คันศรเพลิงแค้น แม่ทัพหญิงอหังการ

คันศรเพลิงแค้น แม่ทัพหญิงอหังการ

last updateLast Updated : 2026-06-08
By:  กะปอมพ่นไฟUpdated just now
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Not enough ratings
10Chapters
35views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

ครอบครัวถูกล้างผลาญจนมอดม้วย นางจึงกลับมาทวงแค้นพร้อมกับคันศรและธนูคู่ใจ ทว่าเขาคนนั้นกลับทำนางหวั่นไหว เช่นนั้นนางก็จะแก้แค้นพร้อมกับมีความรักไปด้วย... ไม่ว่าความแค้นหรือความรักนางก็จะเอาชนะให้หมด

View More

Chapter 1

บทที่ 1 ไฟแค้นในกองเพลิง 1/2

บทที่ 1

ไฟแค้นในกองเพลิง

'หรงฮวา' บุตรีเพียงคนเดียวของท่านแม่ทัพใหญ่หรงผู้กุมกำลังทหารกว่าหนึ่งแสนนาย นางมีพี่ชายอยู่หนึ่งคนซึ่งร่างกายอ่อนแอตั้งแต่เกิด ทว่าพี่ชายกลับเฉลียวฉลาดจนแม้แต่ท่านกุนซือ ผู้เป็นสหายข้างกายของบิดายังเอ่ยชมด้วยใจจริง วันนี้ที่จวนตระกูลหรงได้จัดงานเลี้ยงเล็ก ๆ ขึ้น หลังจากที่รบชนะเผ่าซวี่ ทุกคนต่างนั่งร่วมโต๊ะกันทานอาหารด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

หรงฮวาที่อายุยังน้อยคอยรินสุราให้กับท่านพ่อและท่านอากุนซือ เด็กหญิงผู้มีเครื่องหน้าทั้งห้ารับกันได้อย่างพอเหมาะพอเจาะแย้มยิ้มอย่างอารมณ์ดี ก่อนที่นางจะเอ่ยถึงเรื่องหนังสือหมั้นหมายของตน

"ท่านพ่อเจ้าคะ วันนี้ข้าได้พบท่านโหวน้อยผู้เป็นคู่หมั้นของข้าแล้วนะเจ้าคะ"

"ว่าอย่างไรนะฮวาเอ๋อร์! นี่เจ้าแอบไปพบท่านโหวน้อยนั่นได้อย่างไร"

แม่ทัพหรงสำลักสุราที่ดื่มเข้าไปจนหน้าแดงก่ำ เขาก็รู้อยู่หรอกว่าบุตรสาวนั้นมักจะมีนิสัยห้าวหาญไม่ธรรมดา ทว่าก็ไม่คิดว่านางจะใจกล้าถึงกับลอบไปพบหน้าคู่หมั้นของตน ด้วยไม่กี่เดือนก่อนฝ่าบาทเพิ่งจะออกราชโองการ กำหนดให้ทั้งสองตระกูลหมั้นหมายกันไปเองซึ่งตัวเขามิอาจทัดทานได้

"ใช่เจ้าค่ะ แต่ท่านโหวน้อยก็ใจดีกับข้ามากเลยนะเจ้าคะ ทั้งพาข้าไปนั่งทานอาหารที่โรงเตี๊ยมชมงิ้วของคณะจื้อหลิง และยังพาข้าไปนั่งเรือเล่นที่ทะเลสาบฮวาฮวาด้วย ข้าคิดว่าท่านโหวน้อยนิสัยดียิ่งนัก แม้เขาจะดูเศร้า ๆ ไปเพราะต้องย้ายไปแดนเหนือก็เถอะ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังยิ้มให้กับข้าตลอดเลยนะเจ้าคะ ข้าเลยคิดว่าในวันข้างหน้าข้าจะเป็นภรรยาที่ดีให้กับเขาเจ้าค่ะ และข้าก็เพิ่งมอบกำไลหยกคู่ให้ท่านโหวน้อยไปด้วยนะเจ้าคะ ข้าทำดีหรือไม่ท่านพ่อ ท่านแม่ พี่ใหญ่ ท่านอากุนซือ"

ทุกคนที่อยู่ตรงนี้ต่างตกใจกับการกระทำและคำพูดของหรงฮวา ก่อนจะเปล่งเสียงหัวเราะออกมาด้วยความขบขัน หรงฮวาก็ยังคงเป็นหรงฮวาเช่นนี้ นางใสซื่อและจริงใจต่อทุกคนที่อยู่ใกล้ชิด นางไม่เคยมองใครในแง่ร้ายเลยสักครั้งเดียว และเพราะความเห็นอกเห็นใจนี้นี่เอง ถึงทำให้ท่านโหวน้อยรู้สึกดีกับหรงฮวา

"เจ้านี่นะ! ช่างใจกล้าเกินหญิงจริง ๆ ถ้าท่านโหวน้อยไม่ชอบเจ้าขึ้นมาจะทำอย่างไรเล่า"

"ไม่มีทางหรอกเจ้าค่ะ เพราะข้าหน้าตาสะสวย เขียนอักษรก็งาม ดีดพิณก็ไพเราะ เดินหมากเก่ง และข้ายังขี่ม้าและยิงธนูไปพร้อมกันได้ หากได้ข้าเป็นภรรยาก็จะได้ทหารคู่ใจเพิ่มอีกคนหนึ่งเลยนะเจ้าคะ"

เป็นความจริงที่หรงฮวามีความสามารถรอบด้าน มารดาของนางเป็นถึงอดีตปรมาจารย์ด้านการดีดพิณเชียวนะ นางจะไม่ถ่ายทอดการดีดพิณให้กับบุตรสาวเลยหรือ อีกทั้งบิดาผู้เป็นแม่ทัพใหญ่ยังเป็นผู้ฝึกสอนยิงธนูและขี่ม้าด้วยตนเอง ส่วนการเดินหมากก็ได้ท่านอากุนซือเป็นผู้สั่งสอน และนางยังได้พี่ชายช่วยฝึกปรือการเขียนอักษรจนงดงามเป็นเอกด้วย ลายเส้นของนางแม้จะพลิ้วไหวทว่ากลับเฉียบขาดและหนักแน่นนัก

"ใช่แล้ว ฮวาเอ๋อร์ของเราเก่งมากถึงเพียงนี้ หากท่านโหวน้อยไม่ชอบเจ้าก็คงตาถั่วเต็มที"

พี่ชายของนางหัวเราะร่วนอย่างเห็นด้วย ก่อนจะแกะเนื้อปูใส่จานแล้วเลื่อนไปให้น้องสาว หรงฮวายิ้มกว้างด้วยความดีใจ พี่ใหญ่ของนางช่างแสนดียิ่งนัก จะหาคนที่แกะเนื้อปูให้นางได้ที่ไหนอีกกัน

ท่านแม่พลันยิ้มหวานเมื่อเห็นสองพี่น้องรักใคร่กันดี "แต่อย่างไรฮวาเอ๋อร์ก็อย่าได้หลงระเริงในตนเองเป็นอันขาด จำได้หรือไม่ที่แม่เคยบอกว่าเหนือฟ้าย่อมมีฟ้าที่สูงมากกว่า และอย่าได้คิดดูถูกคนที่ต่ำต้อยกว่าเจ้าด้วย"

หรงฮวายิ้มรับ นางจดจำคำสั่งสอนของมารดาได้เป็นอย่างดี แม้นางจะมีพร้อมทุกอย่างและชำนาญไปเสียทุกสิ่ง แต่อย่างไรก็ย่อมมีคนที่เก่งกาจมากกว่านางเป็นแน่

"ฮวาเอ๋อร์จดจำได้อย่างขึ้นใจเลยเจ้าค่ะ"

"ดีมาก"

หลังจากนั้นพวกเขาก็เปลี่ยนเรื่องคุย โดยท่านแม่ทัพหรงตั้งใจว่าจะขอลาราชการเพื่อพาครอบครัวไปท่องเที่ยวยังแดนใต้สักหนึ่งเดือน อากาศที่นั่นอบอุ่นมากกว่าเมืองหลวง เหมาะสมที่จะใช้เป็นสถานที่พักฟื้นให้กับบุตรชาย ทว่าเสียงหัวเราะอย่างมีความสุขที่เคยดังไปทั่วภายในจวนตระกูลหรง กลับถูกกลบทับด้วยเสียงหัวเราะเหี้ยมเกรียมแทน!

"เจ้ารอง! นี่เจ้าคิดจะทำอะไร"

แม่ทัพหรงต้อนภรรยาและลูกให้หลบอยู่ด้านหลัง ก่อนจะดันร่างของพวกเขาให้เข้าไปอยู่ในห้องหนึ่งด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ร่างสูงใหญ่ขวางประตูเอาไว้ราวกับกำลังจะบอกว่าหากยังดาหน้าเข้ามา เขาก็พร้อมจะสังหารทุกคนอย่างไม่ไว้ไมตรี

ขณะที่กุนซือหนุ่มถือดาบชี้หน้า 'หรงจื้อ' นายท่านรองแห่งตระกูลหรงผู้เป็นน้องชายต่างมารดาของแม่ทัพหรง ด้านหลังของเขามีชายชุดดำร่วมห้าสิบคนถืออาวุธครบมือ โดยที่พวกเขารอฟังคำสั่งจากหรงจื้อแต่เพียงผู้เดียว

"พี่ใหญ่... ท่านคงจะชรามากแล้วสินะ เช่นนั้นท่านก็มอบตระกูลหรงให้ข้าจัดการดูแลเองเถอะ ส่วนท่านก็ไปเฝ้าบิดามารดาของท่านในปรโลกดีหรือไม่ แต่ถ้าท่านกลัวเหงาข้าก็ใจดีพอจะช่วยสงเคราะห์พาครอบครัวของท่านไปพร้อมกันเลยดีหรือไม่ ฮ่าฮ่าฮ่า"

หรงจื้อผู้ที่เคยมีใบหน้าอ่อนโยนอยู่เป็นนิจ กลับกล่าวถ้อยคำอย่างโหดเหี้ยมออกมาโดยไม่แม้แต่จะลังเลเลย ในแววตาของเขาวาวโรจน์และฉายแววสนุกสนาน เมื่อได้เห็นสภาพจนตรอกของพี่ใหญ่ผู้เก่งกาจไปเสียทุกอย่าง แต่แล้วอย่างไรเล่า! วันนี้เขาจะเป็นคนปลิดชีพพี่ใหญ่ด้วยตนเอง!!

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
10 Chapters
บทที่ 1 ไฟแค้นในกองเพลิง 1/2
บทที่ 1ไฟแค้นในกองเพลิง'หรงฮวา' บุตรีเพียงคนเดียวของท่านแม่ทัพใหญ่หรงผู้กุมกำลังทหารกว่าหนึ่งแสนนาย นางมีพี่ชายอยู่หนึ่งคนซึ่งร่างกายอ่อนแอตั้งแต่เกิด ทว่าพี่ชายกลับเฉลียวฉลาดจนแม้แต่ท่านกุนซือ ผู้เป็นสหายข้างกายของบิดายังเอ่ยชมด้วยใจจริง วันนี้ที่จวนตระกูลหรงได้จัดงานเลี้ยงเล็ก ๆ ขึ้น หลังจากที่รบชนะเผ่าซวี่ ทุกคนต่างนั่งร่วมโต๊ะกันทานอาหารด้วยใบหน้ายิ้มแย้มหรงฮวาที่อายุยังน้อยคอยรินสุราให้กับท่านพ่อและท่านอากุนซือ เด็กหญิงผู้มีเครื่องหน้าทั้งห้ารับกันได้อย่างพอเหมาะพอเจาะแย้มยิ้มอย่างอารมณ์ดี ก่อนที่นางจะเอ่ยถึงเรื่องหนังสือหมั้นหมายของตน"ท่านพ่อเจ้าคะ วันนี้ข้าได้พบท่านโหวน้อยผู้เป็นคู่หมั้นของข้าแล้วนะเจ้าคะ""ว่าอย่างไรนะฮวาเอ๋อร์! นี่เจ้าแอบไปพบท่านโหวน้อยนั่นได้อย่างไร" แม่ทัพหรงสำลักสุราที่ดื่มเข้าไปจนหน้าแดงก่ำ เขาก็รู้อยู่หรอกว่าบุตรสาวนั้นมักจะมีนิสัยห้าวหาญไม่ธรรมดา ทว่าก็ไม่คิดว่านางจะใจกล้าถึงกับลอบไปพบหน้าคู่หมั้นของตน ด้วยไม่กี่เดือนก่อนฝ่าบาทเพิ่งจะออกราชโองการ กำหนดให้ทั้งสองตระกูลหมั้นหมายกันไปเองซึ่งตัวเขามิอาจทัดทานได้"ใช่เจ้าค่ะ แต่ท่านโหวน้อยก็ใจดีกับข้ามา
last updateLast Updated : 2026-06-08
Read more
บทที่ 1 ไฟแค้นในกองเพลิง 2/2
"เดรัจฉาน! เจ้านี่มันเลี้ยงเสียข้าวสุกจริง ๆ สมแล้วที่ท่านพ่อไม่ยอมยกอะไรให้เจ้าเลย ข้าหรือก็อุตส่าห์เห็นใจคิดว่าเจ้าคือน้องชายคนหนึ่ง มอบจวนหลังใหญ่และมอบเงินให้หลายตำลึงทองในทุก ๆ เดือน ทั้งยังช่วยฝากฝังเจ้าให้รับราชการจนไต่เต้าได้เป็นถึงรองเจ้ากรมพิธีการอย่างทุกวันนี้ แต่คนชั่วช้าเลวทรามอย่างเจ้าก็ยังกล้าอกตัญญูได้ ข้ามองคนผิดไปจริง ๆ""ฮึ ๆ จะมาพูดตอนนี้ก็สายไปเสียแล้ว วันนี้เป็นวันตายของท่าน ต่อให้ข้าจะต้องกลายเป็นเดรัจฉานชั่วช้าเพียงใด ขอแค่เพียงกำจัดท่านและครอบครัวให้พ้นทางออกไปได้ ข้าก็ยอมทั้งสิ้น""เจ้ามันสิ้นคิดนัก คิดหรือว่าถ้าไม่มีข้าแล้วเจ้าจะสามารถประคับประคองตระกูลหรงต่อไปได้ เจ้าไม่รู้หรือไรว่ายังมีหลายคนที่มุ่งหวังจะให้ตระกูลหรงพังทลาย เจ้าที่เป็นแค่รองเจ้ากรมย่อมมิอาจเป็นต้นไม้ใหญ่ให้กับตระกูลหรง มีแต่จะนำพาตระกูลหรงไปพบจุดจบเสียเท่านั้น"แม่ทัพหรงกับกุนซือลอบมองหน้ากัน ในตอนที่หรงจื้อพาคนบุกเข้ามานั้น เขาได้ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือออกไปแล้ว ขอแค่ถ่วงเวลาอีกแค่หนึ่งก้านธูปก็พอ…หรงจื้อหัวเราะอย่างเยาะหยัน "ข้ารู้นะว่าท่านต้องการจะถ่วงเวลาเพื่อรอคนมาช่วย แต่ช่างน่าเสี
last updateLast Updated : 2026-06-08
Read more
บทที่ 2 ซืออี้คือชื่อใหม่ของข้า 1/2
บทที่ 2ซืออี้คือชื่อใหม่ของข้าหรงฮวาถูกช่วยออกมาได้อย่างหวุดหวิดด้วยฝีมือของท่านลุงเลี้ยงม้า ในตอนที่ทุกคนกำลังพุ่งเป้าไปยังท่านแม่ทัพหรงอยู่นั้น ท่านลุงมู่ผู้เป็นอดีตนายกองก็ได้กลิ่นเหม็นไหม้ที่ลอยมาตามลม เวลานั้นคนในจวนตระกูลหรงต่างหลับเป็นตายซึ่งคาดว่าน่าจะโดนวางยาสลบเป็นแน่ ตัวเขาที่ไม่สุงสิงกับผู้ใดจึงรอดพ้นมาได้อย่างหวุดหวิด ก่อนที่เขาจะลอบมุ่งหน้ามาทางด้านหลังที่ไม่มีผู้ใดสนใจ "อามู่ ข้าขอร้อง... ได้โปรดช่วยฮวาเอ๋อร์ของข้าด้วย ฮือ ๆ"หรงฮูหยินดึงปิ่นปักผมและกำไลทองที่สวมติดกายถอดให้กับอามู่ ดวงหน้างามที่เคยมีแต่รอยยิ้มอ่อนหวานกลับปรากฏหยาดตาที่คลอหน่วยทั้งสองข้าง นางกระซิบเสียงเบาด้วยเกรงว่าคนที่อยู่ด้านนอกจะได้ยินถึงการมีอยู่ของอามู่"ฮึก ๆ ท่านแม่ พี่ใหญ่ แม่นมหลิง จูจู พวกท่านจะต้องไปกับข้าสิ จะทิ้งข้าได้อย่างไรกันฮือ ๆ" แม่นมหลิงและจูจูผู้เป็นหลานสาวถูกปลุกอย่างไม่คาดฝัน เดิมทีห้องนี้คือห้องนอนที่สองคนยายหลานใช้หลับนอน แต่ใครจะคิดว่าห้องแห่งนี้จะกลายเป็นหลุมฝังศพของพวกนางกัน"ฟังแม่นะหรงฮวา เจ้าคือบุตรีของท่านพ่อเป็นดั่งแก้วตาดวงใจของแม่และพี่ชาย ขอเพียงเจ้ายังมีชีวิตอย
last updateLast Updated : 2026-06-08
Read more
บทที่ 2 ซืออี้คือชื่อใหม่ของข้า 2/2
ทางด้านอามู่ได้พาหรงฮวาหนีรอดออกได้ เขาซ่อนตัวอยู่ใต้สะพาน รอจนฟ้าสางประตูเมืองเปิดจึงรีบออกเดินทางจากเมืองหลวงทันที ก่อนจะมุ่งหน้าขึ้นเหนือสุดเพื่อไปยังจวนโหวดั่งเช่นที่ฮูหยินไหว้วานเอาไว้ ร่างเล็กที่สลบไสลนั่งพิงหน้าอกของเขาตลอดทาง อามู่ก้มมองดูคุณหนูตัวน้อยที่ชีวิตผกผันในชั่วข้ามคืนด้วยความสงสารอามู่ควบม้าอย่างไม่หยุดพักราวสี่ชั่วยาม จนม้าเริ่มฝีเท้าตกเขาจึงได้หยุดพักยังโรงเตี๊ยมเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง ก่อนจะอุ้มคุณหนูตัวน้อยไปนอนพักในห้องที่หลงจู๊จัดเตรียมเอาไว้ให้แล้ว ทว่าอามู่ไม่ได้รู้ถึงสายตาสอดรู้สอดเห็นของคนกลุ่มหนึ่งเลย..."อื้อ... ที่นี่ที่ไหน ฮึก ๆ ท่านพ่อ ท่านแม่ พี่ใหญ่ ทุกคนอยู่ที่ไหนกันหมดเจ้าคะ""คุณหนู บ่าวอยู่นี่แล้วขอรับ"อามู่รีบตรงเข้ามาดูอาการเด็กหญิงที่ตัวสั่นเพราะขวัญกระเจิง จากการประสบเหตุการณ์อันน่าสะพรึงกลัวเมื่อคืนนี้"ฮึก ๆ ท่านลุงมู่ ทุกคนเล่าเจ้าคะอยู่ที่ไหนกันหมด แล้วที่นี่ที่ไหน ข้าจะรีบกลับไปหาทุกคนที่จวน""ที่นั่นไม่มีผู้ใดรอคุณหนูแล้วขอรับ ทุกคน... ตายในกองเพลิงกันหมดแล้วขอรับ""อะ อะไรนะ"ริมฝีปากเล็กสั่นระริกอย่างเสียขวัญ ดวงตาคู่สวยพลันปรากฏน้ำสีใสเอ่
last updateLast Updated : 2026-06-08
Read more
บทที่ 3 ประสบเคราะห์ 1/2
บทที่ 3ประสบเคราะห์ทั้งสองพักอยู่ที่โรงเตี๊ยมอีกหนึ่งคืน ก่อนจะออกเดินทางในเช้าวันใหม่ ปลายทางของพวกเขาคือแดนเหนือซึ่งอยู่ไกลออกไปนับพันลี้ ตลอดเส้นทางแสนจะลำบากลำบนยิ่งนักสำหรับเด็กหญิงที่อายุแค่ 13 นับตั้งแต่วันนั้นนางก็ได้เปลี่ยนชื่อเป็นซืออี้ ส่วนชื่อหรงฮวาจะถูกกลบฝังเอาไว้ แต่จะยังคงอยู่ในจิตใต้สำนึกมิแปรเปลี่ยน"คุณ...เอ่อซืออี้หิวแล้วหรือยัง""ยังไม่หิวขอรับท่านลุง"ซืออี้เอ่ยตอบท่านลุงมู่ที่บัดนี้สถานะของพวกเขาคือลุงหลาน ที่ต้องการเดินทางไปเยี่ยมญาติที่แดนเหนือ ทั้งสองเปลี่ยนจากการขี่ม้าที่เป็นจุดสังเกตเป็นร่วมเดินทางกับขบวนพ่อค้าแทน ทว่าพวกเขามิรู้เลยว่าฉากหลังของคนกลุ่มนี้คือพ่อค้าทาส"งั้นหรือ... เช่นนั้นหลังจากที่ขบวนหยุดพักลุงว่าเราแยกออกมากันดีกว่า ลุงรู้สึกว่าสายตาของพวกเขาที่มองซืออี้ไม่ค่อยดีนัก"แม้ซืออี้จะพยายามแต่งกายเป็นเด็กผู้ชายใช้ถ่านมาทาหน้าให้กระดำกระด่าง ทว่าก็มิอาจลดทอนความงามของนางเอาไว้ได้เลย อามู่เริ่มเป็นกังวล ยิ่งเห็นสายตาของหัวหน้าพ่อค้าที่ชอบลอบมองซืออี้ด้วยแล้วนั้น ยิ่งทำให้เขาบังเกิดความไม่สบายใจนัก ลางสังหรณ์ร้องเตือนบอกว่าคนกลุ่มนี้หาใช่พ่อค้าธ
last updateLast Updated : 2026-06-08
Read more
บทที่ 3 ประสบเคราะห์ 2/2
ฉึก!อามู่ถูกลูกดอกปักเข้าที่แขนอย่างจัง เขาดึงลูกดอกนั้นขึ้นมาก่อนจะเขวี้ยงใส่ตาของผู้เป็นเจ้าของอย่างแม่นยำ"อ๊ากกก!!"ตาข้างซ้ายพลันมืดสนิทในทันที เลือดสีแดงเข้มไหลทะลักออกมาจากปากแผล จนอาบย้อมใบหน้าของหัวหน้าพ่อค้าเป็นสีแดงสด อามู่แสยะยิ้มเหี้ยมเกรียมก่อนจะรีบหนีไปอีกทางหนึ่งอย่างรวดเร็ว ทว่าตัวเขาหนีมาได้ไม่ไกลนักก็ต้องทรุดไปกับพื้น ลูกดอกเมื่อครู่อาบยาพิษเอาไว้ด้วย อามู่กระเสือกกระสนไปทางหมู่บ้านจางที่อยู่ไม่ไกลนัก ร่างกายกำยำเต็มไปด้วยเลือดเพราะบาดแผลฉกรรจ์ เขาคงมาไกลที่สุดได้เพียงแค่นี้แล้วสินะ"คุณหนูของบ่าว... บ่าวมิอาจตามไปได้แล้วขอรับ… บ่าวขอโทษ" เสียงของอามู่เบาลงเรื่อย ๆ พร้อมกับดวงตาคู่คมที่ปิดสนิทลงทางฝั่งของซืออี้วิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต จนกระทั่งมาถึงยังหน้าผาสูงชัน ด้านล่างมีแม่น้ำใหญ่ทอดตัวเป็นเส้นคดโค้งไปมา นางหันไปทางด้านหลังเมื่อไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าติดตามมา ในใจของซืออี้หวาดกลัวจับใจนักกลัวเหลือเกินว่าท่านลุงมู่จะเป็นอะไรไป ในชีวิตนี้นางเหลือเพียงท่านลุงมู่แค่คนเดียวเท่านั้น"ฮึก ๆ ท่านลุงมู่จะต้องปลอดภัย ท่านลุงมู่จะต้องปลอดภัย"ซืออี้ใช้หลังมือปาดน้ำตาที่ไหลอา
last updateLast Updated : 2026-06-08
Read more
บทที่ 4 ท่านตาอัน ท่านยายหราน 1/2
บทที่ 4ท่านตาอัน ท่านยายหรานตกเย็นวันนั้นซืออี้จึงได้พบกับผู้อาวุโสอีกท่านหนึ่ง แม้ใบหน้าจะเหี่ยวย่นไปตามวัยทว่าก็มิอาจลดทอนความน่าเกรงขามไปได้เลย ท่านตาผู้นี้มีใบหน้าคมดุ แววตาเรียวเฉี่ยวที่รู้สึกถึงความน่าหวาดหวั่น แต่เมื่อเขายิ้มก็ทำให้ใบหน้าอ่อนโยนลง ทั้งคำพูดแต่ละคำที่เอ่ยออกมานั้นชวนให้คนฟังถึงกับพูดไม่ออก"ยัยหนูนี่ฟื้นแล้วสินะ เป็นอย่างไรบ้างดื่มน้ำในแม่น้ำเสียพุงกางเลยใช่หรือไม่ เจ้านี่ดวงแข็งนักถ้าเป็นคนอื่นคงตายไปเสียแล้ว ฮ่าฮ่าฮ่า" "ตาเฒ่านี่ พูดเช่นนี้ยัยหนูจะเสียขวัญเอาได้ แล้วเข้าไปในเมืองเป็นอย่างไรบ้างเล่า" 'ชิงอัน' คือนามของท่านตาผู้นี้ที่ซืออี้เพิ่งทราบหลังจากได้พูดคุยกับท่านยาย 'อันหราน' ทั้งสองมาอาศัยอยู่ในหุบเขาเร้นลับที่ซ่อนตัวจากโลกภายนอก ท่านยายชอบปลูกพืชสมุนไพร ขณะที่ท่านตาชอบออกไปล่าสัตว์ นาน ๆ ครั้งถึงจะเดินทางเข้าไปในเมืองฟ่งเพื่อซื้อของใช้จำเป็น"ได้เสื้อผ้าและผ้าห่มมาให้ยัยหนูนี่ อ้อ... ในเมืองมีข่าวลือว่าทางการพบศพคนกลุ่มหนึ่งในป่าลึกด้วย เห็นบอกว่าคือกลุ่มพ่อค้าที่จะเดินทางไปเมืองหลาง""ฮึก ๆ หนึ่งในนั้น มะ มีคนที่แขนขาดหรือไม่เจ้าคะ""มีทั้งแขนขาด
last updateLast Updated : 2026-06-08
Read more
บทที่ 4 ท่านตาอัน ท่านยายหราน 2/2
"กำไลนี่จะเท่าไหร่กันเชียว ก็แค่กำไลทองที่มีลวดลายงดงามนิดหน่อย อย่างมากข้าให้แค่ห้าตำลึงเงิน ทั้งยังมีตำหนิตรงนี้เสียด้วย นี่เจ้าแอบไปขโมยของผู้อื่นมาหรือเปล่าก็ไม่รู้""เจ้า ๆ กล้าปรักปรำข้าได้อย่างไร กำไลวงนี้มีคนมาขายให้กับข้าต่างหากเล่า นางเล่าว่าเก็บเจอในป่าเช่นนี้จะเรียกว่าขโมยได้อย่างไร""อ้อ... ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ แล้วเจ้าของกำไลตัวจริงมิใช่ว่าตายไปแล้วหรือ ไอหย๊า... กำไลวงนี้สงสัยจะมีกลิ่นอายอัปมงคลเสียแล้วสิ ซืออี้เจ้าก็อย่าได้ไปสนใจกำไลวงนี้เลย เดี๋ยวตาจะพาเจ้าไปซื้อที่ร้านเยว่เอง ที่นั่นมีแต่ของชั้นดีทั้งนั้น ไม่เหมือนร้านนี้ที่เอาของคนตายมาขาย"เพราะเสียงที่ใช้พูดไม่เบานัก ทำให้เริ่มมีกลุ่มคนเข้ามามุงดูเรื่องสนุก แม่ค้าเห็นเช่นนั้นพลันหน้าซีดเผือด ด้วยกลัวว่าจะเกิดข่าวลือออกไปว่านางเอาของคนตายมาขาย ชื่อเสียงของร้านนางได้ป่นปี้กันพอดี"มะ ไม่ใช่เสียหน่อย เอาเช่นนี้ก็แล้วกัน เห็นแก่แม่หนูนี่ที่ตาถึงข้าจะลดเหลือหกตำลึงเงิน" เดิมทีนางซื้อมาแค่สี่ตำลึงเงินจึงตั้งใจจะขายแปดตำลึงเงิน"ข้าบอกแล้วว่ากำไลเช่นนี้มากสุดก็แค่ห้าตำลึงเงิน ยิ่งรู้ว่าเจ้าซื้อมาอย่างไรแค่สามตำลึงเงินก็เก
last updateLast Updated : 2026-06-08
Read more
บทที่ 5 โผยบินสู่เส้นทางที่เลือกเดิน 1/2
บทที่ 5โผยบินสู่เส้นทางที่เลือกเดิน5 ปีผ่านไปจากเด็กน้อยที่มีหน้าตาน่ารักเติบโตขึ้นเป็นหญิงสาวเต็มตัว ร่างเพรียวระหงสูงโปร่งทว่ากลับมีส่วนเว้าส่วนโค้งอย่างชัดเจน เครื่องหน้าทั้งห้าสอดรับกันได้อย่างพอดิบพอดี ดวงตากลมโตเรียวเฉี่ยวรับกับขนตางอนเป็นแพหนา คิ้วเรียวโก่งดั่งคันศร จมูกโด่งเล็กเชิดรั้นขึ้นน้อย ๆ ริมฝีปากอวบอิ่มสีแดงระเรื่อ เมื่อรวมกันทั้งหมดซืออี้ในวันนี้คือโฉมงามอย่างแท้จริง ร่างระหงยืดหลังตรงขณะง้างสายธนู นัยน์ตาคู่สวยจับจ้องไปยังผลผิงกั่วที่อยู่ไกลออกไปราวเจ็ดสิบก้าว ก่อนที่นางจะปล่อยลูกธนูพุ่งไปยังเป้าหมายของตนฟิ้ววว... ตุ๊บผลผิงกั่วทั้งสี่ลูกล้วนถูกลูกธนูตัดขั้วจนร่วงหล่นลงพื้น มุมปากเล็กพลันยกยิ้มในความแม่นยำของตน ขณะที่ชิงอันเฝ้าดูอยู่ไม่ไกลยกยิ้มด้วยความพึงพอใจ หลานสาวของเขาผู้นี้นับวันยิ่งมีฝีมือร้ายกาจ "ทำได้ดีมาก""ขอบคุณเจ้าค่ะท่านตาอัน ตอนนี้หลานเก่งมากแล้วใช่หรือไม่เจ้าคะ" ร่างระหงก้าวเข้าไปหาท่านตาด้วยสีหน้าเบิกบาน หากสังเกตจะเห็นว่าแววตาของนางสั่นไหวอยู่เล็กน้อย ราวกับว่านางได้ตัดสินใจเรื่องหนึ่งอย่างเด็ดขาดแล้ว"เก่งจนข้าไม่มีอะไรจะสอนเจ้าแล้วล่ะ แม้ฝี
last updateLast Updated : 2026-06-08
Read more
บทที่ 5 โผยบินสู่เส้นทางที่เลือกเดิน 2/2
เมืองหลันโจว แดนเหนือซืออี้ใช้เวลาร่วมเดือนจึงได้มาถึงแดนเหนือ ดินแดนที่เต็มไปด้วยหิมะอันขาวโพลนไม่ว่าจะมองไปยังทิศทางไหน อากาศเย็นมากจนนางต้องกระชับเสื้อคลุมของตนให้แน่นขึ้น รถม้าที่โดยสารมานั้นจอดอยู่หน้าประตูเมือง มีทหารหลายนายคอยเฝ้าดูแลอย่างเข้มงวด และไม่ว่าผู้ใดจะผ่านเข้าไปยังเมืองหลันโจวจะต้องได้รับการตรวจสอบอย่างเข้มงวด ซึ่งเรื่องนี้ซืออี้ได้เตรียมการมาแล้ว ต้องขอบคุณท่านตาที่มีสหายที่ทำเรื่องทะเบียนราษฎร์ให้กับนางได้ นางจึงเข้ามาในเมืองโดยไม่ได้รับการสงสัยรถม้าเคลื่อนไปตามถนนหนทางของเมืองหลันโจว ก่อนจะหยุดลงยังตรอกเหนือสุดของเมือง ซืออี้ก้าวลงมาจากรถม้าด้วยสีหน้าสงบนิ่ง นางมองบ้านหลังน้อยตรงหน้าด้วยความพอใจ"ที่นี่หรือลุงเจียง บ้านที่ท่านตาซื้อไว้ให้ข้าน่ะเจ้าค่ะ""ใช่แล้ว ที่นี่แหละคือบ้านของอดีตสหายท่านตาเจ้าเอง จะมีบ่าวรับใช้คอยช่วยเหลือเจ้าสองคน สาวใช้อีกสองคน และพ่อบ้านที่จะคอยดูแลบ้านยามที่เจ้าไม่อยู่ด้วย เข้าไปด้านในเถิดซืออี้"ท่านลุงเจียงผู้นี้คือลูกชายของสหายท่านตา เขาทำงานอยู่ที่สำนักคุ้มภัยจึงได้ร่วมเดินทางมาในครั้งนี้กับนางด้วย ตลอดการเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่นก
last updateLast Updated : 2026-06-08
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status