Masukหลี่เหยาหนิง หญิงสาวผู้มีกลิ่นอายแห่งทวยเทพ เป็นที่รักใคร่ของเหล่าภูตและวิญญาณน้อยใหญ่ ไม่เว้นแม้แต่กับปีศาจที่อาศัยอยู่บนโลกมนุษย์ นางอยู่มานานนับพันปี และรอคอยในสิ่งที่นางเองก็ไม่รู้ เซี่ยซีเฟิง ชายหนุ่มผู้ซึ่งมีกลิ่นอายแห่งความตาย เป็นกลิ่นอายที่ตรงกันข้ามกับหลี่เหยาหนิงโดยสิ้นเชิง ขณะที่ภูตผีวิญญาณอยากอยู่ใกล้หญิงสาว พวกเขากลับหวาดกลัวและหลีกหนีชายหนุ่มทันทีที่เขาปรากฏตัว
Lihat lebih banyakหลี่เหยาหนิงเดินไปข้างหน้าหลายก้าว มองดูภาพอันคุ้นเคยและผูกพัน แม้ว่าตัวนางไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่นานนัก แต่นางยังคงรู้สึกว่าแดนอสูรแห่งนี้จึงจะเป็นบ้านของนางอย่างแท้จริงมองดูอวิ๋นชางที่มองไปรอบกายด้วยดวงตาสงสัยใคร่รู้ นางและเซี่ยซีเฟิงก็สบตากัน ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลานานเท่าไรอวิ๋นชางจึงจะสามารถฟื้นคืนความทรงจำ เซี่ยซีเฟิงเคยบอกนางว่าเขาละทิ้งความทรงจำทั้งหมดของตัวเอง เพราะเขาไม่อยากจดจำความเจ็บปวด เขาอยากทุ่มเททุกอย่างเพื่อให้นางและเซี่ยซีเฟิงได้ลงเอยกันกระนั้นนางกลับรู้สึกว่าเขาอยากลืมความทรงจำอันเจ็บปวด ซึ่งตัวเขาไม่ได้รับความรักจากหลิงเซียงเหยาผู้เป็นพี่สาวนางมากกว่า“ปล่อยเขาไปเถิด บางทีนี่อาจเป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้ว” เซี่ยซีเฟิงกระซิบบอกนาง“ซีเฟิง ข้าอยากไปดูให้ทั่ว”น้ำเสียงร่าเริ่งของอวิ๋นชาง ทำให้หลี่เหยาหนิงและเซี่ยซีเฟิงยิ้มออกมา“ได้สิ”“หลังมื้อเช้านะเจ้าคะ”“พี่สะใภ้มีเนื้อตุ๋นหรือไม่”“ย่อมมีแน่นอน”“เช่นนั้นข้าจะกิน!”หลี่เหยาหนิงเงยหน้าขึ้นสบตากับเซี่ยซีเฟิง ชายหนุ่มเองก็รั้งนางเข้าสู่อ้อมแขน เพื่อให้นางก้าวเดินไปพร้อมกับเขา“หนิงเอ๋อร์ ไม่สิ เหยาเอ๋อร์”หญิงสาวหัว
“ท่านแม่” เสี่ยวลี่หอบเอากล่องลงรักใบหนึ่งมาให้มารดา “ท่านน้าทั้งสองฝากไว้ให้ท่านพ่อกับท่านแม่เจ้าค่ะ”เมื่อเปิดออกดูสองสามีภรรยาก็ต้องร่ำไห้ ในกล่องนั้นมีโฉนดร้านบะหมี่ รวมไปถึงตั๋วเงินถึงห้าพันตำลึงพร้อมกับจดหมายสั่งเสีย แม้จะประหลาดใจที่เกิดเรื่องกะทันหัน แต่เมื่อเจ้าหน้าที่สอบสวนแล้วว่าไม่ใช่การวางเพลิง ดังนั้นทุกอย่างจึงตกเป็นของสองสามีภรรยาอย่างถูกต้องทันทีที่ลืมตาขึ้นอวิ๋นชางก็ต้องหลับตาลงอีกครั้ง แสงสว่างจ้าทำให้เขาที่รู้สึกเหมือนนอนหลับไปนานต้องใช้เวลาปรับตัว ความคิดอันว่างเปล่า บวกกับร่างกายที่คล้ายเบาหวิว ทำให้เขาถอนหายใจออกมาเล็กน้อย“ซีเฟิง พี่สะใภ้” เขาพึมพำเสียงเบากับตัวเองในใจได้แต่สงสัยว่าเป็นเวลาเท่าไรแล้ว เขาตื่นสายหรือไม่ และวันนี้เขาไปทำงานที่ร้านแลกเงินฟู่กุ้ยสายแล้วหรือยังเมื่อปรับสภาพตัวเองอยู่นาน ในที่สุดเขาก็สามารถลุกขึ้นนั่งได้อย่างมั่นคง แต่เมื่อมองเห็นห้องหรูหรา พร้อมกับด้านนอกที่มีสภาพแตกต่างจากบ้านเช่าในตรอกแคบๆ โดยสิ้นเชิง ชายหนุ่มก็พลันตื่นตระหนก“ซีเฟิง! พี่สะใภ้!”ร่างสูงกระโดดลงมาจากเตียง ก่อนจะวิ่งออกมาจากห้องในทันที กระทั่งมองเห็นเซี่ยซีเฟิงยืน
เซี่ยซีเฟิงถอนใจออกมาคราหนึ่ง “ที่นี่ไม่ได้” เขาตอบผู้เป็นสหายออกมาคราวนี้ทั้งหลี่เหยาหนิงและอวิ๋นชางต่างก็มองเขาด้วยดวงตาประหลาดใจ ทว่าชายหนุ่มกลับมองไปยังเสี่ยวลี่ที่วิ่งออกไป เนื่องจากบิดาและมารดาของนางเดินออกมาตามพอดี“บุตรของอสูรจะอยู่ในครรภ์นานกว่ามนุษย์ อีกทั้งที่นี่คือโลกมนุษย์ อากาศและสภาพแวดล้อมไม่อาจให้กำเนิดอสูรตนใดได้ ยิ่งเป็นบุตรของจ้าวอสูรด้วยแล้วยิ่งไม่มีทางเป็นไปได้”“แล้วหากเป็นแดนอสูรเล่า” อวิ๋นชางเอ่ยถามด้วยความอยากรู้“แน่นอนว่าย่อมได้”“แย่จริง”“อะไรที่ว่าแย่” เซี่ยซีเฟิงเลิกคิ้วมองสหาย“ข้าก็อายุปูนนี้แล้ว จะตามเจ้าไปแดนอสูรได้อย่างไร” เขาเอ่ยเสียงเศร้า หลี่เหยาหนิงเลิกคิ้วมองอวิ๋นชาง ก่อนจะเหลือบมองไปมองผู้เป็นสามี“ท่านยังไม่ได้บอกเขาหรือว่าเรากำลังรอเขาอยู่ หาไม่ท่านจะยังรั้งอยู่ที่โลกมนุษย์ด้วยเหตุผลใด” นางกระซิบถามเซี่ยซีเฟิงเสียงเบา“ยังบอกไม่ได้ ต้องให้เฮย-ไป๋อู๋ฉางรับตัวไปยังยมโลกก่อน”“อ้อ” นางพยักหน้าก่อนมองแผ่นหลังอวิ๋นชางที่เดินกลับเข้าไปในบ้าน “เขาดูผิดหวังมาก”เซี่ยซีเฟิงเองก็ยังไม่ละสายตาไปจากอวิ๋นชาง “เจ้าเขียนจดหมายยกทุกอย่างให้บิดามารดาของเสี
บ้านหลังเล็กสองห้องนอนที่อยู่บนเนินเขา ในยามนี้บุรุษผมขาวกำลังนั่งเหม่อมองไปเบื้องหน้า ภาพใบเฟิงที่กำลังร่วงหล่นปลิวไปตามสายลม ทำให้เขาเศร้าใจ แต่ในความเศร้านั้นยังคงทำให้เขามีรอยยิ้มเงาร่างของชายหนุ่มและหญิงสาวซึ่งกำลังเดินเคียงข้างกันขึ้นเขา ยิ่งทำให้รอยยิ้มบนใบหน้ากว้างขึ้นอีก“ชาง ออกมานั่งทำไมตรงนี้คนเดียว นี่ก็เย็นย่ำแล้ว” หลี่เหยาหนิงเลิกคิ้วมองเขา“ออกมารอเจ้าสองคน” ชายชราค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ก่อนจะมองไปยังชายหนุ่มที่เดินตามหญิงสาวมา ใบหน้าหล่อเหลาฉายแววไม่พอใจเล็กน้อย “ร่างกายของเจ้าเพิ่งจะดีขึ้น เหตุใดยังออกมานั่งตากลม” “ข้าดีขึ้นแล้ว นอนจนเบื่อ วันนี้ไม่ได้ไปช่วยเจ้าสองคน เหนื่อยหรือไม่”นับตั้งแต่ย้ายมายังเมืองซื่อซาน พวกเขาทั้งสามก็ไม่ได้ย้ายไปไหนอีกเลย เนื่องจากสุขภาพของอวิ๋นชางที่ไม่ใคร่จะดีนัก ปีนี้เขาจะอายุครบหกสิบ ดังนั้นเซี่ยซีเฟิงจึงเสนอให้รั้งอยู่ที่เมืองซื่อซาน แทนที่จะเดินทางไปเรื่อยๆ เช่นหลายปีที่ผ่านมานอกเมืองซื่อซานสงบสุขไร้ความวุ่นวาย เขาเองก็เห็นด้วยที่จะอยู่นานหน่อย บวกกับมีร้านบะหมี่ที่เพิ่งประกาศขายกิจการ หลี่เหยาหนิงที่มีฝีมือในการทำบะหมี่จึงตัดสินใจซื้อ
“ขะ...เข้ามาสิ”หญิงสาวกระแอมด้วยความขัดเขิน ห้องที่อยู่ในสภาพเรียบร้อย อีกทั้งเสื้อผ้าที่นางสวมใส่เป็นชุดใหม่ ดังนั้นนางจึงมั่นใจว่าเหล่าอสูรแห่งพฤกษาคงล่วงรู้แล้วว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นกลิ่นหอมละมุนอบอวลไปทั่ว ในทันทีที่อสูรแห่งพฤกษาทั้งสามก้าวเข้ามาในห้อง หนึ่งในสองคนถือแพรพรรณอันงดงามเข้ามา แต
กระนั้นความเจ็บปวดที่ค่อยๆ จางหาย หลงเหลือเอาไว้เพียงความหลงใหล ทำให้หลายครั้งหญิงสาวเป็นฝ่ายร้องขอเขาด้วยตัวเอง นางขยับกายตามมือใหญ่ที่คอยเอาแต่จะบงการ แอ่นเรือนร่างขึ้นในยามที่เขาขยับไหวรุนแรงมือน้อยที่เอาแต่คอยผลักไสห้ามปราม จนแล้วจนเล่ากลับเป็นฝ่ายเหนี่ยวรั้งเขาไม่ให้ผละจาก ความอ่อนโยนที่มาพร้
“เหยาเอ๋อร์” น้ำเสียงแตกพร่าของเขาล่อลวงนาง จุมพิตหยอกเอินและเรียกร้อง หลอกล่อให้นางเปิดรับเขา กระทั่งมือใหญ่สอดเข้าไปยังใต้กระโปรงนางจึงสะดุ้งเฮือก“อย่า”“ชู่ว” เขาส่งเสียงเบาๆ เลื่อนใบหน้าออกเพื่อสบตากับหญิงสาว “ข้าต้องการเจ้า”“ไม่ได้นะ ได้โปรด อย่าทำเช่นนี้กับข้า” นางสะอื้นทั้งที่ร่างกายคล้อยต
นอกหน้าต่างเรือนรุ่งสางจากห้องของหลิงเยี่ยเหยา หญิงสาวเพ่งมองฝ่าความมืดไปยังเรือนติดกัน เพราะนั่นคือเรือนของจ้าวอสูร หน้าต่างห้องนอนที่ถูกเปิดอยู่นั้น มีเงาของร่างสูงยืนอยู่เช่นกันหญิงสาวสะดุ้งเมื่อรับรู้ว่าอีกฝ่ายเองก็ยืนอยู่ที่หน้าต่าง ที่สำคัญดูเหมือนเขาจะกำลังมองตรงมายังทิศทางที่นางกำลังยืนอยู








![สองแม่ทัพขย่มกลีบโบตั๋น (3p) - [PWP] - [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


