บททั้งหมดของ หลี่เหยาหนิง รอรักพันปี: บทที่ 11 - บทที่ 20

57

บทที่ 3.2

“ไม่ผิด” หญิงสาวถอนหายใจออกมาภาพใบหน้าอันน่าหวาดกลัวของเซี่ยซีเฟิง ยังคงทำให้หัวใจของนางตื่นตระหนกทุกครั้งที่นึกถึง ความอึดอัดและความเจ็บปวด มือใหญ่ที่ให้ความรู้สึกถึงความตายที่กำลังมาเยือน ขณะที่มือข้างนั้นบีบลงไปยังลำคอเล็ก“แต่มีบางอย่างน่าแปลก”“อะไรที่ว่าน่าแปลกเจ้าคะ”“แม้ข้าจะรู้สึกกลัวเขา ราวกับว่าเขาเคยทำร้ายข้ามาก่อน แต่ในยามที่ข้าอยู่ใกล้เขา ข้ากลับ...” หญิงสาวนิ่งงันไปครู่หนึ่ง“ข้ารู้สึกว่าหัวใจของข้าเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด มัน...เจ็บปวดและอึดอัดยิ่งนัก”แม้พยายามนึกเท่าไร แต่ทั้งหมดที่นางคิดออกมีเพียงภาพที่เขายื่นมือออกมาบีบคอนางด้วยดวงตาโกรธแค้นเท่านั้น“เขาบอกว่ากลิ่นอายในตัวข้าคือกลิ่นอายทวยเทพ แต่ข้าอาจรู้จักเขาที่เป็นอสูร เช่นนี้แล้วมีความเป็นไปได้หรือไม่ว่าข้าเองก็เป็นหนึ่งในชาวสวรรค์ที่ถูกขับไล่ให้ไปอยู่ในแดนอสูร”“นายหญิง เรื่องนี้ไม่มีทาง ตัวท่านมีแค่กลิ่นอายของความดีงาม เช่นนี้แล้วท่านจะมาจากแดนอสูรได้อย่างไร” เสี่ยวฉีไม่เห็นด้วย“แต่ข้ามั่นใจว่ารู้จักเขาแน่ๆ เซี่ยซีเฟิงผู้นั้น” หลี่เหยาหนิงเอ่ยเสียงหนักแน่น “แดนอสูรถูกปิดตายแต่เขายังสามารถออกมาได้ เห็นชัดว่าข
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 3.3

ได้ยินดังนั้นผู้เป็นแขกจึงค่อยๆ หันมา ใบหน้างดงามราวกับเทพธิดาแห่งฤดูใบไม้ผลิ ดวงหน้าของอีกฝ่ายน่ามองมากขึ้นในยามที่รอยยิ้มบางแต่งแต้มบนใบหน้าดวงตาลึกล้ำที่จดจ้องตรงมาวูบไหวเล็กน้อย แต่ถึงอย่างนั้นกลับสามารถดึงกลับไปเป็นราบเรียบ ราวกับเมื่อครู่ไม่มีสิ่งใดเคยเกิดขึ้น “ท่านนี้คงจะเป็นแม่นางหลี่กระมัง”“เจ้าค่ะ” มองพิจารณาอีกฝ่ายเงียบๆ หลี่เหยาหนิงพลันขมวดคิ้ว นางรู้จักสตรีผู้นี้อย่างแน่นอน เพียงแต่...นางนึกไม่ออก“ข้ามีนามว่าเซียงเหยา แซ่หลิง ข้าคือนายหญิงแห่งหอหลิงหลง”“คารวะนายหญิงหลิง ท่านจะ...”ยังไม่ทันที่หลี่เหยาหนิงจะได้เอ่ยปากเชื้อเชิญอีกฝ่ายเข้าไปในบ้าน ประตูบ้านฝั่งตรงข้ามก็ถูกเปิดออก ใบหน้ายิ้มแย้มของอวิ๋นชางเผยให้เห็น“แม่นางหลี่อรุณสวัสดิ์”“คุณชายอวิ๋น”“เจ้ามีแขกหรือ”ระหว่างเอ่ยทักทายกันนั้น ทั้งสองหาได้สังเกตไม่ว่าหลิงเซียงเหยาชะงักงันพร้อมกับตัวแข็งทื่อ ทันทีที่เห็นอวิ๋นชางเดินเข้ามาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม“แม่นางหลิง ท่านนี้คือเพื่อนบ้านของข้าคุณชายอวิ๋น คุณชายอวิ๋นแม่นางท่านนี้คือนายหญิงหอหลิงหลง จริงสิหอหลิงหลงกับร้านแลกเงินฟู่กุ้ยอยู่ไม่ไกลกัน แม่นางหลิงคุณชายอวิ๋นเพิ่
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 3.4

“เช่นนั้นก็พูดมาสิข้าจะรอฟัง”ประโยคนั้นของเซี่ยซีเฟิง ทำให้ทั้งอวิ๋นชางและหลี่เหยาหนิงประหลาดใจ คนทั้งสองหันไปมองหน้ากัน ก่อนลอบสังเกตปฏิกิริยาของชายหนุ่มและหญิงสาวผู้มาใหม่เงียบๆ“ตรงนี้หรือ” หลิงเซียงเหยาเอ่ยถามด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม“‘บางอย่าง’ ก็ไม่อาจเชื้อเชิญเข้าไปในบ้าน เชื้อเชิญเพียงครั้งเดียวอาจหมายถึงไม่ว่าครั้งใดก็สามารถเหยียบย่างมาได้ โดยเฉพาะในยามที่เจ้าบ้านไม่รู้ตัว”หลิงเซียงเหยาหัวเราะออกมา “ดูเหมือนท่านจะรู้จักข้าดียิ่ง ขอถามท่านรู้ได้อย่างไร”“ข้าจำเป็นต้องตอบทุกคำถามของเจ้าด้วยหรือ”“นั่นสินะ”“เช่นนั้นข้าถามแม่นางหลี่ก็แล้วกัน” ในที่สุดหลิงเซียงเหยาก็หันมามองหญิงสาวและอวิ๋นชางซึ่งบัดนี้ยืนงงอยู่ข้างๆ “คุณชายท่านนี้เกี่ยวข้องอะไรกับท่านหรือ เหตุใดจึงดูเหมือนเขาปกป้องเจ้าทุกทาง ทั้งยังคอยห่วงใยเอาใจใส่ดูแลเจ้ายิ่ง”เซี่ยซีเฟิงมีท่าทีชะงักไปอย่างเห็นได้ชัด หลี่เหยาหนิงมองไปยังชายหนุ่ม ก่อนละสายตาไปมองอวิ๋นชางที่ขมวดคิ้วมองสหายของตนเช่นกัน“นางไม่จำเป็นต้องตอบเจ้า” ประโยคนั้นแฝงโทสะขึ้นมาเล็กน้อยอวิ๋นชางเห็นท่าไม่ดีจึงก้าวเข้ามาไกล่เกลี่ย “แม่นางท่านนี้ เจ้ากลับไปก่อนเ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 3.5

แม้ผิวเนื้อที่ถูกแล่ออกไปจะสามารถงอกใหม่ แต่ยังคงต้องใช้เวลา แม้นางจะไม่มีวันตาย แต่นางยังคงรู้สึกเจ็บปวด และการอยู่มิสู้ตายนับเป็นการทนทุกข์ทรมานอันแสนสาหัสยิ่งกระนั้น...ดวงตาคู่งามมองไปยังบ้านหลังตรงข้าม รอยยิ้มของหญิงสาวยังคงประดับบนใบหน้า“ข้าอยากลองเสี่ยงดูสักครั้ง”เสี่ยวฉีกับเสี่ยวสุ่ยหันไปสบตากัน ทั้งสองที่ติดตามรับใช้หลี่เหยาหนิง มีหรือจะไม่เข้าใจความนัยที่ผู้เป็นนายบอก การลองเสี่ยงครั้งนี้ย่อมหมายถึงเซี่ยซีเฟิง บุรุษปริศนาที่มาจากแดนอสูรหลายปีมานี้เหล่าภูตที่กว้างขวางในเรื่องการปรากฏตัวของสิ่งมีชีวิตในหกภพภูมิ กลับไม่มีข่าวการพบเจออสูรมาก่อน เซี่ยซีเฟิงนับว่าเป็นอสูรตนแรกที่ปรากฏตัวขึ้น ดังนั้นทั้งสองจึงมั่นใจไม่ต่างไปจากหลี่เหยาหนิงว่าอีกฝ่ายก็คือผู้ที่หญิงสาวรอคอยในขณะเดียวกันนั้นหลิงเซียงเหยาที่กลับมาถึงยังหอหลิงหลง ใบหน้างดงามหาได้คงไว้ซึ่งรอยยิ้มอีกต่อไป ดวงตาลึกล้ำฉายแววโกรธแค้นและโหดเหี้ยม เมื่อโบกมือไล่ผู้ติดตามของตนออกไปจากห้องมือเล็กเรียวก็กวาดทุกสิ่งบนโต๊ะลงบนพื้นเสียงป้านชาและจอกหยกร่วงหล่นกระจัดกระจายดังลั่น แต่คนสนิทของนางกลับยังคงยืนนิ่งอยู่นอกประตู ราวก
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 4.1

เสี่ยวสุ่ยเงยหน้าขึ้นมองป้ายร้านแลกเงินฟู่กุ้ยด้วยใบหน้าจนใจ รอยยิ้มของผู้เป็นนาย ทำให้นางไม่อาจเอ่ยถ้อยคำคัดค้านออกมาได้ เนื่องจากรู้ทั้งรู้ว่าอีกฝ่ายตัดสินใจไปแล้วว่าเซี่ยซีเฟิงคือบุคคลที่เฮย-ไป๋อู๋ฉางเคยเอ่ยถึง แม้ว่าตัวนางเองก็คิดเช่นนั้น แต่ความบังเอิญที่น่าสงสัยนี้ ก็ทำให้นางอดที่จะกังวลขึ้นมาไม่ได้ตะกร้าใส่อาหารซึ่งมีซาลาเปาไส้ผักส่งกลิ่นหอมอบอวล ในยามที่หลี่เหยาหนิงก้าวนำเข้าไปยังร้านแลกเงิน นางไม่ได้คาดหวังว่าจะได้พบเซี่ยซีเฟิงหรืออวิ๋นชาง เพียงต้องการนำของว่างมาให้ทั้งสอง จากนั้นตั้งใจจะขอตัวกลับ แต่ไม่คาดเซี่ยซีเฟิงกลับกำลังเดินออกมาด้านนอกพอดี“เจ้ามาทำอะไรที่นี่” เขาขมวดคิ้ว ทั้งยังเดินเข้ามาหาหญิงสาว“คุณชายเซี่ย” หลี่เหยาหนิงแย้มยิ้ม กระนั้นคิ้วเข้มที่มุ่นลงกลับทำให้นางชะงัก “เอ่อ...ข้าคงไม่ได้มารบกวนท่านกระมัง”“มีเรื่องอะไร หรือว่ามีปีศาจไปก่อกวน”ใบหน้าของเขายังคงเรียบเฉย สรรพนามที่นางเรียกทำให้รู้สึกขัดเคือง แต่เขากลับไม่อาจหาเหตุผลให้ตัวเองว่าเหตุใดจึงรู้สึกเช่นนั้น“ไม่ใช่เช่นนั้นเจ้าค่ะ” นางรีบปฏิเสธ ก่อนยื่นตะกร้าซาลาเปาให้อีกฝ่าย “ข้าบังเอิญผ่านมา นึกขึ้นได้ว่
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 4.2

ยิ่งไปกว่านั้นยังเพียงพอให้แบ่งปันสหายจากสำนักคุ้มภัยอีกหลายคนด้วย“อร่อยมากเลย” อวิ๋นชางเอ่ยชม “เจ้าคิดว่าหากเรารบกวนแม่นางหลี่ให้ทำอาหารเผื่อมื้อเที่ยงของเราสองคน นางจะยอมหรือไม่ อาหารของร้านแลกเงินเน้นขนาดไม่เน้นคุณภาพ ข้า...” เขามองซ้ายขวา “กินไม่ค่อยลง”เพราะต้องกังวลถึงจำนวนที่อาจจะไม่เพียงพอต่อคนทำงาน ดังนั้นรสชาติจึงไม่ดีนัก ผู้คุ้มกันทั้งหลายที่ล้วนแล้วแต่เป็นบุรุษรูปร่างสูงใหญ่ ต่างคนต่างก็ไม่มีใครเอ่ยถึงเรื่องรสชาติอาหาร ต่างคนต่างก็กินเข้าไปโดยไม่ปริปากอวิ๋นชางเป็นคนช่างเลือก โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกิน หากเขากินอะไรที่ไม่ถูกโรคเข้าหน่อยก็จะล้มป่วยลงทันที ดังนั้นเรื่องอาหารการกินจึงสำคัญมาก“ใช้เงินส่วนของข้าก็แล้วกัน”ได้ยินดังนั้นอวิ๋นชางพลันเลิกคิ้วมองสหายด้วยสายตายากจะเชื่อ แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าอีกฝ่ายกินซาลาเปาไส้ผักเข้าไปถึงหกลูก ทั้งที่เป็นคนชอบกินเนื้อมากกว่าก็ยิ้มกว้างแม้เซี่ยซีเฟิงไม่เลือกกิน แต่หากเขาชอบก็จะกินมากเป็นพิเศษ ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจเลยที่อีกฝ่ายเห็นด้วยในเรื่องนี้“เช่นนั้นวันนี้หลังเลิกงานเราไปหานางพร้อมกัน ข้ามั่นใจว่านางคงไม่ปฏิเสธ หรือไม่เราก็ตอบแ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 4.3

“ข้ากับซีเฟิงมารบกวนเจ้าหรือไม่”“ไม่เลยเจ้าค่ะ ท่านทั้งสองจะเข้ามานั่งดื่มชาก่อนหรือไม่”หลี่เหยาหนิงมองบรรยากาศแปลกๆ ระหว่างอวิ๋นชางและเซี่ยซีเฟิงแล้วได้แต่งุนงง นางมองออกว่าอวิ๋นชางคงมีเรื่องอยากสนทนากับนาง เช่นกันกับเซี่ยซีเฟิงที่ดูทั้งเต็มใจและไม่เต็มใจมาในขณะเดียวกันเมื่อเอ่ยปากให้เสี่ยวสุ่ยเข้าไปชงชามารับแขก หลี่เหยาหนิงก็ผายมือเชิญชายหนุ่มทั้งสองเข้าบ้าน เสี่ยวฉีเดินนำอวิ๋นชางที่ก้าวเข้าไปก่อน ปล่อยให้เซี่ยซีเฟิงขมวดคิ้วมองหญิงสาวด้วยดวงตาที่นางเองก็เดาไม่ออก“คุณชายเซี่ย” นางเรียกเขาเป็นเชิงถาม เมื่อเห็นเขาไม่ยอมก้าวเข้ามา ทั้งที่อวิ๋นชางเดินตามเสี่ยวฉีเข้าไปแล้ว“ข้าเคยบอกเจ้าแล้วว่าอย่าเชิญใครเข้าบ้านสุ่มสี่สุ่มห้า เจ้าสามารถปฏิเสธ ทั้งยังสามารถสนทนากันตรงนี้ เจ้าเป็นสตรีจึงสามารถใช้เหตุผลนี้มาอ้างได้” เขาเอ่ยเสียงเครียดหญิงสาวเลิกคิ้วมองเขา “แต่ท่านกับคุณชายอวิ๋นไม่ใช่คนอื่น ดังนั้นข้าจึงคิดว่า...” กล่าวยังไม่ทันจบก็ได้ยินเสียงชายหนุ่มถอนหายใจ“เอาเถิด” มองดูแผ่นหลังของอวิ๋นชาง เซี่ยซีเฟิงได้แต่เดินตามเข้าไปในบ้าน มองสายตาของผู้เป็นสหายที่มองมายังเขาและหญิงสาว เซี่ยซีเฟิ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 4.4

“ข้ากินอาหารมังสวิรัติ หากจะให้ทำอาหารที่มีเนื้อสัตว์ข้าอาจทำได้ไม่ดีนัก แต่ข้ารับรองจะลองพยายาม” ประโยคหลังนางสำทับอย่างมุ่งมั่น ทำให้อวิ๋นชางหัวเราะเสียงดังลั่น“ดี เช่นนั้นนับจากนี้ก็รบกวนแม่นางแล้ว แต่คงไม่ใช่ทุกวันเพราะบางครั้งข้ากับซีเฟิงต้องทำงานเวลากลางคืนด้วย”“เช่นนั้นข้าคิดว่าช่วงมื้อเที่ยง หลังทำเสร็จข้าจะนำไปส่งเช่นเดิม อาหารที่ยังร้อนๆ น่าจะดีกว่า ระยะทางไม่ได้ไกลนัก ข้าเองก็ไม่ได้มีงานอะไรมากมายต้องทำ คิดเสียว่าเราต่างพึ่งพาอาศัยกันและกัน” นางเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แล้วนี่ท่านทั้งสองกินมื้อเย็นแล้วหรือยัง ข้าทำบะหมี่หวังว่าท่านทั้งสองคงไม่รังเกียจ”“รบกวนเจ้าแล้ว” อวิ๋นชางยิ้มกว้าง เซี่ยซีเฟิงเองก็ยิ้มบางๆนั่นทำเอาเสี่ยวสุ่ยและเสี่ยวฉีตกตะลึง ทั้งสองกะพริบตามองชายหนุ่มที่เผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว กระทั่งเห็นอีกฝ่ายรีบเก็บรอยยิ้มเอาไว้อย่างรวดเร็วไม่นานบะหมี่สองถ้วยก็นำมาวางลงตรงหน้าชายหนุ่มทั้งสอง กลิ่นหอมยั่วยวนใจทำให้ชายหนุ่มทั้งสองที่เพิ่งทำงานเหนื่อยๆ กลืนน้ำลายลงคอด้วยความหิวน้ำซุบหวานกลมกล่อม บวกกับเส้นบะหมี่เหนียวนุ่มกำลังดี ทำให้ทั้งสองกินจนเกลี้ยงไม่เหลือแม้แต่น้ำ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 4.5

“อย่างไรเล่า”“เจ้าก็เห็นแล้วว่าทั้งภูต วิญญาณ และเหล่าปีศาจต่างก็เข้าหานางเพราะกลิ่นอายนั่น ข้าเองก็คงเป็นเช่นนั้นถูกกลิ่นอายของตัวนางดึงดูด” เอ่ยจบเขาก็ขมวดคิ้วไม่เข้าใจตัวเอง“เจ้าหมายความว่าอย่างไรที่ว่าถูกนางดึงดูด หรือว่าเจ้า...เจ้ารู้สึกกับนางหรือ!”“อย่าเหลวไหลน่า” เซี่ยซีเฟิงหลบตาอีกฝ่ายทันที ทั้งยังแสร้งรินชาอีกจอกให้ตัวเอง“จริงด้วย เจ้าเริ่มสนใจแม่นางหลี่แล้วใช่หรือไม่ ดียิ่ง!!”“เบาเสียงของเจ้าลงหน่อย”อยู่ร่วมกันมาหลายปี ไม่มีทางที่อวิ๋นชางจะดูไม่ออก เซี่ยซีเฟิงได้แต่จนใจ เขายกมือขึ้นนวดขมับ “ข้ายังไม่มั่นใจว่าสิ่งใดดึงดูดข้าเข้าหานาง เจ้าอย่าได้ทำอะไรเหลวไหล ข้าเป็นอสูร นางเป็นคนบอกเอง ไม่แน่ว่าที่ข้าถูกดึงดูดนั้นอาจเพราะพลังในตัวนาง”“แต่ถึงอย่างนั้นเจ้าก็ดูห่วงใยนางไม่น้อย ไม่แน่ว่าอาจไม่ใช่เหตุผลข้อเดียวข้อนั้นกระมัง” อวิ๋นชางยังคงมั่นใจ “ข้ากับเจ้ารู้จักกันมานาน เจ้าไม่เคยให้ความสนใจผู้ใดเป็นพิเศษ แต่กับแม่นางหลี่ตั้งแต่พบกันที่โรงเตี๊ยมเจ้าดูลนลานทำอะไรไม่ถูก ไม่แน่ว่านางอาจเป็นเนื้อคู่ที่รอคอยเจ้าอยู่ก็เป็นได้”“ข้าจะไปอาบน้ำ เจ้าหยุดเพ้อเจ้อและไปพักผ่อนได้แล้ว” เ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 5.1

หญิงสาวหัวเราะออกมาเสียงเบา แน่นอนนางมั่นใจว่านี่คือแผนของอวิ๋นชางที่ต้องการให้นางและชายหนุ่มไปด้วยกันตามลำพังขนาดนางยังมองออก แน่นอนว่าสหายที่สนิทกันเช่นเซี่ยซีเฟิงมีหรือจะไม่เอะใจ ดังนั้นแทนที่จะคัดค้าน เซี่ยซีเฟิงกลับให้คนเจ้าแผนการรั้งอยู่บ้านทำความสะอาดแทนเมื่อทั้งสองเดินมาถึงหน้าประตู ชายหนุ่มก็ทำให้หญิงสาวประหลาดใจเล็กน้อย เพราะมือใหญ่ยื่นไปหยิบร่มกระดาษเคลือบมันขึ้นกางออก“ยามสายแดดยังไม่แรงมาก ข้าไม่...”“เช่นนั้นเอาไว้ใช้ขากลับ” เขามองร่มในมือแล้วได้แต่ลอบก่อนด่าอวิ๋นชางในใจคำพูดที่ว่า ‘สตรีทุกคนย่อมต้องชอบการดูแลใจใส่ ยกตัวอย่างเช่นกางร่มให้ท่ามกลางแสงแดด’ ทำให้เขาคล้อยตาม แต่เมื่อคิดย้อนกลับไปเขาช่างโง่งมสิ้นดีที่ยอมทำตามอวิ๋นชางเมื่อเดินออกมาจากตรอกเล็กๆ ซึ่งเชื่อมออกไปยังถนนสายหลัก เซี่ยซีเฟิงผายมือให้หลี่เหยาหนิงออกเดิน ส่วนตัวเขาเองก้าวเข้าไปยืนเยื้องกับนางเล็กน้อย ทั้งนี้ก็เพื่อกันผู้คนที่เดินสวนไปมา ไม่ให้ชนเข้ากับหญิงสาวร่างเล็ก ซึ่งนี่นับเป็นครั้งแรกที่มีคนปฏิบัติกับนางด้วยความเอาใจใส่หญิงสาวเอ่ยขอบคุณเขาด้วยรอยยิ้ม ก่อนชวนเขาพูดคุยเพื่อทำความคุ้นเคย และเพื่อท
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
123456
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status