All Chapters of นางหงส์เหนือบัลลังก์: Chapter 31 - Chapter 40

187 Chapters

บทที่ 31 จุดจบของคำลวง

"พี่หญิง! ท่าน... ท่านกลับมาได้อย่างไรกัน? ท่านต้องอยู่ที่อารามเพื่อถือศีลมิใช่หรือเพคะ!" เฉินรุ่ยหลินหน้าเสียถึงขีดสุด นางลุกขึ้นยืนด้วยร่างกายที่สั่นเทิ้ม"ข้ากลับมาเพื่อนำ 'ของขวัญ' มามอบให้หลานในครรภ์ของเจ้าอย่างไรเล่า รุ่ยหลิน" มู่หรงเสวี่ยแย้มยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา นางหยุดยืนอยู่กลางท้องพระโรงพลางโบกมือเบาๆทันใดนั้น หมอหลวงจาง หมอหลวงอันดับหนึ่งของราชสำนักผู้มีจริยธรรมสูงส่งและเป็นผู้ที่ตงฟางเย่ไว้วางใจที่สุด ก็ก้าวออกมาจากเงามืดพร้อมหีบยาไม้แกฤษณาการพิสูจน์ใต้คมดาบ"พระสนมเฉิน... เพื่อความปลอดภัยของทายาทมังกร และเพื่อให้เหล่าขุนนางสิ้นสงสัยในข่าวลือที่อื้อฉาว ฝ่าบาททรงมีรับสั่งให้กระหม่อมตรวจชีพจรของท่านอย่างละเอียดอีกครั้งต่อหน้าพยานทุกคนในที่นี้พะย่ะค่ะ" หมอหลวงจางกล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบ"ไม่! ข้าไม่ตรวจ! พวกเจ้ากำลังหมิ่นเกียรติข้าและลูกในครรภ์!" เฉินรุ่ยหลินกรีดร้อง ร่างกายสั่นเทิ้มพยายามถอยหนีไปข้างหลังบัลลังก์ "ฝ่าบาท! ทรงปกป้องหม่อมฉันด้วยเพคะ พวกเขาคิดจะทำร้ายลูกของเรา!""หากเจ้าบริสุทธิ์ใจ เหตุใดจึงต้องกลัว?" เสียงของตงฟางเย่ดังขึ้น เย็นเฉียบปานน้ำแข็งที่บาดลึกถึงกระด
Read more

บทที่ 32 พายุใหม่ในเงามืด

พายุลูกใหม่ในเงามืดทว่า... ในราชสำนักที่เต็มไปด้วยแก่งแย่งและผลประโยชน์ "บัลลังก์หงส์" ยังคงเป็นตำแหน่งที่หอมหวานและเป็นที่หมายปองของเหล่าขุนนางผู้ทรงอิทธิพลเสมอ เมื่อตระกูลเฉินล่มสลายลง ขั้วอำนาจใหม่ก็เริ่มขยับตัวอย่างเงียบเชียบไกลออกไปที่หอตำราหลวง 'ราชครูเฉิง' ชายชราผู้มีใบหน้าสงบนิ่งปานนักบวชทว่าดวงตาเต็มไปด้วยปัญญาที่ลึกซึ้ง กำลังนั่งพิจารณากระดานหมากที่ว่างเปล่า เขาคืออาจารย์ที่ตงฟางเย่ให้ความเคารพรักและไว้วางใจมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ เป็นผู้สอนหลักการปกครองและจารีตประเพณีทุกประการให้แก่ฮ่องเต้"ฝ่าบาททรงมีเมตตาต่อฮองเฮามากเกินไปแล้ว..." ราชครูเฉิงเปรยขึ้นเบาๆ พลางวางหมากสีดำลงบนตำแหน่งกึ่งกลาง "สตรีที่กุมอำนาจทหารและกุมหัวใจมังกรไว้เบ็ดเสร็จเช่นนี้ คือภัยเงียบต่อความมั่นคงของราชวงศ์ในระยะยาว"ราชครูเฉิงไม่ได้มีเจตนาร้ายอย่างคนโฉดเฉกเช่นเสนาบดีเฉิน แต่เขาทำทุกอย่างเพื่อ 'อุดมการณ์' และ 'จารีต' ที่เขายึดมั่น เขาเชื่อว่ากษัตริย์ไม่ควรมีหัวใจที่ยึดติดกับสตรีเพียงนางเดียวจนเ
Read more

บทที่ 33 กำแพงจารีดที่มองไม่เห็น

กำแพงจารีตที่มองไม่เห็นตงฟางเย่เงียบไป คำพูดของราชครูเฉิงไม่ใช่คำลวงที่เกิดจากกิเลสอย่างตระกูลเฉิน แต่มันคือ 'เหตุผลที่ถูกต้องที่สุด' ตามกฎมณเฑียรบาลและการปกครอง ความกดดันนี้หนักหนากว่าดาบศัตรู เพราะมันถูกส่งมาจากมือของคนที่เขารักและเคารพดุจบิดาแท้ๆ"อวี้เยี่ยนนางเป็นเด็กกตัญญูและเข้าใจในจารีตพะย่ะค่ะ" ราชครูเฉิงรุกคืบ "หากพระองค์ทรงยอมรับนางเข้าวัง นอกจากจะได้ทายาทมังกรแล้ว ยังเป็นการรวมใจเหล่าขุนนางฝ่ายบุ๋นให้เป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์และตระกูลมู่หรง... ทรงลองตรองดูเถิดว่า การฝืนกฎสวรรค์เพื่อรักเพียงนางเดียว กับการเสียสละเพียงเล็กน้อยเพื่อความสงบสุขนิรันดร์ของแผ่นดิน สิ่งใดคือหน้าที่ที่กษัตริย์ควรเลือก?"ตงฟางเย่กำหมากในมือแน่นจนเจ็บฝ่ามือ ความเงียบเข้าปกคลุมอุทยานหลวง มีเพียงเสียงลมพัดใบไม้ไหวที่ฟังดูคล้ายเสียงกระซิบเตือนภัย เขาจะทำอย่างไรเมื่อศัตรูในครั้งนี้ไม่ใช่คนโฉดที่กำจัดได้ง่ายๆ แต่คือ 'ความหวังดี' ที่บีบคั้นหัวใจมังกรให้ต้องเลือกระหว่าง 'คนรัก' หรือ 'แผ่นดิน' เงาที่เฝ้ามอง
Read more

บทที่ 34 เงาที่ซ่อนในความหวังดี

เงาที่ซ่อนในความหวังดีพายุลูกใหม่ไม่ได้มาพร้อมกับเสียงฟ้าร้อง แต่มาพร้อมกับรอยยิ้มที่ละมุนละไมปานสายลมเดือนสาม เฉิงอวี้เยี่ยน บุตรสาวของราชครูเฉิง คือสตรีที่ถูกเจียระไนมาอย่างดีเลิศ นางไม่ได้ก้าวเข้าวังด้วยท่าทีคุกคาม แต่กลับเข้าหามู่หรงเสวี่ยด้วยท่าทีของ "ผู้มาเพื่อรับใช้" และ "ผู้ที่เข้าใจในความทุกข์ของสตรี" น้ำผึ้งอาบพิษตะขาบภายในตำหนักคุณหนิงที่เงียบสงบ เฉิงอวี้เยี่ยนในชุดสีม่วงอ่อนสะอาดตา นั่งพับเพียบเรียบร้อยอยู่เบื้องหน้าฮองเฮาคู่บัลลังก์ นางประคองกล่องไม้จันทน์หอมแกะสลักลวดลายวิจิตรมาวางไว้บนโต๊ะด้วยกิริยาแช่มช้อย"พี่หญิงเพคะ..." อวี้เยี่ยนเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลชวนฟัง แววตาของนางเปี่ยมไปด้วยความอาทร "หม่อมฉันทราบดีว่าพี่หญิงทรงตรากตรำเพื่อแผ่นดินเพียงใด และความกดดันจากเหล่าขุนนางเรื่องทายาทมังกรนั้นหนักหนาปานขุนเขาถล่มทับ หม่อมฉันไม่ได้นิ่งนอนใจ จึงให้คนในตระกูลออกตามหาสิ่งนี้มานานนับปี"นางเปิดฝากล่องออก เผยให้เห็นรากไม้สีทองนวลที่มีกลิ่นหอมสะอาดประหลาด "นี่คือ 'โ
Read more

บทที่ 35 เดิมพันด้วยลมหายใจ

เดิมพันด้วยลมหายใจ"หมอหลวงจาง..." มู่หรงเสวี่ยเอ่ยเสียงเรียบ แววตาคมกริบดุจกระบี่ที่เพิ่งลับมาใหม่ "เจ้าจงหาสมุนไพรที่มีรูปลักษณ์เหมือนโสมนี้ แต่มีฤทธิ์ในการ 'ขับพิษ' และ 'บำรุงหัวใจ' มาสลับเปลี่ยนเสีย อย่าให้ผู้ใดในตำหนักเครื่องยาหลวงล่วงรู้เป็นอันขาด"หมอหลวงจางชะงักมือที่กำลังจัดลามยา แววตาฉายความกังวล "ฮองเฮา... ทรงจะทำสิ่งใดพะย่ะค่ะ? การสลับยาอาจช่วยชีวิตพระองค์ได้ แต่มันมิอาจหยุดยั้งแผนการของตระกูลเฉิงได้เลย"มู่หรงเสวี่ยคลี่ยิ้มเย็นยะเยือก รอยยิ้มที่ทำให้ผู้มองรู้สึกหนาวสั่นถึงกระดูก "ข้าจะแสร้งทำเป็นเสวยมันทุกวัน และจะเริ่ม 'แสร้งป่วย' ให้สมบทบาท... ในเมื่อนางอยากให้ข้าอ่อนแอ ข้าก็จะอ่อนแอให้นางดู ข้าจะทำให้ดูเหมือนว่าข้ากำลังก้าวลงสู่หลุมศพทีละก้าว จนกว่านางจะลำพองใจว่าแผนการสำเร็จ และยอมเผยจุดตายออกมาเอง"ละครฉากใหญ่ในตำหนักคุณหนิงตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ข่าวเรื่องพระพลานามัยของฮองเฮาที่ทรุดโทรมลงกะทันหันก็แพร่กระจายไปทั่ววังหลวง มู่หรงเสวี่ยสั่งให้นางกำนัลคนสนิทใช้แป้งฝุ่นสีนวลทาใบหน้าให้ดูซีดเซียว ขอบ
Read more

บทที่ 36 ปาฏิหาริย์กลางเพลิงพิธี

ปาฏิหาริย์กลางเพลิงพิธีก่อนเริ่มพิธี ราชครูเฉิงได้ส่งนางกำนัลให้นำ "น้ำชาถวายพระพร" ที่ปรุงด้วยผง 'นิทราสลายจิต' ไปให้มู่หรงเสวี่ย ยานี้จะไม่ออกฤทธิ์ทันที แต่จะทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงและสายตาพร่ามัวในช่วงเวลาที่ต้องออกแรงร่ายรำ หากนางล้มลงกลางพิธีศักดิ์สิทธิ์ต่อหน้าปวงชน ย่อมถือเป็น 'ลางวิบัติ' ของแผ่นดิน โทษฐานหมิ่นเทพเจ้ามีเพียงอย่างเดียวคือการปลดออกจากตำแหน่งและเนรเทศ"หากนางล้มลง... ฝ่าบาทก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องปลดนางออกตามคำเรียกร้องของเหล่าขุนนางและราษฎร"ราชครูเฉิงยิ้มย่องในใจ ขณะมองดูมู่หรงเสวี่ยที่ดู "ซูบซีด" และ "อ่อนแรง" ขณะเดินขึ้นสู่แท่นพิธี เล่ห์กลที่ย้อนคืนเจ้าของมู่หรงเสวี่ยในชุดร่ายรำสีทองอร่ามที่ถักทอด้วยไหมทองคำแท้ดูงดงามปานเทพธิดาลงมาจุติ นางแสร้งทำเป็นพยุงกายอย่างลำบากและใช้มือแตะขมับอยู่บ่อยครั้งเพื่อให้ราชครูตายใจ ทว่าภายใต้ชายแขนเสื้อกว้าง นางได้ซ่อนกลีบดอก 'ชาเย็นอัคคี' ที่ช่วยกระตุ้นประสาทสัมผัสไว้ตลอดเวลาเมื่อดนตรีมโหรีเริ่มบรรเลง มู่หรงเสวี่ย
Read more

บทที่ 37 พิพากษาใต้เงาสวรรค์

พิพากษาใต้เงาสวรรค์ในขณะที่ทุกคนกำลังตกตะลึง มู่หรงเสวี่ย ก้าวเดินอย่างแช่มช้อยทว่ามั่นคงเข้าไปหาเฉิงอวี้เยี่ยนที่กำลังสะอื้นไห้อย่างหมดสภาพอยู่บนพื้นหิน นางย่อกายลงช้าๆ กิริยาดูสูงส่งดุจหงส์ที่มองลงมายังนกกระจิบที่บาดเจ็บนางหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนบางขึ้นมาซับที่ปลายนิ้ว กลิ่น 'น้ำมันล่อนก' ที่เข้มข้นยังคงติดตรึงอยู่ที่ผ้าผืนนั้น—น้ำมันที่มู่หรงเสวี่ยแอบป้ายลงบนปกเสื้อของอวี้เยี่ยนในจังหวะที่นางแสร้งทำเป็นโอบกอดและขอบคุณ "น้องหญิง" สำหรับโสมพิษเมื่อเช้านี้เอง"ท่านราชครู..." มู่หรงเสวี่ยเงยหน้าขึ้นสบตากับชายชราที่ยืนตัวสั่นเทา น้ำเสียงของนางเรียบเฉยทว่าทรงพลังกังวานไปทั่วลานพิธี"ท่านบอกฝ่าบาทและขุนนางเสมอว่าลูกสาวท่านเพียบพร้อมด้วยคุณธรรมและวาสนา แต่เหตุใดในพิธีอันศักดิ์สิทธิ์เช่นนี้ นกเทพเจ้าถึงพุ่งเข้าหานางเพียงคนเดียวเล่า? หรือว่าสวรรค์จะพิโรธที่นางมีใจอกุศล คิดร้ายต่อฮองเฮาคู่บัลลังก์จนเทพเทวาไม่อาจเพิกเฉยได้?" ความผิดหวังของมังกรตงฟางเย่ก้าวเข้ามาท่ามกลางวงล้อม สายตาข
Read more

บทที่ 38 ปาฏิหาริย์แห่งวสันตฤดู

ปาฏิหาริย์แห่งวสันตฤดูตงฟางเย่ โอรสสวรรค์ผู้เกรียงไกร บัดนี้กลับทำสิ่งที่ไม่มีขุนนางคนใดในแผ่นดินจะได้เห็น พระองค์ทรงทรุดพระวรกายคุกเข่าลงบนพื้นพรมเบื้องหน้า มู่หรงเสวี่ย แล้วซบพระพักตร์ลงบนตักของนางอย่างโหยหาและสำนึกผิด มือหนาที่เคยถือดาบและกุมชะตาแผ่นดินสั่นเทาขณะโอบกอดเอวบางของนางไว้แน่น"เสวี่ยเอ๋อ... ข้าขอโทษ" เสียงทุ้มต่ำนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเจ็บปวด "ข้าขอโทษที่ปล่อยให้อคติและคำพูดของคนอื่นมาสั่นคลอนความมั่นคงในใจข้า ข้าเกือบจะทำร้ายเจ้าอีกครั้งเพียงเพราะคำว่าหน้าที่และจารีตที่คนอื่นหยิบยื่นให้ ข้าเป็นสามีที่เขลาเหลือเกิน"มู่หรงเสวี่ยนิ่งฟังด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตา นางมิได้ถือโทษโกรธเคืองแม้แต่น้อย นิ้วเรียวบางค่อยๆ ลูบผมของเขาอย่างแผ่วเบา สัมผัสถึงความร้อนผ่าวจากรอยพระพักตร์ที่ซบอยู่บนตักนาง"ฝ่าบาท..." นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลที่ปลอบประโลมวิญญาณ "บางครั้งพายุก็พัดเข้ามาเพื่อให้เราได้เห็นว่า รากของต้นไม้นั้นหยั่งลึกและแข็งแรงเพียงใด หากไม่มีบททดสอบจากราชครูเฉิง เราค
Read more

บทที่ 39 แสงสุริยาและมุกมังกร

แสงสุริยาและมุกมังกรภายในอุทยานหลวงที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นลานประหารเกียรติยศของเหล่าสนมผู้คิดคด บัดนี้กลับมีเสียงหนึ่งที่ทำให้หัวใจของทุกคนในวังหลวงพองโต เสียงหัวเราะเจื้อยแจ้วปานระฆังแก้วของเด็กชายตัวน้อยในชุดสีเหลืองทองอร่าม ดังสะท้อนไปตามระเบียงคดและสระบัวหลวง"ท่านแม่! ดูสิพะย่ะค่ะ ลูกยิงเป้าไม้โดนแล้ว!"องค์ชายตงฟางหมิง รัชทายาทวัยสี่ขวบเศษ วิ่งนำหน้ามหาดเล็กด้วยท่าทางคล่องแคล่ว ในมือน้อยๆ ถือธนูไม้จำลองที่ตงฟางเย่เป็นผู้เหลาให้ด้วยพระองค์เอง เด็กชายหยุดกึกลงเบื้องหน้ามู่หรงเสวี่ยที่นั่งทอดอารมณ์อยู่ใต้ร่มเงาต้นท้อต้นเดิมองค์ชายน้อยมีดวงตากลมโตสว่างไสวที่ถอดแบบมาจากมู่หรงเสวี่ยเปี๊ยบ แววตาที่เต็มไปด้วยความเมตตาและซื่อตรง ทว่ายามที่เขาขยับกายหรือหยิบจับสิ่งใด ท่วงท่ากลับมีความองอาจเด็ดเดี่ยวและทรนงดุจพญามังกรเหมือนตงฟางเย่ไม่ผิดเพี้ยน ราวกับว่าเขาคือส่วนผสมที่ลงตัวที่สุดของพยัคฆ์และหงส์ อ้อมกอดที่หลอมรวมหัวใจ"เก่งมาก หมิงเอ๋อของแม่" มู่หรงเสวี่ยคลี่ยิ้มบางๆ
Read more

บทที่ 40 มังกรน้อยแห่งวังหลวง

มังกรน้อยแห่งวังหลวง"เสด็จแม่! เสด็จแม่ดูนี่พะย่ะค่ะ! ลูกยิงธนูถูกเป้าไม้แล้ว!"เสียงตะโกนอย่างตื่นเต้นดังมาจากลานฝึกธนูเล็กๆ ด้านหน้าพระตำหนัก ก่อนที่ร่างป้อมในชุดรัดกุมสีเหลืองทองจะวิ่งโร่เข้ามา องค์ชายตงฟางหมิง รัชทายาทตัวน้อยวัยสี่ขวบ วิ่งหน้าตั้งจนนางกำนัลและมหาดเล็กต้องรีบวิ่งตามกันจลาวั่น ในมือน้อยๆ ยังกำคันธนูไม้จำลองที่ประดับด้วยพู่สีแดงไว้แน่น ใบหน้าที่ถอดแบบมาจากมู่หรงเสวี่ยเปี๊ยบ บัดนี้เปื้อนไปด้วยรอยยิ้มกว้างและความภาคภูมิใจมู่หรงเสวี่ยวางสะดึงปักผ้าลงช้าๆ นางคลี่ยิ้มออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ รอยยิ้มที่ครั้งหนึ่งเคยเลือนหายไปจากใบหน้าของนางมานานนับปี นางอ้าแขนออกรวบร่างบุตรชายที่โถมเข้ามากอดจนเต็มรัก กลิ่นหอมจางๆ ของแป้งเด็กและเหงื่อไคลจากการเล่นสนุกทำให้ความเหนื่อยล้าจากการบริหารวังหลังมลายหายไปสิ้น"เก่งมาก หมิงเอ๋อร์ของแม่" นางลูบศีรษะที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อของบุตรชายอย่างแสนรัก พลางใช้ชายผ้าเช็ดหน้าซับที่ข้างแก้มให้เขา "เป้าไม้อยู่ไกลถึงเพียงนั้น เจ้ายังยิงถูกนับว่ามีความมานะยิ่งนัก"&
Read more
PREV
123456
...
19
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status