All Chapters of บุปผารัก มังกรร้าย: Chapter 51 - Chapter 60

86 Chapters

ฉอเหลาะใส่ไฟ

องค์อ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงทรงอยู่ร่วมรักกันกับหลินหลานฮัวไปจนถึงเช้า พระองค์จึงทรงเสด็จออกไปว่าราชการต่อด้วยสีหน้าอันผ่องใสหลังออกว่าราชการเสร็จพระองค์จึงทรงมีรับสั่งให้มู่กงกงไปตามตัวของพระสนมหม่ากุ้ยเฟยให้เข้าในตำหนักตงชางได้เพียงมินานเกินรอ สตรีในชุดสีแดงสดปักด้วยลายนกยูงสีทองอันงดงามวิจิตร อวดให้เห็นถึงลาดไหล่นวลเนียนทั้งสองข้างและเนินอกอิ่มอันเย้ายวนก็ได้ก้าวเข้ามาในตำหนักตงชาง“ถวายพระพรฝ่าบาท ขอจงทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นๆปี เพคะ”หม่ากุ้ยเฟยเอ่ยขึ้นน้ำเสียงหวานพร้อมยอบกายลงคำนับองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงด้วยกิริยาชดช้อยเป็นอย่างยิ่ง“ลุกขึ้นได้ มิต้องมากพิธี” องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงตรัสขึ้นน้ำเสียงเรียบเฉย“ขอบพระทัยฝ่าบาทเพคะ”หม่ากุ้ยเฟยพูดพลางลุกขึ้นอย่างช้าๆ พร้อมเดินไปนั่งยังเก้าอี้บุนวมอย่างดีในตำหนัก“ที่เจ้าบอกว่าจะมาพูดคุยเรื่องราวในวังหลังกับข้านั้น เจ้ามีอะไรจะกล่าวกับข้าเช่นนั้นหรือ?”องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงตรัสถามขึ้นอย่างตรงไปตรงมา“เมื่อคราที่ฝ่าบาททรงเสด็จไปร่วมงานเทศกาลล่าสัตว์นั้น หม่อมฉันได้ทำการดูแลปกครองวังหลังมาเป็นอย่างดี ทั้งนี้ทั้งนั้นฝ
Read more

ทำลายครรภ์1

เมื่อเดินทางมาถึงตำหนักเฉียนฟู่แล้ว พระสนมหม่ากุ้ยเฟยก็พลันต้องรู้สึกย่ำแย่มากขึ้นไปอีก เมื่อสาวใช้ที่นางซื้อตัวไว้ในแต่ละตำหนักของสนมที่มีโอกาสได้เข้าไปถวายการปรนนิบัติองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงเมื่อคราก่อนด้วยกันนั้นมาแจ้งข่าวให้นางได้รับทราบว่า คังฉางจ้ายได้ตั้งครรภ์อ่อนๆ ขึ้นมาได้สองเดือนแล้ว หมอหลวงพึ่งไปตรวจดูชีพจรและตรวจดูอาการของนางในตำหนักมาเมื่อไม่กี่ชั่วยามที่ผ่านมานี้เอง ก็ทำเอาหม่ากุ้ยเฟยถึงกับได้อาละวาดขึ้นมาอีกครั้งจนตำหนักเฉียนฟู่ของนางแทบจะราบเป็นหน้ากลอง“พระสนมเพคะ ขอจงทรงพระทัยเย็นลงสักนิดก่อนเถิดนะเพคะ”เยี่ยนสือเอ่ยขึ้นน้ำตานองหน้าเมื่อเห็นนายหญิงที่นางรักต้องมาตกอยู่ในสภาพร้องไห้เสียใจฟูมฟายมากมายขนาดนี้“เยี่ยนสือ ข้าผิดอันใด เหตุใดฝ่าบาทจึงมิทรงอนุญาตให้ข้าได้ตั้งครรภ์มังกร ข้าปรนนิบัติรับใช้ฝ่าบาทมาตั้งหลายปี ข้าตกหลุมรักพระองค์ตั้งแต่ครั้นเมื่อที่พระองค์ทรงเป็นองค์รัชทายาท พวกเราทั้งคู่ต่างเหมาะสมกันราวกับคู่สม แต่ผู้ที่ตั้งครรภ์มังกรเหตุใดจึงเป็นนังสนมชั้นต่ำเพียงแค่ขั้นฉางจ้าย เรื่องนี้มันมิจริงใช่หรือไม่เจ้าบอกกับข้ามาที ว่าเรื่องนี่มันมิ
Read more

ทำลายครรภ์2

“เยี่ยนสือเจ้ามิต้องเป็นกังวลไป ถึงอย่างไรช้าเร็ว นางก็มิอาจตั้งครรภ์มังกรได้ตลอดรอดฝั่งอย่างแน่นอน” พระสนมหม่ากุ้ยเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้มเยาะ “เหตุใดพระสนมจึงได้ตรัสออกมาเช่นนี้ พระสนมทรงมีแผนการสำรองอื่นเช่นนั้นหรือเพคะ?” เยี่ยนสือเอ่ยถามน้ำเสียงครุ่นคิด“แน่นอนว่าข้าย่อมต้องมี และค่ำคืนนี้นี่แหล่ะที่นางจะต้องทนอยู่อย่างมิสู้ตายเลยทีเดียว”พระสนมหม่ากุ้ยเฟยตรัสขึ้นด้วยน้ำเสียงอันเคียดแค้นและจุกแน่นพระทัยอยู่ภายในอก ก่อนจะสั่งการให้เยี่ยนสือออกไปแจ้งข่าวให้สนมขั้นกุ้ยเหรินอีกผู้หนึ่งมาช่วยให้การปรนนิบัติองค์ฮ่องเต้ในราตรีนี้ด้วยกัน ส่วนนางนั่นน่ะหรือได้แอบลอบส่งข่าวเรื่องนี้ไปให้กับบิดาของนางได้รับทราบเอาไว้แล้ว ว่านางวางแผนการณ์ใดเอาไว้ให้บิดาส่งคนมาช่วยนางบ้าง ก่อนจะเฝ้ารอคอยการมาเยือนขององค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงอยู่อย่างใจจดใจจ่อแต่ทว่าเมื่อยามซวีมาเยือน (เวลา 19.00น.) หลังจากที่องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงได้เสด็จมาที่ตำหนักเฉียนฟู่แล้วกลับดูมีสีหน้าท่าทางอันมึนตึงนัก แม้ว่าเหล่าบรรดาสนมจะพากันปรนนิบัติเย้ายวนเอาอกเอาใจมากเพียงไรก็มิเป็นผล สุดท้ายแล้วหลังจากรั้งอยู่ในต
Read more

ผูกมิตรหรือข่มขู่1

หลินหลานฮัวพักผ่อนอยู่กับเสี่ยวเชี่ยนพร้อมหยอกล้อกันกับเจ้าเหยาๆ ไปด้วยความสบายใจ ชีวิตในวังต้องห้ามแห่งนี้แม้จะเงียบเหงาแต่ก็มิได้เดียวดายอันใดมากนัก นางยังคงมีความหวังลึกๆ ในใจมาโดยตลอดว่าตนเองน่าจะมีโอกาสได้กลับไปหามารดาอย่างที่คาดหวังเอาไว้มาโดยตลอดเพียงแต่มิคิดมิฝันมาก่อนเลยว่าในช่วงดึกดื่นเที่ยงคืนนี้ องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงจะทรงเสด็จมาหานางด้วยใบหน้าที่บึ้งตึงนัก เมื่อเสด็จมาถึงก็ทรงจุมพิตนางด้วยความดุเดือดรุนแรงยิ่ง ทำเอาหลินหลานฮัวรู้สึกมึนงงจนจับต้นชนปลายมิถูกแล้ว ว่าตอนนี้สภาพอารมณ์ขององค์ฮ่องเต้ผู้นี้เป็นอะไรกันแน่“ฝ่าบาททรงเป็นอันใดไปหรือเพคะ มีเรื่องมิสบายพระทัยอันใดเช่นนั้นหรือ?” หลินหลานฮัวเอ่ยถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง“ข้ามิอนุญาตให้เจ้ามีชู้ ข้ามิอนุญาตให้เจ้านอกกายข้า ข้ามิอนุญาตให้เจ้านอกใจข้า” องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงตรัสพลางถอดเสื้อผ้าของหลินหลานฮัวออกมาอย่างรีบร้อนและก้มลงไปฟอนเฟ้นเต้านมอวบของนางอย่างบ้าคลั่งในทันใด“หม่อมฉันจะกล้านอกกาย นอกใจฝ่าบาทได้อย่างไรกัน เพียงแค่คิดถึงเรื่องนี้หม่อมฉันก็ยังมิเคยแม้แต่จะคิดเลยสักนิดก็มิเคยนะเพคะฝ่าบาท” หล
Read more

ผูกมิตรหรือข่มขู่2

“หม่อมฉันช่างไร้มารยาทยิ่ง เมื่อมาถึงยังวังหลังแล้ว แต่ก็ยังมิอาจไปแสดงความคำนับต่อพระสนมได้” หลินหลานฮัวว่าพลางทอดสายตาลงมองพื้น“เจ้าช่างเป็นผู้ที่รู้กาลเทศะยิ่ง แม้กระทั่งข้ายังมิเอ่ยคำใดแต่เจ้ากลับพูดออกมาก่อนได้อย่างตรงใจข้านัก” พระสนมหม่ากุ้ยเฟยตรัสพลางระบายรอยยิ้มน้อยๆ ให้ปรากฏอยู่บนใบหน้าพร้อมแอบลอบใช้ปลายเล็บจิกลงไปบนท่อนแขนของตนด้วยความริษยากับความงดงามและความอ่อนเยาว์ของคนตรงหน้านัก นางมิแปลกใจไปเลยว่าเพราะเหตุใดตั้งแต่หลินหลานฮัวผู้นี้เข้าวังหลวงมา องค์ฮ่องเต้จึงเอาแต่ขลุกอยู่กับนางและมิให้ความสนใจอันใดต่อพระสนมอื่นเลยทั้งสิ้นอีกด้านเสี่ยวเชี่ยนเองก็ได้นำน้ำชาเข้ามาวางเอาไว้ให้กับพระสนมหม่ากุ้ยเฟยอย่างรู้หน้าที่และหลบไปยืนอยู่ด้านหลังของหลินหลานฮัวในทันใด“ตัวข้ามีนามว่าหม่าซูเหลียน หรือจะเรียกข้าว่าหม่ากุ้ยเฟยก็ย่อมได้ แต่ข้ามองดูแล้วเจ้าช่างงดงามยิ่ง อีกทั้งข้ายังรู้สึกเอ็นดูเมตตาเจ้าขึ้นมาอย่างบอกมิถูก อย่างไรเจ้าก็มาเป็นน้องหญิงของข้าเถอะนะ ข้าหวังเอาไว้ว่าเจ้าจะมิรังเกียจข้า พวกเราเหล่าบรรดาสนมในวังหลังเองก็ล้วนแต่เป็นพี่น้องกันทั้งนั้น เจ้าเล่ามีคว
Read more

NC เหยียบย่ำทำลายใจ 1

หลินหลานฮัวมาอยู่ที่วังต้องห้ามแห่งนี้ได้เป็นระยะเวลาสองเดือนเต็มแล้ว จนกระทั่งนางได้รับทราบข่าวมาว่าหลินปังหยวนได้ถูกปล่อยตัวออกมาจากคุกหลวงแล้ว และหลังจากนั้นทั้งหลินปังหยวน และหลินหลิวซวงก็ได้รับพระราชทานมงคลสมรสจากองค์ฮ่องเต้ต่อในใจของหลินหลานฮัวก็ได้แต่หวังเอาไว้ว่าองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงน่าจะทรงคลายโทสะลงมาบ้างแล้ว นางจะได้หาช่องทางออกไปส่งจดหมายให้กับมารดาได้เสียที นางจึงตัดสินใจออกนอกตำหนักบุปาผารักไปเดินสำรวจเส้นทางต่างๆ ในวังต้องห้ามแห่งนี้ไปโดยรอบมิเว้นแม้กระทั่งยามค่ำคืน ด้วยความรู้สึกคิดถึงมารดามากเกินขนาด หลินหลานฮัวจึงได้ออกมาเดินเล่นนอกตำหนักเพื่อมองจันทร์มองฟ้าและชมวิวทิวทัศน์ยามค่ำคืนไปเรื่อยเปื่อยองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงเองก็ทรงมิได้เสด็จมาหานางที่ตำหนักบุปผารักนี่นานแล้ว หากหลินหลานฮัวเดามิผิด องค์ฮ่องเต้น่าจะเสด็จไปร่วมหลับนอนกับเหล่าบรรดาพระสนมขั้นต่ำครั้งละสามถึงสี่คนแล้วกระมังเพียงคิดมาถึงตรงนี้หัวใจดวงน้อยก็เกิดอาการสั่นไหวเจ็บแปลบในใจขึ้นมาแปลกๆ แต่จะทำเช่นไรต่อไปได้เล่า องค์ฮ่องเต้นั้นอยู่สูงเทียมฟ้า นางมันต่ำต้อยเพียงดิน มิว่าจะมองมุ
Read more

NC เหยียบย่ำทำลายใจ 2

“กระหม่อมมิได้มีเจตนามิดีอันใด เพียงแต่นำวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างมาส่งให้กับเหล่าบรรดาขุนนางในการก่อสร้างซ่อมแซมสิ่งปลูกสร้างและพูดคุยกันเรื่องกิจการงานต่างๆ ในวังหลวงเพียงเท่านั้นพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท”สี่ไคว่เล่อคุกเข่ากล่าวคำกราบทูลขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอันมั่นคง“แต่นี่ก็มิใช่เหตุผลอันใด ที่เจ้าจะต้องมาพบปะพูดคุยทักทายกันกับภรรยาของผู้อื่นในยามวิกาลเช่นนี้มิใช่หรือ ทหารมานำตัวคุณชายสี่ผู้นี้ไปโบยสามสิบไม้พร้อมห้ามมิให้เขาเข้าวังหลวงมาอีกเป็นอันขาด”องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงตรัสขึ้นมาน้ำเสียงเฉียบขาดก่อนจะจับข้อมือเล็กของหลินหลานฮัวให้เดินตามพระองค์ไปในทันใด“ฝ่าบาททรงปล่อยหม่อมฉันสิเพคะ พี่เล่อเองก็มิได้ทำอันใดผิด หม่อมฉันเพียงแต่พูดคุยกับเขาเรื่องจะฝากจดหมายที่หม่อมฉันเขียนขึ้นไปส่งให้กับท่านแม่หม่อมฉันก็เพียงแต่เท่านั้นนะเพคะ”หลินหลานฮัวว่าพลางพยายามแกะมือใหญ่โตขององค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงให้ปล่อยมือออกจากข้อมือเล็กของนางเสียที นางรู้สึกเจ็บปวดมากเสียจริง เจ็บปวดจนเหมือนกระดูกของนางจะหักออกจากกันเป็นสองท่อนแล้ว“คำก็พี่เล่อ สองคำก็พี่เล่อ ข้าพึ่งสั่งห้ามไปอยู่หยก ๆ ว่ามิอนุญาตให้เ
Read more

เกือบสูญเสียไป 1

หลังองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงเสด็จจากไป หลินหลานฮัวก็เอาแต่ทรุดตัวนั่งร้องไห้อยู่ในตำหนัก เสี่ยวเชี่ยนเองก็รีบเข้ามาดูอาการคุณหนูของนางโดยไว เมื่อพบเจอเข้ากับสภาพของหลินหลานฮัวดังนั้นแล้ว เสี่ยวเชี่ยนก็ถึงกับร้องไห้โฮออกมาด้วยความเจ็บปวดใจ“คุณหนูเจ้าคะ เหตุใดกันจึงเป็นเช่นนี้?”“เสี่ยวเชี่ยน ขะ ข้า ข้าปวดท้อง ข้ารู้สึกปวดท้องมากมายเหลือเกิน” หลินหลานฮัวเอ่ยขึ้นมาน้ำเสียงขาดๆ หายๆ“ข้าจะรีบไปตามหมอให้มาตรวจดูอาการของคุณหนูนะเจ้าคะ” เสี่ยวเชี่ยนเอ่ยขึ้นน้ำเสียงร้อนรนก่อนจะรีบผุดลุกขึ้นในทันที“อย่า อย่าไปเลยเสี่ยวเชี่ยน” หลินหลานฮัวรีบเอ่ยร้องเรียกพร้อมจับมือของสาวใช้เอาไว้แน่น“เพราะเหตุใดกันเจ้าคะคุณหนู คุณหนูอาการมิสู้ดีเช่นนี้ อย่างไรก็ให้ข้าไปตามหมอมาดูอาการของคุณหนูสักนิดเถิด” เสี่ยวเชี่ยนพูดขึ้นน้ำเสียงน่าสงสาร“ข้ามิได้เป็นอันใดมากนักหรอก ให้ข้านอนพักสักหน่อยก็คงจะหาย เสี่ยวเชี่ยนเจ้าช่วย ช่วยพยุงข้าไปอาบน้ำทีนะ” หลินหลานฮัวเอ่ยขึ้นน้ำเสียงอ่อนแรงมากแล้วเต็มที แต่ถึงอย่างไรนางก็ต้องแสร้งทำเป็นเข้มแข็งเพื่อที่เสี่ยวเชี่ยนจะได้ไม่ต้องรู้สึกทุกข์ใจและเป็นห่วงเป
Read more

เกือบสูญเสียไป 2

“คุณหนูเจ้าคะ หมอหลวงมาแล้วเจ้าค่ะ คุณหนูอย่าพึ่งเป็นอันใดไปนะเจ้าคะ” เสี่ยวเชี่ยนพูดไปด้วยพร้อมมีหยาดน้ำตาไหลรินออกมามิหยุด“ให้ข้าได้ตรวจดูอาการของนางสักหน่อยเถิด” อวี้เหวินเทาพูดพลางทรุดตัวลงไปตรวจดูชีพจรของหลินหลานฮัวในทันใดเพียงเขาตรวจดูชีพจรของหลินหลานฮัวไปได้สักพัก เขาก็เบิกตาโตขึ้นด้วยความตกใจ พร้อมรีบนำยาลูกกลอนเม็ดหนึ่งส่งเข้าไปในปากของหลินหลานฮัว“ขอน้ำดื่ม และน้ำอุ่นให้ข้าปริมาณมากๆ ด้วย” อวี้เหวินเทาเอ่ยขึ้นอย่างพยายามควบคุมสติ“เจ้าค่ะ” เสี่ยวเชี่ยนกล่าวรับคำพร้อมรีบไปนำน้ำดื่ม และน้ำอุ่นมามอบให้กับอวี้เหวินเทาอย่างเร็วหลังจากที่ให้หลินหลานฮัวได้ทำการดื่มยาลูกกลอนเม็ดนั้นไปแล้ว อวี้เหวินเทาก็รีบทำการฝังเข็มไปยังจุดชีพจรต่างๆ ในการห้ามเลือดให้กับหลินหลานฮัวในทันใดเขาหยิบยาออกมาอีกหลายชนิด พร้อมสั่งการให้เสี่ยวเชี่ยนรีบไปต้มยามาโดยไวที่สุดเวลาผ่านไปนานราวครึ่งชั่วยามที่หลินหลานฮัวได้หมดสติไป นางก็ได้ลืมตาตื่นฟื้นขึ้นมาอย่างช้าๆกลิ่นยาอันเข้มข้นที่ลอยวนไปทั่วตำหนัก ทำให้หลินหลานฮัวรู้สึกคลื่นไส้อยากจะอาเจียนออกมาเป็นอย่างมาก อวี้เหวินเทาเห็นดังนั้นแล้วจึ
Read more

คนทำอาหาร1

หลินหลานฮัวพยายามกินข้าวต้มเข้าไปให้มากที่สุดเท่าที่นางจะทำได้หลัง จากนั้นจึงกลั้นใจดื่มยาขมหลายถ้วยเข้าไปจนหมดนางพยายามข่มตานอนหลับไปด้วยความทุกข์ทน นอนหลับไปพร้อมหยาดน้ำตาที่ยังรินไหลออกมามิหยุดและเช่นเคยในค่ำคืนที่เงียบสงบนี้ ที่ตำหนักบุปผารักกลับมีร่างสูงของคนผู้หนึ่งแอบลักลอบเข้ามาสูดดมกลิ่นหอมของนางเข้าอีกจนได้โดยที่นางมิรู้สึกตัวเมื่อเช้าวันรุ่งขึ้นมาเยือน ทุกอย่างก็เป็นไปตามที่องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงตรัสเอาไว้ คือที่ตำหนักบุปผารักแห่งนี้มิได้มีการส่งอาหารใดเข้ามาอีกแล้ว นี่มิรู้ว่าเป็นครั้งที่เท่าใดแล้วที่นางต้องโดนกลั่นแกล้งให้ต้องอดข้าวอดน้ำเช่นนี้อีกเมื่อก่อนหลินหลานฮัวก็ยังคงพอทนได้กับเรื่องราวเลวร้ายเช่นนี้ แต่ในตอนนี้นางมีเจ้าก้อนแป้งน้อยอยู่ในท้องแล้ว เรื่องไหนที่ล้วนส่งผลกระทบต่อครรภ์ของนาง หลินหลานฮัวย่อมมิอาจปล่อยผ่านไปได้แต่โดยง่ายเสี่ยวเชี่ยนจึงจำต้องแบกหน้าไปขอวัตถุดิบต่างๆ มาจากครัวหลวงเข้าจนได้ โชคดีที่คนเหล่านั้นพอจะมีคนที่ใจดีช่วยแบ่งปันวัตถุดิบให้นางอยู่บ้าง เสี่ยวเชี่ยนจึงได้นำวัตถุดิบนั้นกลับมายังตำหนักบุปผารัก พร้อมคิดเอาไว้ว่าสักวันหน
Read more
PREV
1
...
456789
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status