LOGINครอบครัวถูกล้างผลาญจนมอดม้วย นางจึงกลับมาทวงแค้นพร้อมกับคันศรและธนูคู่ใจ ทว่าเขาคนนั้นกลับทำนางหวั่นไหว เช่นนั้นนางก็จะแก้แค้นพร้อมกับมีความรักไปด้วย... ไม่ว่าความแค้นหรือความรักนางก็จะเอาชนะให้หมด
View Moreเมืองหลันโจว แดนเหนือซืออี้ใช้เวลาร่วมเดือนจึงได้มาถึงแดนเหนือ ดินแดนที่เต็มไปด้วยหิมะอันขาวโพลนไม่ว่าจะมองไปยังทิศทางไหน อากาศเย็นมากจนนางต้องกระชับเสื้อคลุมของตนให้แน่นขึ้น รถม้าที่โดยสารมานั้นจอดอยู่หน้าประตูเมือง มีทหารหลายนายคอยเฝ้าดูแลอย่างเข้มงวด และไม่ว่าผู้ใดจะผ่านเข้าไปยังเมืองหลันโจวจะต้องได้รับการตรวจสอบอย่างเข้มงวด ซึ่งเรื่องนี้ซืออี้ได้เตรียมการมาแล้ว ต้องขอบคุณท่านตาที่มีสหายที่ทำเรื่องทะเบียนราษฎร์ให้กับนางได้ นางจึงเข้ามาในเมืองโดยไม่ได้รับการสงสัยรถม้าเคลื่อนไปตามถนนหนทางของเมืองหลันโจว ก่อนจะหยุดลงยังตรอกเหนือสุดของเมือง ซืออี้ก้าวลงมาจากรถม้าด้วยสีหน้าสงบนิ่ง นางมองบ้านหลังน้อยตรงหน้าด้วยความพอใจ"ที่นี่หรือลุงเจียง บ้านที่ท่านตาซื้อไว้ให้ข้าน่ะเจ้าค่ะ""ใช่แล้ว ที่นี่แหละคือบ้านของอดีตสหายท่านตาเจ้าเอง จะมีบ่าวรับใช้คอยช่วยเหลือเจ้าสองคน สาวใช้อีกสองคน และพ่อบ้านที่จะคอยดูแลบ้านยามที่เจ้าไม่อยู่ด้วย เข้าไปด้านในเถิดซืออี้"ท่านลุงเจียงผู้นี้คือลูกชายของสหายท่านตา เขาทำงานอยู่ที่สำนักคุ้มภัยจึงได้ร่วมเดินทางมาในครั้งนี้กับนางด้วย ตลอดการเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่นก
บทที่ 5โผยบินสู่เส้นทางที่เลือกเดิน5 ปีผ่านไปจากเด็กน้อยที่มีหน้าตาน่ารักเติบโตขึ้นเป็นหญิงสาวเต็มตัว ร่างเพรียวระหงสูงโปร่งทว่ากลับมีส่วนเว้าส่วนโค้งอย่างชัดเจน เครื่องหน้าทั้งห้าสอดรับกันได้อย่างพอดิบพอดี ดวงตากลมโตเรียวเฉี่ยวรับกับขนตางอนเป็นแพหนา คิ้วเรียวโก่งดั่งคันศร จมูกโด่งเล็กเชิดรั้นขึ้นน้อย ๆ ริมฝีปากอวบอิ่มสีแดงระเรื่อ เมื่อรวมกันทั้งหมดซืออี้ในวันนี้คือโฉมงามอย่างแท้จริง ร่างระหงยืดหลังตรงขณะง้างสายธนู นัยน์ตาคู่สวยจับจ้องไปยังผลผิงกั่วที่อยู่ไกลออกไปราวเจ็ดสิบก้าว ก่อนที่นางจะปล่อยลูกธนูพุ่งไปยังเป้าหมายของตนฟิ้ววว... ตุ๊บผลผิงกั่วทั้งสี่ลูกล้วนถูกลูกธนูตัดขั้วจนร่วงหล่นลงพื้น มุมปากเล็กพลันยกยิ้มในความแม่นยำของตน ขณะที่ชิงอันเฝ้าดูอยู่ไม่ไกลยกยิ้มด้วยความพึงพอใจ หลานสาวของเขาผู้นี้นับวันยิ่งมีฝีมือร้ายกาจ "ทำได้ดีมาก""ขอบคุณเจ้าค่ะท่านตาอัน ตอนนี้หลานเก่งมากแล้วใช่หรือไม่เจ้าคะ" ร่างระหงก้าวเข้าไปหาท่านตาด้วยสีหน้าเบิกบาน หากสังเกตจะเห็นว่าแววตาของนางสั่นไหวอยู่เล็กน้อย ราวกับว่านางได้ตัดสินใจเรื่องหนึ่งอย่างเด็ดขาดแล้ว"เก่งจนข้าไม่มีอะไรจะสอนเจ้าแล้วล่ะ แม้ฝี
"กำไลนี่จะเท่าไหร่กันเชียว ก็แค่กำไลทองที่มีลวดลายงดงามนิดหน่อย อย่างมากข้าให้แค่ห้าตำลึงเงิน ทั้งยังมีตำหนิตรงนี้เสียด้วย นี่เจ้าแอบไปขโมยของผู้อื่นมาหรือเปล่าก็ไม่รู้""เจ้า ๆ กล้าปรักปรำข้าได้อย่างไร กำไลวงนี้มีคนมาขายให้กับข้าต่างหากเล่า นางเล่าว่าเก็บเจอในป่าเช่นนี้จะเรียกว่าขโมยได้อย่างไร""อ้อ... ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ แล้วเจ้าของกำไลตัวจริงมิใช่ว่าตายไปแล้วหรือ ไอหย๊า... กำไลวงนี้สงสัยจะมีกลิ่นอายอัปมงคลเสียแล้วสิ ซืออี้เจ้าก็อย่าได้ไปสนใจกำไลวงนี้เลย เดี๋ยวตาจะพาเจ้าไปซื้อที่ร้านเยว่เอง ที่นั่นมีแต่ของชั้นดีทั้งนั้น ไม่เหมือนร้านนี้ที่เอาของคนตายมาขาย"เพราะเสียงที่ใช้พูดไม่เบานัก ทำให้เริ่มมีกลุ่มคนเข้ามามุงดูเรื่องสนุก แม่ค้าเห็นเช่นนั้นพลันหน้าซีดเผือด ด้วยกลัวว่าจะเกิดข่าวลือออกไปว่านางเอาของคนตายมาขาย ชื่อเสียงของร้านนางได้ป่นปี้กันพอดี"มะ ไม่ใช่เสียหน่อย เอาเช่นนี้ก็แล้วกัน เห็นแก่แม่หนูนี่ที่ตาถึงข้าจะลดเหลือหกตำลึงเงิน" เดิมทีนางซื้อมาแค่สี่ตำลึงเงินจึงตั้งใจจะขายแปดตำลึงเงิน"ข้าบอกแล้วว่ากำไลเช่นนี้มากสุดก็แค่ห้าตำลึงเงิน ยิ่งรู้ว่าเจ้าซื้อมาอย่างไรแค่สามตำลึงเงินก็เก
บทที่ 4ท่านตาอัน ท่านยายหรานตกเย็นวันนั้นซืออี้จึงได้พบกับผู้อาวุโสอีกท่านหนึ่ง แม้ใบหน้าจะเหี่ยวย่นไปตามวัยทว่าก็มิอาจลดทอนความน่าเกรงขามไปได้เลย ท่านตาผู้นี้มีใบหน้าคมดุ แววตาเรียวเฉี่ยวที่รู้สึกถึงความน่าหวาดหวั่น แต่เมื่อเขายิ้มก็ทำให้ใบหน้าอ่อนโยนลง ทั้งคำพูดแต่ละคำที่เอ่ยออกมานั้นชวนให้คนฟังถึงกับพูดไม่ออก"ยัยหนูนี่ฟื้นแล้วสินะ เป็นอย่างไรบ้างดื่มน้ำในแม่น้ำเสียพุงกางเลยใช่หรือไม่ เจ้านี่ดวงแข็งนักถ้าเป็นคนอื่นคงตายไปเสียแล้ว ฮ่าฮ่าฮ่า" "ตาเฒ่านี่ พูดเช่นนี้ยัยหนูจะเสียขวัญเอาได้ แล้วเข้าไปในเมืองเป็นอย่างไรบ้างเล่า" 'ชิงอัน' คือนามของท่านตาผู้นี้ที่ซืออี้เพิ่งทราบหลังจากได้พูดคุยกับท่านยาย 'อันหราน' ทั้งสองมาอาศัยอยู่ในหุบเขาเร้นลับที่ซ่อนตัวจากโลกภายนอก ท่านยายชอบปลูกพืชสมุนไพร ขณะที่ท่านตาชอบออกไปล่าสัตว์ นาน ๆ ครั้งถึงจะเดินทางเข้าไปในเมืองฟ่งเพื่อซื้อของใช้จำเป็น"ได้เสื้อผ้าและผ้าห่มมาให้ยัยหนูนี่ อ้อ... ในเมืองมีข่าวลือว่าทางการพบศพคนกลุ่มหนึ่งในป่าลึกด้วย เห็นบอกว่าคือกลุ่มพ่อค้าที่จะเดินทางไปเมืองหลาง""ฮึก ๆ หนึ่งในนั้น มะ มีคนที่แขนขาดหรือไม่เจ้าคะ""มีทั้งแขนขาด











