บททั้งหมดของ ซูเม่ย พระชายาเซียนแพทย์: บทที่ 101 - บทที่ 110

230

บทที่ 33  จับหนอนตัวอ้วน2

บทที่ 33  จับหนอนตัวอ้วน2 “ก็บิดาเจ้านะสิ  ป่วยไข้หลายเดือนไม่ยอมตามหมอมาดูอาการ”  พระชายาเหลียงหวังลี่กล่าวเสียงขึ้นจมูกอย่างไม่พอใจ  ซื่อจื่อที่ได้ยินว่าเสด็จพ่อป่วยก็มองไปที่หลานสาวที่กำลังวินิจฉัยโรคอยู่  เช่นเดียวกับพระชายาหลี่ฟางซินที่เข้าบีบนวดเสด็จแม่อย่างเอาใจ เพื่อคลายความโมโหของพระองค์ลง“ไม่ได้ร้ายแรงถึงเพียงนั้นเพคะเสด็จปู่เสด็จย่า  แต่สาเหตุของมันต่างหากที่ร้ายแรง”  ซูเม่ยเอ่ยตอบ  ก่อนจะพูดอย่างมีเงื่อนงำชวนให้คนยิ่งสงสัยซื่อจื่อหนานหลี่จิ้งที่ดูสถานการณ์ที่เกิดขึ้นก็รู้สึกว่ามีเรื่องไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้นกับบุคคลอันเป็นที่เคารพรักของเขาแล้ว“เสด็จปู่น่าจะโดนพิษเพคะ”  สิ้นสียงของซูเม่ยทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบ  โดยเฉพาะผู้ที่โดนพิษที่ครุ่นคิดสิ่งที่หลานสาวบอกอย่างเงียบๆ “โดนพิษ!!!!!!”  เสียงร้องอย่างตกใจของทุกคนภายในตำหนัก   ทำให้ซูเม่ยโบกมือส่งสัญญาณให้เหล่าองครักษ์เงาของนางสอดส่องว่าม
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 33 จับหนอนตัวอ้วน3

บทที่ 33  จับหนอนตัวอ้วน3 ซูเม่ยมอบยาแก้พิษให้กับทั้งสองพระองค์พร้อมกับน้ำวารีมรกตอีก  3  จอก  เมื่อทั้งสองพระองค์กินโอสถแก้พิษหมื่นพิษพ่ายลงไปตามด้วยน้ำวารีมรกตเข้มข้นแล้ว  ผิวหนังของทั้งสองก็ชุ่มไปด้วยเหงื่อสีดำส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปหมด  สร้างความตกตะลึงไม่รู้รอบที่เท่าไรให้คนภายในตำหนักใหญ่    เหงื่อสีดำยังคงถูกขับออกมาอย่างต่อเนื่อง  ซูเม่ยจึงให้ทั้งสองพระองค์แช่ลงในอ่างน้ำที่ผสมวารีมรกตไปอีกหลายส่วน“เสด็จพ่อเสด็จแม่รู้สึกเช่นไรบ้างเพคะ” พระชายาหลี่ฟางซินที่อยู่ปรนนิบัติทั้งบิดาและมารดาของสามีเอ่ยถามขึ้น ขณะที่ทั้งสองพระองค์ยังคงอยู่ในขั้นตอนของการขับพิษจวิ้นอ๋องหนานจ้านเฉิงลืมตาขึ้นมองไปที่ภรรยาซึ่งเหมือนจะมีบางอย่างเปลี่ยนแปลงไป“สบายตัวขึ้นมาก เหมือนกำลังวังชากลับมาเหมือนวัยหนุ่มมิมีผิด”  จวิ้นอ๋องหนานจ้านเฉิงเอ่ยตอบสะใภ้ใหญ่อย่างอารมณ์ดี  ผิดกับเมื่อก่อนที่ทำอะไรก็ติดขัดด้วยสภาวะร่างกายเขาจึงค่อนข้างหงุดหงิดง่าย“ท่านพ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 34  สารภาพและฐานันดรของว่าที่พระชายา1

บทที่ 34  สารภาพและฐานันดรของว่าที่พระชายา1คุกใต้ดินของวังจวิ้นอ๋องยังคงได้ยินเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดไปเกือบชั่วยาม  นักโทษผู้นั้นสลบไปครั้งแล้วครั้งเล่าก็ถูกรักษาจนเกือบหายดี  แล้วก็ปลุกด้วยวิธีการทรมานมากมายจากสตรีเพียงคนเดียวที่อยู่ในที่แห่งนี้  ซึ่งคุกใต้ดินของวังจวิ้นอ๋องตอนนี้เปรียบเสมือนขุมนรกก็มิปาน  ที่แม้จะร้องขอความตายนับครั้งไม่ถ้วนก็ไม่อาจได้รับมัน หากสตรีผู้เป็นดั่งเจ้าปรโลกมิยินยอม“ขะ..ข้า...พูด..ได้..โปรด..”  เสียงแผ่วเบาจากชายวัยกลางคนที่เคยเป็นหมอประจำวังอ๋อง  ทำให้ซูเม่ยที่นั่งรออยู่ชำเลืองตาไปมอง“ยอมพูดแล้วอย่างนั้นหรือ...ความจริง”   ซูเม่ยลุกขึ้นก่อนจะเยื้องย่างไปหานักโทษผู้ที่บอกว่าจะสารภาพ   ครั้งก่อนก็จะยอมพูดแต่สุดท้ายสิ่งที่พูดกลับเท็จเสียหลายส่วน  ดังนั้นนางจึงมอบบทเรียนให้คนชอบพูดโกหกไปหลายบทเลยทีเดียว“คะ..ความ..จริง”“ดี” พูดจบซูเม่ยก็ซัดโอสถสมานแผลขั้นสูงเข้าปากอดีตหมอขอ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 34  สารภาพและฐานันดรของว่าที่พระชายา2

บทที่ 34  สารภาพและฐานันดรของว่าที่พระชายา2 “ยามนี้ไม่เป็นท่านแม่เย่วจวนแล้วนะ  เฟยเฟยต้องเรียกว่า...ท่านอาสะใภ้เล็ก”  อู๋เย่วจวนเอ่ยบอกกับเด็กหญิงในอ้อมแขน  ด้วยเกรงว่ามารดาที่แท้จริงของหลินเฟยอาจจะสะเทือนใจกับเรื่องบุตรสาวขึ้นมาอีกและเพื่อความเหมาะสม“ท่านอาสะใภ้เล็ก”  หลินเฟยทำตามอย่างง่ายดาย ด้วยยังเด็กจึงไม่เข้าใจเรื่องราวเท่าที่ควร“ขอบใจน้องสะใภ้เล็กที่ดูแลหลินเฟยในยามนั้นเป็นอย่างดี”   พระชายาเซี่ยซินอี๋มองภาพบุตรสาวที่เอ่ยเรียกน้องสะใภ้เล็กว่าแม่ ก็ให้หวนนึกถึงความรู้สึกของบุตรสาวยามนั้นคงโหยหามารดายิ่งนัก“พี่สะใภ้รองเรื่องราวร้ายๆผ่านไปแล้วอย่าได้นึกถึงอีกเลย  สร้างภาพจำปัจจุบันที่ดีๆให้แก่หลินเฟยเถิด  เรื่องราวในยามนั้นเมื่อโตขึ้นนางก็จะจดจำมันไม่ได้แล้ว” อู๋เย่วจวนเอ่ยอย่างปลอบใจ“จริงอย่างที่น้องสะใภ้เล็กกล่าว  ยามนั้นนางแค่  3 หนาวเท่านั้น”  พระชายาเซี่ยซินอี๋ได้ฟังดังนั้นก็พยักหน้าเบา
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 34  สารภาพและฐานันดรของว่าที่พระชายา3

บทที่ 34  สารภาพและฐานันดรของว่าที่พระชายา3 “เป็นความจริงเช่นนั้นหรือ”  จวิ้นอ๋องไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองที่พระเชษฐากำลังจะกลับมาในเร็ววัน  เช่นเดียวกับพระชายาเหลียงหวังลี่ที่รู้จักกับพี่ชายร่วมอุทรของสามีดีในเรื่องของความมุ่งมั่น หากคิดจะทำสิ่งใดก็ทุ่มเทเต็มกำลัง  อย่างการท่องเที่ยวครั้งนี้แม้บรรดาบุตรหลานจะคัดค้านเพียงใดก็ยังแอบหนีไปจนได้“เป็นความจริงพะยะค่ะเสด็จอา   หลานเคยส่งจดหมายแจ้งเรื่องการประชวรของเสด็จอาและเสด็จอาสะใภ้ไป  ก็ไม่คาดคิดว่าเสด็จพ่อเสด็จแม่จะเร่งเดินทางกลับมาทันทีเมื่อได้รับจดหมาย  ซึ่งคาดว่าจะถึงวังหลวงในวันพรุ่ง”“เป็นข่าวดีจริงๆนะเพคะท่านพี่” พระชายาเหลียงหวังลี่เอ่ยกับสามีและแย้มยิ้มด้วยความดีใจ ‘นางไม่ได้เจอพี่สะใภ้นานเท่าใดแล้วนะ’“ในวันงานอามีคนผู้หนึ่งจะแนะนำให้หลานได้รู้จัก   หากจะเล่าว่าคนผู้นี้พิเศษเช่นไรคงต้องเท้าความตั้งแต่หนานหยางหายตัวไป....”  จวิ้นอ๋องหนานจ้านเฉิ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 35  กู้หลุนกงจู่1

บทที่ 35  กู้หลุนกงจู่1 วังจวิ้นอ๋องวันนี้นับว่าเรียบง่าย  ผู้ที่มีศักดิ์สูงสุดในวังทั้งสองพระองค์มาเล่นกับเหลนตัวน้อยทั้งสาม  รวมถึงหลานสาวหลานชายวัยเยาว์อีก  3 คนก็เช่นกันซูเหวินกำลังฝึกดาบไม้กับหูอันฉีอยู่บนลานฝึกของตำหนัก  ส่วนซูเจียวและหลินเฟยกำลังเรียนการเล่นกู่ฉินเจ็ดสายจากพระชายาหลี่ฟางซินโดยมีอู๋เย่วจวนนั่งมองการเล่าเรียนอยู่ไม่ไกล    ท่านหญิงหนานลี่มี่ก็อยู่อีกฟากของลานฝึกกำลังร่ายรำดาบร่วมกับพระชายาเซี่ยซินอี๋ พระชายาเหลียงหวังลี่ที่บัดนี้อุ้มเหลนตัวน้อยอย่างเยว่ซินในอ้อมแขน  โดยหลอกล่อด้วยเครื่องประดับหลากสีสัน   ส่วนจวิ้นอ๋องก็ไม่น้อยหน้าเสาะหาลูกพยัคฆ์มามอบให้เหลนตัวน้อยทั้งสองไว้ขี่เล่น  ซึ่งยามนี้เทียนหยู และหยู่หลงกำลังนั่งบนหลังลูกพยัคฆ์สีขาวสลับดำอย่างชอบใจ   โดยจวิ้นอ๋องได้สั่งทำอานเล็กสำหรับเด็กให้กับเหลนทั้งสองด้วยซูเม่ยก็กำลังอธิบายแบบเครื่องใช้ต่างๆที่นางขนแบบจากแคว้นซ่งให้ช่างหลวงฟังโดยเฉพาะโซฟา  และเค
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 35  กู้หลุนกงจู่2

บทที่ 35  กู้หลุนกงจู่2 จวิ้นอ๋องที่เดิมทีก็ไร้ความปรานีต่อศัตรูเฉกเช่นหลานสาวผู้นี้จึงเข้ากันได้ดียิ่งนัก  ทำเอาท่านชายทั้งหลายถึงกับขนพองไปทั้งร่างกาย  และไม่นานนักสองปู่หลานก็หยิบดาบกระโดดขึ้นลานฝึกในตำหนักเสียแล้ว  เพลงดาบที่แตกต่างกันของทั้งสองทำให้การประลองนี้เป็นไปอย่างคึกคัก  พระชายาทั้งหลายก็หยุดงานทุกอย่างมาดูการประลองนี้เช่นกัน  โดยเฉพาะพระชายาเซี่ยซินอี๋ที่ชอบจับดาบเป็นชีวิตจิตใจปัก   ปัก   ปัก   เสียงดาบไม้กระทบกันของทั้งสองฝ่ายที่ผลัดกันรุกกันรับ  นับว่าเพลงดาบสูสีแต่ด้านพละกำลังซูเม่ยนับว่าด้อยกว่าด้วยความเป็นสตรี  แต่นางกลับนำข้อเสียเปรียบนั้นมาเป็นข้อดีด้วยความปราดเปรียวของสรีระทำให้การเคลื่อนไหวของนางฉับไวคล่องแคล่ว“ซูเม่ยเคลื่อนไหวรวดเร็วมาก”  พระชายาเซี่ยซินอี๋ที่เพิ่งเห็นการเคลื่อนไหวแบบนี้ก็อดชื่นชมไม่ได้“ใช่ขอรับท่านแม่  แม้ว่าจะเสียเปรียบเรื่องพละกำลังแต่เรื่องความเร็วก็ทำให้พลิกสถานการณ์ไ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 35 กู้หลุนกงจู่3

บทที่ 35  กู้หลุนกงจู่3 ซูเม่ยมองภาพบรรยากาศครอบครัวใหญ่ ก่อนจะเดินเข้าไปนั่งที่ที่จัดไว้ซึ่งจะนั่งกันตามครอบครัว   ไม่ได้แบ่งแยกยศศักดิ์สูงต่ำห้องโถงจัดเลี้ยงเป็นการจัดที่นั่งแบบครึ่งวงกลม  แต่จะมีที่พิเศษอยู่สี่ที่ด้านหน้าสุดเป็นที่นั่งของอดีตไท่ช่างหวงหนานเจียชิ่ง  ไทเฮาหลี่ลี่จู   จวิ้นอ๋องหนานจ้านเฉิง  และพระชายาเหลียงหวังลี่  ส่วนคนอื่นๆแม้แต่ฮ่องเต้และฮองเฮาก็นั่งรวมกัน โดยจะมีชุดเก้าอี้แบบนั่งพื้นขนาดพอเหมาะสำหรับทุกคน“โอ๊ะ!!!  นั่นเหลนน้อยนี่เพคะ” ไทเฮาเมื่อเห็นร่างอ้วนกลมของเจ้าแฝดของซูเม่ยก็เอ่ยกับสามีทันที   ไท่ช่างหวงเองก็หันไปมองตามภรรยารัก  ในขณะที่จวิ้นอ๋องรู้สึกภูมิใจที่เขามีเหลนก่อนผู้เป็นพระเชษฐาจนผู้เป็นพี่อดมองค้อนพระอนุชาของตนไม่ได้“เทียนหยู  หยู่หลง  เยว่ซิน  เดินมาหาทวดเร็ว”  พระชายาเหลียงหวังลี่เอ่ยเรียกเหลนทั้งสามคน  ก่อนที่เจ้าตัวเล็กจะค่อยๆเดินเตาะแตะออกมาจากโต๊ะของมารดาและท่านลุงทั
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 36  โดนวางยา1

บทที่ 36  โดนวางยา1งานเลี้ยงครอบครัวในวังหลวงแคว้นหนานยังคงดำเนินต่อไป   ทุกคนยังพูดคุยกันเหมือนไม่ได้พบเจอกันมาเนิ่นนาน  โดยเฉพาะครอบครัวของท่านชายหนานหยาง  และกู้หลุนกงจู่พระองค์ใหม่  ที่เป็นประเด็นหัวข้อสนทนาในครั้งนี้  หยกพกประจำตำแหน่งเซียนแพทย์โอสถลูกนำออกมาให้ครอบครัวของอดีตฮ่องเต้หนานเจียชิ่งดูซึ่งแต่ละคนเวียนกันลูบคลำอย่างกับเป็นของนำโชคเสียอย่างนั้นซูเม่ยเมื่อทราบว่าจะมีงานเลี้ยงก็ได้เตรียมของขวัญพบหน้าไว้    ซึ่งเป็นโอสถล้ำค่าและสมุนไพรหายากทั้งสิ้น  ของทั้งหมดถูกลำเลียงมาจากรถม้าโดยนางกำนัลของวังจวิ้นอ๋อง เพื่อความปลอดภัยของทั้งโอสถและสมุนไพร  ไม่ให้มีสิ่งใดเจือปนในระหว่างทาง“ของพวกนั้นคือสิ่งใดกัน” ฮองเฮาเหลียงเจียอีเมื่อเห็นกล่องมากมายที่เข้ามาในโถงงานเลี้ยงก็ถามขึ้นอย่างสนใจ“เป็นของขวัญพบหน้าของครอบครัวของกระหม่อมพะยะค่ะ”ท่านชายหนานหยางเอ่ยตอบฮองเฮาเหลียงเจียอี “ไม่เห็นจะต้องเตรียมสิ่งใดให้ยุ่งยากครอบค
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 36  โดนวางยา2

บทที่ 36  โดนวางยา2 เยว่ซินที่ยามนี้นั่งอยู่บนตักของซูเม่ย เมียงมองไปยังนางกำนัลที่กำลังยกสุราอาหารซึ่งเป็นอย่างสุดท้ายก่อนงานเลี้ยงครั้งนี้จะจบลง “แม่...กินหนม...กิน”  เยว่ซินน้อยที่เห็นขนมหลากหลายชนิดก็น้ำลายหยดแหมะๆ จนซูเม่ยต้องเช็ดอยู่บ่อยครั้ง  หยู่หลงที่นั่งบนตักของพี่ชายสามดังเดิม  เช่นเดียวกับเทียนหยูที่นั่งบนตักพี่ชายใหญ่ นางกำนัลชุดใหม่ค่อยๆเดินเข้ามาก่อนจะวางอาหารลงบนโต๊ะทุกโต๊ะเช่นเดิม  ก่อนจะถอยออกไปจากห้องโถง  เพราะในห้องโถงนี้มีเฉพาะคนในครอบครัวเท่านั้น  เพราะบางอย่างยังคงเป็นความลับที่ไม่อาจเปิดเผยมือบางยกสุราในจอกขึ้นดมสูดกลิ่น  แต่แล้วกลับได้กลิ่นหอมประหลาดของบางอย่างที่ไม่น่าจะมีในสุราได้ “อย่าดื่มสุรา!!!!!!!”  ซูเม่ยร้องเสียงดังบอกทุกคนก่อนจะซัดเข็มไปยังจอกของไท่หวงช่างที่กำลังจรดริมฝีปาก  และจอกขององค์ชายใหญ่หนานเฟยหลงที่กำลังดื่มเช่นกัน แต่ไม่รู้ว่าดื่มเข้าไปบ้างแล้วหรือไม่เพล้ง!!!   เพล
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
1
...
910111213
...
23
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status