Tous les chapitres de : Chapitre 21 - Chapitre 30

86

ข่าวร้าย!! 2

“ข้าจำเป็นที่จะต้องเดินทางจากท่านแม่เข้าเมืองหลวงไปจริงๆ เช่นนั้นหรือเจ้าคะท่านแม่?” หลินหลานฮัวเงยใบหน้างามเอ่ยถามมารดาน้ำตาคลอ ตั้งแต่เล็กจนโตนางมิเคยคิดที่จะแยกห่างจากอกของมารดาเลยสักครั้ง แล้วเหตุใดองค์ฮ่องเต้บ้าอะไรนี่จึงทรงมีรับสั่งที่ทำร้ายจิตใจผู้อื่นกันเช่นนี้ด้วยเล่า นางมิเข้าใจเลยจริงๆ“ข้าเองก็มิอยากจะให้เจ้าเดินทางจากข้าไปเลยแม้แต่เพียงนิด ข้าได้แต่หวังเอาไว้ว่าองค์ฮ่องเต้น่าจะมิให้เจ้าเป็นข้ารับใช้ส่วนพระองค์ไปตลอดทั้งชีวิตหรอกกระมัง พระองค์อาจจะเพียงแค่อยากหาเรื่องลงโทษสกุลหลินเพียงชั่วครั้งชั่วคราวก็เพียงแต่เท่านั้น” หานเซียงซิวพยายามกล่าวคำปลอบใจตนเองระคนกล่าวคำปลอบใจบุตรสาวไปด้วยในตัว“เช่นนั้น ข้าก็จะทำตัวเป็นข้ารับใช้ที่ดี เพื่อที่พระองค์จะได้ทรงโปรดปรานข้า เมตตาข้า และปล่อยตัวข้าให้กลับมาอยู่กับท่านแม่โดยไวเจ้าค่ะ”หลินหลานฮัวเอ่ยขึ้นน้ำเสียงมีความหวัง“ข้าเชื่อมั่นว่าเจ้าจะต้องทำได้แน่” หานเซียงซิวยกมือของตนขึ้นมาจับกับมือของบุตรสาวเอาไว้พร้อมบีบมือของบุตรสาวเบาๆ อย่างจะให้กำลังใจ“แล้วข้าจะต้องเริ่มเดินทางเข้าวังหลวงไปเมื่อยามใดกันเช่นนั้นหรือเจ้าคะ
Read More

ออกเดินทาง

ช่วงเช้ายามเหม่าก่อนออกเดินทาง หลินหลานฮัวพร้อมด้วยเสี่ยวเชี่ยนสาวใช้ข้างกาย และเหยาๆ เจ้าสุนัขคู่ใจต่างก็ได้พากันมาร่ำลาหานเซียงซิวยังเรือนที่พักหลังใหญ่ด้วยใบหน้ากลบน้ำตา“มิรู้ว่าการเดินทางเข้าวังหลวงของข้าในครั้งนี้ อนาคตข้างหน้าข้าจะมีโอกาสได้กลับมาหาท่านแม่หรือไม่?”หลินหลานฮัวเอ่ยขึ้นน้ำเสียงเจือสะอื้นพร้อมคุกเข่าลงไปกับพื้นอย่างช้าๆ“เจ้าพูดอะไรเช่นนั้น ตราบใดที่ยังมีลมหายใจอยู่ ชีวิตก็ย่อมต้องมีความหวัง เจ้าเองก็ออกจะรูปโฉมงดงามเป็นเลิศในแผ่นดิน อีกทั้งยังมีความเฉลียวฉลาดในศาสตรแต่ละแขนงยิ่ง ถึงอย่างไรข้าก็ย่อมมีความหวังเอาไว้อยู่ในใจเสมอว่า อนาคตข้างหน้าเราจะต้องได้พบเจอกันอีกอย่างแน่นอน” หานเซียงซิวกล่าวให้กำลังบุตรสาวด้วยความรัก“หลานฮัวจะจดจำทุกคำสอนของท่านแม่เอาไว้ให้ขึ้นใจเจ้าค่ะ”หลังกล่าวจบหลินหลานฮัวก็โขกศีรษะแสดงความคำนับผู้เป็นมารดาสามครั้งด้วยกัน ก็เงยหน้าขึ้นมองดูมารดาผู้ที่นางมิเคยคิดอยากจะจากไปไหนไกลเลยสักครั้งด้วยความห่วงหาอาลัยอาวรณ์ยิ่ง“อู่หมัวมัว ข้าขอฝากเจ้าให้ดูแลท่านแม่แทนข้าด้วยนะ” หลินหลานฮัวหันหน้าไปพูดกับสาวใช้คนสนิทของมารดาด้วยน้ำเสี
Read More

ฝากเนื้อฝากตัว1

ช่วงเช้าวันที่สิบห้า วสันตฤดู หลินหลานฮัวก็ได้เดินทางมาถึงยังเมืองหลวง บรรยากาศอันคึกคักของผู้คนในยามเช้าวันนี้ยิ่งทำให้นางคิดถึงผู้เป็นมารดาขึ้นมาอย่างจับใจ“คุณหนูจะลงไปเดินเล่นสักหน่อยหรือไม่เจ้าคะ?”เสี่ยวเชี่ยนเอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นตาตื่นใจ ที่เมืองเฉียวฉีเอง แม้จะเป็นเมืองที่ยิ่งใหญ่ในทางตอนเหนือแต่ก็มิอาจเทียบเคียงเมืองหลวงได้เลยแม้แต่น้อย “ข้าคงจะมิลงไปเดินเล่นหรอก แต่จะลงไปถามทางไปจวนท่านลุงสี่มากกว่า” หลินหลานฮัวว่าพลางร้องสั่งสารถีให้หยุดรถม้าอยู่ตรงใต้ต้นดอกเหมยอันบานสะพรั่งต้นหนึ่งหลังจากนั้นเสี่ยวเชี่ยนก็ได้ลงจากรถม้าไปเปิดผ้าม่านออกให้กับคุณหนูของตนในทันทีเพียงโฉมสะคราญปรากฏกายออกมาภายนอกรถม้า ก็ทำเอาเหล่าบรรดาผู้คนในบริเวณนั้นต่างพากันตกตะลึงพรึงเพริดถึงขนาดอ้าปากกว้าง ตาเบิกโพลงขึ้นโดยมิรู้ตัว พวกเขาเอาแต่พากันจ้องมองมาที่หลินหลานฮัวเป็นตาเดียวกันโดยมิได้นัดหมายภาพโฉมสะคราญสวมใส่ชุดสีฟ้าอ่อนที่มีดอกเหมยสีชมพูเข้มโปรยปรายลงมาต้องกายของนางนั้น ช่างดูงดงามราวกับเทพธิดาบนสรวงสวรรค์ เส้นผมดำขลับที่เนียนละเอียดยาวจรดสะโพกนั้นอีก ยิ่งมองก็ยิ่งชวนให้ดูลุ
Read More

ฝากเนื้อฝากตัว2

เหล่าชาวบ้านที่อยู่บริเวณนั้นต่างก็พากับจับกลุ่มพูดคุยกันต่อไปเสียงดังเซ็งแซ่ ราวกับว่าการปรากฏตัวของหลินหลานฮัวในครั้งนี้ จะทำให้พวกเขามีเรื่องราวให้ได้พากันเล่าขานกล่าวถึงไปได้อย่างเนิ่นนานนักเวลาผ่านไปได้เพียงราวหนึ่งเค่อ รถม้าคันงามก็ได้มาหยุดอยู่ที่หน้าจวนท่านเสนาบดีสี่หมินไคหลินหลานฮัวพร้อมด้วยเสี่ยวเชี่ยนจึงได้พากันลงจากรถม้า โดยหลินหลานฮัวได้ให้เสี่ยวเชี่ยนอุ้มเอาสุนัขตัวน้อยลงมาด้วย นางเอ่ยกล่าวคำทักทายต่อทหารยามผู้เฝ้าประตูด้วยน้ำเสียงอันเป็นมิตร แต่ทว่าพวกเขากลับมิยินยอมให้นางได้เข้าไปข้างในจวนแต่อย่างใด เนื่องจากมีคำสั่งจากผู้เป็นเจ้าของจวนถ่ายทอดลงมาว่าในช่วงนี้มิต้องการให้การต้อนรับแขกใด เหล่าบรรดาบ่าวรับใช้ในจวนจึงจำต้องปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเคร่งครัดแต่หลินหลานฮัวก็มิได้สะทกสะท้านต่อท่าทีของพวกเขาแต่อย่างใด นางเพียงหยิบเงินสองถุงออกมามอบให้ต่อทหารยามผู้เฝ้าประตูเพียงเท่านั้น พร้อมกล่าวขึ้นมาว่า “ขอให้พวกเจ้าจงช่วยไปแจ้งต่อท่านลุงสี่ให้ทราบเอาไว้ด้วยเถิดว่า ข้าหลินหลานฮัวบุตรีของท่านแม่หานเซียงซิววันนี้ได้เดินทางมาเยี่ยมต่อท่านลุงแล้ว อีกทั้งข้ายังได้มี
Read More

บิดาใจดำ

หลินหลานฮัวมิได้อยู่อาศัยที่เมืองหลวงแคว้นชวี่นี่เป็นระยะเวลานานหลายปีแล้ว อีกทั้งนางยังจดจำเส้นทางต่างๆ ในเมืองหลวงนี่มิได้ด้วย เพื่อความมั่นใจในการเดินทางไปที่จวนของท่านอัครมหาเสนาบดีหลินไห่กัง นางจึงได้ให้เสี่ยวเชี่ยนลงไปสอบถามเส้นทางกับชาวบ้านดูก่อนหลังจากนั้นในอีกมินานนัก สารถีก็ได้พากันบังคับรถม้ามาหยุดอยู่ที่หน้าจวนท่านอัครมหาเสนาบดีหลินไห่กังเข้าจนได้หลินหลานฮัวจำได้คลับคล้ายคลับคลาว่านี่เป็นจวนท่านอัครมหาเสนาบดีหลินไห่กังที่นางเคยอยู่อาศัยตั้งแต่เมื่อครั้นที่นางยังเป็นเด็กจริง แต่ทว่าจวนหลังนี้กลับมีพื้นที่ขยายใหญ่โตออกไปอย่างกว้างขวางเป็นอันมาก เกรงว่าบิดาของนางคงจะมีความดีความชอบใดกระมังจึงสามารถขยับขยายพื้นที่ของจวนออกไปได้อย่างกว้างขวางมากถึงเพียงนี้ นอกจากนี้ยังมีสิ่งก่อสร้างต่างๆมากมายได้เกิดขึ้นในจวนแห่งนี้อีกด้วยเพียงหลินหลานฮัวได้ก้าวขาลงจากบนรถม้ามาหยุดยืนอยู่ที่หน้าประตู เหล่าทหารยามต่างก็พากันตกตะลึงในความงดงามของนางเสียจนตาค้าง กว่าพวกเขาจะดึงสติกลับคืนมาได้นั้น เสี่ยวเชี่ยนก็แทบจะส่งเสียงตะคอกแจ้งเหตุของการมาเยือนจวนอัครมหาเสนาบดีหลินไห่กังในครั้งนี
Read More

สถานะทาสชั้นต่ำราวกับสัตว์เลี้ยง

แม้ว่าเวลานี้จะล่วงเข้าสู่ช่วงปลายยามเฉิน (เวลา 09.00น.)แต่อากาศในช่วงวสันตฤดูนี่ก็กำลังอบอุ่นสบายดี มิร้อนมิหนาวแต่อย่างใดหลินหลานฮัวส่งสายตามองออกไปยังนอกรถม้าด้วยประสาคนอยากรู้อยากเห็น จนกระทั่งเมื่อเข้ามาสู่เขตวังหลวง นางจึงได้ปิดผ้าม่านรถม้าลง และหันไปมองสบตากับเสี่ยวเชี่ยนด้วยความรู้สึกกังวลใจภายในอย่างไรก็บอกมิถูก นางจึงเอื้อมมือขึ้นไปกำสร้อยหยกของมารดาเอาไว้พร้อมสูดลมหายใจเข้าปอดไปลึกๆ อย่างคนที่พยายามรวบรวมความกล้า หลังจากนั้นมินานนักรถม้าก็ได้มาหยุดอยู่ที่หน้าประตูสีแดงบานใหญ่บานหนึ่ง“เจ้าตามข้ามา”ท่านอัครมหาเสนาบดีหลินไห่กังยังคงกล่าวประหยัดถ้อยคำกับหลินหลานฮัวเช่นเดิม ซึ่งนางก็ยังคงปฏิบัติตามอย่างว่าง่ายมิได้ปริปากพูดอันใดออกมาเช่นเดียวกันเมื่อเดินไปได้นานราวครึ่งเค่อ ท่านอัครมหาเสนาบดีหลินไห่กังก็มาหยุดอยู่ที่หน้าตำหนักหลังหนึ่งที่มีความยิ่งใหญ่ งดงามเป็นอย่างมาก หลินหลานฮัวจ้องมองไปยังหินอ่อนที่แกะสลักลวดลายมังกรตรงประตูทางเข้าด้วยแววตาชื่นชมมังกรตัวนี้แม้หน้าตาจะติดออกไปทางดุร้ายอยู่บ้างแต่หลินหลานฮัวกลับรู้สึกว่ามันน่ารักดีอย่างบอกมิถูก“ตำหนักตงชาง
Read More

แม่มดน้อยจอมยั่วยวน 1

“ยังจะมามัวยืนตกตะลึง อ้าปากค้างทำอันใดอยู่อีก สัตว์เลี้ยงชั้นต่ำของข้าหมดสติไปด้วยความน่าสมเพชไปแล้วนี่เจ้ามิเห็นหรือ รีบไปตามหมอหลวงมาเสียทีสิ เหตุใดจึงได้ยืนบื้อทำท่าทางโง่ทึ่มไปอยู่ได้” องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงตรัสขึ้นด้วยใบหน้าบึ้งตึง น้ำเสียงไม่สบอารมณ์เป็นอย่างยิ่ง“อ้อ พ่ะย่ะค่ะ รีบไปตามหมอ กระหม่อมจะรีบสั่งให้คนไปตามหมอมาประเดี๋ยวนี้” มู่กงกงตอบไปด้วยน้ำเสียงที่แสร้งจริงจังขึ้นมาเป็นอย่างมากพร้อมทั้งลอบกลั้นขำเอาไว้อย่างเต็มความสามารถ เดิมทีที่ผ่านมาองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงเคยมีท่าทีเสียอาการอย่างหนักเช่นนี้มาก่อนตั้งเมื่อยามใดกัน มีวันนี้วันแรกนี่แหล่ะที่มู่กงกงได้เห็นท่าทีการเสียอาการขององค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงเอาเช่นนี้เวลาผ่านไปได้อีกชั่วอึดใจเดียว หมอหลวงผู้หนึ่งที่เป็นเพื่อนสนิทเพียงหนึ่งเดียวของมู่กงกงก็ได้เดินทางเข้ามาในตำหนักตงชาง เพียงเขาคุกเข่าลงกล่าวคำถวายพระพรไปได้มินานเท่าใดนัก องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงก็ทรงตรัสขึ้นด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมว่า“รีบลุกขึ้นมาตรวจดูอาการสัตว์เลี้ยงของข้าเร็วเข้า อย่ามัวแต่มากพิธี”เพียงได้ยินคำว่าสัตว์เลี้ยงของข้า อว
Read More

แม่มดน้อยจอมยั่วยวน 2

“เอาเถอะ ข้าเองก็มิได้อยากจะเสวนาอันใดกับคนสกุลหลินมากมายนักหรอก เห็นแก่ที่เจ้าเดินทางรอนแรมมาไกล ข้าจะให้คนไปส่งเจ้ายังที่พักของเจ้าก็แล้วกันนะ”“ขอบพระทัยฝ่าบาทที่ทรงมีพระเมตตา การเดินทางมาที่วังหลวงในครั้งนี้ ท่านแม่ของหม่อมฉันได้ให้สาวใช้ของหม่อมฉันผู้หนึ่งติดตามมากับหม่อมฉันด้วย มิทราบว่าฝ่าบาทจะทรงอนุญาตให้สาวใช้ของหม่อมฉันผู้นี้ได้อยู่กับหม่อมฉันด้วยจะได้หรือไม่เพคะ?”หลินหลานฮัวกลั้นใจถามออกไปอย่างมีความหวัง หากองค์ฮ่องเต้มิทรงอนุญาตให้เสี่ยวเชี่ยนได้อยู่กับนาง นางเองก็คงจะรู้สึกอยู่มิสู้ตายเลยทีเดียว“แล้วเจ้ามีข้อตกลงอันใดมาแลกเปลี่ยนกับความใจกล้าหน้ามิอาย คิดหวังเอาแต่ได้ในครั้งนี้ของเจ้าเช่นนั้นหรือ?”องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงตรัสถามขึ้นด้วยความเป็นต่อ“หากฝ่าบาททรงอนุญาตให้เสี่ยวเชี่ยนได้อยู่ข้างกายของหม่อมฉัน หม่อมฉันขอให้สัญญาว่าจะเป็นข้ารับใช้ที่จงรักภักดีต่อพระองค์เพคะ”“ข้ารับใช้เช่นนั้นหรือ คนอย่างเจ้ามีศักดิ์ศรีด้วยเช่นนั้นนั้นหรือ ข้าเคยบอกไปแล้วอย่างไร ว่าสถานะของเจ้าเป็นเพียงสัตว์เลี้ยงชั้นต่ำของข้าตัวหนึ่งเพียงเท่านั้น เช่นนี้แล้วยังกล้าใช้วาจา
Read More

โรงเก็บฟืนร้าง

ด้านหลินหลานฮัวเอง เมื่อเดินออกมานอกตำหนักตงชางแล้ว นางจึงได้เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพเรียบร้อยว่า“ท่านกงกงเจ้าคะ ข้าขอตัวไปพูดคุยกับสาวใช้ของข้าชั่วครู่ก่อนจะได้หรือไม่เจ้าคะ ข้าจะใช้เวลาพูดคุยกับนางไปเพียงมินานหวังว่าท่านกงกงคงจะพออนุญาต”หลังกล่าวจบหลินหลานฮัวก็มีท่าทีที่จะคุกเข่าลงไปกับพื้นมู่กงกงเห็นดังนั้นแล้วจึงรีบร้อนส่ายศีรษะไปมาเป็นพัลวันพร้อมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นว่า “เชิญคุณหนูตามสบาย”“ขอบคุณท่านกงกงที่มีเมตตาต่อข้าเจ้าค่ะ”หลินหลานฮัวว่าพลางระบายรอยยิ้มเศร้าสร้อยออกมาเล็กน้อยพร้อมโค้งศีรษะลงเป็นการแสดงความขอบคุณต่ออีกฝ่ายนางเดินมุ่งตรงมาหาเสี่ยวเชี่ยนที่รออยู่ด้านนอกประตูตำหนักตงชางอย่างช้าๆ“เป็นเช่นไรแล้วบ้างเจ้าคะคุณหนู?”เสี่ยวเชี่ยนเอ่ยถามขึ้นด้วยความหนักใจ “เสี่ยวเชี่ยนพวกเรามิได้รับอนุญาตให้อยู่ในวังหลวงนี้ด้วยกัน เจ้าจงนำข้าวของและสมบัติพวกนี้ติดตัวไปขอพึ่งพาอาศัยบารมีของท่านลุงสี่ ขออยู่กับท่านลุงสี่ชั่วคราวเถิด ข้าขอฝากให้เจ้าช่วยดูแลเจ้าเหยาๆ แทนข้าด้วยนะ เสี่ยวเชี่ยนเจ้าจงดูแลตัวเองให้ดี หากมีโอกาสเราคงได้พบเจอกันใหม่ รักษาตัวด้วย” หลินหลานฮ
Read More

หวงกลิ่น1

หลินหลานฮัวปล่อยให้ตนเองใจลอย เหม่อลอยคิดอะไรไปจนเรื่อยเปื่อย จนกระทั่งยามนี้ผืนฟ้าด้านนอกเริ่มจะมืดครึ้มลงไปมากแล้วเต็มที นางจึงได้ยินเสียงฝีเท้าของผู้คนมากมายดังขึ้นจากทางด้านนอก แม้ว่าประตูโรงเก็บฟืนนี่ จะมิได้มีความมั่นคงแข็งแรงมากมายอันใดนัก แต่หลินหลานฮัวก็พยายามที่จะคล้องประตูเอาไว้จากภายในให้แน่นหนา เท่าที่นางจะสามารถทำได้แล้วปังๆๆ มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นจากทางด้านนอกพร้อมน้ำเสียงแหลมเล็กก็ได้ดังขึ้นมาอย่างจิกกัดว่า “นางคนใช้ เปิดประตู”“พวกเจ้าเป็นใครกัน?” หลินหลานฮัวเอ่ยขึ้นด้วยความระมัดระวังตน“พวกข้าก็คือคนนำอาหารมาส่งให้กับเจ้าอย่างไรกันล่ะอย่ามัวแต่ชักช้าโอ้เอ้มิยอมมาเปิดประตูให้กับพวกเรานะ หากเจ้ายังขืนชักช้า อาหารวันนี้ก็มิต้องกินกันแล้ว”แม้หลินหลานฮัวจะรู้สึกมิค่อยพอใจกับท่าทีและคำพูดอันวางอำนาจจากพวกเขานัก แต่เพราะกองทัพต้องเดินด้วยท้องนางจึงข่มใจเปิดประตูออกมาอย่างช้าๆ ก็พบเจอเข้ากับขันทีกลุ่มหนึ่งที่สวมใส่ชุดสีเขียวสามคนกำลังยืนรอนางจากทางด้านนอกอยู่ด้วยสีหน้าอันบูดบึ้งแต่เมื่อพวกเขาได้พบเจอเข้ากับหลินหลานฮัวเพียงเท่านั้น ขันทีผู้ที่ถือถาดใส
Read More
Dernier
123456
...
9
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status