวบ ผู้พากันมาล้อมรอบนางด้วยความอยากรู้อยากเห็นนางไป๋คลี่ยิ้มพลางไล่พวกเขาไปหลายหน ทว่ากลุ่มเด็กน้อยก็ไม่ยอมไป จี้หานอีเองก็ใจดี อุ้มเด็กน้อยคนหนึ่งขึ้นมาหยอกล้อสองสามคำกระทั่งเดินมาถึงตรงหน้าเสิ่นฉางหลิง บรรดาลูกหลานรุ่นเยาว์ที่ยืนอยู่ข้างกายเขาต่างพากันเรียกจี้หานอีว่าท่านอาสะใภ้ห้า มีเพียงเสิ่นฉางหลิงที่ยืนอึ้งอยู่กับที่ เอาแต่จ้องมองจี้หานอีด้วยความเหม่อลอยโดยไม่เอ่ยคำใดนางไป๋เกรงว่านิสัยไม่รู้จักกาลเทศะของเสิ่นฉางหลิงจะกลายเป็นการเสียมารยาทต่อหน้าผู้อาวุโส จึงยิ้มพลางผลักเสิ่นฉางหลิงเบา ๆ “เหตุใดถึงไม่พูดไม่จาเล่า? นี่ดีใจที่ได้พบอาสะใภ้ห้าจนทำตัวไม่ถูกเลยหรือ?”เมื่อจี้หานอีพบหน้าเสิ่นฉางหลิงก็ไม่รู้ว่าควรเรียกขานอย่างไร คำว่าหลานชายย่อมเรียกไม่ออกแน่ แต่จะให้เลียนแบบเสิ่นซื่อโดยเรียกชื่อเสิ่นฉางหลิงตรง ๆ เวลานี้นางก็ยังไม่คุ้นชิน นางเห็นเสิ่นฉางหลิงกำลังเหม่อลอย จึงอมยิ้มพลางกล่าว “
اقرأ المزيد

บทที่ 466

เพียงแต่เมื่อฮองเฮาจะเสด็จกลับ ผู้คนก็ต้องออกไปส่ง นับเป็นขั้นตอนที่วุ่นวายอีกรอบหนึ่งยามตั้งโต๊ะจัดเลี้ยงในตอนค่ำ ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นก็ให้จี้หานอีนั่งอยู่ข้างกาย ส่วนนางไป๋นั่งอยู่อีกฝั่งหนึ่ง และเนื่องจากนางไป๋เป็นคนช่างเจรจามีไหวพริบรอบด้าน จึงช่วยสร้างบรรยากาศให้ครึกครื้น ซ้ำยังปรนนิบัติฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นจนเบิกบานใจ แต่นั่นก็ขับเน้นให้จี้หานอีผู้ไม่ค่อยพูดจาดูงุ่มง่ามไปโดยปริยายจี้หานอีไม่อาจทำตามอย่างนางไป๋ได้จริง ๆ และยิ่งไม่อาจเลียนแบบท่าทีที่ยังคงดูสดใสเปล่งปลั่ง ไร้ซึ่งความเหนื่อยล้าทั้งที่วุ่นวายมาตลอดทั้งวันของอีกฝ่ายได้เลยแม้แต่น้อยความจริงนางมีนิสัยค่อนข้างเก็บตัว จึงแอบอิจฉาความเก่งกาจของนางไป๋อยู่ลึก ๆผู้คนที่นั่งร่วมโต๊ะล้วนเป็นฮูหยินใหญ่จากเรือนต่าง ๆ มีเพียงนางคนเดียวที่อายุน้อยที่สุด การปรนนิบัติฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นก็ไม่คล่องแคล่วเท่านางไป๋ ด้านบทสนทนาของพวกนางจี้หานอีก็ไม่รู้จะสอดแทรกอย่างไร จึงตัดสินใจไม่พูดอะไรเลย เพียงก้มหน้าก้มตากินอาหารเงียบ ๆ ถึงอย่างไรนางก็กำลังหิวจนตาลายอยู่พอดีเพียงแต่นางคือสะใภ้ใหม่ ผ่านไปครู่หนึ่งก็มักจะถูกเอ่ยถึง และถูกจับให้ดื่มส
اقرأ المزيد

บทที่ 467

จี้หานอีลอบปรายตามองแม่นมเฉินอย่างเงียบงัน ความหมายแฝงในถ้อยคำเหล่านี้นางย่อมเข้าใจดี ฮองเฮาทรงส่งแม่นมผู้นี้มาอยู่ข้างกายเพื่อคอยจับตาดูความประพฤติของนางทุกฝีก้าว ไม่แน่ว่าอาจถึงขั้นคอยรายงานความเคลื่อนไหวของนางเข้าวังหลวงเสียด้วยซ้ำด้วยความที่นางไม่อาจขับไล่อีกฝ่าย จึงทำได้เพียงข่มกลั้นและอดทนเท่านั้นครั้นกวาดสายตามองไปรอบห้องไม่เห็นเงาร่างของเสิ่นซื่อ นางจึงถามหญิงรับใช้สูงวัยข้างกาย เมื่อได้ความว่าเสิ่นซื่ออยู่ที่ห้องหนังสือ จี้หานอีก็แอบลังเลใจเล็กน้อย ด้วยไม่รู้ว่าควรไปดูแลเขาที่ห้องหนังสือดีหรือไม่ถึงอย่างไรนางก็ไม่อาจชิงเข้านอนโดยไม่รอเสิ่นซื่อได้อยู่แล้วจังหวะที่กำลังลังเลใจอยู่นั้น หญิงรับใช้สูงวัยก็กล่าวขึ้นอีกว่า "ท่านโหวสั่งไว้ว่าประเดี๋ยวจะตามมา ให้ฮูหยินเข้านอนก่อนได้เลยเจ้าค่ะ"นั่นเองจี้หานอีถึงค่อยวางใจลง ร่างกายที่เหนื่อยล้าจนมึนงงพานางไปนั่งลงหน้าคันฉ่อง ปล่อยให้สาวใช้ช่วยปลดมวยผมและชโลมน้ำปรุงให้ความจริงการที่เสิ่นซื่อไม่อยู่ในห้อง จี้หานอีกลับรู้สึกผ่อนคลายขึ้นไม่น้อย เพียงแต่บรรดาสาวใช้ภายในห้องต่างติดนิสัยเคร่งขรึมมาจากเสิ่นซื่อกันหมด พวกนางไม่พูดอะไร
اقرأ المزيد

บทที่ 468

เขาถามด้วยเสียงแหบพร่า "เมื่อครู่กำลังหัวเราะเรื่องใดหรือ?"จี้หานอีย่อมไม่กล้าบอกว่าตนกำลังหัวเราะท่าทีของสาวใช้ในห้องที่หวาดกลัวเสิ่นซื่อ ดวงตาของนางไม่กล้าช้อนขึ้นสบตาเขา ได้แต่แต่งเรื่องเฉไฉไปว่า "เพียงรู้สึกว่าชาถ้วยนี้รสชาติดีเจ้าค่ะ"เสิ่นซื่อหลุบตามองจี้หานอีผู้โกหกพลางเลิกคิ้วขึ้นยามนินทาเขาลับหลัง นางกลับหัวเราะออกมาได้ตั้งหลายคำ ทว่าเขาก็คร้านจะถือสา ด้วยตัวเขาในใจนางไม่ใช่คนเช่นนั้นอยู่แล้วหรือ?ปลายนิ้วโป้งลูบไล้ไปตามปลายคางอันเนียนนุ่มของจี้หานอี เสิ่นซื่อทอดสายตามองคนงามผู้ก้มหน้าก้มตา ลูกกระเดือกของเขาขยับขึ้นลง ก่อนเอ่ยอีกครั้ง "สมควรเข้านอนได้แล้ว"ร่างกายของจี้หานอีพลันแข็งเกร็งเมื่อได้ยินประโยคนี้ ทว่าก็ต้องแสร้งทำเป็นพยักหน้ารับคำด้วยความสงบนิ่งเสิ่นซื่อปรายตามองสีหน้าอันประหม่าเล็กน้อยของจี้หานอี ก่อนชักมือกลับมาจี้หานอียังคงก้มหน้าก้มตาไม่กล้ามองเสิ่นซื่อ นางขยับขึ้นไปบนเตียง และยังคงขดตัวอยู่ตรงมุมด้านในสุดเช่นเคยนางคิดว่าในเมื่อคืนเข้าหอผ่านพ้นไปแล้ว วันนี้ก็คงไม่ต้องรับมือกับเรื่องเช่นนั้นอีกกระมังพอหวนนึกถึงเรื่องราวเมื่อคืน พวงแก้มก็เริ่มร้อนผ่
اقرأ المزيد

บทที่ 469

ดวงจันทร์นอกหน้าต่างลอยเด่นเหนือยอดไม้ เงาไม้ส่งเสียงสวบสาบขณะไหวเอนไปตามสายลมแสงเทียนถูกครอบคุ้มไว้ในโคมผ้าโปร่ง ประหนึ่งดวงดาราที่ถูกโอบอุ้มเงาร่างทาบทับซ้อนกันบนฉากกั้น เสมือนดั่งภาพวาดสาดน้ำหมึกที่เพิ่งเข้ากรอบเสร็จใหม่ ๆ มีทั้งทิวเขาคดเคี้ยวสลับซับซ้อน และมวลเมฆาที่ก่อตัวขึ้นอย่างอิสระยามเส้นผมดำขลับทิ้งตัวลงมาพลันบังเกิดสายลมแผ่วเบา พัดกวนธูปในกระถางปั๋วซานที่กำลังจะดับมิดับแหล่ ควันธูปเปลี่ยนทิศทางอย่างกะทันหัน ลอยละล่องไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งนั่นคือทิศทางที่สำนักโหรหลวงเคยกล่าวไว้ว่าเป็นทิศสถิตของเทพเจ้าแห่งความปีติยินดีในคืนนี้หยกพกพลันกระทบเข้ากับที่วางเท้า บังเกิดเสียง "เคล้ง" ดังกังวานใส ปลุกดวงจันทร์ที่ขดตัวอยู่เหนือตะขอเกี่ยวผ้าม่านให้ตื่นตระหนก แสงจันทร์จึงสาดส่องผ่านช่องหน้าต่างลายข้าวหลามตัดช่องที่เจ็ดเข้ามา อาบไล้ครอบคลุมข้อเท้าพอดีกลิ่นเครื่องหอมอ้อยอิ่ง กลุ่มควันที่ม้วนตัวขึ้นมาจากกระถางธูปปั๋วซานชะงักค้างกลางอากาศ กลายเป็นมาตรวัดแห่งกาลเวลากลุ่มควันสั่นไหวก่อนแตกกระจายและรวมตัวกันใหม่ด้วยความตื่นตระหนก ราวกับฝูงนกกระเรียนที่ถูกก่อกวน และนางก็คือนก
اقرأ المزيد

บทที่ 470

แต่ความเจ็บแปลบบนริมฝีปากกลับย้ำเตือนว่าเรื่องราวคล้ายไม่ใช่ความฝันเมื่อนางลืมตาขึ้นอย่างสะลึมสะลือ ก็เห็นเสิ่นซื่อกำลังหลับตากอดนางไว้ ใบหน้าหล่อเหลานั้นดูเคร่งขรึมและจริงจังยิ่งแต่เมื่อคืนบุรุษผู้ดูเคร่งขรึมจริงจังผู้นี้ กลับ...จี้หานอีไม่กล้าคิดฟุ้งซ่านต่อ ได้แต่จ้องมองใบหน้าของเสิ่นซื่อจนเหม่อลอยไปชั่วขณะในอดีตตอนที่ยังไม่ได้ใกล้ชิดกับเสิ่นซื่อถึงเพียงนี้ นางไม่เคยบังเกิดความรู้สึกใด ๆ ต่อเขาเลย ทว่ายามราตรีตลอดสองคืนที่ผ่านมา หลังได้นอนร่วมเรียงเคียงหมอน นางก็ตระหนักดีว่าความสัมพันธ์ระหว่างตนกับเสิ่นซื่อนั้น มีบางอย่างได้แปรเปลี่ยนไปแล้ว...ขณะกำลังจ้องมองใบหน้าของเสิ่นซื่ออย่างเหม่อลอย เสิ่นซื่อก็พลันลืมตาขึ้นมาทันทีเมื่อจี้หานอีสบตาเขา หนังศีรษะก็พลันชายิบ รีบหลับตาลงด้วยความรู้สึกผิดราวโจรขโมยของ แม้รู้ดีว่าพฤติกรรมนี้ไม่ต่างอันใดกับการปิดหูขโมยกระดิ่ง แต่ก็ไม่อาจทนสบตากับเสิ่นซื่อได้จริง ๆเมื่อคืนนางไม่ได้ปรารถนาเลยแท้ ๆ แต่ความสุขสมซาบซ่านนั้นกลับเป็นสิ่งที่นางไม่เคยพานพบมาก่อนในชีวิตในอดีตเซี่ยอวี้เหิงไม่เคยเป็นเช่นนั้น หลังแต่งงานช่วงแรก เขาก็มักเร่งรีบอยู่เส
اقرأ المزيد
السابق
1
...
424344454647
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status