Masuk'เฉินหมิงเหยา' ย้อนอดีตกลับมาก่อนที่นางจะหมั้นหมาย ชาติก่อนนางหลงใหลได้ปลื้มกับสามีที่หล่อเหลาและเฉลียวฉลาด ดังนั้นนางที่ไร้เดียงสาและโง่งมจึงปักใจและภักดี เบื้องหลังการได้พบกันคือความหลอกลวง แผนการที่ถูกจัดฉาก อำนาจที่ดึงดูดหลอกล่อทำให้ผู้คนแย่งชิงไขว่คว้า ผู้อื่นมีศัตรูซึ่งมีความแค้นฝังลึก ทว่าสำหรับนาง พี่ชาย น้องสาว และสามี กลับเป็นศัตรูที่น่ากลัวกว่าคนไกลตัว เมื่อมีโอกาสได้กลับมาแก้ไข นางจะไม่มีวันให้ทุกอย่างเดินซ้ำรอยเดิม เริ่มต้น...นางช่วยคนที่ต้องตายให้กลับมีชีวิต 'ท่านอ๋องเฉิงซี' บุรุษที่ค่อยๆ เข้ามามีผลต่อความรู้สึก ต่อการคงอยู่ ต่อหัวใจที่กำลังสั่นคลอน เขาคอยอยู่เคียงข้าง เป็นต้นขาใหญ่ๆ ให้นางกอดเอาไว้เพื่อให้ชีวิตมั่นคง กระทั่งนานวันเข้าไม่เพียงแค่ชีวิตของนางมั่นคง หัวใจเองก็เช่นกัน เมื่อนางตัดสินใจที่จะเลือกใหม่ แน่นอนว่าคนใหม่ย่อมดีกว่าคนเก่า อดีตสามี คู่หมายเฮงซวยคนเดิมคนนั้น นางไม่เอาแล้ว!!!
Lihat lebih banyak...เฉินหมิงเหยา
นับตั้งแต่ลืมตาขึ้นมาชะตาก็เต็มไปด้วยวาสนาที่ผู้คนริษยา นางไม่เพียงเกิดมาในตระกูลที่มีความชอบล้นแผ่นดิน แต่ชาติตระกูลยังสูงส่งเป็นที่ตระหนักของคนทั้งแคว้นต้าเหลียง
บิดาของนางเป็นถึงท่านโหวแห่งแดนใต้ ทั้งยังมีฐานะเป็นถึงน้องชายของฮองเฮาองค์ปัจจุบัน ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงฐานะของมารดา ซึ่งเป็นถึงน้องสาวของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน เช่นนี้แล้วฐานะของนางจึงไม่ธรรมดานับแต่ถือกำเนิด เป็นท่านหญิงที่คนในจวนโหวรักใคร่ตามใจเฝ้าทะนุถนอม
ต้าเหลียงยิ่งใหญ่แผ่นดินมั่นคงผู้คนสงบสุข ฉากหน้าที่เต็มไปด้วยความสวยงามของเมืองเสียนหยาง กลบฝังความวุ่นวายภายใต้ระลอกคลื่นของการแก่งแย่ง ขุนนางเริ่มแบ่งฝ่าย อำนาจในราชสำนักที่ดูเหมือนปรองดองเป็นหนึ่งเดียว บัดนี้เมื่อเหล่าองค์ชายเริ่มเติบใหญ่ การคาดเดาผู้ที่จะมารับตำแหน่งรัชทายาทคนต่อไปก็ยิ่งเข้มข้น
ไม่ว่าจะต้องการหรือไม่ ไม่ว่าจะอยากเกี่ยวพันหรือไม่ จวนโหวของเฉินหมิงเหยาก็ต้องถูกม้วนเข้าไปในเกลียวคลื่นของความวุ่นวายนี้อยู่ดี
ขณะที่อายุได้เพียงสิบสี่ยังไม่ทันได้ปักปิ่น หญิงสาวที่ถูกหมั้นหมายกับซื่อจื่อจวนอวี้กั๋วกง ก็ปักใจว่าต่อไปนางย่อมกลายเป็นอวี้กั๋วกงฮูหยินคนต่อไปอย่างแน่นอนแล้ว เช่นนี้ในใจของนางย่อมไม่แบ่งปันให้กับบุรุษอื่น ด้วยถูกอบรมปลูกฝังในสามคุณธรรมสี่คล้อยตามมาตั้งแต่ยังเด็ก แม้เป็นเพียงการหมั้นหมายแต่ก็นับว่านางเป็นคนของจวนอวี้กั๋วกงแล้วครึ่งหนึ่ง
กล่าวถึงจวนอวี้กั๋วกง...
ตระกูลเสิ่นซึ่งเป็นตระกูลเดิมของไทเฮาที่เหลือรอดจากการแก่งแย่ง แม้บัดนี้ไม่ได้ยิ่งใหญ่เช่นเดิมในอดีต ถึงอย่างนั้นเพราะความดีความชอบที่เคยสนับสนุนให้ฮ่องเต้ได้ขึ้นครองบัลลังก์อย่างราบรื่น ทำให้จนถึงทุกวันนี้อวี้กั๋วกงก็ยังคงมีที่ยืนในราชสำนักอยู่บ้าง
ว่ากันว่าอวี้กั๋วกงกล้าสู่ขอท่านหญิงจวนโหวมาเป็นสะใภ้ นับว่ามีความกล้าและไร้ยางอายไม่น้อย ด้วยจวนของเขานั้นไม่มีผู้ใดไม่รู้ว่าภายในจวนกลวงโบ๋
การแต่งงานสองจวนของชนชั้นสูง ตระกูลเสิ่นและตระกูลเฉินที่ต่างเคยมีความชอบ แม้นี่มิใช่พระบัญชา ไม่ใช่พระเสาวนีย์ ถึงอย่างนั้นฮ่องเต้ก็ไม่ได้คัดค้าน ไทเฮาทรงเห็นชอบ แม้แต่ฮองเฮาเองก็เห็นว่าเหมาะสมแล้ว ดังนั้นเจ้าตัวอย่างเฉินหมิงเหยาจึงได้แต่นับวันรอที่จะได้ขึ้นเกี้ยวแปดคนหามเข้าจวนกั๋วกงอย่างสง่างาม
นางถูกประคบประหงมมาตั้งแต่เด็ก ไม่ว่าปรารถนาสิ่งใดล้วนมีคนนำมาวางแทบเท้า มือไม่เคยแปดเปื้อน เรื่องกลัดกลุ้มไม่เคยย่างกรายเข้าใกล้ อย่าว่าแต่เรื่องความลำบากใดๆ นางล้วนไม่เคยรู้จัก แม้ไม่ได้เป็นคนเอาแต่ใจทว่าอยากได้อะไรก็ต้องได้ไม่มีใครกล้าขัด
ปีนั้น...นางกำลังจะปักปิ่นจากนั้นก็รอขบวนเกี้ยวจากจวนกั๋วกงมารับอย่างยิ่งใหญ่ ผู้ใดจะรู้ว่ามารดาผู้งดงามสูงส่งจะมีอันจากไปโดยไม่มีสัญญาณเตือน งานแต่งงานถูกเลื่อนออกไปเพราะนางต้องไว้ทุกข์ เฉินหมิงเหยาแอบไปพบกับเสิ่นเสวียนโม่ที่เป็นคู่หมาย เกรงว่าเขาจะไม่พอใจที่การแต่งงานถูกเลื่อนออกไป กลัวเหลือเกินว่าเขาจะไม่รอ...
นับตั้งแต่หมั้นหมายนางก็มีใจให้เขาไม่เผื่อใจสักนิด รู้ว่าแม้เขาจะเย็นชาสักหน่อยแต่ก็ไม่ใช่คนใจร้าย เขาปฏิบัติต่อนางด้วยดีเสมอมา ทั้งยังยอมรับการหมั้นหมายนี้จากใจ เห็นเขาไม่มีท่าทีใดต่อการเลื่อนการแต่งงาน นางสบายใจขึ้นมากกลับจวนไปด้วยความรู้สึกโล่งอก
ทว่า...เพิ่งไว้ทุกข์ครบหนึ่งปี ในจวนกลับเกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้น อยู่ๆ เฉินเล่อเยว่น้องสาวต่างมารดาของนางกลับตั้งครรภ์!!!
ในจวนกำลังไว้ทุกข์ พี่สาวยังไม่ออกเรือน น้องสาวกลับตั้งครรภ์และไม่ยอมปริปากว่าผู้ใดเป็นบิดาของเด็กในครรภ์ บิดาของนางโกรธมากสั่งขังเฉินเล่อเยว่เอาไว้ในเรือนห้ามใครเข้าออก
“ใช่แล้ว...วันนี้น่าจะทรงเสด็จกลับแดนตะวันตกจึงมาทูลลากระมัง”ได้ยินมาว่าอ๋องน้อยเฉิงซีอายุยังน้อยก็มีคุณงามความดียิ่ง ไม่เพียงสืบทอดบรรดาศักดิ์จากท่านอ๋องผู้เป็นบิดาที่ล้มป่วยตั้งแต่อายุยังน้อย แต่เขายังทำหน้าที่ปกป้องแดนตะวันตกอย่างกล้าหาญ เป็นหลานชายที่ฮ่องเต้ไว้ใจที่สุด ส่วนฮองเฮาเองก็รักใคร่เอ็นดู เขานับเป็นสายสัมพันธ์ที่เชื่อมคานอำนาจระหว่างฮ่องเต้และฮองเฮาอย่างแท้จริง ไม่เลือกฝั่งใดแต่สนับสนุนทั้งสองฝ่าย ไม่ใช่เพื่อใครแต่เพื่อต้าเหลียงโดยแท้บิดาของเขาเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ปัจจุบันมารดาเป็นคนตระกูลเฉินที่ใกล้ชิดกับฮองเฮาหากนับตามความจริงเขากับนางก็เป็นเครือญาติ ทว่าหากนับตามศักดิ์ฐานะในราชสำนัก เขาอยู่ใต้คนเพียงหนึ่งแต่อยู่เหนือคนทั่วหล้า เช่นนี้เขากับนางจึงห่างเหินราวกับคนละฟากฝั่งไม่นับรวมที่ว่าแม้มารดาของนางเป็นน้องสาวของฮ่องเต้ แต่ก็เป็นองค์หญิงที่ไม่ได้มีอำนาจอิทธิพล ต่างกับเขาที่เป็นหลานชายสายตรงของตระกูลเซียว ด้วยบิดาของเขาเป็นอนุชาที่เกิดจากบิดาและมารดาเดียวกัน เลือดในกายของอ๋องน้อยเฉิงซี จึงนับว่าเป็นสายเลือดของเชื้อพระวงศ์แห่งต้าเหลียงอย่างแท้จริง“อ๋องน้อยเฉิงซี.
หญิงสาวปล่อยเสี่ยวหมานจากนั้นก้าวออกมาด้านนอกด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ สาวใช้ทั้งสามคนวิ่งตามออกมา “คุณหนูด้านนอกลมแรงทั้งยังหนาวเหน็บระวังไม่สบายเอาได้นะเจ้าคะ ท่านสวมเสื้อคลุมก่อน”นางเหม่อมองไปรอบๆ จากนั้นก้มลงมองมือของตัวเอง “นี่มันอะไรกัน ก็ข้า...ข้าถูก” ตอนก้มลงมองมือของตัวเองปอยผมก็ลู่ลงมา เส้นผมดำยาวสลวยทั้งยังทั้งหนาและยาวแทบจรดบั้นเอวนางคว้าผมของตัวเองดึงมาข้างหน้าอย่างไม่อยากเชื่อ หลังแต่งเข้าไปในจวนกั๋วกงเพราะต้องดูแลจวน ดูแลสามี ดูแลทุกๆ อย่าง สุขภาพของนางค่อยๆ ย่ำแย่ เส้นผมหลุดร่วงปริขาดจนบางและสั้นยาวไม่เท่ากัน ดังนั้นนางจึงตัดสินใจม้วนมวยเอาไว้ตลอดเวลามาวันนี้เหตุใดนางจึง...“คุณหนูกลับเข้าไปข้างในกันเถิดเจ้าค่ะ ท่านโหวกับฮูหยินคงรออยู่ที่ห้องโถงแล้ว”“ท่านพ่อกับท่านแม่?!” นางเลิกคิ้วมองเสี่ยวหมาน กระทั่งถูกประคองเดินกลับเข้าไปในห้อง มองตัวเองที่อยู่ในคันฉ่องเฉินหมิงเหยาอ้าปากค้างตาเบิกกว้าง นาง...พบว่าตัวเองกลับมาในช่วงที่ยังไม่ปักปิ่นอีกครั้ง แถมตอนนี้มารดาของนางเองก็ยังอยู่ บิดาของนางเองก็ไม่ได้ถูกพี่ชายสังหาร!!!“ท่านแม่!!!” นางวิ่งพรวดออกจากห้องหลังสาวใช้ช่วยกันแต่
นางเบิกตามองลอดช่องประตูด้วยความตกตะลึง บิดาของนางที่แท้ไม่ได้ล้มป่วย แต่ถูกบุตรชายที่เขาภูมิใจหนักหนาสังหาร!!!เฉินหมิงเหยา...ก้าวถอยหลังด้วยความตื่นตระหนก ทว่าอยู่ๆ หน้าอกกลับเจ็บแปลบ ก้มลงมองก็พบว่ามีของมีคมแทงจากด้านหลังทะลุหน้าอกของนางเองเสียงประตูเปิดออก...คนสามคนยืนก้มลงมองนางที่ทรุดตัวล้มลงบนพื้น สายตาของทั้งสามเย็นชาเสียดแทงจนนางเย็นเยียบไปทั้งกาย เสียงสตรีนางหนึ่งดังขึ้นจำได้ว่านั่นเป็นเสียงของผู้ติดตามเสิ่นเสวียนโม่สตรีนางนี้เป็นเหมือนคนคุ้มกันของอีกฝ่าย ฝีมือดีมาก ท่าทางเย็นชา นางก็คือ...หงอวี๋เฉินเล่อเยว่กล่าวเสียงเรียบ ‘ข้าก็บอกแล้วว่านางไม่มีที่ไป นางปักใจรักท่านพี่อย่างโง่งมถึงเพียงนี้ หลงคิดว่าตัวเองสูงส่งได้เป็นถึงกั๋วกงฮูหยิน หารู้ไม่ว่านางก็แค่หมากตัวหนึ่งของพวกเราเท่านั้น เห็นหรือไม่...นางกลับมาหาพวกเราเองไม่ต้องเสียเวลาออกไปตามหานางให้เปลืองเวลา’ กล่าวจบก็นั่งลงมองนางด้วยรอยยิ้ม ‘พี่หญิง ท่านคิดจริงๆ หรือว่าท่านพี่มีใจให้ท่าน รู้หรือไม่ว่าที่ท่านไม่ตั้งครรภ์ไม่ใช่เพราะเข้าหอช้า แต่เป็นเพราะท่านพี่แอบให้คนใส่ยาระงับการตั้งครรภ์ให้ท่านต่างหาก ที่ท่านป่วยก็เพราะ
ครานั้น...หญิงสาวเพียงคิดว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับนาง สายสัมพันธ์พี่น้องของนางกับเฉินเล่อเยว่ไม่ใคร่จะดีนัก ซึ่งหากจะเล่าก็คงต้องย้อนกลับไปนานมาก ด้วยในจวนไม่ได้มีนางเป็นทายาทหนึ่งเดียว บิดาของนางยังมีบุตรที่เกิดจากอนุอีกสี่คน ใช่แล้ว...เฉินหมิงเหยามีทั้งพี่ชาย มีน้องสาว และมีน้องชายหลิวอี๋เหนียงที่เป็นมารดาผู้ให้กำเนิด เฉินซวี่เสียน ซื่อจื่อจวนโหวกับเฉินเล่อเยว่ เดิมทีเป็นฮูหยินที่แต่งกับบิดาของนาง ทว่าเพราะสมรสพระราชทานและฐานะของมารดาหญิงสาว ดังนั้นนางจึงถูกลดฐานะให้เป็นอนุโดยมีข้อแม้ว่าบุตรชายของนางจะยังคงมีฐานะเป็นซื่อจื่อจวนโหว ถึงอย่างนั้นเฉินเล่อเยว่กลับไม่ได้รับความสำคัญอย่างผู้เป็นพี่ชายตลอดชีวิตของเฉินหมิงเหยาไม่เคยมองผู้ใดเป็นศัตรูอย่างแท้จริง ด้วยนางทระนงถึงฐานะที่สูงส่งของตัวเอง เช่นนั้นในวันที่นางถูกคู่หมายหักหลัง ถูกน้องสาวต่างมารดาทำลายชื่อเสียง นางจึงไม่อาจทำอะไรได้นอกจากยอมรับ บิดาขอร้องให้นางกล้ำกลืนเพื่อเห็นแก่จวนโหว เพื่อเห็นแก่ความเป็นพี่น้อง ดังนั้นแม้ยังคงไว้ทุกข์ นางกลับถูกบังคับให้ขึ้นเกี้ยวเข้าสู่จวนกั๋วกง เนื่องจากไม่อาจรั้งรอให้ครรภ์ของน้องสาวโตขึ้นจนประจ











