Semua Bab คันศรเพลิงแค้น แม่ทัพหญิงอหังการ: Bab 51 - Bab 60

62 Bab

บทที่ 26 สวรรค์คงกำหนดมาแล้ว 1/2

บทที่ 26สวรรค์คงกำหนดมาแล้วทางด้านของเซี่ยกวางเย่ากลับต้องพบกับความมึนงงและสับสน ด้วยระหว่างที่ติดตามรอยเท้าม้าของกลุ่มเฉินอ๋องนั้น พวกเขาก็ได้มาพบกับทางสามแยกที่มีรอยเท้าม้าสับสนวุ่นวายจนมิอาจระบุได้ว่าเฉินอ๋องกับเจาอ๋องไปยังทิศทางไหน"สามแยกนี้ไปเมืองใดบ้าง" "เรียนท่านโหว ทางด้านซ้ายไปเมืองหลาง ตรงกลางเมืองเหลียง และขวาไปเมืองฟ่งขอรับ""เมืองฟ่งอย่างนั้นหรือ ต้องใช้เวลาเท่าใดกัน""ราวเจ็ดวันขอรับ แต่ถ้าม้าเร็วก็น่าจะสามถึงสี่วันขอรับ"ในใจของเซี่ยกวางเย่าพลันรู้สึกตื่นตระหนก เขารู้สึกว่าดีแล้วที่ให้ซืออี้ไปอารักขารุ่ยอ๋อง มิเช่นนั้นนางคงจิตใจว้าวุ่นด้วยเป็นห่วงผู้อาวุโสทั้งสอง อนึ่งเพราะนางคือคนที่ทำให้แผนการของเจาอ๋องและเฉินอ๋องต้องผิดพลาดไป แม้มิอาจทำอันตรายซืออี้ได้แต่ก็สามารถทำร้ายคนที่นางรักได้เช่นกัน"ข้าจะไปเมืองฟ่ง เจ้าไปเมืองหลาง ส่วนเจ้าไปเมืองเหลียง หากพบร่องรอยของเฉินอ๋องให้จุดพลุสีเขียว แต่ถ้าไม่พบให้จุดพลุสีแดงแล้วมารวมตัวตรงจุดนี้""ขอรับ"เมื่อสั่งการเสร็จเรียบร้อยแล้ว เซี่ยกวางเย่าก็ควบม้าพุ่งทะยานไปทางแยกทางขวาทันที ใจของเขายิ่งร้อนรุ่มยิ่งนัก ขอให้สิ่งที่เขาคิด
Baca selengkapnya

บทที่ 26 สวรรค์คงกำหนดมาแล้ว 2/2

"เรื่องนี้...""ซืออี้ของเราอยากรู้มากถึงเพียงนี้เลยหรือ"น้ำเสียงแหบเล็กที่คุ้นหูดังขึ้นจากหน้าประตูห้องหนังสือ ก่อนที่เงาร่างอันแสนคุ้นเคยของผู้อาวุโสทั้งสองจะปรากฏกายอยู่ตรงหน้าของซืออี้ หญิงสาวน้ำตาร่วงเผาะด้วยความยินดี รีบวิ่งเข้าไปสวมกอดท่านตาและท่านยายด้วยความคิดถึงทันที เรื่องกลุ้มใจก่อนหน้านี้พลันมลายหายไปเป็นปลิดทิ้ง"ท่านตาอัน ท่านยายหราน พวกท่านมาได้อย่างไรกันเจ้าคะ ฮึก ๆ หลานคิดถึงยิ่งนักเจ้าค่ะ""โอ๋ ๆ เด็กดี โตเป็นสาวแล้วยังร้องไห้ขี้มูกโป่งอีกหรือ หากเจิ้นอันโหวเห็นหน้าตาขี้เหร่ของเจ้าแล้วเกิดเปลี่ยนใจไม่แต่ง โอ๊ยยย!"ตุ๊บ!หญิงชราทุบไปที่หลังของสามีที่พูดจาไม่รู้ความด้วยความหมั่นไส้ ก่อนที่ฝ่ามืออันหยาบกร้านที่เต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่นจะลูบเรือนผมสีดำขลับอันนุ่มลื่นของหลานสาว"อย่าได้ไปฟังคำของตาแก่ ไม่เจอกันหลายเดือนสบายดีหรือไม่ เจ้าดูซูบผอมลงไปไม่น้อยเลย" น้ำเสียงของหญิงชราอ่อนลงเมื่อพูดคุยกับหลานสาว"หลานสบายดีเจ้าค่ะ มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมายนัก ฝ่าบาททรงแต่งตั้งให้หลานเป็นถึงแม่ทัพหญิงคนแรกของแคว้นจ้าวเชียวนะเจ้าคะ""ไม่เสียแรงที่ข้าสั่งสอนเจ้าจนเก่งกาจมากถึงเพียงน
Baca selengkapnya

บทที่ 27 ศรนี้มีไว้สำหรับเจ้า 1/2

บทที่ 27ศรนี้มีไว้สำหรับเจ้าซืออี้ได้ย้ายเข้ามาอยู่ยังจวนตระกูลเจียงตามคำแนะนำของท่านตาและท่านยาย ด้วยนางยังเป็นสตรีที่ยังไม่ได้ออกเรือน แม้นางกับเซี่ยกวางเย่าจะเป็นคู่หมายกัน ทว่าตอนนี้ยังไม่มีผู้ใดล่วงรู้ตัวตนที่แท้จริงของนาง ฉะนั้นเพื่อป้องกันคำครหาจึงควรอยู่ที่จวนตระกูลเจียง อนึ่งเพราะท่านตาและท่านยายก็จะอยู่กับนางที่นี่ด้วยการกลับมาของไท่ซ่างหวงและฮองไทเฮานั้น ยังไม่มีผู้ในล่วงรู้เลย เว้นก็แต่ฮ่องเต้ที่ทรงรู้ตั้งแต่ที่ทั้งสองเหยียบเท้าเข้าสู่เมืองหลวงแล้วจวนตระกูลหรงหรงจื้อและครอบครัวแทบนั่งไม่ติดด้วยความเคร่งเครียด ตัวเขาทำงานให้กับเฉินอ๋องมานานหลายปีแล้ว ทว่าตอนนี้เฉินอ๋องกลับกลายเป็นกบฏที่ถูกตามล่า เช่นนี้แล้วอนาคตอันรุ่งโรจน์ของเขาคงต้องดับลงเพียงเท่านี้แล้วหรือ"ท่านพี่ นี่เราจะทำอย่างไรต่อไปดีเจ้าคะ เฉินอ๋องก็ทรงหนีไปแล้ว เช่นนี้ครอบครัวของเราจะโดนไปด้วยหรือไม่""เจ้าหยุดพูดจาเหลวไหลเสีย ข้ากับเฉินอ๋องลอบติดต่อกันลับ ๆ ย่อมไม่มีผู้ใดสังเกตเห็น" หรงจื้อมิได้ปลอบใจภรรยา แต่กำลังปลอบใจตัวเองอยู่ต่างหาก "แต่เรื่องที่ข้าอยากแต่งงานกับเจิ้นอันโหวนั้น หวงไท่ผินเป็นผู้ออกหน้
Baca selengkapnya

บทที่ 27 ศรนี้มีไว้สำหรับเจ้า 2/2

หลายวันผ่านไปเซี่ยกวางเย่าจึงได้กลับมายังเมืองหลวง เขาตรงไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้เพื่อรายงานทันที จ้าวเฉิงหยวนรับฟังด้วยอาการสงบ ราวกับว่าพระองค์เองก็คาดเอาไว้อยู่แล้วว่านี่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย"เจิ้นเข้าใจแล้ว จับไม่ได้ตอนนี้ก็ใช่ว่าจะจับไม่ได้ตลอดไป วางกำลังคนรอบเมืองหลวงตรวจการเข้าออกอย่างเข้มงวด และเรียกกำลังพลของกองทัพพยัคฆ์โลหิตเข้าสู่เมืองหลวงด้วย อีกไม่ช้าเมืองหลวงคงต้องหลั่งโลหิตเป็นแน่""รับพระบัญชาพ่ะย่ะค่ะ""ลำบากเจ้าแล้วสินะเจิ้นอันโหว หลายวันนี้เจ้าคงเหน็ดเหนื่อยมามากใช่หรือไม่""กระหม่อมไม่ลำบากเลยพ่ะย่ะค่ะ"จ้าวเฉิงหยวนทรงแย้มสรวลออกมาอย่างบางเบา "หลังจากเรื่องในครานั้นก็คงทำให้หลาย ๆ คนรู้สึกไม่สบายใจนัก เจิ้นคิดว่าจะถือโอกาสนี้จัดงานรื่นเริงขึ้นที่เมืองหลวง และจะจัดงานเลี้ยงฉลองการรับตำแหน่งของแม่ทัพหญิงซืออี้ด้วย"เซี่ยกวางเย่าเผลอมองพระพักตร์ที่แย้มยิ้มด้วยความสงสัย เวลานี้สมควรจัดงานรื่นเริงจริงหรือ ไม่ใช่ว่าในพระทัยของฝ่าบาทกำลังวางแผนอะไรไว้ใช่หรือไม่"ฝ่าบาท กระหม่อมคิดว่า...""เจิ้นรู้ว่าเจ้าคิดอะไรอยู่ นี่ไม่ใช่งานเลี้ยงธรรมดาหรอกนะเจิ้นอันโหว แต่เป็นงานเลี้ยงสำหรับพ
Baca selengkapnya

บทที่ 28 งานเลี้ยงเพื่อเหล่ากบฏ 1/2

บทที่ 28งานเลี้ยงเพื่อเหล่ากบฏด้านหน้าของพวกเขาคือลานกว้างที่ใช้สำหรับการจัดงานแข่งขันประลองยุทธ์ ทว่าเวลานี้กลับเต็มไปด้วยผู้คนมากมายที่พวกเขาต่างคุ้นหน้าคุ้นตากันดี พวกเขาในฐานะกบฏได้ถูกพาตัวให้ไปยืนเรียงกันอยู่ทางด้านข้าง โดยมีทหารคอยควบคุมดูแลเอาไว้อย่างแน่นหนา แม้พวกเขาจะไม่ได้ถูกมัดมือมัดเท้า แต่ก็มิกล้าคิดที่จะเสี่ยงตายโดยการหนี"ในเมื่อเหล่ากบฏได้มาอยู่ตรงหน้าพวกเจ้าแล้ว เจิ้นขอเริ่มงานเลี้ยงบัดนี้เป็นต้นไป ดื่ม!" จ้าวเฉิงหยวนทรงยกจอกสุราขึ้นสูง แล้วจึงดื่มรวดเดียวจนหมดจอก"ขอบพระทัยฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ/เพคะ" เมื่อนั้นทุกคนที่ได้เข้าร่วมงานเลี้ยง ต่างยกจอกสุราของตนเองขึ้นดื่มด้วยความมึนงง ด้วยพวกเขาไม่รู้ว่างานเลี้ยงในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อการใด เหตุใดฝ่าบาทถึงได้เรียกพวกกบฏตัวเหม็นมายังสถานที่นี้กัน ช่างไม่เจริญหูเจริญตาเอาเสียเลยเหล่านางระบำได้ออกมาร่ายรำเพื่อสร้างความสำราญให้กับทุกคน ทว่าการร่ายรำนี้เหมือนจะแปลกไปกว่าทุกครา นางระบำทุกคนสวมอาภรณ์สีแดงสดที่พลิ้วไหวไปตามการเคลื่อนไหว ใบหน้างามล้วนประทินโฉมอย่างดี ทว่ามุมปากของพวกนางกลับมีรอยสีแดง ดูคล้ายกับหยดเลือดที่ออกมาจากมุม
Baca selengkapnya

บทที่ 28 งานเลี้ยงเพื่อเหล่ากบฏ 2/2

"ขออภัยหวงไท่เฟย การลงทัณฑ์นี้ก็เพื่อจะให้พวกนางได้รู้ซึ่งถึงความเจ็บปวดของราษฎร์ที่ต้อง พบเจอกับความสูญเสียจากการกบฏเท่านั้น หากหวงไท่เฟยรู้สึกไม่สบายใจจะกลับตำหนักไปก่อนก็ได้"พระนางทรงส่ายหน้าน้อย ๆ "หม่อมฉันเข้าใจเจตนารมณ์ของฝ่าบาทแล้วเพคะ เป็นหม่อมฉันที่ใจอ่อนเกินไป""เสด็จแม่ทรงหน้าซีดมาก กลับไปพักที่ตำหนักดีกว่าพ่ะย่ะค่ะ" จ้าวหงจื้อเอ่ยขึ้นมาบ้าง"เช่นนั้นหม่อมฉันคงต้องเสียมารยาทแล้วเพคะ""หวงไท่เฟยไปเถิด โปรดเดินกลับดี ๆ ด้วย""เพคะ ฝ่าบาทเองก็อย่าทรงดื่มสุรามากไปเล่าเพคะ อย่างไรก็ต้องรักษาสุขภาพด้วย หากจะดื่มสุราก็ดื่มสุราผูเถาที่หม่อมฉันหมักเองดีหรือไม่เพคะ""น่าสนใจยิ่งนัก""เช่นนั้นหม่อมฉันจะให้คนนำมาให้นะเพคะ""รบกวนหวงไท่เฟยแล้ว"หวงไท่เฟยออกไปจากงานเลี้ยงกลางคัน หลังจากพระนางจากไปสาวใช้คนสนิทก็ได้นำไหสุราผูเถามามอบให้กับจ้าวเฉิงหยวน พระองค์รับมาด้วยสีพระพักตร์ยิ้มแย้ม การได้ดื่มสุราและรับชมการร่ายรำจากนักโทษกบฏนี้ ช่างสร้างความรื่นเริงให้กับพระองค์ยิ่งนักเวลาผ่านไปราวหนึ่งชั่วยามการทรมานนี้จึงได้สิ้นสุดลง จากนักโทษหญิงทั้งยี่สิบสองคน ตอนนี้เหลือเพียงแค่แปดคนเท่านั้นที่
Baca selengkapnya

บทที่ 29 ลูกศรทั้งห้าดอก 1/2

บทที่ 29ลูกศรทั้งห้าดอกหรงจื้อถูกลากตัวให้ไปยืนตรงตำแหน่งที่จัดเตรียมเอาไว้แล้ว แม้เขาจะพยายามขัดขืนแต่ก็มิอาจสู้แรงของนายทหารทั้งสองคนได้ เขาถูกลากไปยืนตรงเป้ายิงธนู ในตอนนี้นี้เป้ายิงธนูที่มีชีวิตก็ได้พร้อมแล้ว ซืออี้จึงเดินออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าแววตาของนางกำลังสั่นระริกด้วยความตื่นเต้น"ไม่นะ! ได้โปรดไว้ชีวิตของข้าไปเถิด ข้าไม่ได้ตั้งใจจะทำเช่นนั้นกับพ่อเจ้าจริง ๆ ทะ ทั้งหมดเป็นเพราะเฉินอ๋องบีบบังคับข้าต่างหาก" น้ำเสียงของหรงจื้อเต็มไปด้วยความกระวนกระวายใจ ยิ่งเห็นซืออี้ง้างสายธนูขึ้นเขาก็หวาดกลัวจนตัวสั่น เพิ่งเข้าใจคำว่ากลัวจนเสียสติก็วันนี้เอง "งั้นหรือ... แต่เหตุใดข้าถึงรู้สึกว่าเจ้าทำไปเพราะความโลภในใจเล่า จะไม่พูดตอนนี้ก็ดูเหมือนจะสายไปเสียแล้ว เพราะชีวิตของพวกเขาที่ถูกเจ้าพรากไปมิอาจจะเอาคืนกลับมาได้แล้วอย่างไรเล่า"จบคำซืออี้ก็ปล่อยลูกศรพุ่งเข้าใส่ร่างของหรงจื้ออย่างไม่ลังเล ไฟในใจที่เต็มไปด้วยความแค้นได้ปะทุออกมาจนยากจะดับเสียแล้ว แววตาของนางวาวโรจน์เมื่อนึกถึงค่ำคืนอันเจ็บปวดที่มิอาจลืมเลือนได้ฉึก!"อ๊ากก แขน แขนข้า"ลูกศรของซืออี้ปักเข้าที่ไหล่ของหรงจื้ออย่างจ
Baca selengkapnya

บทที่ 29 ลูกศรทั้งห้าดอก 2/2

"เป็นพลุที่สวยงาม อะ อึก!"จ้าวเฉิงหยวนผินพระพักตร์มาส่งยิ้มให้กับจ้าวหงจื้อ ทว่ารอยยิ้มของพระองค์กลับย้อมไปด้วยเลือดสีแดงเข้ม พระองค์กระอักเลือดออกมาคำโต อาบย้อมให้ชุดฉลองพระองค์เต็มไปด้วยสีแดงของเลือด ดูแล้วช่างน่าหวาดหวั่นยิ่งนัก"ฝ่าบาท!"เจากงกงถลาเข้ามาประคองร่างสูงสง่าที่ซวนเซด้วยความตื่นตระหนก ทว่าจ้าวหงจื้อกลับแย้มยิ้มด้วยความยินดียิ่ง"ทุกคนจงฟัง! หากไม่อยากตายก็จงยอมสวามิภักดิ์ต่อข้าเสีย เพราะตอนนี้คนของข้าได้ล้อมวังหลวงเอาไว้ทั้งหมดแล้ว รวมถึงครอบครัวอันเป็นที่รักยิ่งของพวกเจ้าด้วย และไม่ว่าอย่างไรผ่านพ้นคืนนี้ไปแล้วฝ่าบาท ไม่ใช่สิ! อดีตฮ่องเต้ก็จะเสด็จสวรรคต!! หากอยากจะมีชีวิตรอดก็จงเลือกทางที่ฉลาดเสีย"จ้าวหงจื้อโยนไม้เท้าที่ตนใช้ประคองตัวเองมานานหลายปีทิ้งออกไป ร่างสูงของเขายืดแผ่นหลังตรงก่อนจะเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าของจ้าวเฉิงหยวน ซึ่งเวลานี้ดวงตาของพระองค์ฉายแววริบหรี่ยิ่งนัก ม่านตาค่อย ๆ ปรือลงราวกับจะหลับไปได้ทุกเวลา"นะ นี่รุ่ยอ๋องมิได้พิการหรือนี่""ฮ่ะฮ่าฮ่า ข้าของข้าแข็งแรงดีไม่ได้พิการเลยแม้แต่น้อย ก็แค่เล่นงิ้วให้คนโง่เขลาที่คิดว่าตนเองฉลาดดูก็เท่านั้นเอง"ท่าที
Baca selengkapnya

บทที่ 30 ดับไฟแค้นด้วยคันศร 1/2

บทที่ 30ดับไฟแค้นด้วยคันศรจ้าวหงจื้อมองรอยยิ้มของซืออี้ด้วยความสงสัย แต่ก่อนที่เขาจะได้เอ่ยสิ่งใดนั้น บรรยากาศรอบกายก็ได้เปลี่ยนแปลงไปจนเขาต้องเงยหน้าขึ้นมามอง ก่อนจะพบว่าคนของตนกำลังหันปลายดาบชี้มาทางเขาอย่างอาจหาญ คิ้วเข้มเลิกขึ้นด้วยความไม่เข้าใจนี่มันหมายความว่าอย่างไรกัน!?"อ่า... การแสดงงิ้วเมื่อครู่นี้ของข้าใช้ได้หรือไม่ซืออี้""ยอดเยี่ยมมากเพคะฝ่าบาท"ซืออี้ยิ้มรับด้วยรอยยิ้มหวาน นางมองใบหน้าที่มึนงงสับสนของจ้าวหงจื้อที่ยืนอยู่ตรงกลางอย่างเคว้งคว้างด้วยความรู้สึกสนุก จ้าวเฉิงหยวนที่ควรจะหายใจรวยรินและตายไปอย่างช้า ๆ กลับลุกขึ้นยืนราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น เลือดที่เขากระอักออกมาเมื่อครู่นี้ถูกเช็ดออกไปจนไม่มีเหลือ "เจากงกง เลือดหมูของเจ้าคาวยิ่งนัก รีบไปรินสุรามาล้างปากของข้าเลย""พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท เช่นนั้นครั้งหน้าฝ่าบาทอยากจะให้กระหม่อมใช้เลือดไก่หรือเลือดนกดีเล่าพ่ะย่ะค่ะ""ยังจะมีครั้งหน้าอีกหรือเจากงกง""เอ่อ... ไม่น่าจะมีแล้วนะพ่ะย่ะค่ะ" เจากงกงโค้งศีรษะพลางยิ้มเจื่อน เขารีบไปรินสุราใส่จอกแล้วนำมามอบให้กับฝ่าบาท การกระทำนี้ของทั้งสองล้วนตกอยู่ในสายตาของทุกคน พวกเขาทำร
Baca selengkapnya

บทที่ 30 ดับไฟแค้นด้วยคันศร 2/2

"ตายซะเถอะ!"ฟิ้ว... ฉึก ฉึก ฉึก!!ธนูทั้งสามดอกของซืออี้พุ่งไปยังร่างของจ้าวหงจื้ออย่างแรง ดอกแรกปักตรงหน้าผากของเขา ดอกที่สองปักตรงลำคอ ส่วนดอกที่สามปักตรงหน้าอก"อาจื้อ!!"หวงไท่เฟยคลานเข้ามาบุตรชายที่กระอักเป็นเลือดด้วยความหวาดหวั่น กอดร่างที่หายใจรวยรินของจ้าวหงจื้อด้วยความปวดใจ ความหวาดกลัวตรงเข้ากัดกินจิตใจของพระนางให้สิ้นหวังลงช้า ๆ"ขะ ข้าผิดอะไร อึก!"ในใจของจ้าวหงจื้อยังรู้สึกถึงความไม่ยินยอม ตัวเขาควรจะได้ขึ้นเป็นฮ่องเต้ไม่ใช่หรือ แล้วเหตุใดเขาถึงไม่มีสิทธิ์ในบัลลังก์นั้นเลยเล่าจ้าวชิงอันส่ายหน้าก่อนจะเดินเข้าไปหาร่างที่หายใจแผ่วของจ้าวหงจื้อ "ผิดที่เจ้าอยากได้ในสิ่งที่ไม่ใช่ของเจ้าตั้งแต่แรก... หลับให้สบายเถิด เกิดใหม่ชาติหน้าขอให้เจ้าจงพอใจในสิ่งที่เจ้ามี""อึก ๆ เสด็จ พะ พ่อ..."น้ำตาของจ้าวหงจื้อไหลออกมาอย่างเชื่องช้า พร้อมกับลมหายใจที่แผ่วเบาลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งไม่มีการเคลื่อนไหวบนหน้าอกของเขาแล้วจ้าวหงจื้อได้ตายไปในอ้อมกอดของมารดา...!!"อือ ๆ อาจื้อของแม่ เป็นแม่ที่ไม่ดีเอง ฮือ ๆ"หวงไท่เฟยคร่ำครวญร้องไห้กอดศพของจ้าวหงจื้ออยู่เช่นนั้น นางสะเทือนใจอย่างรุนแรงกับการจ
Baca selengkapnya
Sebelumnya
1234567
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status