บททั้งหมดของ เล่ห์รักลวงใจ: บทที่ 31 - บทที่ 40

97

บทที่13/1

คืนนั้นเขาให้เหตุผลเธอว่าถ้ายังพอใจกับสถานะตรงนี้เขาก็จะมีแค่เธอคนเดียว ถึงแม้จะต้องอยู่แบบลับๆก็ตาม พัชสิกาไม่ได้ยอมเขาขนาดนั้นเพราะเธอเองก็ต้องการความชัดเจนในเรื่องของความรักเหมือนคนอื่นๆเขาแต่จะทำไงได้ล่ะ เธอเองก็มีเรื่องจำเป็นที่จะต้องใช้เงินและเขาเป็นคนเดียวที่จะช่วยเธอได้ในเวลานี้ ต่อให้ลำบากใจหรือต้องทนอยู่กับความเสียใจนี้มากแค่ไหนสุดท้ายเธอก็ต้องเลือก“คุณพาฉันมาที่ห้างทำไมคะ ทำไมไม่ไปดูงานก่อน” เธอถามเขา เพราะเห็นว่าเขาลากแขนเธอเข้ามาในห้างทั้งๆที่เป็นฝ่ายบอกเองแท้ๆว่าจะต้องไปดูงานและคุยงานกับลูกค้าคนสำคัญคิมหันต์หยุด แล้วหันมาคุยกับเธอท่ามกลางคนพรุ่นพร่านมากมาย“ใจจริงเธอจะใส่ชุดนี้ทั้งอาทิตย์เลยหรือไง สงสารจมูกลูกค้า”เขาไม่ได้พาเธอแวะไปเอาชุดที่คอนโดและยังไม่ได้พาเธอแวะไปที่ไหนเลย แน่นอนว่าชุดที่ใส่ในวันนี้เป็นชุดเดียวกับเมื่อวาน เขาไม่มีวันยอมให้เลขาของเขาแต่งตัวมอซอไปพบปะกับคนระดับนั้นแน่พัชสิกาถึงกับนิ่งไป ก่อนจะเถียงกลับ “เพราะคุณนั่นแหละ ไม่ยอมพาฉันแวะไปเอาผ้า ฉันไม่ใช่คนซกมกขนาดนั้นหรอกนะ” “จะแวะให้เสียเวลาทำไม ไหนๆบ้านเธอก็เป็นทางออกลงใต้พอดี” “แล้วทำไมไม่พาแวะ
อ่านเพิ่มเติม

13/2

“ว๊าย!” พัชสิกายืนดูของในถุงช้อป สักพักร่างก็ถูกคนตัวสูงกอดอุ้มไปนอนราบที่เตียงใหญ่ เหตุการณ์เมื่อสักครู่มันไวมากจนเธอไม่ทันตั้งตัว“คุณ” เธอเบิกตากว้างด้วยความตกใจซึ่งเขาก็ยกยิ้มร้ายเจ้าเล่ห์เช่นเคย“เธอคิดว่าทำแบบนี้จะเอาชนะฉันได้เหรอ”“ทำ ทำอะไรคะ” กำปั้นเล็กๆดันแผงอกเขาไว้“ซื้อของเยอะขนาดนั้นจะมาปฏิเสธว่าไม่ได้จงใจแกล้งเหรอ”“มั่วหรือเปล่าคะ ฉันมาอยู่ที่นี่หลายวัน ฉันก็ต้องซื้อให้พอใช้สิคะ อีกอย่างคุณบอกฉันเองว่าซื้อไม่อั้น”“แต่เธอประชดฉัน เธอต้องรับผิดชอบ” คิมหันต์นึกแล้วก็ขำ อยู่ดีๆก็มีเรื่องให้เขาได้สัมผัสเรือนร่างนุ่มนิ่มอีกจนได้ “คุณเป็นคนเสนอฉันเองนะคะ” เธอรู้ทันจึงเบรกไว้ก่อน ทว่าคนเอาแต่ใจอย่างเขากลับจับมือทั้งสองข้างตรึงแน่นอยู่เหนือศีรษะ “คุณ”“ฉันลดหย่อนให้เหลือสองแสนก็แล้วกัน” เขาเลื่อนจมูกไล้ตามใบหน้าจนหญิงสาวเคลิ้มไปด้วย “ฉะนั้นขัดดอกสักยี่สิบครั้งก็แล้วกันนะ”“ปกติคุณจะได้ฉันอยู่แล้วนี่คะ” เขาว่าจะไม่ปล่อยเธอจนกว่าจะเบื่อ ไม่รู้ว่าจะเกี่ยวกับขัดดอกนั้นด้วยไหม“ฉันก็พูดเผื่อวันไหนเธอดื้อกับฉันไงหรือเธอจะยอมฉันก็ต่อเมื่อฉันต้องการงั้นเหรอ” เขายิ้มมองหน้าสวยอย่างรอค
อ่านเพิ่มเติม

13/3-14/1

เปรมสิริเดินลงมาจากตึกสำนักงานเห็นภาคินยืนหันหลังแนบพิงรถหรูอยู่ จึงตัดสินใจลองเข้าไปแหย่เล่นดูบ้าง เผื่อจะเป็นส่วนหนึ่งในการทำให้เขาอารมณ์ดี “นี่แน๊ะๆ” นิ้วชี้เล็กๆจิ้มไปที่เอวหนาสองสามทีก่อนอีกฝ่ายจะหันกลับมาด้วยใบหน้าเคร่งขรึม “อ้าว อารมณ์ไม่ดีเหรอคะ” เธอถามเขาบึ้งๆ ซึ่งภาคินก็ได้แต่หัวเราะออกมาเบาๆ“เปล่าหรอกครับ ไปหาอะไรทานแล้วคุยกันดีๆดีกว่า” เขาตัดเรื่องอารมณ์ทิ้งไป เพราะมีเรื่องสำคัญที่จะต้องคุยกับเธอ “อ่อ งั้นตามใจคุณภาคินเลย” เปรมสิริไม่อยากตอแยให้อีกฝ่ายรู้สึกขุ่นเคืองใจ ไม่นานเขาก็พาเธอมาทานอาหารที่ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือแห่งหนึ่งซึ่งก็ดังมากพอสมควร“คุณภาคินมีอะไรจะถามหนูนิลคะ” เธอถามภาคินเมื่อนึกถึงสิ่งที่เขาเกริ่นกับเธอไว้ก่อนหน้านั้น“เมื่อวานผมไปหาคุณพัชที่คอนโดมา แต่คุณพัชไม่อยู่ คุณพอจะทราบไหมครับว่าคุณพัชไปไหน” ก่อนหน้านั้นเขาโทรไปหาพัชสิกาแต่เจ้าตัวไม่รับสาย พอทักแชทไปก็อ่านแต่ไม่ตอบ เขาก็เลยเดินทางไปถามพนักงานตรงเคาน์เตอร์ของคอนโดซึ่งก็พบว่าพัชสิกาไม่ได้อยู่ที่คอนโดนานหลายวันแล้ว “คือ...พอดีเขาไปดูงานอยู่ต่างจังหวัดกับคุณคิมหันต์ค่ะ” เปรมสิริส่งยิ้มบางๆแต่
อ่านเพิ่มเติม

14/2

" เห๊ยยย! คุณ" เธอแสร้งดันแขนเขาออกก่อนที่เขาจะงัวเงียลูบหูลูบตา จากนั้นก็ลืมตาตื่นรับกับความมืด เนื่องจากหน้าต่างจะมีผ้าม่านเป็นแบบทึบป้องกันแสงแดด ภายในห้องจึงไม่เห็นแสงสว่างแม้เข็มนาฬิกาจะบ่งบอกว่าสายมากเท่าไหร่แล้วก็ตาม“เช้าแล้วเหรอ” เสียงหนุ่มเบาเอ่ยถาม ทำให้พัชสิกามองเขาตาค้างจู่ๆทำไมถึงหลงใหลให้กับเสียงนั้น รู้สึกว่ามันมีเสน่ห์กว่าวันไหนๆ“มองฉันทำไมเนี่ย” กว่าจะรู้ตัวก็ได้ยินเสียงเขาเอ่ยถามพลางหันมาทางเธออย่างรอคำตอบ หญิงสาวจึงสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหาข้ออ้างแก้ขัดไปก่อน “ก็...ก็ คุณกอดฉันน่ะสิ” คิ้วหนาวขมวดชนกันก่อนจะใช้ศอกอีกข้างดันตัวขึ้น “อะไรของเธอ” เขาหัวเราะในลำคออีกทั้งใบหน้าก็ยิ้มสดใส พัชสิกาไม่เคยเจอเขาในมุมแบบนี้มาก่อน เคยเจอก็แต่รอยยิ้มร้ายๆที่พร้อมจะฟาดฟันเธออยู่ตลอดเวลา “ฉันกอดเธอมากี่คืนแล้ว ลองนับดูหน่อยสิ” เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆริมฝีปากอวบอิ่ม พัชสิกาเบิกตากว้างพยายามข่มรอยยิ้มเขินอายไม่ให้ฉายชัดออกมา ไม่งั้นเขาจะหาว่าเธอตกหลุมรักเขา แม้ความจริงเธอเผลอใจให้เขาไปตั้งนานแล้วก็เถอะ“ฉันลืม” หญิงสาวกำลังจะลุกออกจากเตียงแต่คิมหันต์คว้าแขนเรียวไว้ได้ทัน จากนั้นก็
อ่านเพิ่มเติม

14/3

“ทำงานร่วมกับลูกชายเจ้าของสายการบินก็ต้องทำเป้าให้มันดีหน่อยสิครับ ฮ่าๆๆๆ” เขาหัวเราะอย่างอารมณ์ดี“ไม่ต้องถึงขนาดนั้นก็ได้ครับ เดี๋ยวจะกดดันตัวเองเปล่าๆ” สิ่งหนึ่งที่คนทั่วไปไม่รู้คือเวลางานเขาจะไม่ข่มเหงใครถ้าหากอีกฝ่ายใจแลกใจกับเขา เพียงแต่ภาพลักษณ์เขาดูเป็นคนหล่อร้ายเฉยๆ “อีกไม่นานแล้วมั้งครับ ที่จะได้เลื่อนตำแหน่งเป็นท่านประธานแทนพ่อคุณ” เอกพันธ์ทำงานที่นี่มานาน สัมผัสได้ทั้งกฤษและคิมหันต์ ทั้งสองมีความเก่งที่แตกต่างกัน ถ้าคิมหันต์จะมาสานต่อผู้เป็นพ่อก็ไม่มีใครคัดค้านอะไร“ไม่น่าจะใช่เร็วๆนี้หรอกครับ ผมเป็นเด็กรุ่นใหม่ ประสบการณ์ยังไม่ถึงคุณพ่อเลย” เขาพูดอย่างถ่อมตน เอกพันธ์ก็ได้แต่ส่งสายตามองด้วยความเอ็นดูก่อนจะทักทายเลขาที่นั่งอยู่ข้างๆบ้าง “ทำงานได้กี่วันแล้วเรา” “พึ่งจะสามเดือนได้ค่ะ” เธอนับจากวันที่ตนผ่านการทดลองงาน “แล้วติดปัญหาตรงไหนไหม”หญิงสาวอมยิ้มก่อนตอบ “ไม่มีค่ะ ถ้ามีก็จัดการได้”คิมหันต์หันมาชำเลืองมอง ที่พูดหมายความว่ายังไง?“ดูทรงจะยังเด็กมาก อายุเท่าไหร่?”“ยี่สิบสองปีค่ะ”“ยังเด็กอยู่เลย พึ่งเรียนจบมาเหรอครับ”“ค่ะ”“อ่ะแฮ่ม” ทั้งสองพูดถูกคอกันจนคิมหันต์รู้
อ่านเพิ่มเติม

15/1

“เธออย่าลืมสิว่าเขามีลูกมีเมียแล้ว ทำอะไรให้มันพอดีๆหน่อย” พัชสิกาย่นคิ้วเงยหน้าขึ้นมอง เพราะไม่เข้าใจว่าเขาจะสื่อถึงอะไร?“หมายความว่ายังไงคะ”“ก็เห็นยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ส่งสายตาหวานหยาดเยิ้มเหมือนอ่อยเขายังไงล่ะ” ใบหน้าหล่อเหลาคมคายที่เรียบเฉยเมื่อครู่ บัดนี้ส่อแววร้ายกาจอย่างเห็นได้ชัดเขาจะอะไรกับเธอนักหนา“ฉันเนี่ยนะอ่อย” หญิงสาวย่นคิ้ว สักพักก็ยกยิ้มพร้อมกอดอกมอง “หึ คุณเป็นปะป๊าของฉันมานาน ไม่รู้เลยเหรอว่าฉันอารมณ์ดีกับคนที่ ‘ดีดี’ เท่านั้น การที่ฉันเอาแต่บึ้งใส่คุณมันก็น่าจะพอทำให้คุณเดาออกอยู่หรอกมั้ง”เธอยิ้มแก้มปริก่อนจะใช้ศอกกระทุ้งหน้าท้องจนเขารู้สึกจุก จากนั้นก็เปิดประตูหย่อนตัวลงนั่ง“ทำไม! พูดกับฉันดีๆสักวันไม่ได้หรือไง ดอกพิกุลจะร่วงออกจากปากเหรอ” เขาวางแขนไว้บนประตูรถมองเธอ พัชสิกาเงยหน้าขึ้นสบตาอย่างนึกโมโห“คุณก็หัดทำตัวให้ดูเป็นมิตรหน่อยสิ ทำตัวเป็นมลพิษตั้งแต่เกิดยันโตใครเขาจะอยากคุยด้วย”“เธอกล้ามากเลยนะพัชสิกา” เขาชี้หน้าเค้นเสียงลอดไรฟันแล้วไง! เธอเป็นเด็กเขา แต่ก็ใช่ว่าเธอจะยอมให้เขาข่มเหงอยู่ฝ่ายเดียว หัดมีเหตุผลสะบ้าง ไอ้ท่านรองฯจอมเก๊ก“จะว่าอะไรก็ว่าให้จบๆเ
อ่านเพิ่มเติม

15/2

“ก็ผม...” เขาบอกไม่ถูกเหมือนกัน จะให้บอกไปตรงๆเลยเหรอว่า ‘ลุกออกมาแบบไม่พอใจ’ สำหรับเขามันยังไม่ค่อยสมเหตุสมผลสักเท่าไหร่ เผลอๆอาจจะโดนแม่ว่าไปอีกอัญนันท์ไม่สนใจเรื่องนั้นมากเท่าไหร่ก็เลยพูดขึ้นมาอีกรอบเพื่อให้ลูกชายสบายใจ“ถ้ามันยังไม่หนักหนาอะไรก็ไปขอโทษเขาให้จบๆสิ ผู้หญิงเขาไม่ได้คิดเล็กคิดน้อยเสมอไปหรอก แม่เชื่อว่าเขาก็คงให้อภัยลูก” พัชสิกาเป็นผู้หญิง เพื่อนที่ภาคินไปทำตัวไม่ดีด้วยก็น่าจะเป็นเพศเดียวกับเธอ“มันง่ายขนาดนั้นเลยเหรอครับ” ภาคินไม่ใช่คนชอบคลุกคลีกับผู้หญิงมากขนาดนั้น จึงไม่มั่นใจว่าแค่ขอโทษจะสามารถลบล้างความผิดนี้ได้จริงหรือถึงจะเป็นความผิดเล็กๆน้อยๆและเปรมสิริก็คงไม่ใช่คนคิดมากอะไร แต่...เขากลับแคร์เธอ“ง่ายสิ เราขอโทษเราก็จบ ส่วนเขาจะให้อภัยหรือเปล่านั่นก็เป็นสิทธิ์ของเขา” อัญนันท์อมยิ้มก่อนจะคิดอะไรขึ้นมาได้ “เอ๊ะ เรานี่ก็แปลก แคร์ทั้งพัชแคร์ทั้งเพื่อน จะสุภาพบุรุษอะไรขนาดนั้น”มันเป็นเรื่องจริง ภาคินก็ได้แต่อมยิ้มไม่คิดจะแก้ต่าง จนณัฐดนัยผู้เป็นพ่อเดินลงมาจากชั้นบนบ้านและเลี่ยงเข้าไปนั่งที่โต๊ะอาหารรอกับข้าวจากเมีย“ช่วยแม่ถือหน่อยลูก” ภาคินรับถ้วยโจ๊กที่ถูกรองด้
อ่านเพิ่มเติม

16/1

“จะไม่ให้ฉันคิดได้ไง ไม่มีใครทำให้แกเปลี่ยนไปขนาดนี้เลยนะ” ดูจากที่มานั่งคิดมากเรื่องที่ภาคินโกรธในวันนั้น มันทำให้คิวมิกส์คิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้จริงๆ“ฉันเปลี่ยนตรงไหนเล่า” เธอคว้าแฟ้มงานมาทับๆกันไว้ “จะถึงเวลางานแล้ว ขึ้นตึกดีกว่า”จากนั้นก็ลุกเดินออกไปก่อนคิวมิกส์ ชายใจหญิงเอี้ยวตัวไปมองตามแผ่นหลังก็ได้แต่เกาศีรษะงงๆอยู่คนเดียวตอนที่ 16 หวังว่าสักวันจะมีเธออยู่ในสายตา อีกสามวันเท่านั้นที่คิมหันต์และพัชสิกาจะได้กลับไปทำงานต่อที่กรุงเทพฯ แต่ระยะเวลาสองอาทิตย์ที่เขาพาเธอมา เธอยังไม่ได้สัมผัสกับทะเลภาคใต้เลยสักวัน วันนี้หญิงสาวจึงตั้งใจที่จะขอเขาลงไปเดินเล่นที่ชายหาดในยามเย็น คงจะช่วยฮีลใจเธอได้เยอะเลย “คุณคิมหันต์” พัชสิกาจัดเตรียมอาหารเย็นให้เขาเรียบร้อยแล้ว เมนูวันนี้จะเป็นสเต๊กหมูพริกไทยดำราดด้วยน้ำสลัดหวานน้อยตามที่เขาชอบ ก่อนจะหันมาเรียกชื่อเขา ซึ่งตอนนี้เขากำลังนอนจ้องไอแพดอยู่ที่โซฟาเทาตัวใหญ่ชายหนุ่มได้ยินเสียงหวานๆของเธอเอ่ยเรียกชื่อก็ได้ปิดจอไอแพดลงแล้วเดินมาคว้าเอวบางกอดไว้ “คุณ” มือน้อยๆดันตัวเขาออกไป ทั้งๆที่ก็เขินจะแย่ก่อนหน้านั้นที่ทะเลาะกันเรื่องเอกพันธ์เธอก็ยอม
อ่านเพิ่มเติม

16/2

ก่อนหน้านั้นที่ใจแข็งไม่ยอมบอกเรื่องป้าเพราะเธอไม่ได้รู้สึกชอบเขา ไม่ได้อยากให้เขามาเกี่ยวข้องกับครอบครัวของเธอจนเกินไป แต่ตอนนี้ความรู้สึกเธอมันเปลี่ยนไปแล้ว เธอกำลังตกหลุมรักเขามากขึ้นทุกวัน ทั้งๆที่ไม่รู้ว่าเขาคิดกับเธอแบบนั้นบ้างไหม?ถ้าวันหนึ่งเขามีใจให้เธอสักนิด เธอก็คงจะเป็นฝ่ายบอกเขาเอง แต่คงไม่ใช่ตอนนี้หรอก“ใช้จ่ายประจำวันนั่นแหละค่ะ”“เธอไม่ได้เอาไปทำอะไรที่มันไม่ดีใช่ไหม” ในความคิดเขาตอนนี้ คือเธออาจจะเอาไปเล่นการพนัน หรือไปเปย์คนอื่นเพื่อหาความสุขใส่ตัวเอง ถ้าเป็นอย่างแรกเขาก็พอจะเข้าใจและช่วยแก้ปัญหาได้ แต่ถ้าเป็นอย่างสองเขาก็คงจะเสียใจมากๆ ราวกับว่า ‘เมียแอบไปมีชู้’ ยังไงยังงั้น“เรื่องนั้นมันยังไม่ถึงเวลาที่คุณจะรู้ รู้แค่ว่าฉันไม่เคยมีใครนอกจากคุณ” ด้วยความที่รู้ว่ารักจึงอยากจะต้อนความรู้สึกที่เก็บไว้ให้เขาฟังวันละนิด ไม่รู้ว่ามันจะเข้าไปอยู่ในใจเขาบ้างไหมส่วนเรื่องป้า...เธออยากได้ยินคำว่ารักจากปากเขาก่อน เพราะแพลนเดิมคือเธอจะไปเมื่อป้าหายป่วย ถ้าเขากล้าที่จะบอกรักเธอ เธอก็อาจจะอยู่ต่อ“เธอพูดจริงหรือเปล่า” เขาเลิกคิ้วมองยิ้มๆ“แล้วแต่คุณสิคะ เชื่อใจฉันมากแค่ไหนล่ะ”
อ่านเพิ่มเติม

16/3

จักรพรรดิเดินมาตบไหล่คิมหันต์แรงๆ เพื่อยั่วยวนให้อีกฝ่ายระเบิดอารมณ์ออกมา คิมหันต์มองจักรพรรดิด้วยแววตาหงุดหงิดเพราะไม่คิดอยากจะเห็นหน้ามันเลย “อย่ามองหน้าเพื่อนอย่างงี้สิวะ กูกลับมาจากไต้หวันก็ตีตั๋วมาหามึงทันทีเลยนะเนี่ย” จักรพรรดิยิ้มยียวน คิมหันต์อดที่จะรำคาญไม่ไหวจึงปัดมือจักรพรรดิออกจากไหล่กว้างไปพ้นๆเรื่องราวในอดีตมันไม่จบลงแค่นี้หรอก คิมหันต์ไม่เล่นด้วยเขาจะไปแคร์อะไร หันมาเล่นกับผู้หญิงของมันแทนนี่แหละ ดูสิว่าจะทำให้มันถึงกับอกแตกตายได้หรือเปล่าแววตาเจ้าเล่ห์แพรวพราว มองมาที่พัชสิกาตั้งแต่ปลายเท้าขึ้นมาที่ศีรษะ ใบหน้าของเธอช่างดูอ่อนหวาน สวย ขาว น่ารักถูกใจเขามากจริงๆ ขณะเดียวกันแววตาใสซื่อบริสุทธิ์ก็จับจ้องไปที่ตัวจักรพรรดิเช่นกันเขาดูไม่น่าไว้ใจเอาสะเลย“ สวัสดีครับ คนสวย” จักรพรรดิยิ้มให้เธอเหมือนเป็นการหว่านเสน่ห์ “ชื่ออะไรครับ” “พัชค่ะ” เธอตอบด้วยน้ำเสียงแข็งทื่อ เห็นหน้าครั้งแรกก็ไม่ถูกชะตาแล้ว “ ผมจักรพรรดินะครับ” เขายื่นมือมาทางพัชสิกา เพื่อเป็นการทำความรู้จัก “ยินดีที่ได้รู้จักครับ” พัชสิกามองเขานิ่งๆก่อนจะฝืนใจยื่นมือเข้าไปทำความรู้จัก แต่ทว่าคิมหันต์ดันปัดม
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
123456
...
10
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status