แชร์

๑๘ ข้าเลือกแล้ว

ผู้เขียน: วอลจู
last update วันที่เผยแพร่: 2026-03-21 23:30:03

ยามนี้ผู้คนในวังหลวงแตกตื่นราวกับรังแตนแตกรัง

ตั้งแต่เหล่าขุนนางฐานะต่ำต้อยไปจนถึงกัวไท่
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป
บทที่ถูกล็อก

บทล่าสุด

  • นางร้ายผู้นี้จะไม่เดินตามบทเดิม   ๓๐ วสันต์นิรันดร์

    ฤดูเหมันต์มาเยือนเร็วกว่าทุกปีสายลมหนาวพัดพาหิมะสีขาวโปรยปรายลงมาจากฟากฟ้าอย่างเนิบนาบหลังคาวังหลวงถูกปกคลุมด้วยเกล็ดน้ำแข็งทั่วทั้งบริเวณขาวโพลนราวกับกลบฝังคราบเลือดและความวุ่นวายในวันก่อนหน้าให้เลือนหายไปทุกสิ่ง…ถูกสะสางเรียบร้อยแล้วทั้งกัวไท่ฝูถูกขับไล่และองค์ชายรองถูกเนรเทศวังหลวงกลับคืนสู่ความสงบเสมือนไม่ได้เคยมีเสียงคมดาบฟาดฟันกันมาก่อนสกุลไป๋…ปลอดภัยไม่มีผู้ใดต้องตายไม่มีหัวใดต้องหล่นลงสู่พื้นหิมะทว่าท้ายที่สุดแล้วชะตาของไป๋จื่อหรงกลับไม่อาจหลีกพ้นหนทางที่ถูกเลือกไว้แล้วทั้งที่นางได้โอกาสจากสวรรค์ได้ย้อนกลับคืนมาอีกครั้ง ทว่าดูเหมือนว่า…กลับมาให้ซ้ำรอยเดิมเสียมากกว่าวันแต่งงานถูกกำหนดขึ้นในฤดูเหมันต์แม้จะเรียบง่ายแต่กลับยิ่งใหญ่เอิกเกริกอย่างสมเกียรติทว่ากลับไร้เสียงรื่นเริงเกินจำเป็นพิธีการเงียบสงบ หาได้มีผู้คนนับร้อยนับพันมาแสดงความยินดีแต่อย่างใดเสียงระฆังลมกระทบกันเบาๆ ท่ามกลางสายลมหนาวหิมะโปรยลงบนธงแดงรา

  • นางร้ายผู้นี้จะไม่เดินตามบทเดิม   ๒๙ เดิมพันด้วยชีวิต

    เซียวเหยียนหลงไม่อาจเชื่อมโยงได้ว่าเรื่องทั้งหมดเกี่ยวข้องกันอย่างไรทั้งถ้อยคำที่หลุดออกจากปากของไป๋จื่อหรงทั้งภาพความฝันที่คอยตามหลอกหลอนเขาไม่รู้จบในความฝันนั้น…สกุลไป๋ต้องโทษทั้งตระกูลเพราะไป๋จื่อหรงถูกกล่าวหาว่าลอบวางยาพิษ หวังสังหารบุตรของเขาที่เกิดจากสตรีผู้หนึ่ง ไม่รู้ว่ายามนั้นเขาโง่เขลา ตาบอด หรือถูกความโกรธครอบงำเซียวเหยียนหลงเพียงตวัดปลายพู่กันลงบนกระดาษคำสั่งประหารถูกเขียนขึ้นอย่างไม่ลังเลทั้งไป๋จื่อหรง สกุลไป๋…รวมถึงทุกคนที่เข้าไปพัวพันไม่ว่าจะเป็นขุนนางไป๋ที่ยืนหยัดปกป้องบุตรสาวองครักษ์ไป๋ผู้เป็นพี่ชายที่ลอบพานางหนีออกจากวังหลวงหรือแม้กระทั่งไป๋ฮูหยินที่ซ่อนบุตรสาวไว้ในจวนเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ ทั้งที่ไป๋จื่อหรงถูกขังอยู่ในตำหนักเย็น รอวันตัดสินโทษทว่าหากรออีกเพียงนิด…บางทีเขาอาจจะเมตตา แต่สกุลไป๋กลับไม่อาจรอได้เมื่อเห็นไป๋จื่อหรงถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมพอเป็นเช่นนั้น เซียวเหยียนหลงย่อมโมโหไม่น้อยสกุลไป๋จึงถูกสังหารไม่มียกเว้น ส่วนไป๋จื่อ

  • นางร้ายผู้นี้จะไม่เดินตามบทเดิม   ๒๘ ผู้ที่ข้าหวาดกลัวที่สุด

    ยามซวี (19.00 – 21.00 น.)ท้องฟ้าที่ปลอดโปร่งมาตลอดทั้งวัน พอถึงยามค่ำคืนกลับมีสายฝนโปรยบางเบาลงบนหลังคากระเบื้องตำหนัก ราวกับพยายามชะล้างกลิ่นคาวเลือดที่ยังหลงเหลืออยู่ในพระราชวังหลวงทว่าต่อให้จะมีฝนตกหนักเพียงใด ก็ไม่อาจลบภาพของวันนี้ออกจากความทรงจำของผู้ใดได้บรรยากาศภายในตำหนักเงียบสงัด แสงตะเกียงน้ำมันส่องไหวระริก เซียวเหยียนหลงนั่งอยู่ข้างเตียง สายตาคมกริบยังคงทอดมองร่างบางที่นอนนิ่ง ใบหน้าซีดเผือดราวกลีบดอกเหมยต้องน้ำค้างไป๋จื่อหรงยังไม่ฟื้น…ตั้งแต่เมื่อยามบ่ายคล้อย อีกทั้งเนื้อตัวยังรุ่มๆ คล้ายจะจับไข้ ฝ่ามือหนาแตะลงหน้าผากนางอย่างแผ่วเบา คล้ายกลัวว่าหากออกแรงเพียงนิดเดียวสตรีตรงหน้าจะสลายหายไป“เหตุใดดื้อดึงนัก”น้ำเสียงทุ้มเอ่ยเบาแผ่วราวพึมพำกับตนเองที่ผ่านมานางตามติดเพราะชมชอบเขาไม่ใช่หรืออย่างไรเหตุใดยามนี้ถึงเอาแต่หลบหนีและหลีกเลี่ยง ท่าทางราวกับไม่อยากจะข้องเกี่ยวสายตาคมกริบของเซียวเหยียนหลงอ่อนลงโดยไม่รู้ตัวเซียวเหยียนหลงทอดมองสตรีเนิ่นนาน คล้ายกับจะตามลงไปในห้วงฝัน

  • นางร้ายผู้นี้จะไม่เดินตามบทเดิม   ๒๗ ข้าไม่อยากเป็นม่าย

    เสียงคมดาบเหล็กกล้าปะทะกันกึกก้อง สะท้อนสนั่นไปทั่วท้องพระโรงจนลามออกไปถึงภายนอกเหล่าขุนนางที่หวาดกลัวความตาย บางส่วนก็ฉวยโอกาสในจังหวะชุลมุนแตกตื่นคิดหลบหนี ทว่ากลับหนีไม่พ้นเพราะถูกทหารจากกองกำลังของแม่ทัพหานยืนขวางกั้นไว้แน่นหนากล่าวได้ว่าก้าวเข้ามาแล้ว ยากจะมีโอกาสได้ก้าวออกไปอีกขณะเดียวกันนั้น ขันทีชราผู้หนึ่งวิ่งนำหน้าเหล่านางกำนัลเข้ามาอย่างรีบร้อนสีหน้าของเขาทั้งซีดเผือด เหงื่อชุ่มเต็มใบหน้า ไม่รู้ว่าเพราะเร่งฝีเท้าเต็มกำลังตามสังขารหรือเพราะภาพความวุ่นวายกลางท้องพระโรงกันแน่ลมหายใจของขันทีหลี่หอบถี่ กึ่งวิ่งกึ่งเดิน ฝ่าฝูงชนเข้ามาพลางเหลือบมองเหล่านางกำนัลด้านหลัง“เร็วเข้า!”นางกำนัลต่างเร่งฝีเท้าตามคำสั่งแม้สังขารจะอ่อนแรง หากขันทีชรากลับวิ่งนำหน้าไปได้เร็วกว่าพวกนางเสียอีกเหล่าทหารที่ยืนเฝ้าหน้าประตูท้องพระโรงพอเห็นขันทีชรานำขบวนสาวใช้จากหอฎีกาพร้อมเอกสารปึกใหญ่มา ต่างก็พากันรีบหลีกทางให้ บางส่วนถึงกับเข้ามาช่วยประคอง“ดีๆ ช่วยหน่อยเถอะ พวกนางร่างกายผอมบาง!”ขันทีชราสะบัดมือโบกสั่ง น้ำเสียงยังคงสั่นหอบ หยาดเหงื่อไหลย้อยลงมาตามขมับพลางร้อนอุทานในใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาไ

  • นางร้ายผู้นี้จะไม่เดินตามบทเดิม   ๒๖ หากข้ายังอยู่

    ไป๋จื่อหรงไม่คิดที่จะหันไปร้องขอความช่วยเหลือหรือหยิบยื่นความเชื่อใจให้กับเซียวเหยียนหลงอีกเป็นครั้งที่สองทว่าหากสุดท้ายแล้วนางไม่อาจหลีกเลี่ยงจุดจบเดิมได้จริงเช่นนั้นขอให้นางสิ้นใจเพียงลำพังเถิด อย่าได้ลากสกุลไป๋ให้ต้องจมลงสู่หายนะไปพร้อมกันประตูท้องพระโรงสูงตระหง่านอยู่เบื้องหน้า เปรียบเสมือนดั่งกรงเหล็กที่กลืนกินลมหายใจของผู้คน ไป๋จื่อหรงยกฝีเท้าก้าวเข้ามาด้วยหัวใจหนักอึ้งราวกับทุกกำลังเหยียบย่ำลงบนชะตากรรมของตนเองอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงทันทีที่สายตากวาดมองไปด้านหน้า หัวใจของนางก็กระตุกวูบร่วงหล่นลงสู่ห้วงลึกทั้งบิดา มารดา…พี่ชายหรือแม้แต่หลินเยว่ฉิงรวมถึงผู้คนในจวนสกุลไป๋ทั้งหมดไม่มียกเว้น ถูกคุมตัวเรียงรายยืนนิ่งอยู่กลางท้องพระโรงท่ามกลางคมดาบที่หันใส่ เสื้อผ้าเปรอะเปื้อนฝุ่นทราย ใบหน้าอิดโรยทว่าแววตายังคงแข็งกร้าว…ไม่ยอมก้มศีรษะแม้เพียงน้อย“ท่านพ่อ…”น้ำเสียงของไป๋จื่อหรงแผ่วเบาฟังไม่เป็นคำ จนแทบไม่หลุดออกจากลำคอนายท่านไป๋เงยหน้าขึ้น ทันทีเมื่อเห็นบุตรสาว ดวงตาที่เคยแข็งกร้าวมั่นคงกลับสั่นไหวเพียงเสี้ยวลมหายใจ ก่อนที่จะฝืนยกยิ้มบางๆ ให้ เพียงรอยยิ้มเดียว…ทว่ากลับบีบคั้น

  • นางร้ายผู้นี้จะไม่เดินตามบทเดิม   ๒๕ ชะตาสกุลไป๋

    เพียงสายลมโชยผ่าน ข่าวลือเรื่อง จวนสกุลไป๋ถูกจับกุมในข้อหาลอบก่อกบฏก็แผ่กระจายไปทั่วเมืองหลวงอย่างรวดเร็วราวกับไฟลามทุ่งที่ไร้ผู้ใดหยุดยั้งได้แม้มีผู้เห็นเหตุการณ์เพียงหยิบมือเดียว ทว่าคำเล่ากลับถูกเติมแต่งใส่สีตีไข่จากหนึ่งกลายเป็นสิบ จากความจริงเพียงครึ่งเดียวกลับกลายเป็นเรื่องราวอื้อฉาวเกินจริงผู้คนในจวนสกุลไป๋...ไม่ว่าจะเป็นนายท่านไป๋ ไป๋ฮูหยินหรือบุตรชายอย่างไป๋จิ้งเหอ ล้วนถูกควบคุมตัวไปทั้งหมด แม้แต่สาวใช้ชั้นซักล้างก็ไม่อาจรอดพ้นกล่าวได้ว่า ไม่มีผู้ใดถูกละเว้นจากข้อกล่าวหานี้ยามนี้ เหล่าขุนนางที่ต่างพากันหยุดราชการ ต่างรีบขึ้นรถม้ามุ่งหน้าเข้าสู่เมืองหลวง ถนนสายหลักแน่นขนัดจนแทบขยับไม่ได้ กว่าจะเคลื่อนผ่านไปได้ก็ต้องเสียเวลานานนับหลายลมหายใจสกุลไป๋ถูกคุมตัวเข้าสู่วังหลวงอย่างรวดเร็วหลังจับกุมดังนั้น ภาพที่ปรากฏกลับดูไม่ต่างจากขบวนกบฏที่ถูกลากเข้าคุกทั้งที่ยังไม่ทันมีคำพิพากษาโทษก็ราวกับถูกตัดสินไปแล้วครึ่งหนึ่ง!เซียวจิ้งอวี้เดินนำเข้าสู่ท้องพระโรงใบหน้าเคร่งขรึม ทว่ามุมปากกลับโค้งยกขึ้นยิ้มจางๆ อย่างไม่อาจปิดบังอารมณ์พึงใจ“สกุลไป๋…สูงส่งเพียงใด”เขาเอ่ยเสียงทุ้ม ราวกั

  • นางร้ายผู้นี้จะไม่เดินตามบทเดิม   ๕ บุรุษที่ไม่ควรใส่ใจ

    วันนี้ไป๋จื่อหรงตั้งใจจะออกจากจวนไปตลาดเสียหน่อย ช่วงหลายวันที่ผ่านมา นางเอาแต่อุดอู้อยู่ในเรือน หมกมุ่นกับความทรงจำในชาติก่อนและกังวลถึงอนาคตที่ยังไม่ทันเกิดขึ้นนางยกชายกระโปรงขึ้น เดินนำหน้าสาวใช้ ก้าวเท้าอย่างไม่เร่งรีบ ทว่าราวกับสวรรค์มีตา กลั่นแกล้งมอบเคราะห์แรกให้แก่นางรถม้าคันใหญ่หยุดลงตรง

  • นางร้ายผู้นี้จะไม่เดินตามบทเดิม   ๔ ความผิดปกติแรก

    ภายหลังจากคุณหนูใหญ่ล้มป่วยหนัก และเพิ่งฟื้นหายดีได้เพียงสองสามวันไม่ว่าผู้ใดในจวนสกุลไป๋…ล้วนสัมผัสได้ถึงความผิดปกติตั้งแต่สาวใช้ใกล้ชิดไปจนถึงสาวใช้ซักล้าง หรือแม่บ้านจวนไปจนถึงบ่าวรับใช้ที่แทบไม่เคยมีโอกาสเข้าใกล้เรือนหลักทุกคนต่างพูดไม่ออก แต่ต่างก็รู้สึกได้ตรงกันคุณหนูใหญ่เปลี่ยนไปแล้ว ไม่

  • นางร้ายผู้นี้จะไม่เดินตามบทเดิม   ๓ บทบาทที่นางไม่ต้องการ

    ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นดังขึ้น บุรุษในชุดขุนนางก้าวเข้ามา แผ่นหลังเหยียดตรงสง่า ใบหน้าเคร่งขรึม“เกิดอะไรขึ้น”เสียงนั้นทำให้ไป๋จื่อหรงยิ่งตัวสั่นทว่าหาใช่เพราะหวาดกลัว บิดาของนางในความทรงจำเคยถูกปลด ยึดทรัพย์และส่งไปยังชายแดน ก่อนที่สุดท้ายจะสิ้นใจท่าม กลางความหนาวเย็นไป๋จื่อหรงเงยหน้าขึ้น

  • นางร้ายผู้นี้จะไม่เดินตามบทเดิม   ๒ ตื่นขึ้นก่อนโศกนาฏกรรม

    ความมืดค่อยๆ ถอยห่างออกไป ราวกับมีใครบางคนค่อยๆ ดึงม่านหนาทึบออกจากดวงตาไป๋จื่อหรงสะดุ้งเฮือก ลมหายใจของนางติดขัด หอบถี่อย่างควบคุมไม่ได้ หัวใจเต้นกระหน่ำจนแน่นอก เจ็บร้าวไปทั้งร่างราวกับยังคงรู้สึกถึงคมดาบที่ฟาดลงบนลำคอแม่นยำอย่างโหดเหี้ยม ความเย็นเฉียบของโลหะ และแรงกระแทกสุดท้าย…ยังฝังแน่นอยู่ใน

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status