"ฝ่าบาทเพคะ... วันนี้ท้องฟ้าเหนือพระตำหนักงามนัก เมฆลอยต่ำจนดูราวกับภาพวาดพู่กันจีน หม่อมฉันมองแล้วก็นึกถึงบทกวีของท่านกวีหลี่ที่เคยกล่าวถึงขุนเขาในม่านหมอก ช่างดูสงบและลึกลับไม่ต่างจากความรับผิดชอบที่ฝ่าบาททรงแบกรับไว้เลยนะเพคะ"นางชวนคุยเรื่องดินฟ้าอากาศและร้อยกรองอย่างอ่อนหวาน เชื่อมโยงเรื่องราวภายนอกเข้ามาสร้างความผ่อนคลายให้แก่ตงฟางเย่ที่กำลังขมวดคิ้วเครียดกับตัวเลขในฎีกา สลับกับการบรรจงรินน้ำชาอุ่นๆ ที่อุณหภูมิกำลังพอเหมาะ กลิ่นหอมจางๆ ของดอกมะลิที่อบอยู่ในใบชาพุ่งขึ้นแตะนาสิก ประหนึ่งน้ำค้างที่ชโลมความแห้งแล้งในใจกำแพงน้ำแข็งที่เริ่มปริร้าวตงฟางเย่เงยพระพักตร์ขึ้นจากม้วนกระดาษ พระเนตรที่เคยดุดันและเต็มไปด้วยความระแวงพลันอ่อนแสงลงเมื่อเห็นรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากของรุ่ยหลิน รอยยิ้มนั้นแสดงถึงความอาทรที่ดูบริสุทธิ์ใจ—หรืออย่างน้อยก็นางก็ทำให้พระองค์เชื่อเช่นนั้น"เจ้าน่ะหรือ... ที่สนใจบทกวีของท่านกวีหลี่?" ตงฟางเย่เอ่ยถามน้ำเสียงอ่อนลง ทรงหยิบถ้วยชาขึ้นมาจิบ "ข้าคิดว่าเจ้าจะมาขอให้ข้าไปร่วมงานเลี้ยงน้ำชาที่อุทยานเสียอีก"รุ่ยหลินหัวเราะแผ่วเบา "หากหม่อมฉันขอสิ่งนั้น ก็เท่ากับเพิ่มค
Terakhir Diperbarui : 2026-01-28 Baca selengkapnya