Tous les chapitres de : Chapitre 21 - Chapitre 30

57

บทที่ 5.2

“เดินต่อไป” เซี่ยซีเฟิงกระซิบเสียงเบา ในยามที่เขากางร่มบังแดดให้หลี่เหยาหนิง หญิงสาวเงยหน้ามองเขาด้วยท่าทีลำบากใจ แต่ถึงอย่างนั้นเมื่อเขาบอกนางก็ทำตามอย่างว่าง่าย“พวกเขาไม่น่าไว้ใจขนาดนั้นเลยหรือเจ้าคะ” นางเอ่ยถามเขาเสียงเบา เมื่อเหลือบมองกลุ่มคนที่เดินนำไปด้านหน้าเบื้องหลังยังมีคนของหอหลิงหลงหลายคนเดินตามนางกับเซี่ยซีเฟิงมาด้วย แม้มองเผินๆ จะดูเหมือนตามคุ้มกัน แต่หลี่เหยาหนิงกลับรู้สึกว่านั่นคือการ ‘คุมตัว’ มากกว่า ‘คุ้มกัน’“ไม่เคยได้ยินหรือว่าอย่าไว้ใจอสูรกับปีศาจ”ได้ยินดังนั้นหลี่เหยาหนิงพลันกลั้นยิ้ม “รวมท่านด้วยหรือไม่เจ้าคะ” นางเย้าพร้อมกับเงยหน้ามองชายหนุ่ม เขาเองก็ชะงักก่อนอมยิ้ม ทั้งสองหัวเราะออกมาเสียงเบา ต่างคนต่างก็สบตากันด้วยรอยยิ้ม นั่นยิ่งทำให้หลิงเซียงเหยารู้สึกขมขื่น นางจงใจเดินช้าลง ก่อนหันมาชวนคนทั้งสองสนทนา“ดูเหมือนคุณชายเซี่ยกับแม่นางหลี่จะสนิทสนมกันมาก เมื่อวันก่อนคนของข้าบังเอิญเห็นแม่นางหลี่นำอาหารเที่ยงไปส่งท่านที่ร้านแลกเงินฟู่กุ้ย”“นั่นเพราะ...”หลี่เหยาหนิงยังไม่ทันได้ตอบ เซี่ยซีเฟิงพลันตัดบท “ข้ากับชางชอบอาหารที่นางทำ”“จริงหรือเจ้าคะ เช่นนั้นก็แสดงว
Read More

บทที่ 5.3

มองดูเซี่ยซีเฟิงพิจารณาลายปักของหลี่เหยาหนิง หลิงเซียงเหยาพลันยิ้ม “ท่านเองก็ชมชอบของแบบนี้เช่นกันหรอกหรือ”เซี่ยซีเฟิงชะงัก คิ้วเข้มมุ่นลงก่อนปรับสีหน้าให้เป็นปกติ เขาละสายตาจากแพรพรรณตรงหน้า ก่อนนั่งลงราวกับเมื่อครู่ไม่ได้เกิดอะไรขึ้น “ช่างเถิด เจ้าสองคนคุยกันไป ข้าจะนั่งฟังเงียบๆ”มองเห็นชายหนุ่มรามือไปโดยง่าย ดวงตาของหลิงเซียงเหยาพลันสาดประกายผิดหวังวูบหนึ่ง รอยยิ้มของนางเลือนหาย กระทั่งรินชาให้แขกทั้งสองคนแล้วนั่งลง“ที่ข้าต้องการคือผ้าม่านจำนวนทั้งหมดยี่สิบผืน สีสันและลวดลายขอเพียงเข้าชุดกัน นอกนั้นแล้วแต่แม่นางหลี่”หลี่เหยาหนิงเงียบไปเล็กน้อยเพราะกำลังคำนวณผ้าหลายพับที่ได้รับมาจากภูตบุปผา “ข้ามีผ้าแพรพรรณเหลืออยู่ไม่มาก ไม่แน่ว่าอาจไม่เพียงพอต่อความต้องการของท่าน”“ไม่เป็นไรใช้ผ้าที่ท่านมี หากขาดเหลืออย่างไรข้าจะส่งไปเพิ่ม แม้ไม่ใช่ผ้าชนิดเดียวกัน แต่ขอเพียงเข้าชุดกันข้าย่อมให้คนของข้านำไปใช้ตามความเหมาะสม”“เช่นนั้นข้าขอถาม ท่านจะนำไปใช้ที่หอหลิงหลงหรือว่าหอสุราแห่งนี้เล่า”“แม่นางหลี่คงกังวลเรื่องลายปักจะไม่เข้ากับสถานที่กระมัง”“ใช่”“ข้าจะใช้ที่นี่” เอ่ยจบหลิงเซียงเหยาก็มอ
Read More

บทที่ 5.4

ประโยคสุดท้ายจ้องเขม็งไปยังเซี่ยซีเฟิง “และการกลืนกินพลังของอสูรมีความแตกต่างจากเราชาวปีศาจ”หลี่เหยาหนิงขมวดคิ้วมองร่างสูงที่เครียดเกร็งด้วยความไม่พอใจ นางยื่นมือออกไปแตะแขนของชายหนุ่ม เขาก้มลงสบตานางแวบหนึ่ง จากนั้นก็ละสายตาไปจ้องหลิงเซียงเหยาแววตาน่ากลัวเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่นั่นก็ทำให้หญิงสาวโล่งใจขึ้น“แม่นางหลี่อยู่ในร่างของมนุษย์ ส่วนคุณชายเซี่ยเป็นอสูรในร่างบุรุษ การเสพสมระหว่างอสูรและมนุษย์...”“หุบปาก!” เซี่ยซีเฟิงตวาดลั่นหลิงเซียงเหยาหัวเราะออกมาเสียงเบาหลี่เหยาหนิงตัวแข็งทื่อ จากนั้นก็ค่อยๆ รั้งมือที่แตะท่อนแขนของชายหนุ่มออกมาด้วยท่าทีขัดเขิน ใบหน้าของนางร้อนเห่อขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุเห็นท่าทีของคนข้างกาย เซี่ยซีเฟิงพลันรู้สึกอึดอัด เขาไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อน เมื่อหลิงเซียงเหยาเอ่ยถึงเขาจึงตระหนักขึ้นมาได้ แต่ถึงจะรู้แล้วอย่างไรเล่า เพราะแต่แรกเขาก็หาได้ต้องการพลังใดๆ จากหญิงสาวอยู่แล้ว“เจ้าอยากกลับบ้านหรือไม่” ชายหนุ่มเอ่ยถามหลี่เหยาหนิง นางไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองเขา เพียงพยักหน้าให้เห็นเท่านั้นหลิงเซียงเหยามองท่าทีของคนทั้งสองแล้วลอบยิ้ม “เช่นนั้นเรื่องเจรจาการค้
Read More

บทที่ 5.5

หลี่เหยาหนิงสบตากับชายหนุ่ม ซึ่งแน่นอนเขาหลบตาทันที ‘นี่ไม่ใช่ความคิดของเขาอย่างแน่นอน’ นางอมยิ้ม “คุณชายอวิ๋นบอกท่านว่าอย่างไรเจ้าคะ” นางเย้า“เขาบอกว่าขากลับทำอย่างไรก็ได้ให้เจ้ายอมทำอาหารมื้อเย็น ข้ารับปากเขาแล้วว่าจะซื้อเนื้อสักชั่งสองชั่งกลับไปทำเนื้อตุ๋น”“ท่านทำเป็นหรือเจ้าคะ”“เคยทำ”“รสชาติเป็นอย่างไรเจ้าคะ”“ข้าจะลองทำให้เจ้ากิน”“แต่ข้าล้มป่วยทุกทีที่กินเนื้อสัตว์” นางเบ้หน้า“นั่นสินะข้าลืมไป”ทั้งสองพูดคุยกันอย่างเป็นธรรมชาติ เซี่ยซีเฟิงชอบบรรยากาศในยามนี้มากที่สุด เขาถึงกับอยากให้ถนนเส้นนี้ทอดยาวออกไปอีกสักเล็กน้อย ให้เขาได้ทำความรู้จักกับหลี่เหยาหนิงให้มากกว่าขึ้น เพราะถึงตอนนี้เขาพลันพบว่าการพูดคุยกับหญิงสาวไม่ได้ยากอย่างที่เขาเคยคิดในขณะที่ชายหนุ่มคิดเช่นนั้น หลี่เหยาหนิงเองก็ไม่ต่าง จากที่นางไม่มั่นใจเพราะภาพใบหน้าดุร้ายของเขา และมือใหญ่ที่ปองร้ายต่อนาง แต่จากที่ได้พบพูดคุยทำความรู้จักกัน แม้เซี่ยซีเฟิงจะดูเย็นชาเข้าถึงยาก หากแต่เขากลับเป็นบุรุษที่คิดอย่างไรก็แสดงออกมาเช่นนั้นที่สำคัญเขาคิดอย่างไรก็พูดออกมาตรงๆ อย่างชัดเจน หากสงสัยเขาก็เอ่ยถาม ดังนั้นยิ่งได้รู้จักห
Read More

บทที่ 6.1

พลบค่ำก่อนที่อวิ๋นชางและเซี่ยซีเฟิงกำลังจะออกจากบ้านไปทำงาน หลี่เหยาหนิงก็ออกมายืนรออยู่ก่อนแล้วพร้อมกับตะกร้าอาหาร รอบกายของหญิงสาวยังคงเต็มไปด้วยเหล่าภูตผีวิญญาณ ซึ่งยังคงมีท่าทีหวาดกลัวหวาดหวั่น เมื่อเซี่ยซีเฟิงปรากฏกายขึ้นชายหนุ่มกวาดสายตามองด้วยสายตาเรียบเฉย ก่อนเดินเข้ามาหยุดตรงหน้าของหญิงสาว “มารออยู่นานแล้วหรือ”“ไม่นานเจ้าคะ มีสหายมาเยือนข้าจึงถือโอกาสออกมาสนทนากับพวกเขาด้วย” นางกวาดมองภูตและวิญญาณที่แอบอยู่เบื้องหลังด้วยรอยยิ้ม ดวงตาคู่งามส่องประกายพออกพอใจ เพราะเท่าที่เห็นแล้วเซี่ยซีเฟิงหาได้ทำให้สหายตัวน้อยๆ ของนางหวาดกลัว เท่ากับครั้งแรกที่ได้พบกัน“วันนี้มีผัดสองอย่าง น้ำแกง แล้วก็ยังมีหมั่นโถวด้วยนะเจ้าคะ”“ลำบากเจ้าแล้ว”“ไม่เลยเจ้าคะ ข้ายินดี”“แม่นางหลี่” อวิ๋นชางเดินออกมาจากด้านใน เมื่อมองเห็นในมือของสหายมีตะกร้าเสบียงมื้อดึก ดวงตาของเขาก็ส่องประกายวิบวับ “ของกิน!”“กว่าจะเลิกงานก็เช้าตรู่ ของกินเล็กๆ น้อยๆ สำหรับพวกท่านที่ต้องทำงานอดหลับอดนอนเจ้าค่ะ” หญิงสาวยิ้มละมุน“เจ้ากลับเข้าข้างในเถิด ดึกแล้ว ข้ากับชางจะออกไปทำงานเช่นกัน”“เจ้าค่ะ”“พวกเจ้าก็อย่ารบกวนนาง แวะ
Read More

บทที่ 6.2

“เพราะดีนี่เจ้าคะ แต่หลิงเยี่ยเหยายังคงเหมาะกับท่านมากกว่า”“จริงหรือ แต่เหตุใดข้าจึงชอบนามหลี่เหยาหนิงยิ่งนัก” หลิงเยี่ยเหยาหัวเราะ พร้อมกับเดินตามสาวใช้ออกไปจากใต้ต้นเฟิงซึ่งเปลี่ยนเป็นสีส้มอมแดง“เจ้าว่าท่านพ่อจะยอมพาข้าไปยังแดนอสูรด้วยหรือไม่ ข้าอยากพบพี่ใหญ่” หลิงเยี่ยเหยาถอนหายใจออกมาเสียงหนึ่งบิดาของนางเป็นอสูรผู้ดูแลประตูเชื่อมระหว่างสวรรค์และแดนอสูร มารดาของนางคือเทพธิดาผู้ปกป้องหินศักดิ์สิทธิ์แห่งแดนสวรรค์ นางรู้มาว่าบิดามีฮูหยินอีกคนเป็นปีศาจแม้ไม่เคยพบกันแต่นางก็รับรู้ว่าตัวเองมีพี่สาวต่างมารดาซึ่งเป็นปีศาจกึ่งอสูรอยู่คนหนึ่ง และนามของพี่สาวผู้นั้นก็คือหลิงเซียงเหยาหลายปีก่อนทั้งนางและพี่สาวต่างก็สูญเสียมารดาทั้งคู่ บิดาของนางรับปากว่าจะพานางไปยังแดนอสูร แต่เพราะสงครามระหว่างเผ่าพันธุ์มังกร ทำให้ไม่ง่ายนักที่จะเดินทางเข้าออกระหว่างสวรรค์และแดนอสูร“ท่านพ่อ” หลิงเยี่ยเหยายิ้มให้บิดา“พ่อมารับเจ้าแล้ว”“จริงหรือเจ้าคะ! ท่านพ่อจะมารับข้าไปอยู่ด้วยกันที่แดนอสูรจริงๆ หรือ”“ใช่”“สงครามจบสิ้นแล้วกระมัง”สีหน้าของบิดาทำให้หญิงสาวรอยยิ้มเลือนหายไป “เหตุใดท่านพ่อจึงทำหน้าเช่นนั
Read More

บทที่ 6.3

กว่าหลิงเยี่ยเหยาจะเงยหน้าขึ้นมอง แผ่นหลังของผู้เป็นพี่สาวก็หายลับไปในถ้ำแล้ว เมื่อตั้งใจจะหันหลังกลับเพราะลังเลที่จะเข้าไปในสถานที่อันไม่คุ้นเคย นางกลับชนเข้ากับแผงอกของคนที่เดินเข้ามาจนชิด“จะไปไหน”หลิงเยี่ยเหยาตัวสั่นเทา กลิ่นอายคุกคามที่แผ่ออกจากร่างสูง ทำให้นางหายใจไม่ออก เมื่อขยับตัวเพื่อถอยห่าง ท่อนแขนของชายหนุ่มกลับสอดเข้ามารั้งเอวอรชรไม่ให้นางทำได้อย่างใจ“กลัวข้าหรือ” เขาเอ่ยถามเสียงเรียบดวงตาคู่คมจดจ้องสองแก้มนวลปลั่ง จมูกได้กลิ่นกายหอมกรุ่นจากเรือนร่างอ้อนแอ้น “กลิ่นอายทวยเทพ นี่สินะกลิ่นอายแห่งความดีงาม” ไม่พูดเปล่าชายหนุ่มกลับเลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้แก้มนวล สูดกลิ่นกายของนางโดยไม่ให้แตะต้องสัมผัสไปมากกว่านั้นหลิงเยี่ยเหยาน้ำตาคลอ นางสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว อากาศที่สูดเข้าไปล้วนแล้วแต่สร้างความเจ็บปวดในทรวงอก กลิ่นอายแห่งอสูรที่มีแต่ความตาย สูบพลังของนางออกไปทำให้นางอ่อนแรงร่างเล็กอ่อนระทวยลงกระทั่งไม่อาจทรงตัว เซี่ยซีเฟิงขมวดคิ้วพร้อมกับรวบร่างของหญิงสาวเข้าสู่อ้อมกอด ดวงตาของเขาฉายแววสับสนงุนงงเล็กน้อย กระทั่งมองเห็นกระไอสีขาว ซึ่งยามนี้ถูกตัวเขาเองสูดเข้าไปอย่างไม่รู
Read More

บทที่ 6.4

มือใหญ่ยื่นออกไปจับปอยผมของหญิงสาวขึ้น “เคยได้ยินเรื่องราวของแดนอสูรมาบ้างหรือไม่ บิดาของเจ้าเล่าอะไรให้ฟังก่อนพาเจ้ามาอยู่ที่นี่บ้าง”ประโยคนั้นทำให้หญิงสาวเงยหน้ามองเขาด้วยดวงตางุนงง นางลืมเลือนความหวาดหวั่นไปชั่วขณะ หลงเหลือเอาไว้เพียงความสงสัยในดวงตาคู่งาม“ไม่รู้สินะ”“ข้าต้องรู้อะไรหรือเจ้าคะ”“ตอนที่บิดาเจ้าขอพาเจ้าเข้ามายังแดนอสูร ที่นี่ก็ถูกปิดตายแล้ว เจ้าหาใช่อสูร การจะอยู่ที่นี่ต้องได้รับเกราะคุ้มภัยจากข้าเท่านั้น พี่สาวของเจ้าเองก็เช่นกัน”“แล้วนั่นหมายความว่าอย่างไร” ฟังดูก็รู้ว่าต้องมีอะไรมากกว่านั้นชายหนุ่มก้าวเข้ามาหาหญิงสาว ในขณะที่นางเดินถอยไปด้านหลัง กระทั่งแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องอันเย็นเยียบ “หมายความว่านับตั้งแต่ที่เจ้าหรือใครก็ตามก้าวเข้ามายังแดนอสูร ทุกชีวิตไม่ว่าจะเป็นอสูร มนุษย์ ปีศาจ หรือแม้กระทั่งทวยเทพ หากเมื่อก้าวเข้ามายังแดนอสูรทุกชีวิตย่อมเป็นของข้าอย่างไรเล่า”“เผด็จการ” นางพึมพำออกมาอย่างลืมตัวเซี่ยซีเฟิงหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น ทำให้หญิงสาวรู้ตัว นางเม้มปากเงยหน้าขึ้นตามแรงของมือใหญ่ที่แตะอยู่ปลายคางนวลเนียน “ดูเหมือนเจ้าเริ่มรู้จักข้าดีขึ้นแล้ว”
Read More

บทที่ 6.5

ใบหน้าของเซี่ยซีเฟิงฉายแววครุ่นคิดไปชั่วครู่ จากนั้นเขาก็ยื่นมือออกมารั้งต้นแขนของหญิงสาว ช่วยพยุงนางให้ลุกขึ้นยืน “เดินไหวหรือไม่”“จะ...เจ้าค่ะ”“ไปกันเถิด”ท่าทีของเขาทำให้หญิงสาวชะงัก นางมองออกว่าเขากำลังมีเรื่องหนักใจ แต่ถึงอย่างนั้นนางเป็นเพียงสตรีตัวเล็กๆ ไหนเลยจะกล้าเอ่ยถามเมื่อเดินออกมาด้านนอกแผ่นหลังของบุรุษผู้หนึ่งตกเป็นเป้าสายตาของหลิงเยี่ยเหยา นางเคยสงสัยมานานแล้วว่าบุตรชายคนเดียวของเทพมังกรดำ มีหน้าตาคล้ายมังกรเช่นคำร่ำลือหรือไม่ และเมื่อได้พบจริงๆ นางกลับตระหนักว่าทุกคำร่ำลือย่อมเกินจริงไปมากอวิ๋นชางเป็นบุรุษธรรมดาที่หน้าหล่อเหลา อีกทั้งท่าทีสุภาพนอบน้อมของเขา ทำให้เขาดูเหมือนมนุษย์ธรรมดา มากกว่าเป็นทายาทเทพมังกรดำเพียงหนึ่งเดียวที่หลงเหลืออยู่“ข้ามีเรื่องอยากขอร้องเจ้า” น้ำเสียงน่าฟังของชายหนุ่มหาได้ทำให้เซี่ยซีเฟิงมีท่าทีผ่อนคลาย“หากเกี่ยวกับเรื่องของบิดาเจ้า ข้าต้องขอปฏิเสธ”“เพราะเหตุใด”“เขาทรยศต่อสวรรค์และหกภพภูมิ”“ข้าไม่เชื่อ ท่านพ่อเพียงต้องการช่วยท่านแม่”“ชาง ท่านป้าไม่มีทางฟื้นคืนชีพ นางสละชีวิตตัวเองเพื่อหยุดยั้งไม่ให้ท่านลุงเดินทางผิด ท่านลุงเพียงหลอกใ
Read More

บทที่ 6.6

นอกหน้าต่างเรือนรุ่งสางจากห้องของหลิงเยี่ยเหยา หญิงสาวเพ่งมองฝ่าความมืดไปยังเรือนติดกัน เพราะนั่นคือเรือนของจ้าวอสูร หน้าต่างห้องนอนที่ถูกเปิดอยู่นั้น มีเงาของร่างสูงยืนอยู่เช่นกันหญิงสาวสะดุ้งเมื่อรับรู้ว่าอีกฝ่ายเองก็ยืนอยู่ที่หน้าต่าง ที่สำคัญดูเหมือนเขาจะกำลังมองตรงมายังทิศทางที่นางกำลังยืนอยู่“ห้องข้ากับห้องของเขา...หน้าต่างหันหน้าเข้าหากันหรอกหรือ บังเอิญหรือว่า..” นางพึมพำเสียงเบากับตัวเอง“แน่นอนว่าข้าตั้งใจให้เป็นเช่นนั้น”เสียงกระซิบที่จดจำได้ว่าเป็นเสียงของเซี่ยซีเฟิง ทำให้หลิงเยี่ยเหยาสะดุ้งเฮือก นางหมุนตัวกลับไปด้านหลัง และไหล่เล็กก็กระแทกเข้ากับอกกว้างอย่างที่นางสังหรณ์จริงๆ“ท่าน...เมื่อครู่ไม่ใช่ว่าท่าน...” ยืนอยู่ที่หน้าต่างห้องหรอกหรือนางยังไม่ทันได้พูดประโยคถัดมา ร่างอรชรก็ถูกดึงเข้าไปหาเขาเสียแล้ว “คิดว่ามีเพียงภูตผีวิญญาณหรือไรที่ทำได้ ข้าเป็นถึงจ้าวอสูร เจ้าไม่คิดว่าข้าเองก็มีลูกเล่นเล็กๆ น้อยๆ เช่นนี้หรอกหรือ”กลิ่นคาวเลือดกระสาเข้าจมูก ทำให้หลิงเยี่ยเหยาเลิกคิ้ว นางไม่อาจผละออกจากอ้อมกอดแกร่ง จึงไม่อาจสำรวจได้ถึงที่มาของกลิ่นเลือด ชายหนุ่มรั้งนางเข้าสู่อ้อมแ
Read More
Dernier
123456
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status