Semua Bab คันศรเพลิงแค้น แม่ทัพหญิงอหังการ: Bab 21 - Bab 30

62 Bab

บทที่ 11 งดงามไปทุกสัดส่วน 1/2

บทที่ 11งดงามไปทุกสัดส่วนซืออี้บิดตัวไปมาด้วยความเมื่อยขบจากการเดินทางหลายวันติด นางมองไปรอบ ๆ ก่อนจะไปช่วยทหารคนอื่นตั้งกระโจมที่จะใช้หลับนอนชั่วคราว จากนั้นจึงไปยังกระโจมที่จัดตั้งโรงครัวอย่างง่าย ๆ นางลงมือช่วยพ่อครัวทำอาหารด้วยความคล่องแคล่ว แม้ซืออี้จะถูกเลื่อนขั้นเป็นพลแม่นธนูแล้ว ทว่าตัวนางกับพลธนูและทหารชั้นผู้น้อยคนอื่นกลับเข้ากันได้เป็นอย่างดี ด้วยตัวนางไม่เคยถือตัวเลย ไม่ว่าพวกเขาจะกินหรือนอนที่ไหนนางก็จะทำเช่นนั้นด้วย แต่พวกเขาก็ยังคงให้เกียรตินาง โดยให้นางนอนในกระโจมหลังเล็กเพียงคนเดียว อย่างไรนางก็เป็นสตรีที่ยังไม่ออกเรือน โดยเรื่องนี้เป็นเซี่ยกวางเย่าที่จัดการให้นางอย่างลับ ๆ"ข้าย่างกระต่ายป่าเสร็จแล้ว พ่อครัวมีสิ่งใดให้ข้าทำอีกหรือไม่" กระต่ายป่า 5 ตัวถูกนางย่างจนส่งกลิ่นหอมไปทั่ว พ่อครัวหันมาส่งยิ้มก่อนจะส่ายหน้าปฏิเสธ "ไม่มีสิ่งใดให้ทำแล้ว ท่านซืออี้ไปพักเถิด""เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน"ซืออี้ยิ้มรับแล้วเดินจากไป ขณะที่นางจะเดินกลับกระโจมของตนเองก็ได้พบกับท่านกุนซือหนุ่มที่เดินยิ้มมาทางนี้ เว่ยเฉิงคลี่พัดโบตั้๋นของตนแล้วก้าวเข้าไปหาซืออี้ "การเดินทางไกลคงทำให้เจ้า
Baca selengkapnya

บทที่ 11 งดงามไปทุกสัดส่วน 2/2

"..."ซืออี้เม้มปากแน่น นางไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวหรือเปล่งเสียงเอ่ยตอบกลับไปเซี่ยกวางเย่าพลันขยับกายเข้าไปหาโขดหินที่ซืออี้ซ่อนตัว คืนนี้พระจันทร์เต็มดวงจึงทำให้เขามองเห็นได้อย่างชัดเจน กอปรกับสายตาดีเยี่ยมในยามค่ำคืนทำให้เขามองเห็นเงาร่างอยู่หลังโขดหิน ร่างสูงขยับเข้าไปใกล้ช้า ๆ พร้อมกับมีดสั้นที่ถืออยู่ในมือ"หากไม่พูด... ฆ่า!"ซืออี้ตกใจจนแทบทำสิ่งใดไม่ถูก นางกำลังจะเปล่งเสียงพูดออกไปแต่ดูเหมือนจะช้าไปสำหรับเซี่ยกวางเย่า เมื่อเขาโผล่เข้ามาประชิดร่างของนางพร้อมกับกดมีดสั้นในมือตรงลำคอขาวอย่างแม่นยำ ดวงตาคู่คมเบิกโพลงด้วยความตกใจ เมื่อคนร้ายที่เขาคิดกลับเป็นซืออี้"ขะ... ข้าเองเจ้าค่ะ ซืออี้ เฮือก"ซืออี้ตัวแข็งค้างราวกับหินไปแล้ว นางไม่ได้กลัวมีดสั้นที่จ่อคอตนเองแต่กลับเป็นความใกล้ชิดอันน่าหวาดเสียวนี้ต่างหาก แม้ร่างกายจะจมอยู่ในน้ำทว่าก็ดูเหมือนจะช่วยอะไรไม่ได้เลย นางทำได้แต่ยืนตัวแข็งทื่อโดยที่สองมือกอบกุมเต้าอวบของตนเอาไว้แน่น"เจ้าเองหรือ"เซี่ยกวางเย่าถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก เขาคิดว่าจะเป็นมือสังหารเสียอีกซืออี้รู้สึกได้ถึงไออุ่นจากผิวกายของเขาได้อย่างชัดเจน และนั่นยิ่งทำ
Baca selengkapnya

บทที่ 12 หัวหน้าซือ 1/2

บทที่ 12หัวหน้าซือวังหลวงเซี่ยกวางเย่า เว่ยเฉิง และซืออี้ได้ขอเข้าเฝ้าฮ่องเต้ทันทีที่มาถึงยังเมืองหลวง เวลานั้นพระองค์กำลังประชุมเช้ายังท้องพระโรงจึงได้ให้ทั้งสามเข้ามา เมื่อทั้งสามปรากฏกายในท้องพระโรงก็ตกเป็นเป้าสายตาจากเหล่าขุนนางในราชสำนัก'จ้าวเฉิงหยวน' ฮ่องเต้ผู้นั่งบัลลังก์มังกรทอดพระเนตรทั้งสามคน ก่อนที่สายพระเนตรจะหยุดอยู่ที่ซืออี้ผู้ยืนอยู่ทางด้านหลัง"ถวายพระฝ่าบาท ขอฝ่าบาททรงพระเจริญหมื่นปี หมื่น หมื่นปีพ่ะย่ะค่ะ/เพคะ"ทั้งสามยอบกายคารวะผู้อยู่เหนือทุกคนในแคว้นจ้าวอย่างเต็มพิธีการ ซืออี้เองก็สามารถถวายพระพรได้อย่างถูกต้องอย่างไร้ที่ติ ราวกับคุณหนูในห้องหอมิมีผิด"ลุกขึ้นเถิด พวกเจ้าคงเดินทางกันมาอย่างเหน็ดเหนื่อยใช่หรือไม่ ทั้งที่เจิ้นควรจะให้พวกเจ้าเข้าเฝ้าวันอื่นแท้ ๆ เชียว แต่เป็นเพราะเจิ้นอยากจะสอบถามเรื่องเผ่าต้าเซิงโดยละเอียดจึงให้พวกเจ้ารีบมาเข้าเฝ้าตอนนี้" พระสุรเสียงทุ้มกังวานตรัสอย่างมีพระเมตตา แต่ผู้ใดจะรู้น้ำพระทัยอันกว้างขวางที่ลึกจนหาที่สุดมิได้ของฮ่องเต้กันเซี่ยกวางเย่าเอ่ยขึ้น "หามิได้พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมเป็นข้าราชบริพารสมควรที่จะเข้าเฝ้าฝ่าบาทเพื่อถวายรา
Baca selengkapnya

บทที่ 12 หัวหน้าซือ 2/2

หลังจากการประชุมเช้าเสร็จสิ้นลง ทั้งสามก็เดินออกมาจากท้องพระโรง ระหว่างนั้นเองที่นางได้พบกับคนที่คุ้นเคย... ท่านอารอง!"เจิ้นอันโหว มิได้พบกันนานเลย ยินดีกับการรบชนะครานี้ด้วย"หรงจื้อเข้ามาทักทายเซี่ยกวางเย่าด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เขาเมินเฉยที่จะทักทายคนที่ยืนอยู่ทางด้านหลัง ทำราวกับพวกเขาไม่มีตัวตนซึ่งเว่ยเฉิงก็หาได้สนใจไม่ เขาจึงชักชวนซืออี้ให้ถอยหลังไปทางด้านหลังให้ทั้งสองได้พูดคุยกันโดยสะดวก"ขอบคุณรองเจ้ากรมพิธีการหรง ท่านคงจะสบายดีใช่หรือไม่" เซี่ยกวางเย่าตอบรับสั้น ๆ ด้วยมิได้สนิทสนมกับอีกฝ่ายนัก"ตัวข้าย่อมสบายดีอยู่แล้ว เพียงแต่ฮูหยินของข้ากลับรู้สึกเศร้าใจนัก บางทีท่านโหวอาจจะช่วยได้""ข้าน่ะหรือ" คิ้วกระบี่เลิกขึ้นด้วยความงุนงง"ใช่แล้ว... เรื่องนี้ควรจะสนทนากันในที่สงบ หากไม่ว่าอันใดข้าขอเชิญท่านโหวไปเยือนยังจวนตระกูลหรงในอีกสามวันได้หรือไม่""ข้าเกรงว่า...""เรื่องนี้เกี่ยวพันถึงหรงฮวาด้วย"เซี่ยกวางเย่าพลันชะงักเมื่อได้ยินชื่อที่ไม่ได้ยินมานาน "เช่นนั้นก็ได้""ขอบคุณท่านโหว"หรงจื้อเดินจากไปด้วยรอยยิ้มกว้างแห่งความยินดี ขณะที่เซี่ยกวางเย่ามีสีหน้าที่เคร่งเครียดขึ้น เขาเดินเ
Baca selengkapnya

บทที่ 13 มารดาผู้ร้ายกาจของท่านโหว 1/2

บทที่ 13มารดาผู้ร้ายกาจของท่านโหวเซี่ยกวางเย่าพาทั้งสองไปทักทายมารดายังห้องโถง เมื่อมาถึงจึงพบกับสตรีสูงศักดิ์ที่แม้จะอยู่ในวัยกลางคน ทว่ามิอาจลดทอนความงามของนางไปได้เลย ใบหน้าสะคราญโฉมส่งยิ้มละมุนมาให้กับบุตรชายเพียงคนเดียวด้วยความยินดี "อาเย่าของแม่" 'จ้าวหลี่อิง' องค์หญิงเจ็ดผู้เป็นขนิษฐาต่างมารดาของฮ่องเต้ นางคือฮูหยินใหญ่ของอดีตท่านโหวและมารดาของเซี่ยกวางเย่า ในเมืองหลวงต่างร่ำลือว่านางคือสตรีร้ายกาจเจ้าอารมณ์ จึงไม่มีผู้ใดกล้าทำให้นางรำคาญใจนัก"ลูกคารวะท่านแม่ขอรับ ลูกอกตัญญูนักที่ปล่อยให้ท่านแม่ต้องอยู่ที่นี่เพียงคนเดียว"จ้าวหลี่อิงเข้ามาสวมกอดบุตรชายด้วยความคิดถึง พลางลูบใบหน้าคมเข้มที่ซูบผอมกว่าเดิมจากความทรงจำครั้งก่อนด้วยความปวดใจ "ลูกทำหน้าที่ของตนเองจะเรียกว่าอกตัญญูได้อย่างไร นี่ลูกผอมลงไปอีกแล้วหรือ ไม่ได้รับบาดเจ็บตรงไหนใช่หรือไม่""ลูกแข็งแกร่งมากเชียวนะขอรับ" เซี่ยกวางเย่าอมยิ้มพลางจับมือของมารดาที่ลูบหน้าตนเอง ราวกับปลอบมิให้มารดาต้องคิดมากไป เมื่อเขาอยู่ต่อหน้ามารดาก็เหมือนกับเด็กชายตัวน้อยคนหนึ่งที่ชอบออดอ้อนมารดา ซืออี้ที่เพิ่งเห็นภาพนี้บังเกิดความรู้สึกแ
Baca selengkapnya

บทที่ 13 มารดาผู้ร้ายกาจของท่านโหว 2/2

หลายวันมานี้ซืออี้อยู่ในจวนโหวเป็นอย่างดี บ่าวรับใช้ต่างให้ความเคารพแก่นางจนบางครั้งอดจะรู้สึกว่ามากเกินไป กระทั่งองค์หญิงเจ็ดผู้เคยได้ชื่อว่าร้ายกาจกลับใจดีกับนางยิ่งนัก ในทุกวันจะมาเชิญให้ซืออี้ไปนั่งเล่นในศาลา พร้อมกับทานขนมและน้ำชาด้วยกัน"นี่เป็นชาจากเขาลู่หลงเชียวนะซืออี้ รสชาติเป็นอย่างไรบ้าง"ซืออี้ดมกลิ่นชาที่ลอยกรุ่นออกมาก่อนจะยกขึ้นจิบเพื่อละเลียดชิมรสชาติของชา "ชาดีเจ้าค่ะ ได้กลิ่นหอมจาง ๆ ของดอกโมลี่ฮวาด้วยนะเจ้าคะ""เจ้ารู้เรื่องชาดีเลยสินะ นี่เป็นชาลู่หลงที่อบด้วยดอกโมลี่ฮวาเข้าไปด้วย หากทานคู่กับขนมเฉียนกั่วจะยิ่งอร่อยขึ้นไปอีก เจ้าลองทานดูสิ"จ้าวหลี่อิงเลื่อนจานขนมเฉียนกั่วไปข้างหน้าของซืออี้ นางหยิบขนมเฉียนกั่วรูปปลาขึ้นมาทาน ก่อนจะจิบน้ำชาลู่หลงไปด้วย"เมื่อทานคู่กันแล้วอร่อยขึ้นมากเลยเจ้าค่ะ"ดวงตาของซืออี้เป็นประกายวิบวับด้วยความชอบใจ ขนมเฉียนกั่วนี้นางไม่ได้ทานมานานมากแล้ว ครั้งสุดท้ายน่าจะตอนที่นางไปเที่ยวเล่นเทศกาลชีซีกับท่านตาท่านยายเมื่อสองปีก่อน"หากชอบก็ทานเยอะ ๆ เจ้าน่ะผอมเกินไปแล้ว"จ้าวหลี่อิงคะยั้นคะยอให้ซืออี้ทานอีก ในตอนนั้นเองที่เซี่ยกวางเย่าเดินเข้
Baca selengkapnya

บทที่ 14 จะหน้าหนาเกินไปแล้ว 1/2

บทที่ 14จะหน้าหนาเกินไปแล้วจวนตระกูลหรงนับตั้งแต่แม่ทัพหรงและครอบครัวตกตายในกองไฟ หรงจื้อก็ได้ขึ้นมาเป็นประมุขตระกูลหรงคนถัดไป ถึงการตายของแม่ทัพหรงจะมีคนรู้สึกว่าเรื่องนี้มีเงื่อนงำ แต่เมื่อเวลาผ่านไปผู้คนก็ไม่ได้สนใจอีก รู้เพียงแต่ว่าท่านแม่ทัพหรงกับท่านกุนซือร่ำสุราจนเมามายไม่ได้สติ ทำให้เผลอจุดไฟเผาเรือนของตนเอง และน่าเศร้าที่ฮูหยินและลูกทั้งสองมิอาจหนีออกมาได้ทัน แม่ทัพหรงที่เข้าไปช่วยภรรยาและลูกด้วยอาการเมามายจึงถูกไฟคลอกตายไปด้วยบ่าวไพร่ที่เห็นเหตุการณ์ได้ออกมาให้ปากคำหลายคน ทำให้คดีนี้ถูกปิดไปอย่างเงียบ ๆ โดยกำลังทหารที่แม่ทัพหรงเคยบัญชาการได้ถูกส่งต่อให้กับแม่ทัพคนใหม่แทน ซึ่งคนผู้นั้นคือบิดาของฮูหยินหรงจื้อเมื่อรถม้าเคลื่อนเข้ามาจอดหน้าจวนตระกูลหรง พ่อบ้านหลูได้เข้ามาต้อนรับด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม"เชิญท่านโหวที่ด้านในขอรับ นายท่านรออยู่แล้วขอรับ""ขอบใจมาก"พ่อบ้านหลูนำทางไปยังศาลาริมสระบัวแทนที่จะเป็นห้องโถงหรือห้องหนังสือ คราแรกเซี่ยกวางเย่ารู้สึกแปลกใจแต่ก็คิดว่าหรงจื้อผู้นี้คงไม่อยากจะทำให้ดูเป็นความลับกระมัง การพูดคุยในที่แจ้งท่ามกลางสระบัวและสายลมพัดเอื่อย ๆ คงจะดีกว่
Baca selengkapnya

บทที่ 14 จะหน้าหนาเกินไปแล้ว 2/2

"แต่หรงฮวาตายไปแล้วนะเจ้าคะ เหตุใดท่านโหวถึงได้ยึดติดเช่นนี้กัน แต่งกับข้าไม่ดีอย่างไรกัน ข้าเป็นถึงบุตรีของท่านพ่อ ท่านตาก็เป็นถึงแม่ทัพใหญ่ และตัวข้าเองก็ได้ชื่อว่าเป็นยอดหญิงงามที่มากความสามารถในเมืองหลวงด้วย หากท่านโหวให้ข้าเป็นฮูหยินย่อมเชิดหน้าชูตาผู้อื่นได้นะเจ้าคะ"หรงตวนเหม่ยรู้สึกหน้าชาที่ถูกปฏิเสธ นางจึงลุกขึ้นยืนแล้วเอ่ยสวนออกไปทันที ท่านโหวผู้นี้ไม่รู้หรือไรว่านางเป็นยอดหญิงงามที่มีแต่คนมาสู่ขอ ถ้าไม่ใช่เพราะกลอุบายของท่านพ่อที่ทำให้ชื่อเสียงของนางต้องแปดเปื้อน นางคงแต่งงานกับองค์รัชทายาทหรืออ๋องสักคนไปแล้ว"ต่อให้ฮวาเอ๋อร์ตายไปแล้วเจ้าคู่ควรจะเป็นฮูหยินของข้าหรือ เจ้ามีความสามารถมากพอที่จะเทียบเคียงฮวาเอ๋อร์ได้หรือไม่""ท่านโหว! นี่มันจะเกินไปแล้วนะ ท่านกล้าเอาบุตรสาวของข้าไปเปรียบเทียบกับคนที่ตายเป็นผีไปแล้วได้อย่างไร" หรงจื้อมิอาจทนได้"ใช่แล้ว นังเด็กนั่นก็ตายไปตั้งนานแล้ว เหตุใดท่านโหวจะต้องไปเอ่ยถึงด้วย อีกอย่างเหม่ยเอ๋อร์ของข้าย่อมต้องดีกว่านังเด็กนั่นที่เอาแต่ขี่ม้ายิงธนูอยู่แล้ว เป็นสตรีก็ต้องเรียนงานบ้านงานเรือน หาใช่ไปทำอย่างบุรุษไม่"กู้หยาหนิงจีบปากจีบคอเอ่ย
Baca selengkapnya

บทที่ 15 พระจันทร์เสี้ยว 1/2

บทที่ 15พระจันทร์เสี้ยวม้าทั้งสองควบทะยานออกจาdประตูหลังของจวนโหว มุ่งหน้าสู่ทุ่งหญ้ากว้างหลังชานเมืองที่อยู่ไม่ไกลนัก ซืออี้เลือกขี่ม้าโลหิตสีขาว ส่วนเซี่ยกวางเย่าเลือกขี่ม้าคลั่งโลหิตสีดำซึ่งเป็นม้าตัวโปรดของเขา หนึ่งบุรุษหนึ่งสตรีต่างขับเคี่ยวกันอย่างน่าชม "ไปเร็ว... ต้องเอาชนะท่านโหวให้ได้นะ" ซืออี้เร่งม้าที่ตนขี่ด้วยความตื่นเต้น นางพุ่งทะยานไปด้านหน้าตีคู่เข้าไปยังเซี่ยกวางเย่า ทว่าแม้นางจะพยายามให้ม้าเร่งฝีเท้าเพียงใด แต่ม้าทั้งสองกลับห่างกันอยู่หนึ่งช่วงตัว ม้าสีดำที่เซี่ยกวางเย่าขี่นั้นฝีเท้าดีมากนัก"ย๊าห์ ย๊าห์" เซี่ยกวางเย่าบังคับม้าด้วยท่าทีสบาย ๆ สายตาเหลือบมองซืออี้ที่ตามหลังเข้ามาอย่างไม่ลดละ แต่กระนั้นนางก็ยังคงห่างจากเขาถึงหนึ่งช่วงตัว มุมปากหยักพลันปรากฏรอยยิ้มเมื่อเห็นหนทางชนะ"เร็วขึ้นอีก ย๊าห์ ๆ"ทั้งสองควบม้าจนกระทั่งไปถึงภูเขาจ้านที่อยู่ทางทิศตะวันตกของเมืองหลวง เซี่ยกวางเย่าส่งสัญญาณมือไปทางต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ด้านหน้า ก่อนที่ม้าทั้งสองจะหยุดลงใต้ต้นไม้ใหญ่ พวกเขากระโดดลงจากหลังม้า แล้วปล่อยให้ม้าได้กินหญ้าอย่างอิสระเซี่ยกวางเย่าหยิบถุงใส่น้ำขึ้นมาดื่ม เขาสั
Baca selengkapnya

บทที่ 15 พระจันทร์เสี้ยว 2/2

หลังจากกลับมาจากการขี่ม้ากับซืออี้ เซี่ยกวางเย่าก็ถูกมารดาตามตัวให้ไปพบยังห้องหนังสือ ทั้งสองปิดประตูเงียบเชียบสนทนากันอยู่ด้านใน ทั้งยังให้พ่อบ้านหลัวเฝ้าอยู่หน้าห้องเพื่อป้องกันคนมาแอบฟังด้วย"ที่ลูกเล่ามาเป็นความจริงหรืออาเย่า คนตระกูลหรงกล้าพูดอย่างนั้นกับลูกเลยหรือ""ใช่แล้วขอรับท่านแม่"จ้าวหลี่อิงขมวดคิ้วมุ่นจนแทบเป็นปมแน่น นางผู้อยู่ในวังหลวงและเห็นวิธีการต่ำช้ามามาก ยังอดจะรู้สึกแปลกใจกับการกระทำของหรงจื้อมิได้เลย ถึงอีกฝ่ายอยากจะอยากให้บุตรสาวแต่งเข้าจวนโหวมากเพียงใด ทว่าการทำเช่นนี้มิเท่ากับทำให้อาเย่าของนางต้องโมโหหรอกหรือหรงจื้อผู้นี้บุ่มบ่ามเกินไปหรือโง่เขลาเกินไป?"แม่คิดว่าเรื่องนี้มีบางอย่างแปลก ๆ หากดูจากอุปนิสัยของหรงจื้อแล้ว เขาเป็นคนที่ค่อนข้างจะขี้ขลาดอยู่มาก แต่ก็เป็นคนที่หูตาว่องไวมากพอที่จะประจบเอาใจคนใหญ่คนโตได้ แม่คิดว่าหรงจื้อมิได้ต้องการแค่อยากเกี่ยวดองกับจวนโหวของเรา แต่ยังมีบางอย่างแอบแฝงด้วย""ท่านแม่คิดว่า...""เรื่องนี้อาจจะเกี่ยวข้องกับกองทัพของลูกด้วยก็ได้ อย่างไรแม่ทัพกู้ก็คือบิดาของหรงฮูหยิน ตอนนี้อำนาจในมือของตระกูลกู้ก็ถือว่ามีมิน้อยเลย ทั้งพวก
Baca selengkapnya
Sebelumnya
1234567
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status