Semua Bab ทะลุมิติไปเป็นสามีตัวอ้วนของหญิงอัปลักษณ์: Bab 1 - Bab 10

57 Bab

ตอนที่ 2 อาบน้ำ

ผนังบ้านก็เป็นสังกะสี มีประตูที่ทำจากฟางข้าวสองข้างซ้ายขวา เขาลุกขึ้นยืนอย่างยากลำบาก “โอย!” ร่างนี้อ้วนจนลุกแทบไม่ไหว เข่าก็ปวด เอวก็ปวด หลังก็ปวด จากนั้นก็เดินไปดูประตูฝั่งซ้ายก่อนจึงรู้ว่ามันเป็นชานยื่นออกไปแล้วมีบันไดอยู่สี่ขั้น พื้นด้านล่างต่างระดับก้าวเพียงหนึ่งช่วงขาก็ถึง มีสังกะสีมุงอยู่ด้านบนสามแผ่น แล้วพาร่างใหญ่เดินมาฝั่งขวา เห็นนิตยากำลังใช้ฝาหม้อพัดวีไฟให้ลุก ผมยาวดำขลับปกคลุมอยู่เต็มแผ่นหลัง มองข้างหลังเธอก็ดูสวยดี ฝั่งขวานี้เป็นชานยื่นออกไปเช่นกันความกว้างน่าจะสามเมตรส่วนความยาวเท่ากับตัวบ้านด้านยาว ด้านบนมุงด้วยสังกะสีเช่นกัน ข้าวของทุกอย่างถูกจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบ ข้างผนังบ้านมีหม้อ ฝาหม้อ ทัพพี กระชอน หวดนึ่งข้าว และกระติบข้าวแขวนอยู่ ส่วนพื้นที่ด้านล่างฝั่งขวามีหม้อดินหรือแอ่งน้ำสองใบมีถาดสังกะสีใบเล็กปิดไว้มีขันสีเงินใบเล็กวางอยู่ด้านบน ถัดมาทางซ้ายเป็นเตาไฟและหม้อนึ่งไว้สำหรับนึ่งข้าว นิตยาหันหลังมาเมื่อรู้สึกเหมือนมีคนกำลังยืนมองเธอ “ยืนเบิ่งหยัง” (ยืนดูอะไร) มาวินเสมองไปทางอื่นแล้วตอบออกไป “เบิ่งต้นยาสูบ” (ดูต้นยาสูบ) เขาต
Baca selengkapnya

ตอนที่ 3 สามีเปลี่ยนไป

“สิลดจังได๋ไหว ถ่าบ่อลดบ่อได้ตายดีแท่” (จะลดน้ำหนักอย่างไรไหว ถ้าไม่ลดไม่ได้ตายดีแน่ ๆ)มาวินพ้อกับตัวเองเมื่อเห็นสังขารตนเขาค่อย ๆ เดินลงแม่น้ำพร้อมกับสบู่หนึ่งก้อน เกิดมาเพิ่งเคยใช้ชีวิตสมถะแบบนี้ คิดถึงน้ำอุ่นในห้องน้ำหรูกับครีมอาบน้ำกลิ่นหอม ๆอาบน้ำถูตัวเสร็จก็ว่ายน้ำกลับไปกลับมาจนเหนื่อยหอบ ขึ้นจากน้ำก็เช็ดตัวแล้วสวมเสื้อผ้าชุดใหม่ ซักเสื้อผ้าด้วยสบู่ก้อนนั้นแล้วค่อยเดินกลับรู้สึกรำคาญที่รองเท้าแตะคีบมันลื่นซ้ายทีขวาทีเพราะเท้าเปียกเหยียบดินมาด้วย ไม่คิดว่าต้องมาใช้ชีวิตติดดินแบบนี้ตากผ้าไว้กับราวไม้ไผ่ข้างเรือนฝั่งตะวันตก ก้าวเท้าจะเดินมาขึ้นเรือนก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นบ้านหลังเล็กเสาเอียงไปทางทิศใต้จนเกือบจะถึงสามสิบองศาเจ้าของร่างเดิมกับภรรยาอยู่มาได้อย่างไรตั้งหลายปีอำนาจส่ายหัวแล้วเดินขึ้นเรือน นิตยาก็เตรียมกับข้าวไว้รอแล้ว เขาเดินออกไปทางฝั่งครัวแล้วนั่งลงเบา ๆ แบบที่ไม่เคยเป็นนิตยาสังเกตท่วงท่าของสามีที่ดูเปลี่ยนไป ปกติเขาเดินลงส้นเท้าหนักจนเรือนสะเทือนไปทั้งหลัง แต่ครั้งนี้เบากว่าครั้งไหน ๆ มาก เขารู้จักย่องเท้าเบาเป็นด้วยหรือสายตามองอาหารตรงหน้าแล้วก็ต้องอึ้งไปสักพ
Baca selengkapnya

ตอนที่ 4 ตะกรุดคาดเอว

มาวินไม่ได้สนใจกับคำที่เธอพูด ตั้งหน้าตั้งตาขุดดินทั้งที่เขายังใช้จอบไม่ค่อยถนัดนัก เกิดมาจนอายุสามสิบแล้วเคยใช้จอบที่ไหน“เอาหมวกไปใส่” (เอาหมวกไปใส่)นิตยาถอดหมวกของตนยื่นให้เขา เพราะสงสารคนตัวอ้วน ยืนตากแดดไม่ทันไรเหงื่อก็ไหลท่วมตัว“นิดใส่โลด” (นิดใส่เถอะ)“ข่อยมีผ้าด้ามอยู่” (ฉันมีผ้าขาวม้าอยู่)มาวินปรายตามองเธอแวบหนึ่งแล้วรับหมวกปีกจากเธอมาสวมแล้วทำงานต่อหลังรับประทานอาหารเย็นกับไข่ต้มเสร็จมาวินจึงเดินลงไปยืนรับลมเย็น ๆ ด้านล่าง มองวิวทิวทัศน์อยู่ใต้ต้นประดู่ข้างเรือน เสียงจักจั่นเรไรร้องสนั่นก้องไปทั่วราวกับมีเป็นแสนตัวทั้งที่บ้านหลังนี้มีต้นไม้อยู่สองต้น มันไม่สูงมากนักแต่ก็พอเป็นร่มเงาได้อย่างสบาย ดวงอาทิตย์เพิ่งจะลับขอบฟ้าไปได้ไม่นาน มันเป็นบรรยากาศที่ดีมาก บ้านหลังเล็กอยู่ท่ามกลางหุบเขาและแม่น้ำ แต่ถ้าอยู่คนเดียวก็น่ากลัวไม่น้อย คิดมาแล้วก็รู้สึกสงสารนิตยา เธออยู่คนเดียวมาได้อย่างไรตั้งหลายปี พอแต่งงานก็ต้องมาแบกรับภาระกับผัวขี้เกียจคนนี้อีก แล้วเขาล่ะจะอยู่ที่นี่ได้จริง ๆ หรือ หนุ่มวิศวะมีท่าทีคิดไม่ตก จากที่เคยอยู่สุขสบายต้องมาอยู่ในพื้นที่ชนบท ไ
Baca selengkapnya

ตอนที่ 5 แค่พี่น้อง

ตลอดกว่าหนึ่งปีที่อยู่ด้วยกันมาทั้งสองไม่เคยยุ่งเกี่ยวกันในฐานะสามีภรรยาเลยสักครั้ง และนิตยาก็ยินดีที่ทุกอย่างเป็นเช่นนั้น “อ้ายฮู่อยู่ แต่เฮาบ่อได้มักกัน เฮามีลูกนำกันบ่อได้” (พี่รู้ แต่เราไม่ได้รักกัน เรามีลูกด้วยกันไม่ได้)คนไม่รักกันมีลูกด้วยกันนับวันก็ยิ่งหมางเมิน ดีไม่ดีผลกรรมไปตกอยู่ที่ลูก อีกอย่างถึงอยากมีมากแค่ไหนก็คงไม่มีใครบังคับเขาได้ เพราะเขารู้ว่าร่างเดิมนี้นกเขาไม่ขันมาหลายปีแล้ว คงเป็นก่อนที่จะแต่งงานกับนิตยากระมัง อำนาจถึงกล้าแต่งงานกับผู้หญิงคนนี้ เพราะเขาคิดว่าตัวเองมีลูกไม่ได้ และเขาก็คงไม่ได้ชอบเธอเช่นกัน แต่ที่ยอมแต่งงานเพราะตัดรำคาญพ่อกับแม่ที่ชอบบ่นชอบบังคับเขา “อ้ายอยากเลิกบ่อกะสั่น ถ้าอ้ายอยากเลิกกะเลิกกะได้” (พี่อยากเลิกไหมล่ะ ถ้าพี่อยากเลิกก็เลิกได้) ถึงเธอไม่ได้รักอำนาจในแบบสามีแต่เขาก็เป็นเหมือนพี่ชายที่สามารถนอนเป็นเพื่อนเธอได้ทั้งวัน อย่างน้อยก็รู้สึกว่าโลกนี้เธอไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว “อ้ายจั่งได๋กะได้” (พี่ยังไงก็ได้) มาวินแค่ให้อิสระในการตัดสินใจของเธอเท่านั้น เพราะเท่าที่เขารู้เธอไม่มีสิทธิ์ได
Baca selengkapnya

ตอนที่ 6 ปมในใจ

“นิด!” นิตยาได้ยินเสียงเรียกมาแต่ไกลจึงเงยหน้าขึ้นมอง เธอรู้แล้วว่าใครมาหา อำนาจก็มองตามเขาจึงรู้ว่าเป็นเพื่อนของเธอที่มักเอาหนังสือมาให้ตลอด นิตยาเรียนจบแค่ชั้นปอหก สุรเดชเป็นเพื่อนคนเดียวที่เธอมี เพราะเพื่อนคนอื่นต่างกลัวเธอกันหมด นิตยาเคยขอให้สุรเดชเอาหนังสือมาให้อ่าน ไม่ว่าจะเป็นหนังสืออะไรก็ตาม เขาจึงเอามาให้อยู่เรื่อย ๆ “เฮาเอาหนังสือมาให่” (เราเอาหนังสือมาให้) “เอาไว่ทางคันไดนั่นล่ะ” (เอาไว้ทางบันได้นั่นแหละ) นิตยาตะโกนตอบไป “เอ้อ” (ครับ) วางหนังสือไว้ตามที่เพื่อนบอกแล้วจึงเดินลงไปหาเพื่อนที่กำลังขุดดินอยู่กับสามี นิตยาก็วางจอบแล้วเดินมาหาเขาเช่นกัน “รอบนี่ได้มาหลาย เอาไข่เป็ดมาให้นำสิบหน่วย” (รอบนี้ได้มาเยอะ เอาไข่เป็ดมาให้ด้วยสิบฟอง) “ขอบใจหลาย คือเอามาให่หลายแท่” (ขอบใจมาก ทำไมเอามาให้เยอะจัง) ทุกครั้งที่สุรเดชมาหาเขามักจะมีอะไรติดไม้ติดมือมาฝากเพื่อนเสมอ บางครั้งนิตยาก็คิดว่ามันมากเกินไป เพราะไข่เป็ดที่เอามาฝากก็คงขโมยของแม่มา “บ่อเป็นหยังดอก อ้ายทิดนาจตื่นมาเฮ็ดเวียก
Baca selengkapnya

ตอนที่ 7 ถูหลังให้

นิตยามองสามีด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป เขาตัดไม้ไผ่ด้วยความชำนาญราวกับว่าเคยทำมาก่อน รู้ว่าต้องใช้มีดริดแขนงของมันออกอย่างไร “อ้ายทิดสิเอาไม่ไผ่ไปเฮ็ดหยัง” (พี่นาจจะเอาไม้ไผ่ไปทำอะไร) ทำไมเขาตัดไม้ไผ่ทั้งใหญ่ทั้งยาวตั้งหลายลำ “เอาไปเฮ็ดคอกเป็ด” (เอาไปทำคอกเป็ด) อำนาจสังเกตมาสองวันแล้ว ภรรยาของเขาคงชอบกินไข่เป็ด เพราะฉะนั้นเขาจะต้องหาเป็ดมาเลี้ยง “อ้ายเฮ็ดเป็นอยู่เบาะ” (พี่ทำเป็นเหรอ) “สิลองเฮ็ดเบิ่ง” (จะลองทำดู) หนุ่มวิศวกรรมก่อสร้างอย่างเขามีหรือจะทำไม่เป็น ถ้าหยิบเครื่องมือทุกอย่างออกมาได้ตอนนี้คงหยิบออกมาแล้ว “สิเอาเป็ดมาต๊ะไส” (จะเอาเป็ดมาจากไหน) “บ่อฮู่ เดี๋ยวกะมีเองนั่นล่ะ” (ไม่รู้ เดี๋ยวก็มีเองนั่นแหละ) เขาก็พูดแปลก มันจะมีมาเองได้อย่างไร แต่นิตยาก็ไม่ถามต่อ ริดกิ่งไผ่ออกจนเกลี้ยงทั้งสามลำแล้วอำนาจจึงทยอยแบกเอาไม้ไผ่ไปไว้ใกล้เรือน ถ้าพื้นที่ไม่ลาดต่ำลงมาแบบนี้เขาก็พอจะเอาไม้ไผ่ไปทำรางน้ำใช้รดน้ำผักได้ แต่นี่คงทำไม่ได้น่าจะต้องใช้เครื่องสูบน้ำ
Baca selengkapnya

ตอนที่ 8 เล้าเป็ดเล้าไก่

“อ้ายคือบ่อเห็นนิดเปิดฟังจักเทือ” (ทำไมพี่ไม่ได้ยินนิดเปิดฟังสักครั้ง)“อ้ายทิดบอกวาอยากไล่ ข่อยกะเลยเอาไปไว่ใต้ล่าง” (พี่นาจบอกว่าหนวกหู ฉันก็เลยเอาไปเก็บไว้ใต้ถุนบ้าน)อำนาจได้ฟังเช่นนั้นก็รู้สึกสงสารเธอขึ้นมาจับใจ ไอ้นาจมันก็เห็นแก่ตัวเกินไป “มื่อลุนเอามาเปิดโลด อ้ายเซาอยากไล่แล่ว” (วันหลังเอามาเปิดเลย พี่ไม่หนวกหูแล้ว)“อิหลีเบาะ” (จริง ๆ เหรอ)นิตยาถามเขาด้วยความดีใจ เธอรู้สึกคิดถึงมันมาก ๆ เปิดกล่อมนอนมาตั้งหลายปี พออำนาจมาอยู่ด้วยเขาก็ห้ามเธอไม่ให้เปิดอีกเลย“อิหลีตั้วเนาะ สิตั๋วเฮ็ดหยัง” (จริงน่ะสิ จะโกหกทำไม)ทั้งสองนั่งคุยกันให้อาหารย่อยอยู่นานจากนั้นอำนาจจึงชวนภรรยาเข้านอน บางครั้งการใช้ชีวิตแบบนี้ก็สงบดี ไม่ต้องเครียดกับงานกับคน ไม่ต้องคอยรับโทรศัพท์ทั้งวันเหมือนที่ผ่านมาเช้าวันต่อมาอำนาจตื่นแต่เช้าไปเกี่ยวหญ้าคาตามทางที่จะเดินเข้าหมู่บ้าน เพื่อจะนำมาสานทำเป็นหลังคา เขาเอามาตากแดดให้แห้งก่อนแล้วค่อยสานภายหลัง ร่างอ้วนท้วนเดินแบกหญ้าคาอยู่หลายรอบกว่าจะได้หญ้าคาตามที่ต้องการ เจ้าของร่างเดิมนี้ทำเป็นทุกอย่างแต่เขาแค่ขี้เกียจทำ นิตยาเทียวมองสามีอยู่บ่อยครั้ง ทำไมส
Baca selengkapnya

ตอนที่ 9 ให้เวลาอีกหนึ่งปี

นงคราญ ผู้เป็นแม่ว่าให้ลูกชายคนเล็กที่ตั้งแต่โตเป็นหนุ่มมาก็ไม่เคยทำมาหากินอะไรเลย ตอนอยู่บ้านกับพ่อแม่ก็มีแต่กินกับนอน จนทุกคนเอือมระอาและเลิกบ่นไปเอง และเลือกที่จะไม่ไปวุ่นวายตั้งแต่เขาออกเรือน แต่ทุกวันเธอก็ยังรอฟังข่าวดีว่าเมื่อไรนิตยาจะมีหลานให้เธอสักที อำนาจไม่ได้เถียงแม่อย่างที่เคยทำแต่กลับขออย่างอื่นเพิ่ม “เจ้ามีในบักแตงกวาแตงโมบ่อ บักอึนำกะได้” (แม่มีเมล็ดแตงกวาแตงโมไหม ฟักทองด้วยก็ได้) “มึงสิเอาอิหลีเบาะ” (มึงจะเอาจริง ๆ เหรอ) นงคราญเคี้ยวข้าวไปด้วย คุยกับลูกชายไปด้วยเพราะดูเขาจริงจังกว่าทุกครั้งที่คุยกัน และแปลกใจที่อำนาจพาเมียมาด้วย “เอาอิหลีตั้ว ไผสิเว่าเล่น” (เอาจริง ๆ สิ ใครจะพูดเล่น) นิตยาได้แต่นั่งฟังอยู่เงียบ ๆ ไม่คิดว่าสามีจะกล้าขอเป็ดไก่และเมล็ดพันธุ์ต่าง ๆ จากพ่อกับแม่ “ให่มันโลดแม่ แต่ว่าเป็ดไก่เอาไปแล่วกะให่เลี่ยงเอามาคืน” (ให้มันไปเถอะแม่ แต่ว่าเป็ดไก่เอาไปแล้วก็ต้องเลี้ยงมาคืน) ภากรอยากให้น้องชายมีความรับผิดชอบจึงเสนอแม่ หากน้องชายเลี้ยงเป็ดไก่จนได้ผลผลิตก็ต้องเอามาคืนตามจำนวนท
Baca selengkapnya

ตอนที่ 10 น้ำตามันไหลเอง

นงคราญว่าตามหลัง อีกไม่นานก็คงเป็นเหมือนเดิม เป็ดไก่ที่ขนไปจากบ้านแม่วันนี้เดี๋ยวก็ตายหมด เมล็ดพันธุ์ต่าง ๆ ก็คงไม่ได้ลงดิน “กะลองเบิ่งมันไปก่อน เจ้าสิหาเมียใหม่ให่มันอีหลีเบาะ” (ก็ลองดูมันไปก่อน แกจะหาเมียใหม่ให้มันจริง ๆ เหรอ) อ้วนถามภรรยาว่าเธอพูดจริงหรือแค่ขู่ “กะคิดอยู่ แต่บ่อฮู่วาผู้ได๋สิมาเอามัน” (ก็คิดไว้เหมือนกัน แต่ไม่รู้ว่าใครจะเอามัน) อยากได้หลานก็อยากได้ แต่ก็ทำไม่ได้ดั่งใจสักอย่าง หรืออำนาจจะเป็นหมันไปอีกคนเธอก็สุดรู้ ขออย่าให้เป็นเช่นนั้นเลย “แต่ข่อยวามันกะเซาเถียงเจ้าแล่วเด้ล่ะ” (แต่ฉันว่ามันก็เลิกเถียงแกแล้วนะ) ก่อนหน้าอย่าหวังว่าพ่อกับแม่จะได้พูด แม่บ่นคำเดียวอำนาจร่ายไปสามวา พูดคำไหนเถียงคำนั้น ไม่เคยเปิดช่องว่างให้ใคร “มันอยากได้ของซือ ๆ ดอก มันจั่งบ่อเถียง” (มันอยากได้ของเฉย ๆ หรอก มันก็เลยไม่เถียง) นงคราญยังไม่เชื่อว่าลูกชายจะเลิกเถียงได้จริง ที่เขาเงียบก็เพราะอยากได้ของจากบ้านแม่เท่านั้น อำนาจกลับมาถึงบ้านตัวเองก็รีบเอาเป็ดกับไก่ไปใส่ไว้ในคอกทันทีเพราะกลัว
Baca selengkapnya
Sebelumnya
123456
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status