All Chapters of ยอดหมอไร้ใจ ในร่างคุณหนูสิบขวบ: Chapter 1 - Chapter 10

34 Chapters

บทนำ: กลิ่นอายความตายและแสงแรกแห่งวิญญาณ

บทนำ: กลิ่นอายความตายและแสงแรกแห่งวิญญาณท่ามกลางความมืดมิดที่ปกคลุมห้องผ่าตัด กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อแอลกอฮอล์ที่คุ้นเคย ‘หลินซูเหยา’ ศัลยแพทย์หญิงอัจฉริยะผู้กุมความลับของสูตรยาพิษระดับโลก ลืมตาขึ้นมองแสงไฟดวงสุดท้ายที่กำลังริบหรี่สั่นไหว เสียงเครื่องวัดสัญญาณชีพจรกรีดร้องยาวนานเป็นสัญญาณบอกว่าร่างกายนี้ถึงขีดจำกัดแล้วเธอกระตุกยิ้มหยันที่มุมปากเพียงแผ่วเบา... แม้ในวาระสุดท้าย เธอก็ยังมิวายถูกทรยศจากองค์กรที่เธอทุ่มเทชีวิตให้‘หากชาติหน้ามีจริง ข้าขอเกิดในที่ที่ไร้ซึ่งเข็มฉีดยาและมีดผ่าตัดพวกนี้เสียที...’นั่นคือคำอธิษฐานสุดท้าย ก่อนที่วิญญาณอันเหนื่อยล้าจะจมดิ่งลงสู่ห้วงแห่งความว่างเปล่า“คุณหนูสี่! คุณหนูสี่ฟื้นแล้วหรือเจ้าคะ! ท่านเทพเซียนคุ้มครองแท้ๆ!”เสียงกรีดร้องด้วยความดีใจดังสั่นประสาทจนหลินซูเหยาต้องขมวดคิ้วแน่น เธอรู้สึกเหมือนศีรษะกำลังถูกบีบอย่างหนักหน่วง ความทรงจำสายหนึ่งที่ไม่ใช่ของเธอไหลบ่าเข้ามาดั่งน้ำป่าหลาก...มู่หรงเสวี่ย คือชื่อของเจ้าของร่างนี้ เด็กหญิงวัยสิบหนาวผู้มีดวงตาหม่นเศร้า บุตรสาวคนเดียวของฮูหยินเอกที่ล่วงลับไปแล้วของจวนแม่ทัพมู่หรง
Read more

บทที่ 1: การวินิจฉัยของคนตาย

บทที่ 1: การวินิจฉัยของคนตายบรรยากาศภายในห้องนอนซอมซ่อของเรือนท้ายจวนแม่ทัพมู่หรงเย็นยะเยือกขึ้นอย่างน่าประหลาด ไม่ใช่เพราะลมหนาวที่พัดกรูเกรียวผ่านหน้าต่างบานพังๆ เข้ามา แต่เป็นเพราะแววตาของเด็กหญิงตัวน้อยที่กำลังจ้องมองผู้มาเยือนมู่หรงเฟย คุณหนูรองผู้แสนเย่อหยิ่งชะงักฝีเท้า นางรู้สึกเหมือนมีเข็มแหลมนับพันเล่มจ่ออยู่ที่คอหอย ทั้งที่ตรงหน้ามีเพียงเด็กสิบขวบที่นอนป่วยซมซาน“จะ...เจ้าพูดบ้าอะไรของเจ้า! ใครจะไปกลัวผีสางไร้สาระ!” มู่หรงเฟยตวาดกลบเกลื่อนความหวาดหวั่น นางสะบัดชายแขนเสื้อผ้าไหมราคาแพง เดินปรี่เข้ามาที่ข้างเตียง ตั้งใจจะกระชากร่างเล็กนั่นให้ตื่นจากฝัน “เป็นแค่ลูกที่พ่อไม่รัก คู่หมั้นก็รังเกียจ ยังจะปากดี! ข้าจะสั่งสอนให้เจ้ารู้สำนึกว่าใครเป็นนายของเรือนนี้!”ฝ่ามือเรียวที่ประดับด้วยกำไลหยกเนื้อดีเงื้อขึ้นหมายจะตบลงบนใบหน้าซีดเซียวหมับ!เสี้ยววินาทีก่อนที่ฝ่ามือจะปะทะแก้ม มือเล็กผอมแห้งของ มู่หรงเสวี่ย ก็คว้าเข้าที่ข้อมือของพี่สาวต่างมารดาอย่างแม่นยำ“ปล่อยข้านะ! แรงมดปลวกอย่างเจ้าคิดจะสู้ข้า...” มู่หรงเฟยกรีดร้อง แต่แล้วเสียงของนางกลับขาดห้วงไป เมื่อความรู้สึกเจ็บปวดแปล๊บแ
Read more

บทที่ 2: ถ้วยยาจากมารดาผู้เมตตา

บทที่ 2: ถ้วยยาจากมารดาผู้เมตตากลิ่นสมุนไพรป่าที่ มู่หรงเสวี่ย ให้สาวใช้ต้มเพิ่งจะเริ่มส่งกลิ่นหอมจางๆ อบอวลไปทั่วเรือนหลังเล็ก ทว่าความสงบสุขนั้นกลับดำรงอยู่ได้เพียงชั่วก้านธูปไหม้เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มคนจำนวนมากดังใกล้เข้ามา พร้อมกับเสียงแหลมสูงของขันทีผู้ติดตามที่ประกาศก้อง"ฮูหยินรองมาถึงแล้ว! พวกบ่าวไพร่ไร้มารยาท ไยจึงไม่ออกมาต้อนรับ!"เสี่ยวถาว ที่กำลังพัดเตาต้มยาอยู่หน้าซีดเผือด มือไม้สั่นจนพัดหลุดจากมือ "คุ...คุณหนูเจ้าคะ ฮูหยินรอง... นางมาเองเลยเจ้าค่ะ!"มู่หรงเสวี่ยที่นั่งพิงกองฟางเก่าๆ เพื่อรับแดดอุ่น เพียงแค่ปรือตาขึ้นมองอย่างเกียจคร้าน ริมฝีปากที่เริ่มมีสีเลือดฝาดขึ้นเล็กน้อยเหยียดยิ้มเย็น"มาเร็วกว่าที่คิด..." นางพึมพำกับตัวเอง พลางจัดเสื้อผ้าเก่าๆ ให้เข้าที่ "คงจะรีบมาดูผลงานของลูกสาวตัวเอง หรือไม่ก็... มาซ้ำเติมให้แน่ใจว่าข้าจะไม่ฟื้นขึ้นมาอีก"ประตูรั้วไม้ผุพังถูกผลักออกจนแทบหลุดจากบานพับ ร่างระหงในชุดไหมต่วนสีม่วงเข้มปักลายดอกโบตั๋นก้าวเข้ามาอย่างสง่างาม เครื่องประดับทองคำบนศีรษะกระทบกันเสียงดังกรุ๊งกริ๊ง บ่งบอกถึงฐานะและความมั่งคั่งที่สวนทางกับสภาพความเป็นอยู่ข
Read more

บทที่ 3: ตลาดมืดและก้าวแรกของหมอเทวดา

บทที่ 3: ตลาดมืดและก้าวแรกของหมอเทวดาราตรียามจื่อ (23.00 - 01.00 น.) มาเยือนเร็วกว่าที่คาด ลมหนาวหวีดหวิวพัดผ่านช่องหน้าต่างผุพังเข้ามาในเรือนหลังเล็ก เสี่ยวถาว สาวใช้ผู้ซื่อสัตย์หลับสนิทอยู่หน้าเตาไฟด้วยความเหนื่อยอ่อนจากการเคี่ยวยามาทั้งวันมู่หรงเสวี่ย ในชุดบ่าวชายสีเทาตัวโคร่งที่นางรื้อค้นเจอในหีบเก่าๆ ค่อยๆ ย่องออกจากห้องนอนอย่างเงียบเชียบ ร่างกายวัยสิบขวบนี้แม้จะได้รับยาบำรุงไปบ้างแล้ว แต่ก็ยังอ่อนแอเกินกว่าจะปีนกำแพงสูงใหญ่ของจวนแม่ทัพได้นางเดินลัดเลาะไปตามแนวพุ่มไม้รกชัฏหลังเรือน จนกระทั่งพบสิ่งที่นางจำได้จากความทรงจำเดิม... ‘ช่องหมาลอด’ ที่ถูกซ่อนอยู่หลังกอไผ่“ศักดิ์ศรีมันกินไม่ได้...”อดีตศัลยแพทย์ผู้ยิ่งใหญ่พึมพำปลอบใจตัวเอง ก่อนจะก้มตัวลงคลานลอดผ่านช่องกำแพงที่ทั้งแคบและชื้นแฉะ ออกสู่โลกภายนอก...บรรยากาศของเมืองหลวงยามค่ำคืนช่างแตกต่างจากความเงียบเหงาในจวนแม่ทัพลิบลับ โดยเฉพาะในเขต ‘ตลาดทิศอุดร’ หรือที่ชาวยุทธ์เรียกกันติดปากว่า ‘ตลาดมืด’ แสงโคมไฟสีแดงสลัวเรียงรายไปตามสองข้างทาง กลิ่นสุราเคล้ากลิ่นเครื่องเทศฉุนกึก และเสียงพูดคุยจอแจของผู้คนหลากหลายชนชั้นมู่หรงเสวี่ยกร
Read more

บทที่ 4: การกลับมาของพยัคฆ์และบุปผาเปื้อนพิษ

บทที่ 4: การกลับมาของพยัคฆ์และบุปผาเปื้อนพิษสามวันผ่านไปไวเหมือนโกหก...ภายในเรือนหลังเล็กท้ายจวน กลิ่นอายความตายที่เคยปกคลุมได้จางหายไปจนสิ้น แทนที่ด้วยกลิ่นสมุนไพรหอมเย็นที่ลอยอวลอยู่จางๆ มู่หรงเสวี่ย นั่งอยู่หน้าคันฉ่องบานเดิม แต่อนิจจา... เงาสะท้อนในนั้นกลับไม่ใช่เด็กขี้โรคคนเดิมอีกต่อไปแม้ร่างกายจะยังผอมบาง แต่ผิวพรรณที่เคยซีดเซียวจนเห็นเส้นเลือดกลับเริ่มมีความชุ่มชื้นและเปล่งปลั่งดั่งหยกเนื้อดี ริมฝีปากที่เคยม่วงคล้ำเพราะพิษสะสม บัดนี้กลับมามีสีระเรื่อดุจกลีบดอกท้อ แม้จะยังไม่หายขาดร้อยส่วน แต่การฝังเข็มขับพิษและยาบำรุงชั้นเลิศที่นางแอบซื้อมาจากตลาดมืด ได้ชุบชีวิตเด็กน้อยผู้นี้ขึ้นมาใหม่ราวปาฏิหาริย์“คุณหนู... งดงามมากเจ้าค่ะ” เสี่ยวถาว เอ่ยปากชมด้วยดวงตาที่เป็นประกาย ขณะกำลังสางผมยาวสลวยให้นายหญิง “แต่วันนี้ท่านแม่ทัพกลับมาทั้งที เหตุใดคุณหนูถึงเลือกสวมชุดสีขาวเรียบๆ ชุดนี้ล่ะเจ้าคะ? ไม่สวมชุดสีชมพูที่ฮูหยินรองส่งมาให้หรือ?”มู่หรงเสวี่ยปรายตามองชุดไหมสีชมพูฉูดฉาดที่พาดอยู่บนเตียง มุมปากยกยิ้มเย็น“สีชมพูสดขนาดนั้น... ใส่ไปยืนข้างๆ พี่รองที่ชอบใส่สีแดง ก็คงดูเหมือนตัวตลกในคณ
Read more

บทที่ 5: ถอนหมั้นกลางงานเลี้ยง: ข้าไม่ใช่สตรีที่ท่านจะเขี่ยทิ้งได้ง่ายๆ

บทที่ 5: ถอนหมั้นกลางงานเลี้ยง: ข้าไม่ใช่สตรีที่ท่านจะเขี่ยทิ้งได้ง่ายๆโคมไฟนับร้อยดวงถูกจุดสว่างไสวไปทั่วลานจัดเลี้ยงของจวนแม่ทัพ เสียงดนตรีบรรเลงขับกล่อมแขกเหรื่อผู้มีเกียรติที่ทยอยมาร่วมงาน ทั้งขุนนางชั้นผู้ใหญ่ บัณฑิต และเชื้อพระวงศ์ ต่างมาร่วมแสดงความยินดีกับ แม่ทัพมู่หรงป้า ที่ได้รับชัยชนะกลับมาท่ามกลางบรรยากาศครึกครื้น มู่หรงเฟย ในชุดสีแดงเพลิงเฉิดฉายราวกับนางพญาผีเสื้อ นางคอยปรนนิบัติรินสุราและพูดคุยเอาใจแขกเหรื่อ เรียกสายตาชื่นชมจากบุรุษหนุ่มน้อยใหญ่ โดยเฉพาะ อ๋องแปด 'เยี่ยเฟิง' ที่นั่งอยู่ในตำแหน่งประธานรอง สายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่วงหน้าหวานหยดของมู่หรงเฟยแทบไม่กระพริบตรงกันข้ามกับมุมอับแสงด้านหนึ่ง... มู่หรงเสวี่ย นั่งสงบนิ่งอยู่เพียงลำพัง ในมือประคองถ้วยชาอุ่นๆ อาศัยจังหวะที่ไม่มีใครสนใจ ลอบสังเกตพฤติกรรมของทุกคนในงานราวกับกำลังมองดูละครสัตว์‘นั่นสินะ... คู่หมั้นของข้า’นางปรายตามองเยี่ยเฟิง บุรุษหนุ่มรูปงามผู้มีใบหน้าหล่อเหลาแต่งกายด้วยอาภรณ์หรูหรา แต่แววตากลับฉายแววเย่อหยิ่งและเจ้าชู้ประตูดิน เขาไม่แม้แต่จะปรายตามองนางที่นั่งหัวโด่เป็น ‘คู่หมั้น’ อยู่ตรงนี้ แต่กลับส
Read more

บทที่ 6: ข้อตกลงยามวิกาลกับพญามาร

บทที่ 6: ข้อตกลงยามวิกาลกับพญามารความเงียบสงัดยามค่ำคืนกลับคืนสู่เรือนท้ายจวนอีกครั้ง ทว่าบรรยากาศภายในห้องนอนของ มู่หรงเสวี่ย กลับเต็มไปด้วยความตื่นตัวกองของขวัญและหีบผ้าไหมที่ ท่านแม่ทัพมู่หรง สั่งให้บ่าวไพร่นำมามอบให้บุตรสาวคนเล็กเพื่อปลอบขวัญเรื่องการถอนหมั้น ถูกวางเรียงรายอยู่มุมห้อง เสี่ยวถาว มองดูข้าวของพวกนั้นด้วยดวงตาเบิกกว้าง“คุณหนูเจ้าคะ... ท่านแม่ทัพส่งของมาให้เยอะขนาดนี้ ฮูหยินรองคงอกแตกตายไปแล้วกระมัง” สาวใช้หัวเราะคิกคักมู่หรงเสวี่ยเพียงปรายตามองของมีค่าเหล่านั้นด้วยแววตาเรียบเฉย นางหยิบ ‘ปิ่นปักผมหยกขาว’ ชิ้นหนึ่งขึ้นมาพิจารณา“ของพวกนี้เป็นแค่ ‘ยาวิตามิน’ ที่ท่านพ่อส่งมาบำรุงความรู้สึกผิดของตัวเองเท่านั้น” นางวางปิ่นลง “แต่ก็ดี... อย่างน้อยมันก็เป็นทุนรอนให้ข้าเอาไปต่อยอดทำการใหญ่ได้”“คุณหนูจะทำการใหญ่หรือเจ้าคะ?”“แน่นอน... การเป็นหมอเทวดาต้องใช้เงิน ซื้อสมุนไพร สร้างเตาหลอมยา และ...”วูบ!เปลวเทียนบนโต๊ะวูบไหวทั้งที่หน้าต่างปิดสนิท สัญชาตญาณระวังภัยของอดีตนักฆ่าในร่างเด็กสิบขวบตื่นตัวทันที มู่หรงเสวี่ยคว้าเข็มเงินที่ซ่อนไว้ในแขนเสื้อขึ้นมาถือเตรียมพร้อม“เสี่ยว
Read more

บทที่ 7: ของขวัญสีเลือดและราตรีแห่งฝันร้าย

บทที่ 7: ของขวัญสีเลือดและราตรีแห่งฝันร้ายรัตติกาลล่วงเลยเข้าสู่ยามโฉ่ว (01.00 - 03.00 น.) ความเงียบสงัดปกคลุมจวนแม่ทัพมู่หรงจนได้ยินเสียงจิ้งหรีดเรไร ลมหนาวพัดกรรโชกแรงกว่าปกติ หอบเอากลิ่นอายความชั่วร้ายลอยคลุ้งมาในอากาศบนคานไม้ใต้หลังคาเรือนซอมซ่อ ‘เงาจันทร์’ องครักษ์หนุ่มผู้ได้รับคำสั่งจากรัชทายาท นั่งขัดสมาธิหลับตาแต่ประสาทสัมผัสตื่นตัวเต็มที่ เขากำลังคิดว่าภารกิจนี้ช่างน่าเบื่อหน่าย เพียงแค่เฝ้าเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่ง จะมีอันตรายใด...กริ๊ก...เสียงกระเบื้องหลังคาขยับเพียงแผ่วเบาที่เรือนปีกซ้าย ปลุกสัญชาตญาณนักฆ่าของเงาจันทร์ให้ลืมตาโพลงเงาร่างสีดำสามสายเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบดุจแมวป่า พวกมันมุ่งตรงมายังเรือนของมู่หรงเสวี่ย ในมือถือถังไม้ที่ส่งกลิ่นฉุนกึก... น้ำมันไฟ‘ลอบวางเพลิง? ช่างเป็นวิธีกำจัดเสี้ยนหนามที่สิ้นคิดเสียจริง ฮูหยินรองผู้นี้’เงาจันทร์แค่นยิ้มหยัน เขาเตรียมจะพุ่งตัวลงไปจัดการพวกมันให้สิ้นซาก แต่แล้วสายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นความเคลื่อนไหวภายในห้องนอนที่มืดสนิทหน้าต่างบานหนึ่งถูกแง้มออกเล็กน้อย และหลังหน้าต่างบานนั้น... ดวงตาคู่หนึ่งที่วาวโรจน์ย
Read more

บทที่ 8: การหวนคืนของหมอเทวดาหน้ากากเงิน

บทที่ 8: การหวนคืนของหมอเทวดาหน้ากากเงินสี่ปีผ่านไป...ณ ยอดเขาไผ่เขียว ที่ซึ่งเมฆหมอกปกคลุมตลอดทั้งปี บรรยากาศที่เคยเงียบสงบของวัดเก่าแก่บัดนี้กลับคึกคักไปด้วยผู้คนจากทั่วสารทิศ ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐีจากเมืองหลวง ชาวยุทธ์ผู้บาดเจ็บ หรือแม้แต่ขอทานยากไร้ ต่างมารอคอยความหวังอยู่ที่หน้าประตูไม้ไผ่ที่ปิดสนิทป้ายไม้สักทองแกะสลักด้วยลายพู่กันทรงพลังแขวนอยู่เหนือประตู เขียนไว้ว่า “หอโอสถเร้นลับ”กฎสามข้อที่เขียนแปะไว้หน้าประตูทำเอาผู้มาเยือนหลายคนถึงกับขนลุกชัน:รักษาคนมีวาสนา ไม่สนฐานะค่ารักษาแลกเปลี่ยนตามแต่ใจหมอ (อาจเป็นเงินทอง หรืออวัยวะ!)คนชั่ว คนทรยศ และคนตระกูล 'หลี่' ...ห้ามเหยียบย่างเข้ามา!...ภายในเรือนไม้ไผ่ที่ถูกปรับปรุงจนงดงามและเต็มไปด้วยกลิ่นหอมของสมุนไพรหายากร่างระหงของดรุณีน้อยในวัยสิบสี่หนาวนั่งเอนกายอยู่บนตั่งไม้บุขนจิ้งจอกขาว นางสวมชุดผ้าไหมสีฟ้าอ่อนเรียบง่ายแต่เนื้อผ้ากลับทอด้วยเส้นไหมเงินที่กันน้ำและกันไฟ ผมยาวสลวยดุจแพรไหมสีดำสนิทถูกปล่อยสยายเต็มแผ่นหลัง ปักเพียงปิ่นหยกขาวรูปดอกบัวดอกเดียวใบหน้าครึ่งบนของนางถูกปกปิดด้วย ‘หน้ากากเงิน’ ลวดลายวิจิตร เผยให้เห็นเพียงริม
Read more

บทที่ 9: ประตูข้างมีไว้ให้สุนัขลอด พญาหงส์เช่นข้าต้องเข้าทางประตูหลัก

บทที่ 9: ประตูข้างมีไว้ให้สุนัขลอด พญาหงส์เช่นข้าต้องเข้าทางประตูหลักข่าวการกลับมาของ "คุณหนูสี่ตระกูลมู่หรง" แพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวงยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง ชาวบ้านร้านตลาดต่างจับกลุ่มนินทาด้วยความสนุกปาก บ้างก็ว่านางไปถือศีลจนกลายเป็นแม่ชี บ้างก็ว่านางป่วยหนักจนเสียโฉมและต้องกลับมารักษาตัวที่จวน"น่าสงสารท่านแม่ทัพมู่หรงจริงๆ มีลูกสาวคนโตเก่งกาจงดงาม แต่คนเล็กกลับเป็นตัวภาระ" พ่อค้าขายผักส่ายหน้า"ได้ยินว่าวันนี้แหละที่นางจะมาถึง... ดูสิ! นั่นไงขบวนรถม้า!"เสียงฮือฮาดังขึ้นเมื่อขบวนรถม้าปรากฏขึ้นที่ประตูเมือง ทว่า... สิ่งที่ทุกคนเห็นกลับไม่ใช่รถม้าซอมซ่ออย่างที่คาดคิดนำขบวนด้วยม้าพันธุ์ดีสีขาวปลอดสี่ตัว ลากรถม้าคันใหญ่ที่ทำจากไม้จันทน์หอมราคาแพงระยับ ตัวรถแกะสลักลวดลายดอกบัววิจิตรบรรจง หน้าต่างบุด้วยผ้าไหมโปร่งแสงที่มองเห็นเงาร่างระหงลางๆ ด้านใน ตามมาด้วยเกวียนขนหีบสมบัติอีกสิบกว่าเล่ม ซึ่งล้วนแล้วแต่ประทับตรา "หอโอสถเร้นลับ""สวรรค์! นั่นมันตราของหอโอสถที่มีชื่อเสียงที่สุดในยุทธภพไม่ใช่หรือ?" "ทำไมคุณหนูมู่หรงถึงมีขบวนยิ่งใหญ่ขนาดนี้?"ชาวเมืองต่างพากันอ้าปากค้าง ขบวนรถม้าเคลื่อนผ่านถน
Read more
PREV
1234
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status