บททั้งหมดของ เล่ห์รักลวงใจ: บทที่ 41 - บทที่ 50

97

16/4

“ปกตินี่คะ”“เธอไม่พอใจที่ฉันปัดมือเธอออกจากไอ้จักรเหรอ” พัชสิกาย่นคิ้วมองขณะที่เขากำลังกดมือของเธอไว้เหนือศีรษะ“คงจะเป็นแบบนั้นมั้งคะ”“อ่อ คงจะเห็นเป้าหมายใหม่เพราะไอ้จักรมันก็รวยไม่ต่างจากฉัน” พัชสิกาเม้มปากอย่างนึกโมโหก่อนจะสะบัดแขนออกจากมือของเขา แล้วเปลี่ยนมาทุบเข้าที่แผงอกแรงๆ“ทำไมคุณถึงคิดว่าฉันสนใจคนอื่นทั้งๆที่ฉันก็มีแค่คุณ” เขาถึงกับนิ่งไปเมื่อได้ยินคำคำนั้น“งั้นเธอก็บอกฉันมาสิว่าเธอโกรธฉันเรื่องอะไร” เขาเข้าใจไปว่าเธออาจจะโกรธที่เขาขวางทางการทำความรู้จักกับจักรพรรดิ แต่กลับไม่ใช่อย่างที่เขาคิดงั้นเหรอแล้วเรื่องอะไรล่ะพัชสิกาใจเต้นแรงขึ้นกว่าเดิมพลันมองเขานิ่งๆ ทั้งที่มันอยากจะพูดแทบตายแต่ก็ไม่กล้า “ฉัน...”“เถอะน่า ฉันชอบที่เธอเชื่อฟังฉันนะ ยิ่งถ้าดื้อใส่ฉันมากๆ ฉันอาจจะไม่เลี้ยงเธอแล้วก็ได้” คำพูดของเขาไม่มีวี่แววว่าจะหมายถึง ‘รักเธอ’ บ้างเลย หญิงสาวเลือกที่จะถอดใจ ลุกขึ้นมานั่งตัวตรงจ้องหน้าเขาแล้วตั้งคำถาม“นอกจากฉันจะเป็นเด็กเลี้ยงของคุณ ในสายตาคุณฉันเป็นอะไรบ้าง” คิมหันต์เธอนิ่งๆ ก่อนจะลูบที่แก้มนวลด้วยความอ่อนโยน“ไม่เอาน่า พรุ่งนี้ฉันต้องขับรถพาเธอกลับกรุงเทพฯ
อ่านเพิ่มเติม

17/1

“น้ำครับนาย” จอมพลยื่นขวดน้ำไปให้เจ้านายก่อนที่มือใหญ่ของจักรพรรดิจะคว้ามันขึ้นมายกดื่มจะว่าไปเรื่องบาดหมางระหว่างจักรพรรดิกับคิมหันต์เขาก็ยังไม่ได้รู้ลึกขนาดนั้น ในฐานะที่รับใช้มาตั้งนานถามไปก็คงไม่น่าจะเสียหายอะไร“นายครับ”“ว่าไง” ร่างสูงยืนค้ำราวระเบียงพร้อมทอดมองไปยังพื้นผิวน้ำทะเลสีครามเบื้องหน้า“เรื่องระหว่างนายกับคนชื่อคิมหันต์ มีเรื่องอะไรกันมาก่อนกันแน่ครับ”จักรพรรดิชำเลืองมอง แต่ไม่ได้ถึงกับโกรธถ้ากล้าถามก็กล้าตอบ แต่ขอรู้จุดประสงค์ก่อน“แกอยากรู้ไปทำไม”“ในฐานะที่ผมเป็นลูกน้องที่จงรักภักดีต่อนายมานาน เวลาเกิดอะไรขึ้น จะได้ช่วยแก้ปัญหาได้ทัน”“หึ...”...(ความหลัง)...ในช่วงวัยมัธยม จักรพรรดิและคิมหันต์เป็นเพื่อนที่สนิทกันมากที่สุด มีอะไรก็ปรึกษากันตลอด แต่จักรพรรดิจะมีแฟนอยู่คนหนึ่งชื่อว่า ‘ปุณญา’ เขากับปุณญาคบหากันมาได้สองปีเต็ม ทั้งคู่รักกันมาก ดูแล ใส่ใจกันดีถือว่าเป็นคู่รักที่น่าอิจฉาที่สุดในโรงเรียน แต่อุปสรรคเดียวที่เป็นอยู่ขณะนี้ก็คือพ่อแม่ของจักรพรรดิไม่ได้ชอบหรือเปิดใจรับปุณญา เพราะพวกเขาต้องการให้ลูกชายมีคู่ครองที่ดีและสมฐานะมากที่สุดความบาดหมางระหว่างคิมหัน
อ่านเพิ่มเติม

17/2

พัชสิกานำไม้แขวนเสื้อจากในตู้ออกมาจัดการกับชุดที่อยู่ในกระเป๋าเดินทางของตัวเอง ตอนไปก็ไปตัวเปล่า พอกลับมาถึงคอนโดเสื้อผ้าดันงอกไปหลายชุดเลย ทำให้ไม้แขวนเสื้อแทบจะไม่พอใช้ บางชุดอาจจะต้องพับเก็บเอาไว้ก่อน พรุ่งนี้ค่อยไปหาซื้อมาเพิ่ม เนื่องจากเธอและคิมหันต์กลับมาถึงกรุงเทพฯก็ดึกดื่นแล้ว“อุ๊ย” ขณะเธอก้าวถอยหลัง แผ่นหลังก็ชนเข้ากับแผงอกของเขา “ไหนบอกจะนอนแยกห้องหนึ่งคืนไงคะ”เขาบอกว่าจะเคลียร์งานก่อนถ้าง่วงก็จะนอนที่ห้องเลย ส่วนพัชสิกาก็ต้องมาจัดการกับข้าวของของตัวเองเช่นกัน ทว่าเขาไม่ได้ทำตามที่ตกลงกันไว้“ฉันนอนไม่หลับ”“ทำไมคะ”“ฉันคิดถึงเธอ” เธอเบือนหน้าไปทางเขาและชะงัก “อยากมานอนกอด ‘เมีย’ เหมือนที่ทำอยู่ทุกวัน”“เมียอะไรกัน ฉันเสียหายนะ”“ไม่ชอบเหรอ”“อุ๊ย” พัชสิกาอุทานเสียงหลงเมื่อเขาจับเธอให้หมุนมาทางเขาแล้วแผ่นหลังก็ชนเข้าไปประตูตู้เสื้อผ้า “ความจริงเราไม่ได้อยู่ด้วยกันถึงขั้นนั้นนี่คะ”“ได้กันแล้ว เรียกเป็นอย่างอื่นไม่ได้หรอกนะ” เขาจ้องเธออย่างโลมเลีย“แบบลับๆนั่นเหรอคะ” ยิ่งถามยิ่งงอน คิมหันต์ไม่ได้ตอบแถมเลือกที่จะบ่ายเบี่ยง โน้มใบหน้าลงมาจูบเธอแทนพัชสิกาไม่ทันตั้งตัวกอปรกับค
อ่านเพิ่มเติม

18/1

“คุณ” พัชสิกาตกใจเมื่อเห็นเขาเดินตามเข้ามาในห้องน้ำ“จะอาบน้ำด้วย”“เมื่อกี้ยังอยากจะนอนต่ออยู่เลยนะคะ” เธอกำฝักบัวไว้ในมือ สักพักคิมหันต์ก็จัดการเปิดให้น้ำไหลมาทางร่างของเขา จากนั้นก็กุมมือเธอไว้แน่นทั้งสองข้าง“ไม่ได้นอนกอดเธอ จะไปหลับได้ยังไง” พัชสิกาอมยิ้มมองก่อนจะหัวเราะออกมาพร้อมกับเขา จากนั้นก็ทำการถูสบู่ชำระร่างกายให้กันและกันจนก่อเป็นความสุขที่ไม่สามารถหาจากไหนได้อีก“ฮัลโล” พัชสิกาเดินเลี่ยงออกมาเพื่อคุยโทรศัพท์ ขณะที่คิมหันต์กำลังตั้งหน้าตั้งตาจัดการกับวัตถุดิบบนโต๊ะในครัวต้นสายที่โทรเข้ามาเป็นเบอร์ของโรงพยาบาลที่ได้มาแจ้งเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาป้าเพิ่มเติมพร้อมให้เหตุผลว่า ‘เป็นค่าใช้จ่ายก้อนสุดท้าย’ เพราะป้าของเธอกำลังหายขาดจากโรคนี้“ค่ะ” พัชสิกาวางโทรศัพท์ลงพร้อมใบหน้าที่เต็มไปด้วยความไม่สดใสใช่! เธอกำลังกังวลเรื่องเงินก้อนสุดท้ายนี้“เป็นอะไรครับ” คิมหันต์สังเกตเห็นใบหน้าสวยไม่เปื้อนยิ้มอย่างเคยจึงถามด้วยความเป็นห่วง“คือ...” พัชสิกาไม่ชอบเลยเวลามาขอเงินเขาเพิ่มเป็นก้อนๆป้าของเธอรักษาโรคมะเร็งอยู่ในรอบสุดท้ายแล้ว แต่หมอก็ยังแนะนำให้มาตรวจเป็นระยะๆ ซึ่งก็ต้องมีค่า
อ่านเพิ่มเติม

18/2

“ฉันไม่ได้ว่า แต่แกก็ต้องแนะนำให้เพื่อนรู้จักก่อนไหม” เปรมสิรินึกไม่ถึงว่าเขาจะถามคำนี้ แต่ยังไงก็ต้องเลี่ยงไว้ก่อน เพราะไม่รู้ว่าที่ภาคินนัดไปทานข้าว จะไปแค่ทานข้าวจริงๆหรือมีเรื่องอะไรจะคุยกับเธอกันแน่ เผลอๆโดนวีนกลับมาอีกทำไง “เอาน่า แค่ไปทานข้าวและคุยธุระกันเฉยๆ ไม่มีอะไรหรอก” “ใคร?” คิวมิกส์เลิกคิ้ว เขาไม่ได้อยากเซ้าซี้ แต่เปรมสิริไม่เคยไปไหนโดยไม่ชวนเขาหรือพัชสิกา เธอไม่ใช่อินโทเวิร์ตที่จะสามารถอยู่คนเดียวได้ขนาดนั้นที่ถามไปก็เพราะห่วง “คุณ...ภาคินน่ะ” สุดท้ายก็ต้องบอกอยู่ดี เพราะไม่ใช่สิ่งที่จะต้องมาปิดบังกัน เมื่อบอกคิวมิกส์ไปแบบนั้นเปรมสิริก็เดินทางมาถึงร้านก๋วยเตี๋ยวร้านเดิมซึ่งเขาเป็นคนนัดเธอมาเอง สงสัยอยากจะมารื้อฟื้นความทรงจำที่เคยทำไว้กับเธอแหละมั้ง “คุณนิล” หญิงสาวหันไปตามเสียงก็พบว่าภาคินยกมือขึ้นส่งยิ้มระรื่นมาทางนี้พอดี “เลือกเมนูก่อนได้เลยครับ วันนี้ผมเลี้ยงเอง”เขาพูดขณะอีกฝ่ายนั่งลงฝั่งตรงข้ามพอดี “คุณภาคินมีอะไรหรือเปล่าคะ” เธอยิ้มเจือนๆและรู้สึกแปลกใจกับท่าทีของเขา “ทำไมถึง...ถามแบบนั้นล่ะครับ” “มาถึงก็จะเลี้ยงเลย” ไม่รู้สิ มันดูแปลกๆยังไงไม่รู้ภาคินริ
อ่านเพิ่มเติม

18/3-19/1

เปรมสิริฟังก็นึกชื่นชมที่พ่อเขาทำเพื่อเขาขนาดนี้ แต่ทำไมถึงได้นึกเห็นใจไปด้วยก็ไม่รู้ “แต่ตอนนี้คุณก็คงได้รับอิสระแล้ว เพราะคุณได้มาเป็นอธิการบดีอย่างเต็มตัวแล้ว” “ก็จริง” ตำแหน่งนี้ทำให้เขาได้อิสระในการตัดสินใจมากขึ้น ผู้เป็นพ่อไม่ได้มาบงการชีวิตเขาแล้ว แต่มีบางอย่างที่เขารู้สึกว่าณัฐดนัยยังไม่ปล่อย “น่าอิจฉาคุณภาคินจัง มีพ่อดีแบบนี้” “พูดอย่างกับว่าคุณนิลมีพ่อไม่ดีงั้นแหละ” เขาแซวไปงั้น “ดีค่ะ แต่ไม่รวย ฮ่าๆๆ” ทั้งคู่หัวเราะออกมาพร้อมกันตอนที่ 19 อกหักเพราะรักคนไม่มีใจ“อุ๊ย” พัชสิกาสะดุ้งเมื่อเขาเดินเข้ามาหอมแก้มโดยไม่ให้สุ้มให้เสียงขณะถือแฟ้มกำลังก้าวออกไปจากห้อง “ชอบทำแบบนี้อยู่เรื่อยเลยนะคะ” “ทำไมจะทำไม่ได้ล่ะ” ไม่พอยังกอดเธอเอาไว้แน่นอีก “ถ้ามีคนเข้ามาเห็นล่ะคะ” เธอเอี้ยวตัวไปถามเขา “ใคร? ใครจะกล้าถือวิสาสะเข้ามาในห้องผมโดยไม่ได้รับอนุญาต” หญิงสาวปล่อยตัวออกแล้วหันไปทางเขา จากนั้นก็หอมแก้มเขาเบาๆ เธอรู้สึกว่าทุกอย่างที่เกี่ยวกับเธอได้กลายเป็นของเขาไปหมดแล้ว นับตั้งแต่เขาหันมาพูดกับเธอเพราะๆ “คุณลุงไงคะ” ท่านคือคนเดียวที่จะเข้ามาได้โดยไม่ต้องขออนุญาตใคร “หึ เดี๋ยวนี
อ่านเพิ่มเติม

19/2

เจ็บปวดเหลือเกินอาการของคนอกหักมันเป็นแบบนี้นี่เอง เธอก็พึ่งมาเข้าใจเพราะคิมหันต์เลยแพนนีญาร์เดินเข้ามาในห้องน้ำแล้วเจอพัชสิกากำลังสะอื้นไห้อยู่ สงสัยคงจะอกหักมาจากคิมหันต์นั่นแหละ ผู้ชายเขาเป็นคนบอกเองแท้ๆว่าไม่ได้คิดอะไร ช่วยไม่ได้ เห็นแล้วก็ฌ็็สะใจ “อ้าว ยัยเลขาหน้าจืด” พัชสิกาจำเสียงนี้ได้จึงรีบเช็ดน้ำตาออก แพนนีญาร์ยิ้มเยาะเย้ยเบะปากไปมา ก่อนจะหยิบผ้าเช็ดหน้ายื่นให้ผู้หญิงที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นศัตรูหัวใจ “ผู้ชายไม่เอาก็ร้องไห้ใหญ่เลย ฉันสงเคราะห์ให้ในฐานะผู้หญิงด้วยกัน”พัชสิกาคิ้วม่นหันไปมองอีกฝ่าย ก่อนจะตัดสินใจเดินออกไป ทว่าแพนนีญาร์กลับคว้าแขนอีกข้างเธอไว้แล้วดึงกลับมา “จะไปไหน” “แกคิดเหรอว่าพี่คิมจะจริงจังกับแก” “ฉันไม่ได้คิดแบบนั้นสะหน่อย” ถึงความเป็นจริงจะคิดไปมากกว่านั้นแล้วก็เถอะ “โกหก” แพนนีญาร์แสยะยิ้ม “ฉันมองแกออกตั้งแต่วันแรกว่าแกชอบให้ท่าพี่คิม อย่ามาโกหกผู้หญิงด้วยกันเลย” “แล้วแต่คุณจะคิดเถอะค่ะ ฉันขอตัวไปทำงานก่อน” “แกยังไปไหนไม่ได้” แพนนีญาร์เข้ามาขวางขณะพัชสิกาจะเดินออกไป “ฉันจะบอกแกไว้นะ ถึงฉันจะไม่เคยคบหากับพี่คิม แต่ฉันก็รู้จักเขาดีแทบ ‘ทุกซอกทุกมุม’ พ
อ่านเพิ่มเติม

19/3

คิมหันต์ถึงกับงงเพราะจู่ๆเธอก็เปลี่ยนไป ก่อนจะเดินไปหาเธอที่โต๊ะทำงาน “เป็นอะไรครับ” “เปล่าค่ะ แค่อยากรีบทำงานให้เสร็จ” เธอเอาเรื่องงานมาอ้าง ที่ผ่านมางานเธอเยอะมากแต่ส่วนใหญ่จะเอาเวลาไปจู๋จี๋กับเขามากกว่า งานที่เคยเป็นหน้าที่ของเธอ คิมหันต์ก็ได้ช่วยจัดการให้หมด เพื่อแลกกับการให้เธอมานั่งตักเขาขณะอยู่ในห้องสองต่อสอง แต่ตอนนี้เธอจะโฟกัสแค่เรื่องงานเท่านั้น จะไม่ใจอ่อนอีกแล้วสาบานได้รอยยิ้มคนตัวโตจางลงก่อนสังเกตเห็นรอยนิ้วมืออยู่ที่แก้มเธอ “ใครทำอะไรเธอ”พัชสิกาเบิกตากว้าง ใช่สิ แก้มเธอยังไม่หายเลย “เปล่าค่ะ” คิมหันต์ยืนตัวตรงถอนหายใจแรงๆรู้ทันทีว่าใครทำ “แพนทำใช่ไหม” หญิงสาวเงยหน้ามองเขา “ทำไมคุณถึงคิดว่าเป็นเขาล่ะคะ เขาเป็นคนของคุณนี่” คิมหันต์อึ้งไปชั่วขณะ ทำไมต้องมาประชดเขาแบบนี้ด้วย “แพนเขาเป็นคนอารมณ์ร้อนและขี้วีน เขาชอบผมมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ยิ่งเขาเห็นคุณจู๋จี๋กับผมก็ยิ่งมั่นใจเลยว่าเขาลงไม้ลงมือกับคุณ” คิมหันต์ไม่รู้ว่าแพนนีญาร์ไปหาเรื่องพัชสิกาตอนไหน แต่ก็น่าจะเป็นตอนลงไปเจอกันชั้นล่างนั่นแหละ เท่าที่เดาเอาอ่ะนะ “รู้จักเขาดีเหลือเกินนะคะ ถึงไส้ถึงพุงเลย” “ไม่เอาน่า มา...
อ่านเพิ่มเติม

20/1

หญิงสาวขมวดคิ้ว เมื่อเห็นว่าไม่มีเสียงตอบรับก็หันมาสนใจภาคินต่อ “น่าจะออกไปทำธุระข้างนอกมั้งคะ”“นั่นแปลงผักที่คุณนิลปลูกใช่ไหมครับ” เขามองออกไปนอกหน้าต่าง เบื้องหน้าจะเห็นเป็นอุโมงค์ใหญ่ที่มีผักชนิดต่างๆขยายพันธุ์พืชกลายเป็นอุโมงค์เขียวขจี อีกทั้งบริเวณอุโมงค์จะเป็นแปลงผักที่ปลูกไว้อย่างสวยงาม ทว่าตอนนี้ฝนกำลังตกหนัก เขาจึงไม่สามารถเข้าไปดูใกล้ๆได้“ใช่ค่ะคุณภาคิน”“ปกติเอาไปขายตามตลาดเหรอครับ”“ไม่ค่ะ มีแต่คนติดต่อมาขอซื้อแล้วเอาไปส่งถึงที่” ภาคินพยักหน้าเบาๆก่อนจะตั้งคำถามต่อ “แล้วปกติพ่อแม่คุณนิลทำอะไรอยู่ครับ”“เมื่อก่อนแม่เคยเป็นแม่บ้านที่โรงแรมแห่งหนึ่งค่ะ ส่วนพ่อก็เคยเป็นคนเฝ้าสวน ตอนนี้นิลมีงานดีๆทำแล้ว ไม่อยากให้แกเหนื่อย ก็เลยให้แกออกจากงานมาทำข้าวกล่องขายแบบออนไลน์ค่ะ ทำควบคู่กับปลูกผักสวนครัว อ้อ แล้วพ่อแม่นิลทำฟาร์มไข่ไก่ด้วยนะคะ แต่ไม่ได้เยอะมาก เน้นขายให้เฉพาะคนในพื้นที่ ฟาร์มอยู่หลังบ้านนี่เองค่ะ”“ชีวิตเรียบง่ายดีนะครับ น่าสนใจดี ผมน่าจะเข้าทางคุณนิลให้เร็วกว่านี้ ชีวิตคงไม่น่าเบื่อเท่าที่เป็นอยู่” ก่อนหน้านั้นเขาเอาแต่ตามจีบพัชสิกาโดยไม่ได้สนใจคนรอบข้างเธอ จะว่าไปตั
อ่านเพิ่มเติม

20/2

“โอ๊ย...ชอบกันแล้วมาทำหยุมหยิมแบบนี้ เมื่อไหร่จะได้ลงเอยกันสักทีล่ะ เปิดใจคุยกันสิลูก” พาลัยรู้สึกถูกชะตากับภาคินจึงเป็นกองเชียร์ให้ลูกสาวอย่างออกนอกหน้า“แล้วถ้าเขามีคนที่เขาชอบอยู่แล้วล่ะคะแม่” เธอขยับเข้าไปถามแม่ด้วยความอยากรู้“จริงเหรอ เขาดูสดใสเวลาอยู่กับแกมากเลยนะ ถ้าแกไม่แน่ใจก็ถามเขาตรงๆเลยสิ ข้อดีก็อาจจะมีโอกาสได้คบ ข้อเสียก็แค่ไม่ได้หวังต่อแค่นั้น”หญิงสาวย่นคิ้วคิดกับตัวเอง หรือจะถามตรงๆไปเลยว่าเขายังชอบพัชสิกาอยู่ไหม ถ้าเทียบกับความกล้าในตอนนี้... ‘แทบไม่มีเลย’********************************* “นัฐขา ไม่เอาค่ะ” แพนนีญาร์เอี้ยวตัวหลบปลายจมูกคนตัวโตเมื่อเห็นว่าเขาจะโน้มลงมาหอมแก้มต่อหน้าพนักงานบริการร้านเพชร “อายเขาบ้าง” “ก่อนจะได้ของขวัญชิ้นใหญ่ก็ต้องมีอะไรแลกเปลี่ยนก่อนสิครับ” เขากระซิบเธอด้วยน้ำเสียงอ้อยอิ่งและที่มาร้านเพชรก็เพราะต้องการซื้อสร้อยให้เป็นของขวัญชิ้นพิเศษ “ก่อนจะมายังไม่พออีกเหรอคะ” เธอกระซิบกลับใช้มือลูบไล้บริเวณไหล่กว้างอย่างยั่วเย้า “รีบเลือกกันเถอะครับ ผมอยากจ่ายเงินซื้อของสวยๆให้สมกับความสวยของคุณจะแย่” “แพนไม่เกรงใจแล้วนะคะ” แพนนีญาร์ส่งยิ้มหวาน
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
1
...
34567
...
10
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status