ท่านอ๋องอย่าคิดหนี 의 모든 챕터: 챕터 71 - 챕터 80

97 챕터

บทที่ 71 ข้าถูกปลุกปล้ำ

หญิงสาวในชุดสีฟ้าสดปักลวดลายประณีตที่แอบหย่อนกายลงถัดไปจากคุณหนูจางเครื่องหน้าเฉิดฉัน แม้นางจะพยายามทำตัวไม่ให้เป็นที่สังเกตเพียงใด ความงดงามนั้นก็ยังทอประกายเจิดจ้าจางเลี่ยงหวงตวัดหางตาไปทางนั้น แต่เมื่อรู้สึกว่าสตรีผู้นั้นดูเหมือนจะงดงามไม่น้อยก็ค่อยหันไปตั้งใจมอง แต่แล้วก็ต้องตกตะลึง“เจ้า....เจ้ามาได้อย่างไรกัน ”ขณะนั้นฮองไทเฮาทรงกล่าวจบพอดี เสียงของผู้คนที่พูดคุยกันดังขึ้น กลบเสียงอุทานของนางเหอเจียอีหรือคุณหนูฟ่านอมยิ้ม ยกจอกเหล้าขึ้นดื่มคารวะ “ข้าก็มาดูแลเจ้าในฐานะพี่เลี้ยงน่ะสิ”มู่หลี่เฉียงที่เอาแต่จ้องมองแมวน้อยแสนสวยของตนเองไม่วางตา สังเกตเห็นนางคุยกับหญิงสาวที่นั่งถัดไป จึงเคลื่อนสายตาไปมอง ความงามของนางนั้นกล่าวได้ว่าเลอเลิศ ทว่า....เมื่อจ้องให้ดีแล้ว“แม่ทัพหมิง ท่านว่า คุณหนูนางนั้นคล้ายเหอเจียอีหรือไม่ ”จวิ้นอ๋องรีบหันไปมอง แม้ระยะจะไกลไปสักนิด แต่ท่วงท่านั่ง โครงรูปร่าง ตลอดจนเค้าหน้าช่างคล้ายยิ่ง หมิงจิ้นเหอผุดลุกขึ้น ฮองไทเฮาหันมาทอดพระเนตร เมื่อเห็นสายตาของแม่ทัพหนุ่มจ้องไปฝั่งตรงข้ามเขม็งจึงตรัส“เจ้าจะดื่มถวายพระพรหรือ ” องค์ชายสิบสองเห็นท่าทีผิดปก
더 보기

บทที่ 73 ท่านอ๋องอ่อนแรง

น้ำเสียงของพี่ชายผู้สูงศักดิ์แม้จะฟังดูเรื่อยเฉื่อย แต่กลับกดทับลงไปในใจของจวิ้นอ๋องจนแทบจะหายใจไม่ออก“หม่อมฉันอยากแต่งงานกับนางพะยะค่ะ”ร่างใหญ่ที่คุกเข่าลงหน้าพระพักตร์ทำเอาฮ่องเต้เกือบระเบิดพระสรวลออกมา ไม่น่าเชื่อว่าน้องชายหัวดื้อของตนจะยอมแพ้ราบคาบ“หือ....เพราะเหตุใดเล่า ”จวิ้นอ๋องกล้ำกลืนถ้อยคำที่อยากจะพรั่งพรูเรื่องราวของตนกับนาง ได้แต่หาเหตุผลที่จะไม่ทำให้นางเสียหาย “หม่อมฉันชอบนางมาก” คำสุดท้ายนั้น หนักแน่นราวกับจะตอกย้ำความมั่นใจ“เจ้าเพิ่งเจอนางเพียงครั้ง เหตุใดจึงปักใจเช่นนั้น ทีแรกเจ้ายังปฏิเสธเสียหนักแน่น มิใช่นางเป็นคนบ้านป่าเมืองเถื่อนหรอกหรือ ”“มิได้ พะยะค่ะ นางงดงาม กิริยามารยาทดียิ่ง บรรเลงพิณได้ยอดเยี่ยม” จวิ้นอ๋องอยากจะเติมอีกสักท่อนลงไป ‘นางทำอาหารได้รสชาติเลิศล้ำนัก’ แต่เกรงฮ่องเต้จะซักไซ้ว่า เขาเคยชิมมาจากที่ไหน เมื่อใด “ในเมื่อเจ้าก็ไม่ได้เป็นกระไรกับนาง แล้วกล่าวสรรเสริญนางเช่นนี้ หรือว่าเจิ้นจะเก็บนางไว้เป็นสนมข้างกายดี” คำตรัสนั้นทำเอาใบหน้าของน้องชายแทบจะมืดลง “ฝ่าบาท....อย่าล้อกระหม่อมเลยพะยะค่ะ”“สตรีงดงามในเมืองหลวงมีมากมาย ที่เก่งกาจทุกสิ่ง
더 보기

บทที่ 74 จนเย็นย่ำ

ใต้เท้าฟ่านทำความเคารพจวิ้นอ๋อง แม่ทัพใหญ่แห่งภาคเหนือดูสงบลงกว่าครั้งสุดท้ายที่ได้เห็น บุตรีสั่งนักหนาว่า อย่าตอบโต้เขาแรงนัก เสนาบดีฟ่านจึงได้แต่ข่มใจยิ้มให้ “ไม่ทราบว่า ท่านอ๋องเสด็จมา มีเรื่องใดจะแนะนำกระหม่อม ” “ที่จวนของท่านมีฮูหยินผู้เฒ่าอยู่ใช่หรือไม่” จวิ้นอ๋องนึกถึงท่านย่าที่นางพูดถึง คาดว่าน่าจะหมายถึงฮูหยินผู้เฒ่าของจวนแห่งนี้ “พะยะค่ะ ท่านแม่ของกระหม่อมพักที่เรือนด้านหลัง” “ท่านฟ่านจะพาเปิ่นหวางไปพบนางได้หรือไม่ ” เสนาบดีฟ่านแปลกใจที่จวิ้นอ๋องรู้เรื่องมารดา จึงนำทางชายหนุ่มสูงศักดิ์ไปยังเรือนใหญ่ที่อยู่ถัดไปจากเรือนรับรอง ฮูหยินผู้เฒ่าเป็นหญิงผิวพรรณดี มีเค้าสวยงามในวัยสาว จวิ้นอ๋องมองเห็นว่า นางคล้ายกับฟ่านซิ่วอิงค่อนข้างมาก ทั้งสองฝ่ายคารวะกันแล้วเชิญลงนั่งสนทนาจวิ้นอ๋องให้องครักษ์นำของขวัญมามอบให้ฮูหยินผู้เฒ่า ฟ่านฮูหยินมองเห็นเจตนาของชายหนุ่มชัดเจน จึงได้ยิ้มน้อยๆ “ท่านอ๋องเกรงใจเกินไปแล้ว เราตระกูลฟ่านมิได้สร้างประโยชน์อันใดให้แก่ท่าน ไม่จำเป็นต้องมาเยือนหรือเปล่าเปลืองของฝากแม้แต่น้อย”
더 보기

บทที่ 75 จับจินวั่งซู

“เจ้าอย่าลืมสิว่า คนสกุลจางต้องวางหมากเพื่อฮองเฮา จางเลี่ยงหรงเองก็ถูกยัดเยียดให้ข้าในคราวแรกก็เพื่อยึดครองอำนาจของกองทัพพยัคฆ์เหิน หากเจ้ายังใจเย็นเช่นนี้ เห็นทีนางจะต้องถูกใช้ในแผนต่อไปเป็นแน่”มู่หลี่เฉียงคล้อยตามที่จวิ้นอ๋องกล่าว“เรื่องซับซ้อนแบบนี้ ข้าคิดว่า มีคนผู้หนึ่งน่าจะช่วยได้ทั้งเจ้าและข้า”เจ้าหมีป่าเอามือใหญ่เคาะโต๊ะเบาๆ“เราอาจจะต้องแลกเปลี่ยนสักเล็กน้อยเพื่อผลลัพธ์ที่คุ้มค่า”จวิ้นอ๋องและมู่หลี่เฉียงรวมหัวกันไปจับตัวจินวั่งซูมาขังไว้ที่จวนจวิ้นอ๋องเพื่อต่อรอง ฝ่ายหลังร้องเอะอะขณะถูกเอาเชือกมันตัวตั้งแต่เอวจนแทบจะถึงคอ“นี่พวกท่านจับข้ามาทำไมกัน ”หมิงจิ้นเหอใบหน้าดุดัน ใช้นิ้วชี้แทบจะจิ้มหน้าจินวั่งซู“เป็นเพราะเจ้า! เจ้าสมรู้ร่วมคิดกับนาง ทำร้ายข้า”“หือ กระหม่อมไม่ได้ทำสักหน่อยพะยะค่ะ ฟ่านซิ่วอิงวางแผนมาก่อนหน้านั้นแล้วต่างหาก นางเตี๊ยมกับคนของนางเอาไว้แล้วก่อนไปพยัคฆ์เหิน จะโทษกระหม่อมได้อย่างไร กระหม่อมบอกแล้วว่าเพิ่งจะเห็นนางครั้งแรกที่จวนของท่านนะท่านอ๋อง”“แต่เจ้าก็ปกปิดข้าว่ารู้จักกับนาง”“ก็นางบังคับกระหม่อมพะยะค่ะ นางไม่ยอมให้กระหม่อมพูดเรื่องน
더 보기

บทที่ 76 เชลยจากแคว้นเว่ย

เกริ่นมาถึงขนาดนี้ มีหรือจะข่มโทสะของสตรีที่กินน้ำส้มสายชูไปหลายอึกอย่างฟ่านซิ่วอิงได้ หญิงสาวกำจอกน้ำชาไว้แน่น ดวงตาเต็มไปด้วยความโมโห“พี่วั่งซู ข้าจะต้องหาวิธีไปดูนางให้ได้”ฟ่านหลี่เจี๋ยเห็นน้องสาวสีหน้าไม่สู้ดีจึงเอ่ยปาก“เอาเถิด ข้าจะไปหาบัตรเข้างานให้เจ้าเอง”เพียงเท่านั้น จินวั่งซูก็ยิ้มมุมปาก‘ฉายาของข้า จอมยุแยงก็ใช่ว่าจะได้มาโดยง่าย น่าภาคภูมิใจเสียจริง’ในเมื่อสองพี่น้องตระกูลฟ่านรับปากจะไปงานเลี้ยง จินวั่งซูก็รีบแล่นไปยังวังจวิ้นอ๋องเพื่อแจ้งข่าวดี ส่วนฟ่านหลี่เจี๋ยก็ต้องรีบไปทูลขออนุญาตจากฮองไทเฮาเพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยง เพราะไม่แน่ใจว่า ตนสองพี่น้องจะได้รับเชิญหรือไม่ ฮองไทเฮาทรงแปลกพระทัยที่สองพี่น้องอยากจะมาร่วมงานเลี้ยงนี้ ปกติฟ่านหลี่เจี๋ยก็มิใคร่ใส่ใจงานรื่นเริงในวังนัก เขาเป็นขุนนางผู้เคร่งขรึม พูดน้อย สุภาพและจริงจังกับการทำงาน ส่วนฟ่านซิ่วอิงนางก็ดูมิได้ติดใจบรรยากาศในวังและมิได้มีท่าทีสนใจบุรุษใด“ที่พวกเจ้าอยากจะมางานเลี้ยงคราวนี้ เป็นเพราะอยากจะมาชมโฉมองค์หญิงหานซูลี่ ใช่หรือไม่ ”ฟ่านหลี่เจี๋ยทำหน้าฉงน“ข่าวลือเกี่ยวกับรูปโฉมของหานซูลี่ โด่งดังยิ่งนัก เขาว่า
더 보기

บทที่ 77 องค์หญิงคนงาม

พี่ชายอายุมากสุดในกลุ่มที่ยังไม่มีพระชายาเอกหันมาทำตาขวาง“แค่สนมที่เสด็จแม่ยัดเยียดมา ข้าก็เอียนจะแย่อยู่แล้ว นี่ถ้ายังมีองค์หญิงหานซูลี่เข้ามาอีก เห็นทีจะต้องหนีออกจากวังเป็นแน่ พวกเจ้าเหตุใดไม่ลองดูเองเล่า ” องค์ชายเก้าทำหน้าดุใส่น้องชายองค์ชายทั้งสามต่างเติบโตมาในวังละแวกเดียวกัน จึงสนิทสนมกันมากกว่าพี่น้อง องค์ชายทั้งสามเห็นจวิ้นอ๋องเป็นวีรบุรุษในใจมาตั้งแต่วัยเยาว์ เพราะพี่ห้านั้นเชิงยุทธ์ฉกาจฉกรรจ์ ต่อมายังกลายเป็นแม่ทัพผู้เกรียงไกรแห่งแคว้น ความเคารพเทิดทูนที่สามพี่น้องมอบให้จวิ้นอ๋องจึงคล้ายเป็นเทพเจ้า“หากฮ่องเต้ทรงยกองค์หญิงให้เสกสมรสกับจวิ้นอ๋องเล่า ” องค์ชายเก้าประเมินเหตุการณ์ “เขารบชนะก็น่าจะได้ครองหญิงงาม”“ท่านอยากให้เกิดกลียุคหรือไร จวิ้นอ๋องไปจวนสกุลฟ่านทุกวันจนคนลือไปทั่วเมืองหลวงแล้วว่าจะตื้อกลับไปเป็นบุตรเขยใต้เท้าฟ่าน” องค์ชายสิบสองรีบปล่อยข่าวในหมู่พี่น้อง เพื่อให้ถึงพระเนตรพระกรรณฮ่องเต้“เช่นนั้น ฮ่องเต้คงไม่ขัดใจจวิ้นอ๋อง แล้วใครเล่าจะเป็นพระสวามีขององค์หญิง ”องค์ชายเก้าขมวดคิ้ว ช่างน่ากลัวเสียนี่กระไร การแต่งงานเพื่อสานสัมพันธ์ระหว่างแคว้นต้องมีผู้
더 보기

บทที่ 78 ผู้เลอโฉม

“กงกง ข้าอยากจะพบหน้าองค์หญิงหานซูลี่ ก่อน จึงค่อยให้นางปรากฏตัวต่อหน้าผู้อื่น” “พะยะค่ะ กระหม่อมจะไปเชิญนางเดี๋ยวนี้” หมิงฮ่องเต้ทรงครุ่นคิดถึงข่าวลือของหานซูลี่ อยู่ในห้องทรงพระอักษรเพียงลำพัง ‘หากนางเฉิดโฉมถึงเพียงนั้น ข้าหรือจะมอบให้ผู้ใด สู้เก็บไว้เป็นเฟยอีกสักตำแหน่งจะดีกว่า หมิงจิ้นเหอ เจ้าคะเนข้าสูงไปเสียแล้วว่า จะมอบหญิงงามขนาดนั้นให้เจ้า’ กงกงเดินข้ามาในห้องแล้วยืนอยู่ข้างโต๊ะทรงงาน ครั้นมองเห็นฮ่องเต้แย้มพระสรวลให้นึกแปลกใจ “ทรงคิดจะมอบองค์หญิงหานซูลี่ ให้องค์ชายท่านใดพะยะค่ะ ” “เจิ้นได้รับรายงานว่า นางล่มเมือง สตรีที่เพียบพร้อมเช่นนี้ ฟังแล้วเจ้าคิดว่า เจิ้นยังมอบนางให้ผู้อื่นอีกหรือ ” กงกงไตร่ตรองถึงตำแหน่งพระสนมของฮ่องเต้“จริงสิ พะยะค่ะ ยังมีตำแหน่งเต๋อเฟย กับเสียนเฟยว่างอยู่”พระสนมขั้นเฟยอันดับสามเต๋อเฟย กับพระสนมขั้นเฟยอันดับสี่เสียนเฟย ยังไม่ได้แต่งตั้งผู้ใด ในเมื่อฮ่องเต้มั่นใจในข่าวที่ได้รับขนาดนี้ องค์หญิงซูลี่ คงจะกลายเป็นพระสนมเต๋อเฟยในไม่ช้าขันทีคู่พระทัยคิดแล้วก็อมยิ้มน้อยๆ...วังหลังอา
더 보기

บทที่ 79 จำต้องลักตัวคน

เมื่อพิธีมอบเครื่องบรรณาการจบลง ฮ่องเต้ทรงมอบของที่ระลึกให้องค์ชายและเหล่าราชทูตของแคว้นเว่ย จากนั้นก็เป็นการแสดงของเหล่านางรำในวังเพื่อเฉลิมฉลองเรื่องดีงามครั้งนี้ เป็นที่รู้กันว่า องค์หญิงซูลี่ มาเพื่ออภิเษกสมรส ในคราแรกทุกคนคาดว่า ฮ่องเต้อาจจะแต่งตั้งนางเป็นสนมขั้นเฟย หรือไม่ก็ให้นางอภิเษกสมรสกับจวิ้นอ๋องในฐานะแม่ทัพผู้ชนะศึกทว่า...เมื่อเห็นโฉมงามล่มเมืองที่ข่าวลือแพร่สะพัดแล้ว งานนี้จวิ้นอ๋องคงจะต้องยอมรับไป “พี่เก้า ไหนท่านว่า ข่าวบอกนางเป็นโฉมงามล่มเมืองเล่า ” องค์ชายสิบสองทำน้ำเสียงตกใจขณะชะโงกหน้าไปถามพี่ชาย องค์ชายเก้าแทบหน้าคว่ำ “ข้าได้ยินมาเช่นนั้นนี่นา” “เช่นนี้แล้ว เสด็จพี่จอมเจ้าเล่ห์ของเรา คงจะหาทางสลัดนางมาทางนี้แน่ๆ” องค์ชายสิบสองจ้องไปทางฮ่องเต้ เห็นพระองค์ไม่ทรงสนพระทัยองค์หญิงหานซูลี่ เลยสักนิด องค์ชายสิบห้าทำหน้าสยดสยอง “ข้าว่า ที่วังไม่น่าจะมีลานกว้างให้นางออกกำลังและไม่มีป่าไผ่ที่เหมาะกับนางเป็นแน่” “ทำไมเล่า ” องค์ชายเก้าทำหน้าฉงน “นางตัวใหญ่ยังกับหมีขาวจากภูเขาหิมะ อาจจะต้องการฝนเขี้ยวเ
더 보기

บทที่ 80 ทายาทของท่าน

เมื่อฟ่านซิ่วอิงเดินออกมาจากสุขา มองไปรอบๆ กลับไม่เห็นนางกำนับสักคน นางกำลังจะก้มลงหยิบโคมไฟที่นางกำนัลทิ้งไว้ พลันถูกอ้อมแขนหนึ่งรั้งเข้าไปแนบอก “เจียอี ไม่สิ ซิ่วอิ่ง ข้าคิดถึงเจ้าเหลือเกิน ชายาที่รัก”ยังไม่ทันจะได้กล่าวตอบโต้ ร่างของนางก็ถูกอุ้ม ได้ยินเพียงเสียงลมผ่านหูวีดวิ้ว...วีดวิ้ว...ไม่นานนัก เสียงข้างหูก็ดังขึ้น “ถึงแล้ว รังรักของเรา”นางกำนัลสองนางที่เฝ้าอยู่รีบตรงเข้ามาเปิดประตูให้กับคนทั้งสองที่อุ้มกันมา เมื่อชายหนุ่มก้าวเท้าเข้าไป ทั้งสองก็รีบปิดประตูอย่างรวดเร็ว เขาตรงไปวางนางลงบนเตียง“จวิ้นอ๋อง เหตุใดจึงทำเช่นนี้เพคะ ”“ก็เจ้าไม่ยอมมาพบข้านี่ หากไม่ทำเช่นนี้ เมื่อใดจะได้คุยกับเจ้าสองต่อสอง อีกอย่าง...ข้าอยากจะกอดจูบเจ้าแทบแย่แล้ว” “ท่านจะบ้าหรือไร นี่มันลักพาตัวข้าชัดๆ” จวิ้นอ๋องผู้เคร่งขรึม สุภาพ และเด็ดขาด ไม่พูดไม่จา กอดนางแล้วฝังจมูกโด่งเป็นสันลงเป็นแก้มนวลซ้ายขวา จูบผิวหอมรุกไล่มาจนถึงริมฝีปาก ประทับจูบอย่างโหยหาและดูดดื่ม ฟ่านซิ่วอิงดิ้นขลุกขลักเล็กน้อย“ท่านทับขาหม่อมฉันแล้วเพคะ หม่อมฉันเจ็บ”จวิ้นอ๋องยิ้มเจื่อ
더 보기

บทที่ 81 นางตั้งครรภ์

มู่หลี่เฉียงทำหน้าที่ดึงความสนใจจางเลี่ยงหวงไว้ เพื่อเปิดทางสะดวกให้ลักพาคน รองแม่ทัพหนุ่มเริ่มขยับมานั่งโต๊ะใกล้จางเลี่ยงหวงสาวน้อยสาวใหญ่ในงานต่างชม้ายชายตาให้เขากันถ้วนทั่ว รูปกายสูงใหญ่ของเขางามสง่า ใบหน้าคมคร้าม ถึงผิวจะคล้ำกว่าผู้อื่น แต่กลับทำให้ดูมีเสน่ห์ยิ่งนักจางเลี่ยงหวงอยากจะพุ่งไปนั่งตักให้เขากัดกินนางเสียจริง คิดถึงคราวนั้นบนเตียงนอนที่เรือนท้ายจวน นางอดจะหน้าแดงซ่านไม่ได้ คุณชายมู่เห็นหน้านางจู่ๆ ก็แดงขึ้นแทบจะทนนั่งต่อไปไม่ไหว เมื่อเห็นนางทำทีลุกจะออกไปนอกงาน ก็รีบเดินตามมา หนุ่มสาวหลายคู่ก็แอบไปหลบมุมหาที่พลอดรักกัน ทั้งสองจึงแอบขยับไปยืนใกล้กันหลังพุ่มไม้ “ท่านจับมือข้าแน่นไปไหม ” “ข้ายังไม่ได้จับเจ้าเลย” มู่หลี่เฉียงทำหน้าฉงน เขาออกจะเป็นสุภาพบุรุษมาถึงปุ๊บจะจับมือนางเลย ไม่เหมาะไม่ควรยิ่ง “เช่นนั้นมือใครจับข้าไว้เล่า ” นางกระโจนถอยลากเอามือนั้นออกจากพุ่มไม้ “ว้าย!”คุณหนูนางหนึ่งแอบนัดพบกับชายหนุ่มที่มุมใกล้ๆ นึกว่าคู่รักของตนมาถึงแล้ว จึงหมายจะดึงมือเข้าไปในพุ่มไม้ พอเงยหน้าเห็นคุณหนูจาง“เอ่อ...ข้าขอโทษ ข้
더 보기
이전
1
...
5678910
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status