บททั้งหมดของ เพื่อนสนิทคิดลึก: บทที่ 31 - บทที่ 39

39

สิ่งที่ขาดหาย (2/4)

“พี่ว่าแต่ไอคิดเยอะ เอาเข้าจริงๆ พี่ก็ไม่ต่างกัน” “บางทีพี่ยังคิดเลยว่าเมเป็นแค่เพื่อนแต่เมมันยังเทคแคร์พี่ดีกว่าคนเป็นแฟนแบบไอซะอีก” ผมพูดออกมา เพราะมันรู้สึกอึดอัดอยู่ในใจ “พี่คบกับไอแล้วรู้สึกว่าชีวิตพี่มีสิ่งที่ขาดหายไปเยอะมาก” “นั่นเพราะพี่เอาเพื่อนเป็นที่ตั้งไงล่ะ พี่เอาสิ่งที่พี่เมทำให้มาตั้งเป็นมาตรฐาน เพราะอย่างนั้นพี่เลยคาดหวังว่าคนเป็นแฟนแบบไอจะต้องทำสิ่งเหล่านั้นให้พี่ได้เหมือนที่พี่เมทำไว้” “…” “พี่อย่าลืมสิว่าไอก็คือไอ พี่เมก็คือพี่เม มันจะเหมือนกันคงไม่ได้หรอกนะ ไอไม่แน่ใจแล้วอะพี่ว่าจริงๆ แล้วพี่รักไอหรือรักพี่เมคนที่ปากพี่ว่าเป็นเพื่อนกันแน่” “…” ผมไม่รู้จะพูดอะไรต่อดี เหมือนพูดไปก็เปล่าประโยชน์และมันคงจะดูแย่ลงกว่าเดิม “พี่ยังรักกันอยู่ไหม” ผมไม่รู้ว่าที่ผ่านมาระหว่างผมกับไอริณนั้นมันคือความรักหรือเปล่า แต่ตัวผมรู้สึกเหมือนไม่ได้ถูกรัก “พี่ต้องถามไอริณมากกว่าว่าที่ผ่านมารักพี่จริงๆ ใช่ไหม ทำไมพี่รู้สึกเหมือนว่าเราไม่รักกันเลย” “พูดงี้พี่กำลังจะบอกเลิกกันใช่ไหม” “ดูแล้วเราคงไปกันไม่รอดแน่ถ้าเป็นแบบนี้ อีกอย่างพี่ไม่อยากฝืนใจตัวเอง” “ที่ผ่านมาพี่ฝ
อ่านเพิ่มเติม

สิ่งที่ขาดหาย (3/4)

“ถึงหน้าห้องแล้วครับพี่เม” มันไม่ตอบผมแต่ถามเมษาแทน “ค่าาา” เธอตอบเสียงยานแล้วลงจากหลังของไอ้นั่นด้วยตัวที่อ่อนปวกเปียกแถมยืนยังจะไม่ตรง “ขอบคุณที่แบกมาส่งนะค้า” เธอบอกกับไอ้นั่นแล้วหยิบกุญแจมาไขประตูแบบเสียบผิดเสียบถูก “เดี๋ยวช่วย!” ผมและไอ้หน้าจืดนั่นดันพูดออกมาพร้อมกันอีก เมษาหันมามองที่พวกผมแล้วขมวดคิ้วเป็นปม “กลับไปกันได้แล้ว ไปๆ” เธอเอ่ยไล่พวกผมแล้วหันไปไขกุญแจห้องต่อ ก่อนจะไขได้สำเร็จแล้วเดินเข้าไปในห้องพร้อมปิดประตูใส่หน้าพวกผมอย่างไม่ไยดี ไอ้หน้าจืดนั่นเมื่อเห็นว่าเมษาเข้าห้องไปแล้วมันก็มองหน้าผมก่อนจะเดินผ่านหน้าไป และผมเองก็มองมันกลับเช่นกัน มีตาคนเดียวมั้งไอ้เวร! ผมแอบลอบดูว่ามันออกไปจากอะพาร์ตเมนต์หรือยัง เมื่อเห็นว่ามันออกไปพ้นจากที่นี่แล้วผมก็ทำการเคาะประตูห้องของเมษาเพราะมีบางอย่างอยากจะคุยด้วย ทว่าเคาะอยู่นานสองนานเธอก็ไม่เปิดประตูให้สักที ผมเลยเคาะเรียกอีกครั้งและเรียกดังกว่าเดิม “เปิดประตูหน่อยเม!” “จะเคาะหาพระแสงอะไร คนนอนแล้วโว้ยย!” เธอตะโกนสวนกลับมา แต่ว่าคนนอนแล้วมันจะสามารถตอบกลับเราได้ด้วยเหรอวะ “เปิดประตูมาคุยกันหน่อยดิ” “...” และคราวนี้เส
อ่านเพิ่มเติม

สิ่งที่ขาดหาย (4/4)

“ถามมากไอ้ห่า” ผมบอกกับมัน “อย่าไปยุ่งเรื่องของคนอื่นให้มากนัก” “โห นี่พี่จะว่าผมเสือก” “เออ” แล้วไอ้เอ็มมันก็เงียบปากไปทันที ไอ้น็อตก็เช่นกัน ผมมองดูเธอทุกย่างก้าวกระทั่งเธอเดินผ่านโต๊ะที่ผมนั่งไป แต่ดูเหมือนว่าเธอจะไม่ปรายสายตามามองที่ผมเลยแม้แต่น้อย นี่เมินกันขนาดนี้เลยเหรอวะ “พี่ไม่ทักกันเลยเหรอ” ไอ้น็อตมันแปลกใจเลยถามขึ้น เพราะปกติมันจะเห็นผมสนิทกับเมษามาก ผมไม่ตอบแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาทำทีเป็นกดเข้าไปเล่นเกม แต่จริงๆ แล้วผมไม่รู้จะตอบมันยังไงดี ไอ้สองตัวนี้มันยังไม่รู้ว่าผมทะเลาะกับเมษา มันรู้กันแค่ว่าผมเลิกกับไอริณแล้วแค่นั้น “เอ้า ไม่ตอบเฉย” “นั่นดิ” “พวกมึงจะถามห่าไรนักหนาเล่า นู่นเนื้อมาเสิร์ฟแล้ว ย่างๆ แล้วยัดใส่ปากกันไปปะ ปากจะได้ไม่ว่าง” ผมบอกกับพวกมันแล้วจัดการหยิบเบียร์มาเปิดก่อนจะกระดกดื่มทันทีที่มาเสิร์ฟ กระดกขวดแรกจนหมดแล้วผมก็เปิดขวดที่สองกระดกต่อเลย ส่วนไอ้น็อตกับไอ้เอ็มมันมองอย่างงงๆ ก่อนจะคีบเนื้อมาย่างในเตาแล้วกินกันอร่อยอยู่แค่สองคน ผ่านไปเกือบชั่วโมงเห็นจะได้ที่กว่าพวกผมจะกินเนื้อย่างเสร็จ ผมลุกจากโต๊ะแล้วเดินไปจ่ายเงินกับลุงเจ้าของ
อ่านเพิ่มเติม

แบบไหนก็แบบนั้น (1/6)

Episode 9 > แบบไหนก็แบบนั้น #เมษา หลังจากที่เรากินเนื้อย่างเสร็จ ไวน์ก็ขับรถมาส่งฉันที่อะพาร์ตเมนต์ “ขอบคุณนะคะที่มาส่งพี่” “ผมเองก็ต้องขอบคุณพี่เมเช่นกันนะครับสำหรับเนื้อย่างมื้อนี้ มันอร่อยมากๆ เลยครับ” “ถือว่าเราหายกันแล้วนะคะ ไวน์เคยเลี้ยงน้ำพี่แล้วมาตอนนี้พี่ก็เลี้ยงเนื้อย่างคืน เราไม่มีอะไรติดค้างกันแล้วเนอะ” “ครับ พี่เมจะขึ้นห้องพักเลยไหม” “ก็ว่าจะขึ้นเลยค่ะ มีอะไรหรือเปล่าคะ?” “พอดีว่าตอนนี้ฝนมันหยุดตกแล้ว ผมอยากจะชวนพี่เมไปเดินเล่นน่ะครับ ไปไหมครับ” “เดินเล่น?” สวนสาธารณะ ฉันตอบรับคำชวนของไวน์แล้วตอนนี้เราสองคนก็มาเดินเล่นกันอยู่ที่สวนสาธารณะแห่งหนึ่งซึ่งไม่ไกลจากอะพาร์ตเมนต์ที่ฉันอยู่สักเท่าไหร่ ฉันเดินตีคู่กับไวน์แล้วต่างคนต่างก้าวขาเดินอย่างเชื่องช้า อากาศหลังฝนตกนี่มันก็สดชื่นดีเหมือนกันนะ “ฟ้าหลังฝนสวยดีนะครับ” ไวน์เอ่ยขึ้นแล้วมองไปที่ท้องฟ้า ฉันมองตามแล้วเอ่ยสมทบ “สวยจริงๆ ด้วยค่ะ” ฟ้าหลังฝนมันดูสวยมากๆ เลยอะ “พี่เมก็สวยนะครับ” “คะ?” “โดยเฉพาะตอนยิ้มยิ่งสวย” ฉันถึงกับไปไม่เป็นเลยทีเดียวเมื่อไวน์เอ่ยชมกันดื้อๆ ไม่ว่าใครโดนชมว่าสวยก็ต้อ
อ่านเพิ่มเติม

แบบไหนก็แบบนั้น (2/6)

เวลาต่อมา หลังจากแยกย้ายกับไวน์ตรงที่สวนสาธารณะฉันก็ถึงอะพาร์ตเมนต์ในเวลาเกือบหกโมงเย็น ตอนแรกเขาจะวนกลับมาส่งแต่ฉันเห็นว่ามันอยู่ไม่ไกลเท่าไหร่เลยขอกลับมาเองดีกว่า เขาจะได้ไม่ต้องเปลืองน้ำมันรถด้วย แต่ในระหว่างที่ฉันเดินกำลังจะถึงห้องก็ต้องชะงักไปเพราะเจเคมายืนดักรออยู่ในสภาพที่ตัวเปียกชุ่ม ฉันมองดูแล้วได้แต่นึกสงสัยในใจว่าสภาพนี้เขายังไม่กลับคอนโดไปอาบน้ำอาบท่าอีกเรอะ มอมเกิน “หน้าระรื่นเชียวนะ” เขาเอ่ยขึ้น “…” ฉันไม่ตอบแล้วเดินไปที่หน้าห้องก่อนจะไขประตูที่ล็อกไว้ ทว่าเขาดันมาแย่งกุญแจห้องไปจากมือของฉันแบบดื้อๆ “นี่นายเอากุญห้องฉันไปทำไม เอาคืนมาเดี๋ยวนี้” “ไม่คืน” เขาบอกพร้อมกับยัดกุญแจห้องของฉันลงในกระเป๋าเสื้อช็อปของเขา “ฉันจะคืนกุญแจเธอก็ต่อเมื่อเราได้คุยกันเท่านั้น” “คุยอะไรไม่ทราบ ฉันกับนายมีอะไรให้คุยกัน?” “หนึ่ง…เธอโกรธฉันใช่ไหม” “ไม่” “ไม่เชื่อ” “ก็แล้วแต่” “งั้นสอง…เธอกับไอ้รุ่นน้องนั่นคบกันเหรอ” “ขอไม่ตอบ” “ตอบมา” “ไม่” “เออ งั้นสาม…ทำไมเธอต้องเฉยชาใส่ฉันด้วยล่ะ” “ฉันก็ทำแบบที่นายเคยทำกับฉันไง” “แค่เนี้ย” “เออ” “งั้นสี่…” “โอ๊ย จะถา
อ่านเพิ่มเติม

แบบไหนก็แบบนั้น (3/6)

“คืนนั้นที่ฉันเมา ฉันจูบเธอใช่ไหมเมษา?” เขาถามเสียงแผ่ว “…” ฉันเบือนหน้าหนีไม่อยากจะตอบ เพราะเรื่องมันก็ผ่านมาแล้ว “ฉันรู้ว่าเธอโกหกฉันเพื่อความสบายใจ แต่จริงๆ แล้วคืนนั้นฉันจูบเธอจริงๆ ฉันเองก็รู้มาตลอดแต่แค่พยายามหลอกตัวเองเหมือนกัน” “…” เขารู้มาตลอดหรอกเหรอ แต่ทำไมถึงได้ทำเหมือนว่าไม่รู้และไม่มีอะไรขึ้นเลยล่ะ “นายกลับไปได้แล้ว ฉันอยากพักผ่อน” ฉันบอกพลางดันตัวเขาให้เดินถอยหลังออกไป “เธอไม่รู้สึกอะไรเลยรึไงที่เราจูบกันเมื่อกี้” เขาถามแล้วขยับตัวเข้ามาตามเดิม “…” ฉันไม่ตอบแต่ไม่ใช่ว่าฉันไม่รู้สึก รู้สึกสิ แต่แล้วยังไงล่ะ ฉันทำอะไรได้อย่างนั้นเหรอ “ฉันสับสนว่ะเม ใจนึงฉันก็คิดว่าเธอเป็นเพื่อน อีกใจก็…ไม่รู้สิ” “จะสับสนทำไม เข้ามาแบบไหนก็แบบนั้นสิ” “…” “นายเข้ามาแบบเพื่อนก็เป็นแค่เพื่อน แต่ตอนนี้ฉันไม่ได้เป็นเพื่อนของนายอีกต่อไป” ฉันบอกกับเขา “แต่…” “ขอร้องได้ไหม นายอย่ากลับมาในวันที่ฉันกำลังจะทำใจได้แล้วได้ไหม ฉันไม่อยากกลับไปเริ่มต้นทำใจใหม่ นายรู้ไหมว่ามันทรมาณแค่ไหนอะ ฉันเจ็บแค่ไหนนายเคยรู้บ้างหรือเปล่า” ฉันบอกเจเคพร้อมน้ำตาที่ออกมาคลอเบ้าตา ฉันไม่อยากจะร้องไห
อ่านเพิ่มเติม

แบบไหนก็แบบนั้น (4/6)

“ฮะ?” เขาน่าจะบ้าไปแล้วจริงๆ มีคนปกติที่ไหนเอาชุดนักศึกษามาใส่เล่นเพียงแค่เพราะมันดูเท่กัน บ้าบอ “ทำไม แปลกเหรอ” “ไม่รู้ตัวเลย” “ไม่นะ” “ฉันล่ะขี้เกียจจะต่อปากต่อคำกับนายละนะ แล้วนี่ก็ขยับออกไปหน่อย จะมายืนชิดฉันทำไม” ที่ว่างให้ยืนก็มีเยอะแยะแต่เขาเลือกที่จะมายืนเบียดฉัน เอากับเขาสิ แต่ยิ่งพูดเหมือนยิ่งยุ เขาขยับเข้ามาใกล้ฉันมากกว่าเดิมไปอีก อีกนิดเดียวจะสิงร่างฉันได้แล้วล่ะ “นี่นาย!” ฉันเริ่มจะมันเขี้ยวเขาขึ้นมาแต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากขยับหนีออกมา แต่ยิ่งฉันขยับหนีเขาก็ยิ่งขยับตามเข้ามาใกล้เรื่อยๆ เอี๊ยด! และในขณะนั้นรถก็ดันเบรกกะทันหันอย่างแรง ทำให้ฉันและเจเคถลาตัวเข้ามากอดกันโดยไม่ได้ตั้งใจ และดูเหมือนเจเคจะอาศัยจังหวะชุลมุนนั้นฉวยโอกาสกอดฉันไว้แน่นแล้วเจ้าตัวก็ทำหน้าเจ้าเล่ห์ให้เห็น “ขอโทษทีนะครับ พอดีมีหมาวิ่งตัดหน้ารถ ไม่มีผู้โดยสารบาดเจ็บใช่ไหมครับ” คนขับรถตะโกนบอกและถามไปในตัว ผู้โดยสารคนอื่นต่างตอบกลับแล้วมายืนหรือนั่งยังจุดเดิม มีก็แต่เจเคที่ยังคงกอดฉันไว้แน่นไม่ยอมปล่อย “ปล่อยฉันได้แล้ว” ฉันบอกกับเขาแล้วพยายามจะแกะมือของอีกฝ่ายออก แต่ว่าเขานั
อ่านเพิ่มเติม

แบบไหนก็แบบนั้น (5/6)

เวลาต่อมา ณ บ้านผีสิง กรี๊ด! “โอ๊ย หูฉันจะแตกแล้วนะ” ฉันบอกขึ้น เสียงเจเคร้องกรี๊ดอยู่ข้างหูไม่หยุดตั้งแต่ก้าวขาเข้ามา “ถ้ากลัวแล้วนายจะเข้ามาทำไม” “ก็คนมันกลัวนี่นา เธอก็รู้ว่าฉันกลัวผี” เจเคตอบแล้วมาเกาะแขนฉันไว้แน่น “ตัวใหญ่แต่ใจป๊อด สู้น้องไวน์ก็ไม่ได้ ใช่ไหมคะน้อง…อ้าว?” ฉันหันไปหาไวน์แต่ไม่เจอน้องเขาอยู่ข้างๆ น้องเขาหายไปไหนอะ ฉันเลยหันไปดูด้านหลังก็เห็นว่าน้องเขายืนนิ่งอยู่กับที่ นี่อย่าบอกนะว่าน้องเขาก็กลัวผีเหมือนกันอะ โห… “ว่าแต่ฉัน ไอ้รุ่นน้องของเธอมันก็กลัวผีเหมือนกันนั่นแหละวะ” “นายเงียบไปเลยน่า” ฉันบอกกับเจเคแล้วเอ่ยเรียกไวน์ “มานี่สิคะ ไปยืนอยู่ตรงนั้นทำไม” ฉันกวักมือเรียกน้องเขา “ค…ครับ” ไวน์ตอบเสียงสั่นแล้วเดินมาหาฉัน ตอนนี้ทั้งแขนซ้ายและแขนขวาของฉันถูกสองหนุ่มยึดครองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ฉันนี่อยากจะร้องกรี๊ดเลย ไม่ใช่กลัวผีนะแต่ฉันกำลังมาทำอะไรที่นี่ มาเป็นที่ยึดเหนี่ยวให้สองคนนี้อย่างนั้นเหรอ แทนที่ฉันจะถูกผู้ชายปกป้องกลายเป็นว่าฉันต้องมาปกป้องผู้ชายแทน “ถ้ากลัวขนาดนี้จะเข้ามากันทำไมคะ” “งั้นเราออกกันเถอะครับ” “นั่นสิ เราออกกันเถอะ” ฉันกลอกตา
อ่านเพิ่มเติม

แบบไหนก็แบบนั้น (6/6)

ณ เมืองหิมะ(จำลอง) เมื่อสวมเครื่องแบบที่ทางเจ้าหน้าที่ให้สวมใส่เสร็จเรียบร้อยแล้ว ฉันกับไวน์เดินเล่นอยู่ในเมืองหิมะกันอย่างสนุกสนาน ฉันปั้นหิมะเป็นก้อนแล้วจะปามันใส่ไวน์ ทว่ากลับผิดคาดเนื่องจากคนที่ฉันปาไปโดนนั้นกับเป็นเจเค นี่เขามาตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วรู้ได้ยังไงว่าฉันกับไวน์มาเล่นกันอยู่ในเมืองหิมะ “สนุกมากเลยสินะ” เจเคเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเหมือนไม่ค่อยพอใจ “หนีฉันมาเล่นกับไอ้หน้าจืดนั่นสองคนคงแฮปปี้สุดๆ เลยดิ” เขาปั้นหิมะเป็นก้อนแล้วปาใส่ตัวฉันแบบไม่แรงมากนัก หน็อย! “เออ สนุกมากเลยโว้ย” ฉันตอบแล้วปั้นก้อนหิมะปาใส่เขากลับแบบเต็มแรง “เดตกับผู้ชายคนอื่นต่อหน้าฉันเนี่ยนะ” เขาปาหิมะใส่ฉันเป็นรอบที่สอง “ฉันบอกนายไปแล้วหนิว่าฉันจะมาออกเดต นายอยากตามมาทำไมล่ะ” ฉันเองก็ไม่ยอม ปาหิมะกลับไปอีก “ฉันไม่ยอมหรอกเว้ย” เจเคปาก้อนหิมะใส่ฉันอีกแล้ว แต่ครั้งนี้ดูเหมือนมันจะไม่โดนฉันเพราะไวน์เข้ามาบังตัวฉันไว้ “ไม่เป็นไรนะครับ” ไวน์ถามฉัน “…” ฉันส่ายหน้าแทนการตอบ ไวน์ปั้นก้อนหิมะแล้วปามันใส่เจเคแบบเต็มแรงบ้าง แล้วเขาก็ปาอีกก้อนนึงตามไปติดๆ ฉันเองก็ร่วมด้วยช่วยกันกับไวน์ ปั้นก
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
1234
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status