“หลันฮูหยิน?”“คนที่นี่เรียกนางเช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ ข้าน้อยเคยได้ยินข่าวลือช่วงที่เรากลับเมืองหลวงเดือนที่แล้ว นางก็คือฮูหยินน้อยตระกูลอวี้ หลันเฟิงเกอ เป็นบุตรสาวของแม่ทัพหลัน ทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลหลันที่ยังมีชีวิตอยู่”“แม่ทัพหลันสองพ่อลูกเคยช่วยชีวิตข้าเอาไว้ในสนามรบ อันที่จริงข้าไม่เคยรู้ว่าเขามีบุตรสาว” หานจวินเจ๋อมองสตรีที่สวมเสื้อคลุมขนจิ้งจอก จากจุดที่มองเห็นนั้นไกลมาก เพียงเห็นว่านางนั่งอยู่บนเก้าอี้ มองดูคนดูแลหมู่บ้านคุกเข่าลงร้องขอความเมตตา“คนของนางนับว่าฝีมือไม่เลว วุ่นวายถึงเพียงนี้ก็ยังสามารถคุ้มกันนางเอาไว้ได้”“นั่นเป็นคนของตระกูลเซิงขอรับ พี่สะใภ้ของนางเป็นคนตระกูลเซิง เซิงซือซือ ได้ยินมาว่านางเป็นคนส่งหลันฮูหยินออกมาจากเมืองหลวง”หานจวินเจ๋อขมวดคิ้วหันไปมองคนของตัวเอง “เจ้ากลับเมืองหลวงไปไม่กี่วัน ดูเหมือนจะรู้เรื่องของจวนตระกูลอวี้ดีทีเดียว”อีกฝ่ายรีบคุกเข่าลง “มิได้พ่ะย่ะค่ะ”“ทูลท่านอ๋อง น้องสะใภ้ของเขาถูกขายออกมาจากจวนตระกูลอวี้พ่ะย่ะค่ะ”“อ้อ บังเอิญยิ่ง แล้ว...น้องสะใภ้ของเจ้ารู้อะไรมาอีกบ้าง”“ดูเหมือน...มีการกล่าวหาว่าหลันฮูหยินคบชู้ดังนั้นนางจึงถูกโบยตี
Read More