All Chapters of ยอดหมอไร้ใจ ในร่างคุณหนูสิบขวบ: Chapter 21 - Chapter 30

34 Chapters

บทที่ 20: พิธีปักปิ่นสะท้านเมือง และสามบุรุษผู้ช่วงชิง

บทที่ 20: พิธีปักปิ่นสะท้านเมือง และสามบุรุษผู้ช่วงชิงเสียงกลองมงคลดังกระหึ่มก้องกังวานไปทั่วจวนแม่ทัพมู่หรงที่ถูกประดับประดาด้วยผ้าแพรสีแดงมงคลและโคมไฟนับพันดวง วันนี้คือวันสำคัญที่สุดของ มู่หรงเสวี่ย... วันเกิดครบสิบห้าหนาว และพิธีปักปิ่นเข้าสู่วัยสาวอย่างเต็มตัวแขกเหรื่อระดับเชื้อพระวงศ์และขุนนางชั้นสูงต่างตบเท้าเข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง ของขวัญล้ำค่าถูกลำเลียงเข้ามาไม่ขาดสาย จนห้องเก็บของแทบไม่มีที่ว่างในมุมอับสายตา หลี่ซื่อ และ มู่หรงเฟย ที่ถูกกักบริเวณได้รับอนุญาตให้ออกมาดูพิธีได้เป็นกรณีพิเศษ แต่ต้องยืนอยู่หลังฉากกั้นร่วมกับบ่าวไพร่“ท่านแม่... ดูชุดของมันสิ!” มู่หรงเฟยกำผ้าเช็ดหน้าแน่น ดวงตาแดงก่ำด้วยความริษยา “นั่นมัน ‘ผ้าไหมทอทองคำ’ จากแคว้นบรรณาการ! แม้แต่ฮองเฮายังมีเพียงพับเดียว ท่านพ่อลำเอียงยิ่งนัก!”หลี่ซื่อกัดฟันกรอด “ใจเย็นไว้เฟยเอ๋อร์... สูงส่งได้ก็ตกลงมาเจ็บได้ วันนี้ผู้คนมากมายจับตามอง หากมันทำพลาดแม้แต่นิดเดียว... ชื่อเสียงมันจบเห่แน่”...ณ ลานพิธีเสียงดนตรีบรรเลงเพลงมงคลแว่วหวาน มู่หรงเสวี่ย ก้าวเดินออกมาจากเรือนรับรอง ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของแขกทั้งงานวันน
Read more

บทที่ 21: เพลิงพิโรธของโอรสสวรรค์และการเดินหมากกระดานใหม่

บทที่ 21: เพลิงพิโรธของโอรสสวรรค์และการเดินหมากกระดานใหม่ณ ตำหนักทรงพระอักษร ในวังหลวงเสียงถ้วยชาเคลือบใบละหมื่นตำลึงถูกขว้างลงพื้นจนแตกกระจายดังก้องกังวาน เหล่าขันทีและนางกำนัลหมอบกราบหน้าผากติดพื้น ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวต่อโทสะของ ฮ่องเต้"เจ้าลูกทรพี! เจ้าเสียสติไปแล้วรึ!"ฮ่องเต้ในชุดมังกรสีเหลืองทองชี้หน้าด่ากราดบุรุษหนุ่มที่ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้า"ตำแหน่งรัชทายาทคือรากฐานของแผ่นดิน! เจ้ากล้าพูดต่อหน้าธารกำนัลว่าจะสละมันเพื่อไปเป็น 'เขยแต่งเข้า' จวนแม่ทัพงั้นรึ? เจ้าจะให้ ราชวงศ์เยี่ยเอาหน้าไปไว้ที่ไหน!"รัชทายาทเยี่ยจวิน ยืนประสานมือ ก้มหน้าเล็กน้อยด้วยท่าทีนอบน้อม แต่แววตาพญามังกรกลับสงบนิ่งดุจน้ำลึก"เสด็จพ่อโปรดระงับโทสะ..." เยี่ยจวินเอ่ยเสียงเรียบ "ที่ลูกพูดไปเช่นนั้น มิใช่เพราะความลุ่มหลงในสตรีเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการ 'เดินหมาก' เพื่อรวบอำนาจต่างหากพะย่ะค่ะ""เดินหมาก?" ฮ่องเต้ชะงัก "เจ้าหมายความว่าอย่างไร?"เยี่ยจวินเงยหน้าขึ้น สบพระเนตรบิดา"เสด็จพ่อทรงทราบดีว่า 'กองทัพพยัคฆ์หมอก' ของตระกูลมู่หรง เป็นขุมกำลังที่เข้มแข็งที่สุดและจงรักภักดีต่อตระกูลมู
Read more

บทที่ 22: หนึ่งสตรีแลกแผ่นดิน และเดิมพันสามกระดาน

บทที่ 22: หนึ่งสตรีแลกแผ่นดิน และเดิมพันสามกระดานบรรยากาศในท้องพระโรงอันโอ่อ่าของราชวังต้าเยี่ยตึงเครียดจนแทบจะจุดไฟติด ขุนนางฝ่ายบู๊และฝ่ายบุ๋นแบ่งฝักแบ่งฝ่ายถกเถียงกันหน้าดำคร่ำเครียด เสียงเซ็งแซ่ดั่งฝูงแมลงวันตีกันบนบัลลังก์มังกรทอง ฮ่องเต้ นั่งกุมขมับด้วยความกลัดกลุ้ม เบื้องหน้าพระพักตร์คือ ฉินอ๋อง (ฉินเลี่ย) ที่ยืนกอดอกด้วยท่าทีหยิ่งยโส ราวกับมองว่าที่นี่คือสวนหลังบ้านของตน"ฝ่าบาท..." ขุนนางฝ่ายกรมคลังก้าวออกมา "ข้อเสนอของแคว้นฉินช่างเย้ายวนนัก เหมืองทองสามแห่งสามารถพยุงเศรษฐกิจเราได้สิบปี! แถมยังได้สัญญาสงบศึก... เพียงแค่แลกกับคุณหนูตระกูลแม่ทัพคนเดียว คุ้มยิ่งกว่าคุ้มพะย่ะค่ะ!""เหลวไหล!" แม่ทัพมู่หรงป้า ตวาดลั่น "ลูกสาวข้าไม่ใช่สิ่งของ! พวกเจ้าขี้ขลาดตาขาว กลัวตายจนยอมขายศักดิ์ศรีลูกผู้หญิงกินรึ!""แต่ถ้าปฏิเสธ... สงครามจะเกิดนะท่านแม่ทัพ!" ขุนนางฝ่ายกลาโหมแย้ง "กองทัพพยัคฆ์ทมิฬของฉินอ๋องขึ้นชื่อว่าโหดเหี้ยมที่สุด หากรบกัน ราษฎรจะล้มตายเป็นเบือ!"รัชทายาทเยี่ยจวิน ยืนสงบนิ่งอยู่ข้างบิดา แววตามังกรฉายแววอำมหิต เขาจ้องมองฉินเลี่ยเขม็ง"ฉินอ๋อง..." เยี่ยจวินเอ่ยเสียงเย็น "ท่าน
Read more

บทที่ 23: กระดานเลือดและกลยุทธ์ราชันย์ผู้ปกป้อง

บทที่ 23: กระดานเลือดและกลยุทธ์ราชันย์ผู้ปกป้องณ ลานฝึกยุทธหน้าพระที่นั่งอู่หลง บรรยากาศร้อนระอุยิ่งกว่าเปลวแดดในยามเที่ยงวัน ขุนนางและเชื้อพระวงศ์นับร้อยชีวิตต่างยืนลุ้นระทึกอยู่รอบสนามที่ถูกเนรมิตให้กลายเป็น "กระดานหมากรุกยักษ์" ขนาดมหึมาบนกระดานนั้นหาใช่ตัวหมากที่แกะสลักจากไม้หรือหิน แต่เป็น "ทหารองครักษ์" สวมเกราะสีแดง (ฝ่ายฉิน) และสีดำ (ฝ่ายเยี่ย) ยืนประจำตำแหน่งพร้อมอาวุธครบมือ กลิ่นอายสังหารแผ่พุ่งออกมาจากเหล่าทหารกล้าที่พร้อมจะ "สละชีพ" ตามคำสั่งของผู้บัญชาการฉินอ๋อง (ฉินเลี่ย) ยืนกอดอกอยู่บนแท่นบัญชาการฝั่งขวา สีหน้ามั่นใจเต็มเปี่ยม เขาคือแม่ทัพปีศาจผู้ไม่เคยแพ้ใครในสนามรบ การเดินหมากรบคือของหวานสำหรับเขารัชทายาท (เยี่ยจวิน) ยืนสงบนิ่งอยู่บนแท่นฝั่งซ้าย ในชุดบัณฑิตสีขาวสะอาดตา พัดจีบในมือโบกสะบัดเบาๆ ราวกับไม่ทุกข์ร้อนตรงกลางสนาม มู่หรงเสวี่ย นั่งเคียงคู่กับ ฮ่องเต้ และ แม่ทัพมู่หรงป้า ในฐานะกรรมการและ "เดิมพัน" ของศึกครั้งนี้"เริ่มการประลองได้!" ขันทีประกาศก้องตึง! ตึง! ตึง! เสียงกลองศึกดังสนั่น ฉินเลี่ยเป็นฝ่ายเริ่มก่อน"ทหารม้า! บุกทะลวงปีกซ้าย!" ฉินเลี่ยตะโกนสั่งกา
Read more

บทที่ 24: พยัคฆ์คลั่งปะทะมังกรซ่อนลาย และพัดเหล็กสะท้านภพ

บทที่ 24: พยัคฆ์คลั่งปะทะมังกรซ่อนลาย และพัดเหล็กสะท้านภพวันรุ่งขึ้น ณ ลานประลองยุทธ์หลวงบรรยากาศวันนี้แตกต่างจากเมื่อวานอย่างสิ้นเชิง ความกดดันที่มองไม่เห็นแผ่ปกคลุมไปทั่วบริเวณ ผู้คนต่างกลั้นหายใจรอคอยการปะทะกันของสองยอดบุรุษบนเวทีประลองหินอ่อนขนาดใหญ่ฉินอ๋อง (ฉินเลี่ย) ยืนตระหง่านราวกับเทพอสูรสงคราม เขาสวมชุดเกราะอ่อนสีดำแดงที่ขับเน้นมัดกล้ามอันแข็งแกร่ง ในมือถือ "ดาบวงพระจันทร์" ขนาดมหึมาที่หนักถึงแปดสิบชั่ง (ประมาณ 40 กก.) ดาบส่งประกายเย็นยะเยือกที่เคยดื่มเลือดศัตรูมานับไม่ถ้วนฝั่งตรงข้าม รัชทายาท (เยี่ยจวิน) ยังคงอยู่ในชุดบัณฑิตสีขาวสะอาดตาเช่นเดิม ชายแขนเสื้อพลิ้วไหวตามสายลม ดูบอบบางราวกับจะปลิวไปตามลมได้ ในมือของเขามีเพียง "พัดจีบ" ด้ามหนึ่งเท่านั้น“เฮ้อ...” ขุนนางฝ่ายบู๊คนหนึ่งถอนหายใจ “รัชทายาทจะไหวหรือ? ฉินอ๋องขึ้นชื่อเรื่องพละกำลังมหาศาล แค่ดาบฟาดลงมาทีเดียว ร่างกายบัณฑิตของรัชทายาทคงแหลกเป็นชิ้นๆ”มู่หรงเสวี่ย ที่นั่งชมอยู่บนอัฒจันทร์ กำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ แม้นางจะเคยเห็นวรยุทธ์ของเยี่ยจวินที่หอนางโลมมาบ้าง แต่นั่นเป็นเพียงการปะทะเล็กน้อย... แต่นี่คือการดวลเดี
Read more

บทที่ 25: ยาพิษกระจกใจและชัยชนะที่ไร้เสียงดาบ

บทที่ 25: ยาพิษกระจกใจและชัยชนะที่ไร้เสียงดาบดวงตะวันเริ่มคล้อยต่ำลง สาดแสงสีส้มทองอาบไล้ลานประลองยุทธ์ บรรยากาศเงียบสงัดยิ่งกว่าป่าช้า ทุกสายตาจับจ้องไปที่โต๊ะไม้ตัวเล็กกลางเวที ที่ซึ่ง มู่หรงเสวี่ย กำลังบรรจงรินของเหลวสีใสแจ๋วลงในจอกสุราสองใบกลิ่นหอมหวานเอียนๆ ลอยตลบอบอวล ชวนให้เวียนศีรษะฉินอ๋อง (ฉินเลี่ย) ที่เพิ่งพ่ายแพ้จากการดวลยุทธ์ นั่งขัดสมาธิเดินลมปราณเพื่อฟื้นฟูกำลังภายใน ใบหน้าคมเข้มยังคงซีดเผือด แต่แววตาดื้อรั้นไม่ยอมแพ้รัชทายาท (เยี่ยจวิน) ยืนสงบนิ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เก็บพัดเหล็กเข้าที่เอว ท่าทางผ่อนคลายราวกับกำลังมาร่วมงานน้ำชา“ด่านสุดท้าย... ด่านโอสถ (ยาพิษ) ”มู่หรงเสวี่ยประกาศเสียงกังวาน นางหยิบจอกสุราทั้งสองขึ้นมา“ยาพิษชนิดนี้ ข้าปรุงขึ้นเป็นพิเศษเพื่องานนี้โดยเฉพาะ มีชื่อว่า ‘กระจกเงามายา’ ...มันไม่มีสี ไม่มีรส แต่ฤทธิ์ของมันจะเล่นงานที่ ‘จิตใจ’ และ ‘ลมปราณ’ โดยตรง”นางวางจอกลงตรงหน้าบุรุษทั้งสอง“กติกาง่ายมาก... ดื่มให้หมด แล้วทนให้ได้นานที่สุดภายในหนึ่งก้านธูป หากใครกระอักเลือด หรือหมดสติไปก่อน... ผู้นั้นแพ้”ฉินเลี่ยแสยะยิ้ม “แค่ยาพิษเล่นกลทางจิต... คิดว่าจะทำ
Read more

บทที่ 26: โลหิตต้องสาปและความลับในหีบสินเดิม

บทที่ 26: โลหิตต้องสาปและความลับในหีบสินเดิมสายฝนโปรยปรายลงมาอย่างหนักในยามวิกาล ชะล้างคราบฝุ่นผงจากงานมงคลเมื่อวานจนหมดสิ้น แต่ไม่อาจชะล้างความเคียดแค้นที่สุมอยู่ในใจของคนบางกลุ่มได้ณ เรือนท้ายจวนที่ทรุดโทรมหลี่ซื่อ (อดีตฮูหยินรอง) นั่งผมเผ้ายุ่งเหยิงอยู่บนพื้นไม้ชื้นแฉะ ดวงตาที่เคยงดงามบัดนี้ลึกโหลและแดงก่ำด้วยความบ้าคลั่ง นางจ้องมอง อาหารเน่าๆ ในชามกระเบื้องแตกที่บ่าวไพร่เพิ่งนำมาวางทิ้งไว้ให้ราวกับให้สุนัข“ข้าคือฮูหยินของจวนแม่ทัพ... ข้าคือแม่ของว่าที่ชายาอ๋อง... ทำไมข้าต้องมาตกระกำลำบากเยี่ยงนี้!” หลี่ซื่อกรีดร้อง ปาชามข้าวทิ้งจนแตกกระจายมู่หรงเฟย นั่งกอดเข่าอยู่มุมห้อง ร่างกายผ่ายผอมลงถนัดตา นางเงยหน้าขึ้นมองมารดาด้วยแววตาว่างเปล่าที่แฝงไปด้วยความอาฆาต“ท่านแม่... เลิกเพ้อเจ้อเสียที ท่านอ๋องแปดทิ้งข้าไปแล้ว ท่านพ่อก็ขังเราไว้ที่นี่... เราจบสิ้นแล้ว”“ไม่! ยังไม่จบ!” หลี่ซื่อคลานเข้าไปเขย่าตัวบุตรสาว “ตราบใดที่นังเสวี่ยเอ๋อร์ยังไม่ตาย ข้าไม่ยอม! ข้าจะสาปแช่งมัน! ข้าจะ...”กุกกัก...เสียงฝีเท้าแผ่วเบาดังขึ้นที่หน้าต่าง ตามมาด้วยเงาร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทที่ยืนอยู่ท
Read more

บทที่ 27: นักพรตจอมปลอมและหนอนกู่ในกายมังกร

บทที่ 27: นักพรตจอมปลอมและหนอนกู่ในกายมังกรสายฝนเทกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่ง ท้องฟ้าเหนือวังหลวงมืดมิดราวกับถูกปีศาจกลืนกิน เสียงฟ้าผ่าเปรี้ยงปร้างดังสลับกับเสียงสวดมนต์พึมพำที่ดังลอดออกมาจากตำหนักบรรทมของฮ่องเต้หน้าประตูตำหนัก ขุนนางเฒ่าหัวโบราณนับสิบคน นำโดย เสนาบดีหวัง ยืนขวางทางเข้าไว้แน่นหนา“หยุดเดี๋ยวนี้!” เสนาบดีหวังตะโกนแข่งกับเสียงฝน “ห้ามใครเข้าไปรบกวนพิธีขับไล่สิ่งชั่วร้าย! โดยเฉพาะ... สตรีผู้นั้น!”เขาชี้หน้าด่า มู่หรงเสวี่ย ที่ยืนเปียกปอนอยู่ข้างกายรัชทายาท“ตั้งแต่เจ้าหมั้นหมายกับรัชทายาท ฮ่องเต้ก็ทรงพระประชวรหนัก! ซินแสทำนายว่าดวงของเจ้าเป็น ‘ดาวหายนะ’ ที่จะกลืนกินมังกร! หากเจ้าก้าวเท้าเข้าไป ฮ่องเต้จะยิ่งทรุดหนัก!”เยี่ยจวิน กัดฟันกรอด นัยน์ตามังกรลุกวาวด้วยโทสะ “หลีกไป! เสด็จพ่อกำลังจะตายเพราะพิษ ไม่ใช่เพราะดวง! หากใครกล้าขวางหมอเทวดา... ข้าจะสั่งประหารเจ็ดชั่วโคตร!”“ประหารก็ยอม!” เสนาบดีหวังคุกเข่าลงโขกหัว “เพื่อความอยู่รอดของราชวงศ์ ข้าขอเอาชีวิตเป็นเดิมพัน!”เหล่าขุนนางคนอื่นพากันคุกเข่าตาม สร้างกำแพงมนุษย์ที่แข็งแกร่งมู่หรงเสวี่ยมองภาพตรงหน้าด้วยสายตาว่างเปล่า
Read more

บทที่ 28: รอยเลือดนำทาง และจุดจบของกงเกวียนกำเกวียน

บทที่ 28: รอยเลือดนำทาง และจุดจบของกงเกวียนกำเกวียนภายในห้องบรรทมของฮ่องเต้ที่บัดนี้เงียบสงัดลง มู่หรงเสวี่ย ถือขวดแก้วที่บรรจุตะขาบสีม่วง (ตัวลูก) ไว้ในมือ นางจ้องมองมันที่กำลังดิ้นพล่านอย่างบ้าคลั่ง พยายามจะชนผนังขวดเพื่อหาทางออก“มันกำลังเรียกหาแม่...” มู่หรงเสวี่ยเอ่ยเสียงเรียบ “หนอนกู่ชนิดนี้มีสายใยเชื่อมโยงกัน หากตัวลูกเจ็บปวด ตัวแม่จะรับรู้... และหากตัวลูกตาย ตัวแม่ก็จะคลุ้มคลั่งกัดกินเจ้าของ”เยี่ยจวิน สวมชุดเกราะเต็มยศเดินเข้ามา “ข้าสั่งปิดประตูเมืองและวังหลวงหมดแล้ว แต่ทิศทางที่มันพยายามจะไป... ไม่ใช่ตำหนักในวังหลัง”มู่หรงเสวี่ยพยักหน้า นางวางขวดลงบนแผนที่เมืองหลวงที่กางอยู่บนโต๊ะ ตะขาบในขวดหันหัวไปทาง ทิศตะวันตก อย่างชัดเจน... ทิศทางนั้นคือที่ตั้งของ จวนแม่ทัพมู่หรง!“จวนแม่ทัพ!” แม่ทัพมู่หรงป้า ที่เพิ่งหายตกใจอุทานหน้าซีด “เป็นไปไม่ได้! ในจวนข้าไม่มีใครกล้าทำเรื่องแบบนี้แน่!”“มีสิเจ้าคะท่านพ่อ...” มู่หรงเสวี่ยสบตาบิดา “คนที่เกลียดข้าเข้ากระดูกดำ และอยากเห็นท่านล่มจม... ท่านก็น่าจะรู้ว่าใคร”มู่หรงป้ากำหมัดแน่น “ไป! กลับจวนเดี๋ยวนี้!”...ณ เรือนท้ายจวนแม่ทัพบรรยากาศรอบ
Read more

บทที่ 29: วิวาห์ล่มเมืองและจักรพรรดินีหมอเทวดา (จบบริบูรณ์)

 บทที่ 29: วิวาห์ล่มเมืองและจักรพรรดินีหมอเทวดา (จบบริบูรณ์)เจ็ดวันต่อมา...เสียงประทัดแสนนัดจุดดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วเมืองหลวง ถนนทุกสายถูกปูด้วยพรมสีแดงสดยาวเหยียดสุดลูกหูลูกตา บ้านเรือนร้านค้าต่างประดับโคมไฟมงคลเพื่อเฉลิมฉลองงานมงคลสมรสพระราชทานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบร้อยปีขบวนสินสอดจากวังหลวงยาวเหยียดกว่าสิบลี้ (5 กม.) หีบสมบัติทองคำ ผ้าไหม แพรพรรณ และเครื่องบรรณาการล้ำค่า ถูกลำเลียงเข้าสู่จวนแม่ทัพมู่หรงไม่ขาดสาย จนชาวบ้านต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า "สินสอดล่มเมือง"ณ เรือนริมน้ำมู่หรงเสวี่ย นั่งอยู่หน้าคันฉ่องบานใหญ่ วันนี้นางสวมชุดวิวาห์สีแดงเพลิงปักลาย 'หงส์คู่มังกร' ด้วยดิ้นทองคำแท้ ฝีมือช่างปักอันดับหนึ่งของแผ่นดิน บนศีรษะประดับด้วยมงกุฎหงส์ทองคำฝังทับทิมระย้า งดงามและสูงส่งจน เสี่ยวถาว ที่กำลังหวีผมให้ถึงกับน้ำตาคลอ“คุณหนู... งดงามเหลือเกินเจ้าค่ะ งามยิ่งกว่าเทพธิดาบนดวงจันทร์เสียอีก”มู่หรงเสวี่
Read more
PREV
1234
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status