บททั้งหมดของ ทะลุมิติไปเป็นสามีตัวอ้วนของหญิงอัปลักษณ์: บทที่ 21 - บทที่ 30

57

ตอนที่ 21 สอนแต่งหน้า

“นิด!” เมื่อเรียกเมียอยู่หลายครั้งแต่เธอไม่ขานเขาจึงเรียกขึ้นเสียงดัง “หา!” นิตยาสะดุ้งโหยง เพราะกำลังคิดอะไรเพลิน ๆ “เป็นหยัง คิดหลายอีกเบาะ” (เป็นอะไร คิดมากอีกเหรอ) “บอ บ่อได้คิดหลาย” (ไม่ ไม่ได้คิดมาก) “นั่งใจลอยเฮ็ดหยังก็สั่น” (แล้วนั่งใจลอยทำไม) “คิดวาสิซอยเจ้าขายของได้จั่งได๋” (คิดว่าจะช่วยพี่ขายของได้อย่างไร) “มื่ออื่นสิบอก มื่อนี่เดิกแล่ว ไปนอน” (พรุ่งนี้จะบอก วันนี้ดึกแล้ว ไปนอน) อำนาจสั่งเธอเสียงแข็ง ขายของวันนี้ทำให้เขารู้สึกมีความสุขกับสิ่งที่ได้ทำจนอธิบายไม่ได้ เขาไม่เคยรู้สึกว่าทำงานแล้วคุ้มค่าเท่ากับครั้งนี้มาก่อน ถึงเงินจะน้อยถ้าเทียบกับยุคที่เขาจากมา แต่ถ้าเป็นยุคที่เขาอยู่ตอนนี้ ก็ถือว่าเยอะมากสำหรับคนอีสาน เขาชักเริ่มสนุกกับงานแบบนี้แล้วสิ อิสระ ตื่นเต้น และท้าทายดี ท้าทายที่ไม่รู้ว่าจะขายผักได้ไหม ท้าทายที่ไม่รู้ว่าผักจะตายหรือเปล่า ทั้งสองเข้านอนพร้อมกันและหลับไปในเวลาเพียงไม่นาน ช่วงสายหลังจากรดน้ำผักและให้อาหารสัตว์เลี้ยงเสร็จ อำนาจเรียกให้ภรรยาเข้ามานั่ง
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 22 เพื่อนภรรยา

ได้ยินดังนั้นพงศกรถึงกับหน้าชา หัวใจหล่นไปอยู่ตาตุ่ม เขาอุตส่าห์นั่งหลบมุมบังต้นมะขามเทศแล้ว ยังมีใครแอบเห็นอีก พงศกรสูดหายใจเข้าลึก ทำใจดีสู้เสือแล้วคิดหาคำลวงมาบอกเมีย เพราะถ้านารีรู้ว่าเป็นเรื่องจริงมีหวังเธอเอาเขาตายแน่ พงศกรชักสีหน้าแล้วพูดน้ำเสียงจริงจัง “กินก้วยเตี๋ยวอยู่ไส ผู้ได๋มาบอกโต อ้ายเฮ็ดงานมาเมื่อย ๆ นารีกะมาหาเรื่องอ้าย คนที่มาบอกโตมันอยากให่เฮาเลิกกัน มันอิจฉาเฮาโตบ่อฮู่เบาะ ขั่นฮู่วามาเฮียนแล่วเมียบ่อเข่าใจจั่งสี้อ้ายบ่อมาซะกะดีกว่า” (กินก๋วยเตี๋ยวอยู่ไหน ใครมาบอกเธอ พี่ทำงานมาเหนื่อย ๆ นารีก็มาหาเรื่องพี่ คนที่มาบอกเธอมันอยากให้เราเลิกกัน มันอิจฉาเรา เธอไม่รู้หรือไง ถ้ารู้ว่ากลับมาบ้านแล้วเมียไม่เข้าใจแบบนี้พี่ไม่มาดีกว่า) ส่วนมากผู้หญิงในหมู่บ้านนี้อิจฉานารีเพราะเธอได้สามีหล่อ ว่าจบพงศกรก็หันหลังจะเดินออกจากบ้าน แต่โดนมือของภรรยารั้งไว้ก่อน “อ้ายพงศ์ เจ้าสิไปไส” (พี่พงศ์ พี่จะไปไหน) “ไปกินเหล่า” (ไปกินเหล้า) “บ่อต้องไป ข่อยบ่อให่เจ้าไป” (ไม่ต้องไป ฉันไม่ให้พี่ไป) พงศกรแสยะยิ้มร้ายอ
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 23 เหมือนจะหึง

มาถึงก็ถอดผ้าคลุมหน้าออกตามความเคยชินตอนที่อยู่กับสามีแล้วถามเพื่อน “เอาหนังสือมาให่เฮาเบาะ” (เอาหนังสือมาให้เราเหรอ) สุรเดชเห็นดังนั้นถึงกับมองเธอด้วยความตะลึง เพื่อนของเขาเขียนคิ้วแต่งหน้าทาปาก และเธอก็แต่งได้สวยเลยทีเดียว ผิวหน้าเธอดูเรียบเนียน ปัดแก้มชมพูพอให้รู้ว่ามีเลือดฝาด ริมฝีปากสีเหมือนลูกพีชมันน่า…น่าจูบ ไม่สิ นั่นมันเมียชาวบ้าน “เดช!” นิตยาเรียกเพื่อนเสียงดังขึ้นอีกเมื่อเขายังยืนอ้าปากค้าง “ฮะ! ฮะ!” “แมงวันสิบินเข่าปากแล่ว โตเอาหนังสือมาให่เฮาบ้อ” (แมลงวันจะบินเข้าปากแล้ว นายเอาหนังสือมาให้เราเหรอ) นิตยาลากเสียงยาวตรงคำท้ายประโยค สุรเดชหุบปากลงทันควัน “แมน เฮาเอาหนังสือมาให่” (ใช่ เราเอาหนังสือมาให้) “เอาไปวางไว่เตียงไป” (เอาไปวางไว้ที่แคร่นะ) นิตยาบอกแล้วเดินตามเพื่อนไปนั่งที่แคร่ไม้ไผ่ อำนาจกำลังนั่งสานหญ้าคา เหลือบมองด้วยความไม่พอใจนัก “อ่านเหมิดไป่ที่เฮาเอามาให่เทือก่อน” (อ่านหมดยังที่เราเอามาให้ครั้งก่อน) ขณะที่พูดกับเธอสุรเดชก็มองหน้าเพื
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 24 แต่งหน้าวันแรก

ถึงวันที่ต้องไปขายผักที่ตลาดสดอีกครั้ง นิตยาตื่นขึ้นมาแต่งหน้าทาปากตั้งแต่ตีหนึ่ง เธอใช้เวลาอยู่นานกว่าจะแต่งหน้าเสร็จ พอถึงเวลาออกเดินทางเธอก็ทำหน้ามุ่ย “คือเฮ็ดหน่าจั่งซั่น” (ทำไมทำหน้าอย่างนั้น) “เมื่อยกับการแต่งหน่า” (เมื่อยกับการแต่งหน้า) นิตยาว่าพลางทำหน้าเซ็ง ๆ การแต่งหน้าให้เนียนสวยใครว่ามันทำง่ายเธอขอเถียงเลยล่ะ “ฮ่า ๆ ๆ อยากงามกะต้องแต่ง” (ฮ่า ๆ ๆ อยากสวยก็ต้องแต่ง) “บ่อได้อยากงามจักหน่อย” (ไม่ได้อยากสวยสักหน่อย) นิตยาใช้ผ้าคลุมหน้าเสร็จก็ก้าวขาขึ้นรถ อำนาจได้แต่มองหน้าเมียแล้วยิ้มด้วยความเอ็นดู เขาเริ่มมีความรู้สึกกับเธอแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไรกัน ความรู้สึกที่อยากดูแล อยากอยู่ข้าง ๆ ไม่ว่าเธอจะสุขหรือทุกข์ แล้วเธอล่ะ เคยคิดแบบเขาสักเสี้ยววินาทีหรือไม่ นิตยาเป็นผู้หญิงที่เก่ง ขยัน อดทนกว่าผู้หญิงที่อยู่ในวัยเดียวกันที่เขาเคยรู้จัก ไม่บ่น ไม่โวยวาย อ่อนโยน มันจึงทำให้เขารู้สึกประทับใจกระมัง มาถึงตลาดนัดอำนาจเปลี่ยนที่วางผักขาย จัดผักเสร็จนิตยาจึงเปิดผ้าคลุมหน้าออก แม่ค้าด้วยกันที่เห็น
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 25 นินทา

“อ้ายบอกแล่ววานิดเฮ็ดได้” (พี่บอกแล้วว่านิดทำได้) “ข่อยย่านเอื้อยขวัญมากวนอีก” (ฉันกลัวพี่ขวัญมาก่อกวนอีก) “ถ้าอ้ายอยู่นำบ่อต้องย่านไผ” (ถ้าพี่อยู่ด้วยไม่ต้องกลัวใคร) นิตยายิ้มให้ อำนาจยกมือขึ้นยีผมภรรยาเบา ๆ ก่อนจะวางแขนพาดบ่าเล็กแล้วเดินไปด้วยกัน ยิ่งเขาทำแบบนี้นิตยาก็ยิ่งคิดไปไกล แต่สำหรับเขาคงคิดว่าเธอเป็นแค่เพียงน้องสาวคนหนึ่งเท่านั้นเอง ทุกคำที่เขาเคยพูดเธอยังจำได้ขึ้นใจ แค่นี้ก็ดีแล้วไม่ใช่หรือ ก่อนหน้าไม่มีแม้แต่คนที่อยากอยู่ใกล้เธอเลยด้วยซ้ำ แค่เขายอมอยู่ใกล้ขนาดนี้ เธอก็ซึ้งมากแล้ว ขวัญเรือนมาถึงบ้านวางของที่ซื้อมาไว้บนบ้านแล้วก็รีบเดินไปบ้านแม่ที่อยู่ไม่ไกลกันมาก บางครั้งตะโกนคุยกันก็ยังได้ยิน มาถึงหน้าบ้านก็ตะโกนเรียกแม่ “แม่!” แม่ยังไม่ขานรับก็ตะโกนอีก “แม่!” “แมนหยังคือเอิ้นตาตี่ตาลาน” (มีอะไรทำไมเรียกตาลีตาเหลือก) “แม่ อีนิดมันไปขายผักกับผัวมันอยู่ในตลาด มันแต่งหน่าแต่งตาพร่อมดิ๊” (แม่ อีนิดมันไปขายผักกับผัวมันอยู่ในตลาด มันแต่งหน้าแต่งตาด้วยนะ)
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 26 โยนหินถามทาง

วันนี้อำนาจกับภรรยาไม่ได้ไปขายของที่ตลาดเขาจึงตั้งท่าจะต่อเติมเล้าไก่ นิตยาเห็นสามีเดินวนเวียนอยู่แถวเล้าไก่จึงลงจากเรือนมาหา “อ้ายทิดสิเฮ็ดหยัง” (พี่นาจจะทำอะไร) “คอกไก่” “เอ๋า คือว่าบ่อฮู่วาสิเฮ็ดมื่อได๋” (อ้าว ไหนบอกว่าไม่รู้จะทำวันไหนไง) เธอจะให้สุรเดชมาช่วยก็ไม่ยอม แถมวันนั้นยังเดินหนีเขาอีก “กะบ่อฮู่ว่าสิเฮ็ดมื่อได๋แต่มื่อนี่ว่างไง” (ก็ไม่รู้ว่าจะทำวันไหน แต่วันนี้ว่างไง) เขาพูดหน้าตาเฉย ทำอะไรก็อยากทำคนเดียว ไม่รู้เอาเครื่องไม้เครื่องมือมาจากไหน พอถามก็บอกว่ายืมพ่อมาบ้างล่ะ ยืมอดิศรเพื่อนของเขามาบ้างล่ะ แต่นานแล้วก็ไม่เห็นเอาไปคืนเขาสักที ดวงตาคมเหลือบมองภรรยาแวบหนึ่งแล้วเลิกคิ้วสูงขึ้น “มื่อนี่บ่อแต่งหน่าเบาะ” (วันนี้ไม่แต่งหน้าเหรอ) “หึ ขี้ค่านล่างหน่า” (ไม่ ขี้เกียจล้างหน้า) การล้างเครื่องสำอางออกจากหน้ามันทำให้เธอเสียเวลาในการทำอย่างอื่น วันนี้อยู่บ้านตัวเองเธอก็ไม่จำเป็นต้องแต่งหน้า “อ้ายทิดอยากให่ข่อยแต่งเบาะ” (พี่นาจอยากให้ฉันแต่งหน้าเหรอ) “
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 27 สร้างความมั่นใจ

เธออยากทำงานมากกว่า ไปบ้านพ่อเขาก็ไม่ค่อยได้คุยกับใครอยู่แล้ว ขี้เกียจตอบคำถามเรื่องลูกกับแม่สามีด้วย “เป็นหยังคือบ่อไป” (ทำไมถึงไม่ไป) อำนาจทำเสียงขุ่น เพราะเวลาไปไหนเขาก็อยากให้ภรรยาไปด้วย เหตุใดเธอไม่คิดเช่นเขา “เป็นห่วงผัก” “บ่อห่วงอ้าย” (ไม่ห่วงพี่) อำนาจทำเสียงสูงเหมือนเธอทำผิดมหันต์ นิตยาผละมือที่กำลังจะหยิบผักลวกแล้วมองหน้าเขา คนตัวโตกล้ามแน่นอย่างเขามีอะไรให้ห่วง เขาก็ถามแปลก “เจ้าเป็นบ้าติ” (พี่เป็นบ้าเหรอ) “บ่อได้เป็นบ้าแต่วาอยากให้ไปนำกัน…เนาะ ไปนำอ้ายเนาะ” (ไม่ได้เป็นบ้าแต่ว่าอยากให้ไปด้วย…นะไปด้วยกันกับพี่นะ) อำนาจทำสายตาอ้อนวอน พักหลังมานี้เขาชอบทำหน้าทำตาแปลก ๆ ชอบทำเสียงเล็กเสียงน้อยเวลาที่อยากได้อะไรดั่งใจตัวเอง “เอ้อ ๆ ไปกะไป” (เออ ๆ ไปก็ไป) สิ้นคำพูดภรรยาเขาถึงได้คลี่ยิ้มออกมาอย่างพอใจ บ่ายคล้อยของวันต่อมาอำนาจปั่นจักรยานซ้อนท้ายกับเมียไปบ้านพ่อ ดีที่ทางเข้าบ้านเป็นถนนลูกรังเรียบ ๆ จักรยานจึงปั่นไปได้สะดวก มาถึง
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 28 เอาหนังสือมาให้

สัปดาห์ต่อมาภากรไปช่วยอำนาจตัดไม้ที่นา เป็นไม้เต็งสองต้นใหญ่ อำนาจเป็นคนคิดเร็วทำเร็ว พูดกับภรรยาในวันนั้นก็ไปซื้อรถมอเตอร์ไซด์ด้วยเงินสด แล้วนำมาทำซาเล้งเองในวันนั้นเลย เช่นเคยนิตยาได้แต่ทึ่งในความสามารถของสามีตัวเอง เขาเป็นแบบนี้ก็ยิ่งปลื้มเขาใหญ่ ทุกคนที่บ้านพ่อกับแม่ได้ยินข่าวก็ยิ่งประหลาดใจ ประหลาดใจที่ทั้งสองมีเงินมากและประหลาดใจที่อำนาจต่อเติมรถซาเล้งเองโดยไม่ต้องจ้างช่าง วันนี้ก็เช่นกัน อำนาจเตรียมเครื่องไม้เครื่องมือใส่ซาเล้งตัวเองมาพร้อมจนพี่ชายสงสัยว่ามันหาเครื่องมือมาจากไหนเพราะวันนี้เขาเองก็เตรียมเลื่อยสองเกลอมาให้น้องชายด้วยเช่นกัน แต่มันกลับไม่ใช้ ดีเหมือนกันไม่ต้องเปลืองแรง “มึงเอาเลื่อยเครื่องมาต๊ะนำไผ” (มึงเอาเลื่อยเครื่องยนต์มาจากใคร) “เฮียนบักศร” (บ้านไอ้ศร) “มันคือให่ยืมซุอย่างแถะ” (ทำไมมันให้ยืมทุกอย่างเลย) ปกติพ่อของอดิศรเป็นคนหวงของที่สุด แต่อำนาจไปขอยืมอะไรมันก็ได้มาทั้งหมด ไม่รู้น้องชายไปคุยท่าไหน “จักแหล่ว ไปยืมมันฮังให่มาโลดแมะ” (ไม่รู้สิ ไปยืมมันก็ให้มาตลอดเลยนะ
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 29 หงุดหงุด

อำนาจมองไปรอบบ้านเพื่อหาพืชสมุนไพร ก่อนจะเห็นใบบัวบกอยู่หน้าบ้าน เขาละมือจากมือภรรยาแล้วรีบไปเก็บใบบัวบกมาล้างให้สะอาด จากนั้นนำไปบดแล้วรีบมาพอกแผลให้เธอ และใช้ผ้าบางพันแผลไว้ สายตาเขาดูเป็นห่วงภรรยามาก สุเดชมองทั้งสองด้วยความเข้าใจทุกอย่าง แค่เห็นสายตาของอำนาจที่มองมาทางเขาในคราแรก สุรเดชก็รู้แล้วว่าอำนาจหวงและห่วงนิตยามากแค่ไหน เขาคงไม่อยู่เป็นส่วนเกินพวกเขา และคงไม่บังอาจคิดอยากแย่งนิตยามาจากเจ้าของหัวใจเธออีก “นิด เฮาไปนาหาอีแม่ก่อนเด้อ” (นิด เราไปนาหาแม่ก่อนนะ) “บ่ออยู่กินเข่านำกันก่อนติ” (ไม่อยู่กินข้าวด้วยกันก่อนเหรอ) สุรเดชเหลือบมองหน้าสามีเพื่อนด้วยสายตาหวาดหวั่น แล้วตอบเพื่อนออกไป “บ่อ อีแม่สิถ่าโดน” (ไม่ คุณแม่จะรอนาน) คงไม่มีใครกล้าอยู่ถ้าได้เห็นสายตาพิฆาตของผัวเธอ แค่เห็นก็เสียวไปยันไส้ติ่งแล้ว เก็บไว้ให้มันเป็นส่วนเกินของร่างกายอย่างนี้ดีกว่าให้ผัวเธอเฉือนทิ้ง “เอ้อ ๆ ไปซะก็สั่น เอาบักแตงไปฝากลาวนำแหน่” (เออ ๆ ถ้าอย่างนั้นก็ไปเถอะ เอาแตงไปฝากแกด้วยสิ) นิตยาหันหน้าไปทางสามีที่อยู่ใกล้แตงมากกว่า “อ้ายทิด
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 30 ตกลงจะเป็นเมียพี่ได้หรือยัง

วันนั้นทั้งวันทั้งสองก็ไม่คุยกันเลย แม้แต่ตอนทานอาหารเย็นด้วยกัน ล่วงเลยจนถึงเวลาเข้านอน นิตยาเข้านอนก่อนสามีไปแล้ว อยากทำหน้าหงิกทั้งวันก็ตามใจ อำนาจค่อย ๆ คลานต้อย ๆ เข้ามาในมุ้ง “นิด นอนคือบ่อถ่าอ้าย” (นิด ทำไมนอนไม่รอพี่) น้ำเสียงเขาอ่อนลง ไม่มีใครง้อหายเองก็ได้วะ “ค่าน” (ขี้เกียจ) นิตยาตอบกวน ๆ “เอ๊า คือเว่าจั่งซั่น มาคำคีงให้อ้ายเบิ่งแหน่ คือจั่งอ้ายสิไข่นิ่ล่ะ” (อ้าว ทำไมพูดอย่างนั้น มาจับตัวให้พี่หน่อย เหมือนพี่จะเป็นไข้นี่แหละ) เขาทำเสียงเล็กเสียงน้อยอีกแล้ว ยิ่งฟังยิ่งทำให้ใจหวิว นิตยารู้สึกเป็นห่วงสามีมากจึงคลานเข้ามาหาคนร่างโตที่นอนอยู่ ลืมไปเลยว่าไม่คุยกันมาทั้งวัน มือเล็กเอื้อมไปแตะหน้าผากเขาเบา ๆ แต่เขากลับตวัดข้อมือเธอจนตัวเธอล้มลงไปทับบนอกเขา “ว้าย! อ้ายนาจ!” (ว้าย! พี่นาจ)นิตยาแหวใส่เขาที่ทำเธอตกใจ “ฮ่องเฮ็ดหยัง” (ร้องทำไม) “ตกใจ ปล่อย หายใจบ่อออก” (ตกใจ ปล่อย หายใจไม่ออก) “บ่อปล่อย” (ไม่ปล่อย) “อ้ายนาจ!” (พี่นาจ
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
123456
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status