หลี่เหยาหนิง รอรักพันปี

หลี่เหยาหนิง รอรักพันปี

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-19
Bahasa: Thai
goodnovel18goodnovel
Belum ada penilaian
57Bab
716Dibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

หลี่เหยาหนิง หญิงสาวผู้มีกลิ่นอายแห่งทวยเทพ เป็นที่รักใคร่ของเหล่าภูตและวิญญาณน้อยใหญ่ ไม่เว้นแม้แต่กับปีศาจที่อาศัยอยู่บนโลกมนุษย์ นางอยู่มานานนับพันปี และรอคอยในสิ่งที่นางเองก็ไม่รู้ เซี่ยซีเฟิง ชายหนุ่มผู้ซึ่งมีกลิ่นอายแห่งความตาย เป็นกลิ่นอายที่ตรงกันข้ามกับหลี่เหยาหนิงโดยสิ้นเชิง ขณะที่ภูตผีวิญญาณอยากอยู่ใกล้หญิงสาว พวกเขากลับหวาดกลัวและหลีกหนีชายหนุ่มทันทีที่เขาปรากฏตัว

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทที่ 1.1

 “นางคือปีศาจ”

“เผานางเลย”

“สตรีผู้นี้ไม่มีวันแก่ นางคือแม่มด”

“เผานาง”

ความร้อนอันแผดเผา ความเจ็บปวดที่แผ่ลามไปทั่วทั้งอณู ความชอกช้ำที่โดนหักหลัง ความหวาดกลัวที่เกาะกุมหัวใจอันบอบช้ำ กระทั่งทุกอย่างเปลี่ยนเป็นความชินชา

ห้วงเวลาหมุนผ่านไปอย่างเชื่องช้า ความทรงจำเริ่มเลือนรางไปพร้อมกับกาลเวลา ร่างกายของนางยังคงเป็นเช่นเดิม หลังจากเหตุการณ์มากมายเกิดขึ้น ในที่สุดทุกอารมณ์ความรู้สึกก็เปลี่ยนเป็นความเฉยชา

นับจากวันที่นางเกือบโดนเผาทั้งเป็น นางก็หลบซ่อนตัวอยู่ในความโดดเดี่ยว ไม่ยอมเปิดใจให้ผู้ใด ไม่ยอมเชื่อใจมนุษย์ที่มีความรัก โลภ โกรธ หลง ที่สำคัญความหวาดกลัวในสิ่งที่พวกเขาไม่อาจควบคุม ก่อให้ในใจของมนุษย์เกิดความโหดเหี้ยมต้องการทำลาย

พวกเขาต้องการเผานางเพราะคิดว่านางเป็นปีศาจเป็นแม่มด ดังนั้นนางจึงให้เหล่าภูตพานางหายวับไปจากกองเพลิง ให้เหล่าภูตหลอกหลอนชาวบ้าน กระทั่งพวกเขาหวาดกลัวและไม่กล้าออกตามหาหรือยุ่งเกี่ยวกับนางอีก

หนึ่งพันปีผันผ่านไปอย่างรวดเร็ว ปีนี้นางเริ่มใหม่อีกครั้งด้วยการย้ายมายังเมืองซ่างจิน แคว้นเหลียง ชื่อแซ่ของนางที่ผลัดเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เพราะไม่อาจใช้ตัวตนเดิมซ้ำๆ

ครั้งนี้นางเลือกที่จะใช้ชื่อที่นางแทบจะลืมเลือนไปแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นเมื่อกลับมานึกถึงมัน เหตุการณ์ในอดีตก็หวนกลับมาทำร้ายนางอีกครั้ง

หลี่เหยาหนิง… ชื่อแซ่ของนางนับตั้งแต่จำความได้เมื่อลืมตาตื่นขึ้น

“นายหญิง”

มองดูเสี่ยวสุ่ย ภูตวารีแห่งแม่น้ำซ่างจินคุกเข่าลงตรงหน้า หลี่เหยาหนิงพลันยิ้มออกมา “หลายร้อยปีมานี้เจ้าสบายดีกระมัง”

“ข้าน้อยสบายดีเจ้าค่ะ ดีใจยิ่งนักที่นายหญิงย้ายกลับมาที่นี่”

“จากนี้ก็รบกวนเจ้าด้วย พอจะหาบ้านหลังเล็กๆ ให้ข้าได้หรือไม่”

“ข้าน้อยจะรีบไปจัดการเดี๋ยวนี้” พูดจบร่างเล็กก็หายวับไปทันที

หลี่เหยาหนิงนั่งลงยังริมฝั่งแม่น้ำซ่างจิน นางนั่งเหม่อมองผืนน้ำที่ไหลเอื่อยไปอย่างเลื่อนลอย ฝั่งตรงกันข้ามแม่น้ำ เงาร่างเลือนรางของเหล่าภูตน้อยใหญ่กำลังโบกไม้โบกมือให้นางด้วยความเขินอาย นางแย้มยิ้มให้ด้วยความปรานีก่อนโบกมือทักทายกลับ

โชคดีของนางคือเรื่องนี้ ด้วยเพราะร่างกายของนางมีกลิ่นอายแห่งการรักษาและการเยียวยา เหล่าภูตน้อยใหญ่เคยบอกว่าขอเพียงพวกเขาอยู่ใกล้ พวกเขาก็จะรู้สึกสดชื่นและมีความสุข

ภูตเหล่านั้นต่างเรียกนางว่านายหญิง ไม่ว่านางอยู่ที่ใดนางจะได้รับความช่วยเหลือเกื้อกูล ตรงกันข้ามกันกับมนุษย์ที่นางมักจะอยู่ห่างให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

หนึ่งนายและสองผู้ติดตามก้าวเข้าไปในบ้านเช่าขนาดกลางซึ่งมีเพียงสองห้องนอน ห้องครัว และส่วนรับแขก ผู้เป็นนายก็คือหลี่เหยาหนิง ซึ่งมาพร้อมกับเสี่ยวสุ่ยและเสี่ยวฉี ภูตวารีและภูตหินซึ่งอาสามาอยู่เป็นเพื่อน

ท่านป้าหูยังคงพูดยาวเหยียดถึงคุณสมบัติของบ้านเช่าที่ร้างไร้คนอาศัยอยู่ อีกทั้งยังพล่ามถึงความปลอดภัยต่างๆ นานา แม้ว่าบ้านหลังนี้จะตั้งอยู่ห่างออกไปจากบ้านหลังอื่น ๆ เนื่องจากบ้านหลังนี้อยู่ในตรอกเล็กและทางเข้าออกค่อนข้างเปลี่ยว

“ข้าตกลงเช่าบ้านหลังนี้”

“เช่นนั้นข้าน้อยจะให้เสี่ยวฉีไปทำสัญญาเช่านะเจ้าคะ”

“แล้วจะย้ายมาอยู่เมื่อไรหรือ ข้าจะได้ให้คนเข้ามาทำความสะอาด”

หลี่เหยาหนิงยิ้มให้ท่านป้าหู “ข้าจะย้ายเข้าทันที”

“อ้อ ได้ๆ ได้เลย เช่นนั้นแม่นาง…”

“ข้าแซ่หลี่”

“แม่นางหลี่ เรื่องค่าเช่า…”

เสี่ยวฉีก้าวเข้ามาขวางท่านป้าหูเอาไว้ เขาส่งถุงเงินให้อีกฝ่ายก่อนผายมือไปยังประตู “จากนี้ข้าจะเป็นคนตกลงกับท่าน ท่านป้าหูเรากลับไปทำสัญญาที่บ้านท่านก็แล้วกัน”

ท่านป้าหูมองทั้งสามด้วยดวงตาสงสัยใคร่รู้ สายตามองตรงไปยังแผ่นหลังอรชรของแม่นางหลี่ รู้สึกชื่นชมใบหน้างดงามทว่าเรียบเฉยเย็นชาต่อทุกสิ่งของแม่นางผู้นี้เป็นอย่างยิ่ง

ยิ่งในยามที่ก้าวเข้าใกล้นางก็ยิ่งรู้สึกจิตใจปลอดโปร่ง กระทั่งรู้ตัวว่าเสียมารยาทจึงกระแอมออกมาเสียงหนึ่ง มือเหี่ยวย่นยื่นออกไปรับถุงเงินก่อนเอ่ยปากลา

“เช่นนั้นหากแม่นางขาดเหลืออะไร…”

“ขอบคุณท่านป้าหู หากมีสิ่งใดจะให้คนของข้าไปแจ้งท่านทันที”

               “เช่นนั้นข้าขอลา”

หลังจากเดินวนดูรอบบ้านหลายรอบ เสี่ยวฉีก็กลับเข้ามาพร้อมกับสัญญาเช่าหนึ่งปี ด้านหลังเขายังมีเงาร่างเลือนรางของภูตที่ยังไม่บรรลุมรรคผล รวมไปถึงเหล่าวิญญาณที่ล้วนได้กลิ่นอายความดีงามที่เปล่งประกายออกมารอบตัวหลี่เหยาหนิง

เสี่ยวสุ่ยตวาดไล่ออกไปคราหนึ่ง หลี่เหยาหนิงก็ได้แต่ส่ายหน้า หญิงสาวเดินออกไปที่หน้าประตูใหญ่ ก่อนถอนหายใจออกมา

“หากมารวมกลุ่มกันมากมายเช่นนี้อาจเกิดปัญหา” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ข้าจะอยู่ที่นี่ระยะหนึ่ง ไม่อยากให้เกิดความวุ่นวายไม่ว่ากับมนุษย์ ภูต หรือเหล่าวิญญาณ นับจากพรุ่งนี้อนุญาตให้สลับผลัดเปลี่ยนกันมา เมื่อมาแล้วก็อย่ารั้งอยู่นานจนน่าสงสัยเข้าใจหรือไม่”

เสี่ยวสุ่ยถอนหายใจ ก่อนมองหน้าเสี่ยวฉีด้วยความหนักใจ นายหญิงของนางมักจะเป็นเช่นนี้เสมอ ใจดีจนเกินไป หากเหล่าภูตและวิญญาณมาชุมนุมกันมากมาย แน่นอนว่าย่อมเกิดปัญหา

และปัญหาใหญ่ที่สุดก็คงหนีไม่พ้นเหล่าปีศาจที่อาจเข้ามาก่อความยุ่งยาก แม้พวกเขาไม่กล้าทำอันตรายนายหญิง แต่ถึงอย่างนั้นแค่มีภูต วิญญาณและเหล่าปีศาจมารวมกลุ่มกันมากขึ้น มนุษย์ย่อมสังเกตเห็นได้ไม่ช้าก็เร็ว

เหล่าภูตน้อยใหญ่อาสามาช่วยทำความสะอาด ทำให้เพียงพริบตาเดียวบ้านหนังเล็กก็น่าอยู่ขึ้นมาก หลี่เหยาหนิงมองไปรอบห้องด้วยสายตาพึงพอใจ

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
57 Bab
บทที่ 1.1
“นางคือปีศาจ”“เผานางเลย”“สตรีผู้นี้ไม่มีวันแก่ นางคือแม่มด”“เผานาง”ความร้อนอันแผดเผา ความเจ็บปวดที่แผ่ลามไปทั่วทั้งอณู ความชอกช้ำที่โดนหักหลัง ความหวาดกลัวที่เกาะกุมหัวใจอันบอบช้ำ กระทั่งทุกอย่างเปลี่ยนเป็นความชินชาห้วงเวลาหมุนผ่านไปอย่างเชื่องช้า ความทรงจำเริ่มเลือนรางไปพร้อมกับกาลเวลา ร่างกายของนางยังคงเป็นเช่นเดิม หลังจากเหตุการณ์มากมายเกิดขึ้น ในที่สุดทุกอารมณ์ความรู้สึกก็เปลี่ยนเป็นความเฉยชานับจากวันที่นางเกือบโดนเผาทั้งเป็น นางก็หลบซ่อนตัวอยู่ในความโดดเดี่ยว ไม่ยอมเปิดใจให้ผู้ใด ไม่ยอมเชื่อใจมนุษย์ที่มีความรัก โลภ โกรธ หลง ที่สำคัญความหวาดกลัวในสิ่งที่พวกเขาไม่อาจควบคุม ก่อให้ในใจของมนุษย์เกิดความโหดเหี้ยมต้องการทำลายพวกเขาต้องการเผานางเพราะคิดว่านางเป็นปีศาจเป็นแม่มด ดังนั้นนางจึงให้เหล่าภูตพานางหายวับไปจากกองเพลิง ให้เหล่าภูตหลอกหลอนชาวบ้าน กระทั่งพวกเขาหวาดกลัวและไม่กล้าออกตามหาหรือยุ่งเกี่ยวกับนางอีกหนึ่งพันปีผันผ่านไปอย่างรวดเร็ว ปีนี้นางเริ่มใหม่อีกครั้งด้วยการย้ายมายังเมืองซ่างจิน แคว้นเหลียง ชื่อแซ่ของนางที่ผลัดเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เพราะไม่อาจใช้ตัวตนเดิมซ้ำๆครั้งน
Baca selengkapnya
บทที่ 1.2
“นายหญิง” เสี่ยวสุ่ยเดินเข้ามาพร้อมกับแพรพรรณงดงามถึงห้าพับ หลี่เหยาหนิงเลิกคิ้วมองเป็นเชิงถาม “ภูตบุปผาแวะมาเจ้าค่ะ พวกนางบอกว่าเป็นของขวัญให้ท่าน”“งดงามเหลือเกิน งดงามเกินไป” หญิงสาวมุ่นคิ้วน้อยๆ“ข้าน้อยบอกพวกนางแล้วเจ้าค่ะ แต่พวกนางบอกว่าท่านอยู่ที่นี่ต้องใช้เงิน มนุษย์เหล่านั้นช่างสงสัย ข้าเองก็เห็นด้วยดังนั้นจึงรับเอาไว้”หญิงสาวพยักหน้าช้าๆ “เช่นนั้นนำไปขายที่ร้านแพรพรรณ อย่างไรเสียพวกเราก็ต้องทำตัวให้เป็นปกติ ข้าอาจ…” นางเงียบไปครู่หนึ่งก่อนมองแพรพรรณจากภูตบุปผา “เช่นนั้นปักผ้าเป็นอย่างไร เรื่องนี้ข้าค่อนข้างถนัด”“นายหญิง” เสี่ยวฉีเดินเข้ามาพร้อมกับตะกร้าผัก“คราวนี้ได้อะไรมาอีกเล่า” หลี่เหยาหนิงหัวเราะออกมาเสียงเบานางชินเสียแล้วจึงไม่ได้ทักท้วงอะไร อย่างน้อยเหล่าภูตตัวน้อยๆ ที่ชอบหาของมากำนัลก็ยังรู้จักความพอดี พวกเขาสรรหาของที่นางจำเป็นต้องใช้จริงๆ ทั้งยังให้มาอย่างละน้อย เพียงเพื่อให้ได้ ‘บังเอิญ’ ผ่านมาในยามที่เดินทางเพียงลำพัง นางไม่เพียงได้รับการคุ้มครองเท่านั้น แต่หลี่เหยาหนิงยังได้รับการดูแลเป็นอย่างดีจากเหล่าวิญญาณ ที่สำคัญไปกว่านั้นบางครั้งนางถึงกับได้รับความช่วย
Baca selengkapnya
บทที่ 1.3
“กลับกันเถิดเจ้าคะ วันนี้นายหญิงดูแปลกไป”“นั่นสินะ”หลี่เหยาหนิงส่ายหน้ากับตัวเอง ก่อนวางมือลงบนอกของตน จังหวะการเต้นของหัวใจยังคงไม่กลับมาเป็นปกติ ความหวาดหวั่น ความตื่นเต้นยังคงอยู่ และสุดท้ายนางยังคงรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้เห็นใบหน้าหล่อเหลานั้นอีกสักครา“ไปเถิด กลับบ้านกันได้แล้ว” กล่าวจบก็เดินนำเสี่ยวสุ่ยเข้าไปในตรอกเล็กๆ เดินทะลุผ่านไปยังถนนซึ่งตรงไปยังบ้านของนางทั้งสองไม่รู้เลยว่าคล้อยหลังไม่นานนัก บุรุษหล่อเหลาบนชั้นสองโรงเตี๊ยมผู้นั้น กลับวิ่งออกมายังจุดที่เขามั่นใจว่าหญิงสาวยืนอยู่ ร่างสูงหมุนกายไปมา กวาดสายตามองหาหญิงสาวคุ้นตา ซึ่งเมื่อครู่เขามั่นใจว่านางกำลังยืนจ้องเขาอยู่“ซีเฟิง เจ้าเป็นอะไรไป”เซี่ยซีเฟิงไม่ตอบแต่กลับออกเดินไปบนถนน สายตาของเขามองหาเงาร่างคุ้นตานั้น ราวกับต้องการพิสูจน์ว่าตัวเองไม่ได้ตาฝาด น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจของอวิ๋นชาง ไม่อาจดึงเขาออกมาจากความร้อนรนกระทั่งท่อนแขนถูกกระชากเอาไว้เพราะเขาเกือบจะเดินชนผู้อื่นเข้า “เซี่ยซีเฟิง! เจ้ามีสติหน่อย!”เสียงตวาดของอวิ๋นชางทำให้ชายหนุ่มชะงัก “ชาง” เขากะพริบตามองสหายด้วยดวงตางุนงง“เจ้าเป็นอะไรไป มองหา
Baca selengkapnya
บทที่ 1.4
เซี่ยซีเฟิงคือชายหนุ่มคนนั้น เขาสวมเสื้อผ้าขาดวิ่น เนื้อตัวเปรอะเปื้อนไปด้วยโคลนดิน ตอนนั้นอวิ๋นชางอายุเพียงหกขวบ แต่ยังคงจดจำเรื่องทุกอย่างได้เป็นอย่างดีในขณะที่ฝูงหมาป่านับสิบตัวกำลังเข้าห้อมล้อมเขากับมารดา ร่างของเซี่ยซีเฟิงกลับลุกขึ้นมาจากพื้นดินใช่…เขาไม่ได้ตาฝาดร่างของเซี่ยซีเฟิงราวกับผุดขึ้นมาจากความตาย ดวงตาแดงก่ำกวาดมองไปรอบๆ ไม่นานหมาป่าฝูงนั้นก็พุ่งเข้าจู่โจมชายหนุ่ม แต่ความเร็วที่น่าอัศจรรย์ใจ กลับทำให้สัตว์ดุร้ายเหล่านั้นรีบเผ่นหนีไปอย่างรวดเร็วนับจากวันนั้นจนถึงตอนนี้เซี่ยซีเฟิงก็กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเขา เวลาผ่านไปสิบห้าปีตัวเขาจากเด็กชายวัยหกขวบ กลับกลายมาเป็นชายหนุ่มวัยยี่สิบเอ็ดปีหากแต่…เซี่ยซีเฟิงยังคงเป็นชายหนุ่มคนเดิม ไม่ผิดจากสิบห้าปีก่อนแม้แต่น้อยเรื่องน่าประหลาดใจเกี่ยวกับเซี่ยซีเฟิงไม่ได้มีเท่านั้น เพราะนอกจากชื่อแซ่ของตัวเองแล้ว เซี่ยซีเฟิงกลับจดจำสิ่งใดไม่ได้เลย ชายหนุ่มล้วนลืมเลือนจนสิ้น ไม่ว่าตัวเองจะเป็นใครมาจากไหน แล้วลุกขึ้นมาจากใต้พื้นดินได้อย่างไรคราแรกมารดาของเขาหวาดกลัว แต่เมื่อนานวันเข้ากลับกลายเป็นความเคยชิน เพราะอย่างไรเสียเซี่ยซีเ
Baca selengkapnya
บทที่ 2.1
หลี่เหยาหนิงงัวเงียลุกจากเตียง เสียงตะโกนด้านนอกทำให้นางสะดุ้งตื่นขึ้นกลางดึก กวาดสายตามองเตียงนอนเล็กๆ ที่อยู่ตรงมุมห้อง ภูตวารีไม่ได้นอนอยู่ตรงนั้นแต่กลับไปยืนใกล้ประตู แง้มประตูออกเล็กน้อยจากนั้นก็แอบมองลอดออกไปตามช่อง“มีอะไรหรือ”“นายหญิง” เสี่ยวสุ่ยสะดุ้ง “ข้าน้อยทำท่านตื่นหรือเจ้าคะ”“เปล่า ข้าได้ยินเสียงตะโกน เกิดอะไรขึ้นหรือ”“ความตาย ข้าน้อยได้กลิ่นอายแห่งความตายเจ้าค่ะ”“เอ๋” หลี่เหยาหนิงเดินไปหยุดข้างๆ ภูตวารี เมื่อพยายามมองลอดออกไปแล้วไม่เห็นสิ่งใด มือเล็กจึงผลักประตูออกคนตัวเล็กที่ยืนอยู่ข้างหน้าสะดุ้งสุดตัวก่อนเอื้อมมือไปจับบานประตูปิดเข้ามาดังเดิม “นายหญิง!”“ไม่เห็นมีอะไรเลย” นอกจากความเงียบคิดได้ดังนั้นหญิงสาวพลันขมวดคิ้ว ชีวิตนางไม่คุ้นเคยกับความเงียบ เพราะไม่ว่าจะเป็นเช้า สาย บ่าย เย็น หรือดึกดื่น เหล่าภูต วิญญาณ หรือแม้กระทั่งบางครั้งยังมีปีศาจตัวน้อยๆ ต่างพยายามหาทางเข้าใกล้นาง ซึ่งนั่นมักจะทำให้เกิดเสียงอยู่ตลอดเวลา หากไม่ใช่เสียงพูดคุยซุบซิบ ก็จะเป็นเสียงการเคลื่อนไหวที่แผ่วเบา ราวกับสายลมพัดผ่านใบหลิว“ข้าจะออกไปดู”“ไม่ได้นะเจ้าคะ!” เสี่ยวสุ่ยคว้าแขนของหลี่
Baca selengkapnya
บทที่ 2.2
“เจ้าพูดแบบนี้ทีไรมีปีศาจโผล่มาทุกที ไม่พูดเรื่องนี้แล้ว พูดเรื่องที่เจ้าเจอแม่นางที่คิดว่ารู้จักดีกว่า ไม่แน่หากเป็นคนที่เจ้ารู้จักจริงๆ นางอาจตอบสิ่งที่เจ้าสงสัยมาตลอดว่าเจ้าเป็นใครมาจากไหน”“วันนั้นข้ามั่นใจว่านางหลบทันทีที่รู้ว่าข้าหันไปมอง”“จริงหรือ” อวิ๋นชางเลิกคิ้ว “หรือว่านางจะรู้จักเจ้าจริงๆ”“อาจใช่…”อีกฝ่ายยังพูดไม่ทันจบประโยค อวิ๋นชางก็ต้องสะดุ้งเฮือก เซี่ยซีเฟิงที่ยืนอยู่ข้างเขา อยู่ๆ ก็เหินกายไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว เขาวิ่งตามไปทันทีทั้งที่ไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไร กระทั่งมองเห็นผู้เป็นสหายคว้าข้อมือของหญิงสาวผู้หนึ่ง...ที่เขาทำได้ก็คืออ้าปากค้างมองด้วยความตื่นตะลึงสตรีผู้นั้นหันกลับมามองเซี่ยซีเฟิงด้วยความตกใจ เขาเองก็ไม่ได้ต่างไปนัก แต่ยังมีเหตุผลอื่นที่ทำให้เขาตกใจมากกว่าการกระทำของสหายเมื่อครู่เขามองเห็นข้างกายหญิงสาวผู้นี้มีคนอยู่สองคน กระนั้นทันทีที่เซี่ยซีเฟิงคว้าหญิงสาวเอาไว้ ร่างของคนที่ยืนอยู่กับนางกลับหายวับไปทันที“เป็นเจ้าเองหรือที่อยู่ในบ้านหลังนี้เมื่อคืน” เซี่ยซีเฟิงดึงหญิงสาวเข้าหาตัว สายตาคมกวาดมองไปรอบๆ จากนั้นคิ้วเข้มก็ขมวดมุ่น“ท่านจะทำอะไร!” หญิงส
Baca selengkapnya
บทที่ 2.3
ความรู้สึกอึดอัดหายใจไม่ออก แม้ไม่ได้ชัดเจนเช่นในคราแรกที่พบเขายังชั้นสองของโรงเตี๊ยม แต่ถึงอย่างนั้นนางยังคงมั่นใจว่านั่นไม่ใช่สิ่งที่นางคิดไปเองเพียงแต่...นอกจากนั้นนางนึกอะไรไม่ออกทั้งสิ้น ไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร จำไม่ได้ว่าเคยพบและรู้จักชายหนุ่มหรือไม่“ความจริงข้าไม่รู้จักท่าน”“หากไม่รู้จักตอนนั้นเหตุใดจึงรีบหลบหน้า” เซี่ยซีเฟิงถามขึ้นทันทีที่นางพูดจบประโยคได้ผลเพราะคำพูดประโยคนั้นของเขาทำให้คิ้วเรียวชะงักทันที“ไม่รู้สิ อาจเพราะมีบางอย่างบอกข้าว่าต้องหนีกระมัง” นางเองก็หาเข้าใจไม่ “ท่าน...มองเห็นพวกเขาใช่หรือไม่ วิญญาณเหล่านั้น เหล่าภูตที่อยู่ข้างกายข้า”“ไม่ใช่เพียงแค่เขา เมื่อครู่ข้าเองก็มองเห็น แม่นางเจ้าเป็นใครกันแน่” อวิ๋นชางเอ่ยถามหญิงสาวเสียงนุ่มเห็นสีหน้าของหญิงสาว บวกกับท่าทีกระตือรือร้นอยากได้คำตอบ ซึ่งแตกต่างจากในคราแรกที่หวาดหวั่นของนาง ตอนนี้เขามั่นใจแล้วว่าการกระทำของเซี่ยซีเฟิงหาใช่เรื่องเหลวไหลไม่“ท่านทำอะไรพวกเขา” นางเอ่ยถามเขาด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล“ไม่ได้ทำอะไรทั้งสิ้น แต่ไหนแต่ไรมาไม่ว่าภูตผี วิญญาณ หรือปีศาจ หากข้าปรากฏตัวพวกเขาล้วนหวาดกลัวและหายไปจนสิ้น”เ
Baca selengkapnya
บทที่ 2.4
มองดูสายตาคมดุดันที่ลึกล้ำราวกับห้วงทะเลลึก หลี่เหยาหนิงพลันถูกตรึงเอาไว้กับที่ นางไม่รู้ตัวเลยว่าชายหนุ่มได้ลุกขึ้นและก้าวเข้ามาหานาง“ดูเหมือนเจ้าจะรู้ดีเหลือเกิน แล้วเจ้าเล่า”“ข้าทำไม” นางเอ่ยถามเขาด้วยท่าทีเหม่อลอย ราวกับถูกดวงตาคู่นั้นของเขาสะกดเอาไว้“เจ้าเป็นใคร”“นามของข้าตอนนี้คือหลี่เหยาหนิง” นางตอบออกมาเสียงเบาก่อนรีบกะพริบตาอย่างตื่นตระหนก“ที่แท้ก็แม่นางหลี่” เสียงขัดจังหวะของอวิ๋นชางไม่ได้มีผลต่อคนทั้งสองที่ยังคงสบตากันนิ่งหลี่เหยาหนิงขมวดคิ้ว ก่อนบังคับสายตาให้ละไปจากชายหนุ่ม ครู่หนึ่งที่นางเหมือนจะสังเกตเห็นว่าดวงตาของเขามีประกายแดงวาบขึ้น จากนั้นนางก็ไม่อาจควบคุมตัวเอง“เจ้าไม่ใช่มนุษย์”นางสะดุ้งเฮือก “ท่านหมายความว่าอย่างไร”“มนุษย์ไม่ตอบสนองการสะกดจิตของข้า” เขาตอบเสียงเรียบ “ตอบข้ามาเจ้าเป็นใคร”หญิงสาวมุ่นคิ้ว “ข้าบอกท่านไม่ได้เพราะตัวข้าเองก็ไม่รู้” นางถอนหายใจออกมาเซี่ยซีเฟิงมองหญิงสาวนิ่งนาน กระนั้นกลับไม่ได้พยายามคาดคั้นเนื่องจากมองเห็นแววตาหดหู่ของหญิงสาว เขาเองก็พอจะเดาได้ว่านางพูดความจริง“หลายปีมานี้ข้าย้ายจากเมืองหนึ่งไปเมืองหนึ่งโดยมีเหล่าภูตเป็นสหาย
Baca selengkapnya
บทที่ 2.5
แต่ถึงแม้จะคิดเช่นนั้นภูตเหล่านั้นก็หาผิดไม่ พวกเขาเพียงเข้าใกล้เพื่ออาศัยกลิ่นอายของนางเท่านั้น ไม่มีเลยสักครั้งที่พวกเขาจะทำร้ายนาง เช่นนี้นางจะขับไล่ไสส่งพวกเขาไปได้อย่างไรเห็นสีหน้าของหลี่เหยาหนิงเซี่ยซีเฟิงพลันขมวดคิ้ว “ตัดใจไม่ได้หรือ” น้ำเสียงของเขากระด้างขึ้นมาเล็กน้อย“โง่งม คิดว่าพวกเขาจริงใจกับเจ้าเช่นนั้นหรือ อย่าบอกนะว่าเจ้าอยู่รอดปลอดภัยมาได้ โดยที่ไม่มีเรื่องปีศาจไล่ล่า คิดว่าปีศาจเหล่านั้นเข้าถึงตัวเจ้าได้อย่างไรหากไม่ใช่ถูกผู้อื่นชักนำมา”“ท่าน...” หลี่เหยาหนิงเงยหน้ามองเขา “ท่านรู้ได้อย่างไร”“วิถีผู้ล่าไม่จำเป็นต้องออกติดตามด้วยตัวเอง เพียงมีเบาะแสแค่จับเดรัจฉานสักตนมาก็ได้แล้ว คิดว่าภูตผีวิญญาณเหล่านั้นจะยอมตายเพื่อเจ้าทุกตนหรืออย่างไร” เขาแค่นเสียงเรื่องนี้หลี่เหยาหนิงเองก็เถียงไม่ออก เพียงแต่นางไม่อยากจะยอมรับเท่านั้น “แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ช่วยข้าเอาไว้หลายครั้ง อีกอย่างพวกเขาหาได้ทำสิ่งใดผิด ที่ทำเช่นนั้นเพียงเพื่อรักษาชีวิตน้อยๆ ของตนเอาไว้เท่านั้น”อวิ๋นชางกะพริบตามองท่าทีของสหายก่อนจะมองใบหน้าจนใจของหญิงสาว“อย่าได้ถือสาสหายของข้าคนนี้เลย เขาก็นิสัยเช่นนี
Baca selengkapnya
บทที่ 3.1
อวิ๋นชางลอบชำเลืองมองหลี่เหยาหนิง จากนั้นก็ถอนหายใจออกมา “ท่านอย่าเข้าใจซีเฟิงผิด เขาไม่ใช่คนใจร้าย แม้ภายนอกของเขาอาจดูเย็นชา แต่ที่ผ่านมาเขาไม่เคยทำร้ายใครเลย ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือภูตผีปีศาจ”“ท่านหาต้องกังวลไม่ ข้าเข้าใจดี หาไม่เมื่อครู่ทุกคนที่อยู่รอบตัวข้าคงไม่อาจรอดพ้น”ได้ยินเช่นนั้นอวิ๋นชางก็ยิ้มกว้าง “ท่านเข้าใจก็ดีแล้ว ข้ายังคงยืนยันว่าหากแม่นางต้องการความช่วยเหลือ บ้านของข้ายินดีต้อนรับเสมอ”“แล้วพวกท่านย้ายมาที่นี่เพื่อ...”“ข้ากับซีเฟิงเพิ่งเข้าทำงานที่ร้านแลกเงินฟู่กุ้ย พรุ่งนี้ก็จะเริ่มทำงานแล้ว ตั้งใจว่าทำงานเก็บเงินสักเล็กน้อยค่อยวางแผนว่าจะทำเช่นไรต่อ แล้วแม่นางเล่า”“ข้าย้ายไปเรื่อยๆ แต่ละเมืองจะไม่เกินสิบหรือยี่สิบปี”“นั่นสินะ”อวิ๋นชางพยักหน้าก่อนมองไปยังบ้านที่อยู่ติดกัน คิ้วเข้มขมวดมุ่นเล็กน้อย จากนั้นก็มองเข้าไปในบ้านเช่าของตน “ข้าไปส่งเจ้าดีกว่า อย่างไรเจ้าก็นับว่าเป็นอิสตรี ดูว่าคนของเจ้ากลับมาแล้วหรือยัง”หญิงสาวเข้าใจในความหมายจึงพยักหน้าแล้วส่งยิ้มให้ในความหวังดีของอีกฝ่าย “ขอบคุณท่านมาก”“ข้าเองก็ไม่ใคร่จะเห็นเรื่องเหนือธรรมชาติเหล่านั้นกับตัวบ่อยนัก ที
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status