Lahat ng Kabanata ng นางหงส์เหนือบัลลังก์: Kabanata 41 - Kabanata 50

187 Kabanata

บทที่ 41 บทเรียนนอกกำแพงวัง

บทเรียนนอกกำแพงวังองค์ชายน้อยที่เคยชินกับพื้นหินอ่อนขัดมันและพรมไหมนุ่มเท้า บัดนี้กลับต้องเดินเขย่งข้ามแอ่งน้ำขังเล็กๆ บนทางเท้า ดวงตากลมโตของเขามองไปรอบๆ ด้วยความสงสัยแกมฉงน จนกระทั่งสายตาไปหยุดอยู่ที่กลุ่มเด็กชาวบ้านกลุ่มหนึ่งที่กำลังนั่งล้อมวงกินหัวมันเผาเล็กๆ ผิวกายของพวกเขาดำคล้ำจากการตากแดด อาหารที่พวกเขามีก็น้อยนิดและมอมแมมเหลือเกิน"เสด็จแม่... เหตุใดคนเหล่านั้นถึงไม่มีเสื้อผ้าสวยๆ ใส่เหมือนลูกล่ะพะย่ะค่ะ? แล้วเหตุใดพวกเขาถึงต้องกินของที่ดูไม่น่าอร่อยเช่นนั้น?" องค์ชายน้อยกระซิบถามพลางดึงชายเสื้อของมู่หรงเสวี่ย น้ำเสียงของเขาไม่ได้ดูแคลน แต่เต็มไปด้วยความไม่เข้าใจในโลกที่ต่างออกไปมู่หรงเสวี่ยหยุดเดิน นางย่อกายลงให้ระดับสายตาเสมอกับบุตรชาย ก่อนจะชี้ชวนให้เขามองไปยังชาวนาที่กำลังแบกตะกร้าผักหนักอึ้ง และช่างตีเหล็กที่กำลังเหงื่อท่วมตัวอยู่หน้าเตาไฟ"หมิงเอ๋อ... คนเหล่านี้คือราษฎรของเจ้า ที่เขาไม่มีเสื้อผ้าสีสวยใส่ เพราะเขาต้องสวมชุดที่ทนทานเพื่อทำงานหนักภายใต้ดวงอาทิตย์ ที่เขาไม่ได้กินอาหารหรูหรา เพราะเขาต้องส่งส่วยและผลิตพืชพรรณธั
Magbasa pa

บทที่ 42 เมล็ดพันธุ์แห่งความคลางแคลง

ตงฟางเย่ชะงักไปเล็กน้อย พระองค์สบตากับมู่หรงเสวี่ยผ่านความมืดสลัว แววตาของพระองค์เต็มไปด้วยความสำนึกผิดที่เคยทำผิดพลาดในอดีตและความรักที่มากล้นในปัจจุบัน พระองค์โน้มพระพักตร์ลงจุมพิตที่หน้าผากของบุตรชายอย่างแสนรัก"พ่อสัญญา... หมิงเอ๋อร์" ตงฟางเย่กระซิบด้วยเสียงทุ้มต่ำแต่หนักแน่น "วังหลังแห่งนี้จะมีเพียงเจ้าและแม่ของเจ้าเท่านั้นที่เป็นเจ้าของหัวใจพ่อ พ่อจะไม่ยอมให้ใครหรือสิ่งใดมาแทรกกลางระหว่างเราได้อีก เจ้าจะเป็นมังกรน้อยเพียงคนเดียว และแม่ของเจ้าจะเป็นหงส์เพียงนางเดียวในชีวิตพ่อ"มู่หรงเสวี่ยพิงซบลงที่ไหล่หนาของสามี ความอบอุ่นจากกายของเขาและลูกชายหลอมละลายความหนาวเหน็บที่เคยเกาะกินใจนางมานานหลายปี นางรู้ดีว่าหนทางข้างหน้าอาจจะมีอุปสรรคใหม่ๆ เข้ามาท้าทาย แต่ตราบใดที่ "ราก" ของครอบครัวแข็งแรงและเชื่อใจกันเช่นนี้ ไม่ว่าพายุลูกไหนก็มิอาจโค่นต้นท้อต้นนี้ลงได้ตรวนรักกลางเหมันต์บรรยากาศภายในท้องพระโรงสว่างไสวด้วยแสงโคมระย้าและคึกคักไปด้วยเสียงดนตรีเฉลิมฉลองชัยชนะเหนือกลุ่มกบฏ ทว่าภายใต้รอยยิ้มและจอกสุราที่กระทบกัน กลับมีกระแสคลื่นใต้น้ำที่เย
Magbasa pa

บทที่ 67 หมากซ่อนกลใต้เงามืด

ความกดดันเหนือบัลลังก์มังกรภายในห้องทรงงานที่มืดสลัว ตงฟางเย่ ประทับนั่งกุมขมับด้วยความเครียดขึง พระพักตร์ของพระองค์ซูบซีดลงอย่างเห็นได้ชัด ความกดดันจากรอบทิศทางทำให้มังกรผู้ยิ่งใหญ่เริ่มสั่นคลอน"เสวี่ยเอ๋อ..." ตงฟางเย่เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อมทุกข์และเหนื่อยล้าอย่างถึงที่สุด ขณะมองดูมเหสีคู่บัลลังก์ที่เดินเข้ามา "เสบียงเราถูกเผา แม่ทัพที่ข้าไว้ใจที่สุดถูกตราหน้าว่าทรบศ ราษฎรเริ่มตื่นตระหนก... หรือว่าเราควรจะยอมให้หมิงเอ๋อร์แต่งงานกับอาจี๋นา? แม้จะต้องเสียสิทธิ์ในชายแดนไปบ้าง แต่อย่างน้อยก็เพื่อหลีกเลี่ยงสงครามที่อาจจะคร่าชีวิตคนนับแสนในยามที่เราไม่พร้อมเช่นนี้"มู่หรงเสวี่ยก้าวเข้าไปหาความอ่อนแอของสามี นางไม่ได้โต้แย้งด้วยอารมณ์ แต่กลับเอื้อมมือไปกุมพระหัตถ์ที่สั่นเทานั้นไว้แน่น แรงบีบของนางมั่นคงและหนักแน่นดุจขุนเขา"ฝ่าบาทเพคะ..." นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่นิ่งขรึมทว่ากังวาน "สงครามที่จบลงด้วยการยอมจำนน จะนำมาซึ่งความเป็นทาสที่ไร้จุดจบ หากวันนี้เรายอมส่งหมิงเอ๋อร์ไปเป่ยหรง วันหน้าพวกเขาจะขอสิ่งที่มากกว่านี้ และเราจะไม่มีสิ่งใดเหลือไว้ปกป้องตนเองเลย"นางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของตงฟางเย่เพื่
Magbasa pa

บทที่ 43 พายุในใจมังกร

พายุในใจมังกรตงฟางเย่นิ่งเงียบไปนานแสนนาน ภายในห้องทรงงานที่เงียบสงัดมีเพียงเสียงหัวใจของเขาที่เต้นรัวแรง ภาพของมู่หรงเสวี่ยที่ยืนเคียงข้างหลิวซิงในสนามรบ ภาพที่ทั้งคู่ปรึกษากันเรื่องกลยุทธ์ด้วยความสนิทสนม และภาพขององค์ชายหมิงที่จับธนูด้วยท่วงท่าที่องอาจ... ทุกอย่างเริ่มถูกบิดเบือนด้วยม่านหมอกแห่งความระแวงที่อำมาตย์เหวินวางไว้เขากำจดหมายในมือจนยับย่น ความเชื่อใจที่ใช้เวลาสร้างมานับสิบปีกลับเริ่มมีรอยร้าวเล็ก ๆ ปรากฏขึ้นในค่ำคืนนี้เอง"ไปตามแม่ทัพหลิวซิงมาพบข้า... เดี๋ยวนี้!" ตงฟางเย่สั่งด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งบทพิสูจน์ลวงตาตงฟางเย่หันไปมององค์ชายหมิงที่กำลังหัวเราะร่าเริง แววตาที่เคยเต็มไปด้วยความรักเริ่มถูกฉาบด้วยความระแวงที่ฝังลึกจากอดีต "ข้าไม่เชื่อ... ข้าต้องพิสูจน์!""กระหม่อมเตรียมหมอหลวงไว้พร้อมแล้วพะย่ะค่ะ เพื่อความบริสุทธิ์ใจของฮองเฮา ทรงให้มีการ 'ตรวจเลือดพิสูจน์เนื้อเชื้อไข' ในห้องลับเดี๋ยวนี้เถิดพะย่ะค่ะ"ในห้องรับรองด้านหลังท้องพระโรง ความกดดันแผ่ซ่านจนน่าอึดอัด มู่หรงเสวี่ยมองดูสถานการณ์ด้วยความงุนงงและหวา
Magbasa pa

บทที่ 44 กรงขังพยัคฆ์และการหักหลัง

บรรยากาศภายในวังหลวงปกคลุมไปด้วยความอึมครึม พายุหิมะพัดกระหน่ำราวกับจะร่ำไห้ให้แก่ชะตากรรมของอดีตฮองเฮาคู่บัลลังก์ ในขณะที่ภายในคุกใต้ดินตำหนักเย็นนั้นเงียบสงัดและหนาวเหน็บจนถึงกระดูก มู่หรงเสวี่ย กอด องค์ชายหมิง ไว้แนบอก ร่างกายของนางสั่นเทิ้มแต่ดวงตากลับแน่วแน่ นางใช้สาบเสื้อขาดๆ คลุมร่างบุตรชายที่กำลังไข้ขึ้นสูงเพราะความชื้นแฉะ"เสด็จแม่... ทำไมเสด็จพ่อถึงโกรธพวกเรานัก" เสียงเล็กๆ สั่นพร่าถามขึ้น"พ่อของเจ้าเพียงแต่หลงทางในเมฆหมอกลูกรัก... หลับเสียเถิด เมื่อตื่นขึ้นมา แสงอาทิตย์จะขับไล่ความมืดไปเอง" นางกระซิบปลอบ แม้ในใจจะเริ่มร้าวรานจนแทบแตกสลาย การเผชิญหน้ากลางพายุพายุหิมะพัดกระโชกแรงจนทัศนวิสัยพร่าเลือน ทว่าเสียงฝีเท้าจากม้าศึกที่ควบตะบึงมาด้วยความเร็วสูงกลับดังฝ่าเสียงลมอย่างชัดเจน หลิวซิง ในชุดเกราะเหล็กที่เย็นเยียบและเปื้อนไปด้วยเกล็ดหิมะหนาเตอะ ดึงบังเหียนหยุดม้าลงที่หน้าประตูวังหลวงอย่างดุดัน ไอน้ำเดือดพล่านลอยออกจากจมูกม้าศึกที่อ่อนล้าจากการเดินทางไกลโดยไม่หยุดพักทว่าทันทีที่ฝ่าเท้าของเขากระทบพื้นดิน องค
Magbasa pa

บทที่ 45 ความจริงที่ถูกทรมาน

 ความจริงที่ถูกทรมานในขณะนั้นเอง อำมาตย์เหวินเดินเข้ามา "ฝ่าบาท... ฤกษ์ยามพรุ่งนี้เช้าเหมาะสำหรับการประหารกบฏมู่หรงเสวี่ยและเด็กนั่นนัก หากปล่อยไว้จะเสื่อมเสียพระเกียรติ..."ตงฟางเย่เงยหน้าขึ้น สายตาเปลี่ยนจากความโศกเศร้าเป็นความเย็นเยียบ "เจ้าดูจะรีบร้อนนักนะอำมาตย์เหวิน... รีบร้อนจนลืมไปว่าข้ายังมี 'หมอหลวงหวัง' ที่เป็นคนตรวจเลือดอยู่อีกคน""ฝ่าบาท... หมอหลวงหวังยืนยันแล้วว่าเลือดไม่ตรงกัน...""ทหาร! ไปลากตัวหมอหลวงหวังมาที่นี่!" ตงฟางเย่ตวาดจนอำมาตย์เหวินสะดุ้งเมื่อหมอหลวงหวังถูกนำตัวมา ตงฟางเย่ไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาสั่งให้องครักษ์นำเครื่องทรมานออกมาตั้ง "ข้าให้เจ้าพูดความจริงเพียงครั้งเดียว... ใครบังคับให้เจ้าสลับเลือด? หากเจ้ามุสา ข้าจะสับมือเจ้าทิ้งเดี๋ยวนี้!"หมอหลวงหวังเห็นท่าไม่ดี ประกอบกับสายตาอาฆาตของฮ่องเต้ที่พร้อมจะฆ่าคนได้ทุกเมื่อ เขาจึงทรุดตัวลงคุกเข่าด้วยความหวาดกลัว "ฝ่าบาท! ทรงเมตตาด้วย! อำมาตย์เหวิน... อำมาตย์เหวินจับครอบครัวของกระหม่อมเป็นตัวประกัน บังคับให้กระหม่อมใส่เลือดสุนัขลงไปแทนเลือดขององค์ชายพะย่ะค่ะ!
Magbasa pa

บทที่ 45 รอยร้าวที่ยากประสาน

บทสนทนาแห่งน้ำตา"ไม่! ไม่ใช่อย่างนั้น!" ตงฟางเย่ตะโกนพร้อมกับสั่งให้ผู้คุมไขกุญแจอย่างรวดเร็ว ทันทีที่ประตูเปิดออก เขาโผเข้าหาและพยายามจะโอบกอดนาง แต่มู่หรงเสวี่ยกลับขยับตัวหนีด้วยสัญชาตญาณความกลัว นางกอดลูกแน่นขึ้นจนองค์ชายหมิงที่กำลังกึ่งหลับกึ่งตื่นร้องครางออกมา"อย่าทำอะไรลูกนะเพคะ... อย่าทำหมิงเอ๋อ..." นางพึมพำอย่างคนเสียสติ "เขาเป็นลูกของพระองค์จริงๆ นะเพคะ... ได้โปรดเชื่อหม่อมฉันสักครั้ง..."ตงฟางเย่หัวใจสลาย เขาปล่อยให้น้ำตาไหลอาบแก้มอย่างไม่อายฟ้าดิน เขารวบร่างทั้งสองคนเข้ามาไว้ในอ้อมกอดที่กว้างขวางของเขา แรงกอดนั้นเต็มไปด้วยความสำนึกผิดที่ท่วมท้น"ข้าเชื่อแล้ว... ข้ารู้ความจริงหมดแล้ว เสวี่ยเอ๋อ ข้ามันเป็นไอ้คนโง่ ข้าทำลายชีวิตเจ้ากับลูกด้วยความระแวงชั่ววูบ ข้าขอโทษ... ข้าขอโทษ"องค์ชายหมิงลืมตาขึ้นช้าๆ เมื่อสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่คุ้นเคย "เสด็จพ่อ... เสด็จพ่อหายโกรธหมิงเอ๋อกับเสด็จแม่แล้วหรือพะย่ะค่ะ? ในนี้หนาวเหลือเกิน... หมิ
Magbasa pa

บทที่ 46 การพิสูจน์รักด้วยชีวิต

สู่แสงตะวันอีกครั้งตงฟางเย่อุ้มมู่หรงเสวี่ยขึ้นในอ้อมแขน ส่วนมืออีกข้างโอบประคององค์ชายหมิงไว้แน่น เขาพาทั้งคู่เดินออกจากคุกใต้ดินที่มืดมิด ทหารองครักษ์และนางกำนัลนับร้อยที่รออยู่ด้านบนต่างก้มกราบลงกับพื้นหิมะด้วยความโศกเศร้าเมื่อแสงอาทิตย์ยามรุ่งอรุณสาดส่องลงมาทบกับหิมะขาว มู่หรงเสวี่ยหลับตาลงพิงอกของชายผู้เป็นทั้ง 'ยอดดวงใจ' และ 'คนใจร้าย' ในคนเดียวกันแม้วันนี้ความจริงจะปรากฏและนางได้รับอิสรภาพคืนมา แต่นางรู้ดีว่ารอยร้าวในหัวใจครั้งนี้... อาจต้องใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อเยียวยา หรืออาจไม่มีวันกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีกเลยแม้ว่าตัวจะกลับคืนสู่ตำแหน่งฮองเฮา ณ ตำหนักคุณหนิง แต่หัวใจของ มู่หรงเสวี่ย กลับคล้ายถูกแช่แข็งไว้ในคุกใต้ดินแห่งนั้น นางทำหน้าที่แม่ที่ดีและฮองเฮาที่สง่างามได้อย่างไร้ที่ติ ทว่าสำหรับ ตงฟางเย่ นางกลับกลายเป็นกำแพงน้ำแข็งที่เขามิอาจก้าวข้ามได้อีกต่อไป ระยะห่างที่มองไม่เห็นใน
Magbasa pa

บทที่ 47 คำลาที่แสนเจ็บปวด

เมื่อน้ำแข็งเริ่มละลายมู่หรงเสวี่ยยืนมองชายตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่สับสน มือที่ถือร่มสั่นเทา นางเห็นความสัตย์จริงในดวงตาคู่นั้น... ความสัตย์จริงที่แลกมาด้วยเกียรติยศทั้งหมดที่เขามีนางค่อยๆ ทรุดตัวลงคุกเข่าตรงหน้าเขา แล้วดึงเขาเข้ามากอดไว้แน่น"พอแล้วเพคะ... พอแล้ว..." นางร้องไห้ออกมาอย่างไม่อาจกลั้นได้ "หม่อมฉันแพ้พระองค์แล้ว... ตงฟางเย่ ท่านมันคนใจร้ายที่สุดที่รู้ว่าจุดอ่อนของข้าคืออะไร"ตงฟางเย่กอดนางตอบอย่างโหยหา เขาซุกหน้าลงที่ไหล่ของนาง "ข้าสัญญา... ต่อให้ตาย ข้าก็จะไม่ยอมให้ความสงสัยมาอยู่เหนือความรักที่เรามีต่อกันอีก"คืนนั้น ประตูห้องบรรทมของตำหนักคุณหนิงไม่ได้ถูกปิดกั้นสำหรับตงฟางเย่อีกต่อไป ความอบอุ่นที่ห่างหายไปนานเริ่มกลับมาปกคลุมทั่ววังหลวงอีกครั้ง แม้แผลใจจะยังมีรอยแผลเป็น แต่ในตอนนี้พวกเขาทั้งคู่พร้อมที่จะเดินจูงมือกันเพื่อเยียวยามันไปพร้อมๆ กันถึงกระนั้นแล้ว แม้ว่าความเข้าใจผิดจะคลี่คลายและฮ่องเต้จะทรงพยายามชดเชยเพียงใด แต่สำหรับ มู่หรงเสวี่ย กำแพงวังหลวงที่เคยดูยิ่งใหญ่กลับกลายเป็นเพียงคุ
Magbasa pa

บทที่ 48 ความลับใต้แผ่นศิลา

อิสรภาพท่ามกลางขุนเขา"ถึงแล้วเสวี่ยเอ๋อ... ค่ายพักของตระกูลมู่หรง"เสียงทุ้มต่ำของ หลิวซิง ดังขึ้นข้างรถม้า เขาควบม้าคู่ใจขยับเข้ามาใกล้ แสงอาทิตย์ที่ตกกระทบเกราะเหล็กของเขาทำให้ดูองอาจยิ่งนัก มู่หรงเสวี่ยก้าวลงจากรถม้าโดยมี องค์ชายหมิง วิ่งนำออกไปอย่างตื่นตาตื่นใจ เด็กน้อยผู้เคยมีชีวิตอยู่ในรั้วกำแพงสูงบัดนี้กำลังกระโดดโลดเต้นท่ามกลางทุ่งดอกไม้ป่า"ที่นี่หรือพะย่ะค่ะท่านลุง... ที่ที่เสด็จตาสร้างชื่อเอาไว้?" หมิงเอ๋อร์ถามพลางชี้ไปที่ค่ายทหารที่ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขา"ใช่แล้วองค์ชาย... ที่นี่คือบ้านที่แท้จริงของแม่เจ้า"หลิวซิงลงจากม้าแล้วเดินเข้ามาหามู่หรงเสวี่ย เขายิ้มอย่างอ่อนโยน "เจ้าดูดีขึ้นมากนะ เสวี่ยเอ๋อ... สีหน้าเจ้าดูมีชีวิตชีวาขึ้น"มู่หรงเสวี่ยยิ้มบางๆ เป็นรอยยิ้มที่มาจากใจจริงครั้งแรกนับตั้งแต่ก้าวออกจากคุกใต้ดิน "พี่หลิวซิง... ข้าลืมไปแล้วว่าการที่ไม่มีสายตาคอยจับผิดมันเบาสบายเพียงใด ขอบคุณท่านมากที่ยอมลำบากพาข้ากับลูกมาที่นี่""พูดจาห่างเหินนัก ที่นี่ไม่มีฮ่องเต้ ไม่
Magbasa pa
PREV
1
...
34567
...
19
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status