“ข้าอยากรู้จริง ๆ ว่าเป็นฝีมือผู้ใด” เพราะวันที่คำสิงห์ให้พวกเขาทั้งสามคนไปเฝ้าเวรยาม พวกเขาได้ทำแนวกันไฟไว้รอบป่าอ้อยแล้ว แสดงว่าไฟไหม้อ้อยคราวนี้มีคนจงใจทำให้มันเกิด ดวงตาของเรณูกระตุกวูบเมื่อดำรงกล่าวเช่นนั้น หรือว่าจะเป็นฝีมือของพันตาเหมือนชาติที่แล้ว “พรุ่งนี้ค่อยเข้าไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ” คำสิงห์กล่าวด้วยท่าทางหมดแรง ถึงจะรู้ว่าการแจ้งความไม่ได้ช่วยอะไร แต่เขาก็ยังอยากไปลงบันทึกประจำวันเอาไว้ “แล้วนายจะไปดูไร่อ้อยหรือไม่ขอรับ” “ใครเป็นคนมาบอกเจ้าว่าไฟไหม้อ้อยของเรา” “พี่บุญรอดขอรับ” “เขาบอกว่ายังไง” “เขาบอกว่าตอนนี้ไฟคงไหม้อ้อยของเราหมดแล้วขอรับ” “เช่นนั้นรอไปดูพรุ่งนี้เถอะ ไปตอนนี้ก็คงดับไฟไม่ทันแล้ว” เพราะลมแรงขนาดนี้คงพัดเปลวไฟให้ลุกโชนจนเผาอ้อยเกือบหมดแล้วกระมัง “ขอรับ” ดำรงกลับบ้านไปแล้ว แต่คำสิงห์ยังคงนั่งเหม่อลอยอยู่ที่เดิม เขากำลังคิดตำหนิตนเองที่ย้อนเวลากลับมาแต่กลับแก้ไขอะไรไม่ได้เลย ตอนนี้ความหวังของเขาก็คงฝากไว้กับมันสำปะหลังที่ยังไม่ได้เก็บเกี่ยวอีกสองแปล
Read more