บททั้งหมดของ ทะลุมิติไปเป็นสามีตัวอ้วนของหญิงอัปลักษณ์: บทที่ 11 - บทที่ 20

57

ตอนที่ 11 ทายาให้

“จั่งซั่นเจ้ากะพาข่อยเฮ็ดโลด เจ้าพาเฮ็ดหยัง ข่อยกะเฮ็ดอั่นนั่นล่ะ) (อย่างนั้นพี่ก็พาฉันทำเถอะ พี่พาทำอะไรฉันก็ทำสิ่งนั้นแหละ) นิตยาไม่เคยได้ยินคำว่าเกษตรผสมผสาน ผู้คนส่วนมากในเขตนี้ หลังทำนาพวกเขาต่างพากันปลูกต้นยาสูบ ปลูกหอมเธอก็ทำตาม เพื่อเอาไปแลกข้าวแลกไข่มาเลี้ยงชีพ ผักอื่น ๆ ก็เก็บกินตามธรรมชาติ เธอไม่ค่อยได้ซื้อหา และไม่เคยได้กินผักที่เขาขายตามท้องตลาดเท่าไรนัก ถ้าอำนาจคิดพาเธอทำอะไรเธอก็ไม่เกี่ยง “เฮากะปลูกผักไว่กิน ถ้าเหลือกะจั่งขาย” (เราก็ปลูกผักไว้กิน ถ้าเหลือก็ค่อยขาย) “กะดีคือกัน” (ก็ดีเหมือนกัน) นิตยาเห็นตามสามี คุยกันไปคุยกันมาต่างก็ผล็อยหลับไปทั้งคู่ เช้าวันรุ่งขึ้นอำนาจเดินไปดูตาข่ายหรือมองที่เขาดักปลาไว้ตั้งแต่เมื่อวานตอนเย็น ปกติคนอื่นที่มาดักปลาเขาจะใช้เรือพายแต่อำนาจไม่มีเขาจึงต้องค่อย ๆ เดินลงน้ำไปตามตาข่ายที่เขาดักปลาไว้โดยใช้ไม้ไผ่เป็นหลักปักไว้ในดินเพื่อยึดตาข่าย มือข้างหนึ่งยกตาข่ายขึ้นดู “ป้าด! คือมีปลาหลายแท่วะ” (โอ้โฮ! ปลาทำไมเยอะจังวะ) อำนาจอุทานออกมาด้วยความตื่นเต้น ไม่น่
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 12 นกเขาไม่ขันมาสามปี

สามสัปดาห์ต่อมาหลังจากขุดคลองน้ำเข้าพื้นที่เพาะปลูกเสร็จ อำนาจไปบ้านพ่ออีกครั้ง ครั้งนี้เขาไปคนเดียว ส่วนภรรยาก็เก็บเกี่ยวใบยาสูบรอ และหั่นเป็นเส้นฝอยตากแดดไว้ อำนาจไปถึงบ้านก็เดินหาอะไรบางอย่าง ภากรจึงถามขึ้น “มึงหาหยัง” (มึงหาอะไร) “เครื่องสูบน่ำ” (เครื่องสูบน้ำ) อำนาจตอบพี่ชายทั้งเสียงหายใจเหนื่อยหอบ เหงื่อก็ไหลตามกายจนเปียกโชก ตอนนี้เหมือนน้ำหนักจะลดลงไปเกือบสิบกิโลกรัมโดยไม่ได้ตั้งใจ เดินหาบน้ำ รดน้ำผัก และขุดดินทั้งวัน ก็เป็นวิธีลดน้ำหนักที่ดีอีกแบบหนึ่ง ไม่ต้องพึ่งยาลดน้ำหนัก ไม่ต้องพึ่งลู่วิ่งไฟฟ้าให้สิ้นเปลือง “สิเอาไปเฮ็ดหยังอีกล่ะ” (จะเอาไปทำอะไรอีกล่ะ) “สูบน่ำปลูกผัก ปลูกหญ่าไปซั่นล่ะ” (สูบน้ำปลูกผัก ปลูกหญ้าก็ว่าไป) ที่นาของนิตยาดีที่อยู่ใกล้แหล่งน้ำไม่ต้องจ้างรถมาขุดสระน้ำให้ลำบาก “ซุมื่อนี่คือพัฒนาแท่วะ” (ทุกวันนี้ทำไมพัฒนาจังวะ) ภากรเอ่ยเย้าน้องชาย หรือเขาคิดจริงจังกับนิตยาแล้วจริง ๆ ถึงได้คิดสร้างฐานะกับเธอ และตอนนี้รูปร่างเขาก็ดูผอมลงกว่าเดิม ขาหนีบที่เคยเดินเสียดสีกันตอนน
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 13 เริ่มทำเกษตรผสมผสาน

ตื่นเช้ามาอำนาจเอาหญ้าคาที่เหลือจากการทำเล้าไก่มามุงหลังคาห้องน้ำ และทำประตูห้องน้ำใหม่ด้วยการสานไม้ไผ่ให้เสร็จสรรพ นิตยาทำอาหารเสร็จแล้วจึงเดินมาช่วยสามี “ข่อยซอย” (ฉันช่วย) “หยิบไพหญ่าให่อ้ายแหน่ก๊ะสั่น” (ถ้าอย่างนั้นหยิบหญ้าคาให้พี่หน่อย) อำนาจเทียวขึ้นเทียวลงเองอยู่หลายรอบแล้ว มีภรรยามาช่วยก็ดี เธอหยิบหญ้าคาที่สามีสานไว้ยื่นให้เขามุงหลังคา ต่อไปนี้ก็ไม่ต้องนั่งปลดหนักปลดเบาตากแดดตากฝนอีก ความจริงอำนาจอาจจะเป็นคนที่เก่งและขยันอยู่แล้วเพียงแต่ยังไม่ถึงเวลาของเขา พอคิดอยากทำก็เลยทำไม่หยุด นิตยามองสามีแบบนั้น เพราะตอนนี้เขาจะทำอะไรก็เหมือนเป็นช่างฝีมือไปหมดทุกอย่าง มุงหลังคาเสร็จทั้งสองเดินมานั่งที่แคร่ไม้ไผ่ใต้ต้นตะคร้อ “นิดมีเงินจักยี่สิบบาทบ่อ” (นิดมีเงินสักยี่สิบบาทไหม) “มีอยู่ อ้ายสิเอาไปหยัง” (มี พี่จะเอาไปทำอะไร) ข้อดีของอำนาจตลอดเวลาที่อยู่กับเธอมาเขาไม่เคยถามถึงเงิน ไม่เคยใช้เงินเลย แต่วันนี้เขาจะเอาไปทำอะไร “สิเอาไปซื่อในผักในตลาด” (จะเอาไปซื้อเมล็ดผักในตลาด)
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 14 ขนฟาง

เช้านี้ทั้งสองจะต้องไปขอฟางข้าวกับพ่อใหญ่เคนผู้นำหมู่บ้านเพื่อนำมาทำเป็นที่บังแดดให้ผักที่เพิ่งปลูกเสร็จ นิตยาเดินอย่างทุลักทุเลไปตามคันนาที่มีทั้งสูงทั้งต่ำและหญ้าที่เริ่มแก่และแห้งมากแล้ว “พ่อผู้ใหญ่ข่อยขอเฟียงแหน่” (พ่อผู้ใหญ่ผมขอฟางข้าวหน่อย)อำนาจตะโกนบอกผู้ใหญ่เคนที่กำลังนั่งอยู่บนเถียงนา วันนี้แกมาเลี้ยงควายกับภรรยา ส่วนลูก ๆ นั้นกำลังเก็บใบยาสูบอยู่แปลงถัดไปจากเถียงนา“สิเอาไปเฮ็ดหยังล่ะ” (จะเอาไปทำอะไรล่ะ)ผู้ใหญ่เคนร้องถาม อำนาจไม่มีวัวควายแล้วเขาจะเอาฟางข้าวไปทำอะไร “เอาไปปกผัก” (เอาไปคลุมผัก)“เอาโลด ๆ อยากได้ท่อได๋กะมาหาบเอา” (เอาเลย ๆ อยากได้เท่าไรก็มาหาบเอา) ผู้ใหญ่เคนไม่หวงอยู่แล้วถึงเขาจะมีควายแต่เขาก็มีฟางมาก เพราะที่นาของแกก็มีมากเช่นกัน และอำนาจก็เป็นลูกชายเพื่อนรัก ไม่มีทางที่เขาจะไม่ให้ อำนาจใช้เชือกไนล่อนที่พกมาด้วยมัดฟางข้าวแล้วใช้ไม้คานหาบกลับ ของนิตยาเขาไม่ทำมัดใหญ่มากนัก เพราะต้องหาบไกลเกือบสองกิโลเมตร หาบสักสามสี่เที่ยวก็คงจะพอ “อ้ายทิดคือเฮ็ดมัดใหญ่คักแท่” (พี่นาจทำไมทำมัดใหญ่จัง) นิต
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 15 เริ่มเก็บผลผลิต

สองสัปดาห์ให้หลังทั้งสองเก็บฟางข้าวชุดเก่าออก และเริ่มปลูกผักชุดใหม่แล้วใช้ฟางข้าวคลุมผักไม่ให้เหี่ยวอีกครั้งเพื่อทั้งสองจะได้ทยอยเก็บผักได้อย่างต่อเนื่อง อีกสองสัปดาห์ถึงจะปลูกพืชตระกูลแตงและข้าวโพดต่ออำนาจนั่งอยู่ในกระท่อมเพิงหมาแหงนที่เขาทำไว้สำหรับนั่งหลบแดดตอนทำงาน สายตาทอดมองผลงานของตัวเองและภรรยาด้วยความภาคภูมิใจ นิตยาตักน้ำดื่มมาให้เขาอำนาจรับขันน้ำมาดื่มแล้ววางไว้ข้างตัว “อีกบ่อโดนเฮากะได้ขายแล่ว” (อีกไม่นานเราก็ได้ขายแล้ว)นิตยาก็รู้สึกภูมิใจเช่นกันถึงจะเหนื่อยแต่ก็รู้สึกคุ้มค่ากับแรงที่เสียไป“เฮาสิใส่รถหยังไปขาย” (เราจะใส่รถอะไรไปขาย)ลำพังจักรยานคงบรรทุกไปไม่ไหวแน่“อ้ายสิไปยืมรถซาเล่งอ้ายทิด” (พี่จะไปยืมรถซาเล้งพี่ภา)อย่างน้อยภากรก็ยังมีรถอีแต๊กไว้ใช้ คงไม่ลำบากเท่าไร อีกอย่างเขาก็ไม่ได้เอาไปทั้งวัน ภากรคงไม่ว่าอะไร“ไปกินเข่าเที่ยงเถาะ ข่อยหิวเข่าแล่ว” (ไปกินข้าวเที่ยงเถอะ ฉันหิวข้าวแล้ว)นิตยากล่าว“ไปแหมะ” (ไปสิ)อำนาจลุกขึ้นใช้มือปัดกางเกงที่เปื้อนดินแล้วเดินไปกอดคอภรรยาขึ้นไปบนเรือน“อ้ายทิดข่อยหนัก” (พี่นาจฉันหนัก)นิตยาทำเสียงงอแงเมื่อแขนหนักของเขามาพาดอยู่ที่ไ
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 16 คนที่ใครก็ไม่ต้องการ

นิตยาเดินเข้ามาในลานหน้าบ้านที่ตนเคยอาศัยอยู่ตอนเด็ก มันเคยอบอุ่นอยู่ช่วงหนึ่งของชีวิต แล้วก็ไม่เคยรู้สึกอีกเลยหลังจากน้องสาวเธอเสียชีวิต ทุกอย่างยังดูเหมือนเดิม บ้านไม้ทั้งหลังยกพื้นสูงแค่เอว มีห้องนอนสองห้อง ห้องครัวและลานเอนกประสงค์ สภาพเก่าซอมซ่อฝาบ้านยังเป็นไม้ไผ่สานเช่นเดิม ครอบครัวของเธอมีพี่น้องสี่คน พี่สาวคนโตแต่งงานแล้วกับคนหมู่บ้านอื่น และเธอก็ย้ายไปอยู่กับสามี พี่สาวคนรองแต่งงานแล้วออกเรือน บ้านอยู่ถัดไปจากบ้านแม่ ส่วนพี่สาวคนที่สามแต่งงานแล้วตอนนี้อยู่กับพ่อแม่ที่บ้านหลังนี้ ที่สำคัญพี่สาวคนนี้เกลียดเธอมาก “พ่อ! แม่!” นิตยาเรียกพ่อกับแม่อยู่หน้าบ้านไม่กล้าเดินเข้าไปโดยพลการ “เสียงคืออีนิดแถะเจ้าออกไปเบิ่งก่อนน่ะ” (เสียงเหมือนอีนิดจังแกออกไปดูหน่อยสิ) ยุพาบอกสามี สมานก็ได้ยินเหมือนเสียงลูกสาวคนเล็กเหมือนกัน แต่เธอคงไม่กล้ามาหรอก “ข่อยไปเบิ่งเอง” (ฉันไปดูเอง) นารีลุกขึ้นแล้ววิ่งออกไปเหมือนไม่ใช่คนกำลังท้องอ่อน ๆ ทั้งที่ก่อนหน้านอนหมดแรงอยู่ข้างแม่กับพ่อ เพราะรู้สึกมึนศีรษะ พอเห็นหน้าน้องสาวเธอก็ตวาดขึ้น
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 17 เริ่มทำการค้า

อำนาจจับมือภรรยาที่เอาแต่ยืนนิ่งแล้วเดินไปหยิบเอาตะกร้าที่นอนคว่ำหน้ายกก้นขึ้นชี้ฟ้าอยู่อย่างเดียวดาย จากนั้นก็เดินออกจากบ้านหลังนั้นโดยไม่หันกลับไปมองอีก มือของนิตยาเย็นเฉียบและเกร็งแน่น “เก็บเอาผักไปล่าง” (เก็บเอาผักไปล้าง) ยุพาบอกลูกสาว และนารีก็ทำตามอย่างว่าง่าย ผักสวย ๆ แบบนี้หายาก ไม่รู้ว่านิตยาไปเอามาจากไหน “เจ้าบ่อย่านเบาะ” (แกไม่กลัวเหรอ) สามีถามขึ้น พอนิตยาอยู่ทำท่ารังเกียจหนักหนา แต่พอลับหลังกลับทำอีกอย่าง “ล่างมันกะบ่อเป็นตาย่านแล่ว” (ล้างมันก็ไม่น่ากลัวแล้ว) “พอดีล่ะข่อยสิเอาไปลวกกินกับป่น” (พอดีแหละ ฉันจะเอาไปลวกกินกับน้ำพริก) พูดจบนารีก็เดินถือผักขึ้นบนบ้านหน้าตายิ้มแย้ม ตามด้วยยุพา ส่วนสมานยืนมองตามลูกสาวคนเล็กจนลับสายตา นิตยาเดินออกมาไม่นานน้ำตาก็ร่วงเผาะ จากนั้นก็ไหลทะลักราวกับเขื่อนแตก ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ปี ทุกคนในครอบครัวก็ยังรังเกียจเธอ มีเพียงพี่สาวคนโตที่ยังพอฟังน้องสาวบ้างแต่เธอก็ไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว อำนาจเดินเข้ามากอดคอภรรยาที่เอาแต่เดินก้มหน้าแล้วเช็ด
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 18 ขายของวันแรก

นิตยาหั่นใบยาสูบรอ ข้าง ๆ เธอเปิดวิทยุฟังไปด้วย หลายเดือนแล้วที่เธอรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้โดดเดี่ยวอีกต่อไป ไม่ต้องคุยคนเดียว ทำงานคนเดียวเหมือนที่ผ่านมา เพราะเธอมีสามีคนใหม่ สามีที่หาอะไรที่เป็นประโยชน์ทำตลอดเวลา เหนื่อยก็พัก จะทำอะไรเขาก็บอกและปรึกษาเธอก่อนเสมอ มันให้ความรู้สึกเป็นครอบครัวมากขึ้น ถึงทั้งสองจะไม่ได้มีสัมพันธ์ทางกายก็ตาม อำนาจได้ถุงซิปล็อกมาให้ภรรยาแล้วก็ลงไปแปลงผักเพื่อถอนหญ้า และใช้น้ำสะเดาต้มไล่แมลง นิตยาหั่นยาสูบตากแห้งเสร็จก็เดินไปเก็บใบตองแห้งมาทำความสะอาด และบรรจุยาเส้นกับใบตองใส่ในถุงซิป ได้ทำงานแบบนี้แล้วเธอรู้สึกมีความสุขจัง นานเท่าไรแล้วที่นิตยาไม่ได้รู้สึกผ่อนคลายแบบนี้ สี่วันต่อมาอำนาจเข้าไปในหมู่บ้านอีกครั้งเพื่อขอยืมรถซาเล้งของพ่อ อ้วนมองลูกชายด้วยสายตาที่ไม่อยากเชื่อนัก อำนาจผอมลงไปมากเหมือนกัน แต่ก็ยังถือว่าเจ้าเนื้ออยู่อีกนิด มองดูเหมือนลูกชายเขาทำงานหนัก “พ่อ! ข่อยยืมรถแหน่” (พ่อ! ผมยืมรถหน่อย) อำนาจเอ่ยปากพร้อมกับยื่นปลาที่ใช้ต้นไคร้หางนาคร้อยแทนเชือกมาให้พ่อ “สิเอาไปเฮ็ดหยังล่ะ” (จะเอาไปทำอ
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 19 อีหน้าผี

“มื่อลุนมาซื่อใหม่เด้อจ้า” (วันหลังมาซื้อใหม่นะคะ) นิตยายิ้มให้พร้อมพูดเชิญชวน ลูกค้าคนนั้นก็ยิ้มให้ด้วยไมตรีจิต แล้วเดินไปร้านถัดไป “เอ้า อีหน่าผีตั้วนิ่ มันมาขายหยังล่ะ” (อ้าว อีหน้าผีนี่นา มันมาขายอะไรล่ะ) แม่ค้าที่อยู่ฝั่งตรงข้ามพูดขึ้น เมื่อสังเกตแม่ค้าคนใหม่อยู่สักพักจนรู้ว่าเป็นหญิงสาวที่คนในเขตนี้เขารังเกียจ ผักของเธอมีหลากหลายจนนึกอิจฉา ในจังหวะนั้นลูกค้าคนที่เพิ่งซื้อถั่วฝักยาวไปก็หันมามองพอดี และเห็นใบหน้าของเธอ นิตยาหน้าเสียรีบใช้ผ้าคลุมหน้าพัลวัน เธอเดินกลับมาอีกครั้ง “เอาเงินกูคืนมา แล่วกะเอาบักถั่วฮ่าง ๆ มึงคืนไป” (เอาเงินกูคืนมา แล้วก็เอาถั่วไม่สวยของมึงคืนไป) ลูกค้าโยนถั่วฝักยาวใส่หน้านิตยา พร้อมแบมือขอเงินคืน “ออกไป มึงมาขายหยังอยู่นิ่” (ออกไป มึงมาขายอะไรอยู่ที่นี่) แม่ค้าคนดังกล่าวไล่เธอออกจากพื้นที่ นิตยาคืนเงินให้ลูกค้ามือไม้สั่น นึกหวาดกลัวขึ้นมาจนแทบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เหตุการณ์แบบนี้มันกำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้ง แต่แล้วเสียงสวรรค์ก็ดังขึ้นก่อน “เจ้าบ่อมี
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 20 ซื้อเครื่องสำอาง

เขาเลือกเครื่องสำอางให้ภรรยาอยู่สักพัก พอได้ครบแล้วจึงเอามาคิดเงิน นิตยาถือเพียงผงซักฟอกและผ้าอนามัยออกมาวางข้างของเขาอำนาจวางถังน้ำขนาดใหญ่กับพื้น ส่วนเครื่องสำอางวางลงบนโต๊ะหน้าพนักงานคิดเงิน“อ้ายทิดซื่อเครื่องสำอางไปเฮ็ดหยัง” (พี่นาจซื้อเครื่องสำอางไปทำไม)“เอาไปให่นิดใซ่” (เอาไปให้นิดใช้)เขาคิดว่าถ้าเธอได้แต่งหน้ารอยบนใบหน้านิตยาก็จะไม่มีให้เห็นสร้างความมั่นใจให้เธอได้อีก“ข่อยใซ่บ่อเป็น” (ฉันใช้ไม่เป็น)เกิดมาเธอเคยแต่งหน้ากับเขาที่ไหน อย่างมากก็แค่ทาแป้งฝุ่นคนคิดเงินได้แต่ยืนอมยิ้ม แอบชื่นชมสามีของนิตยาอยู่ในใจ แทนที่ภรรยาจะเป็นฝ่ายเลือกเครื่องสำอางแต่กลับเป็นสามีเลือกให้ สามีแบบนี้หาได้ที่ไหน“เดี๋ยวอ้ายสอน” (เดี๋ยวพี่สอน)จ่ายเงินเสร็จเรียบร้อยทั้งสองก็เดินไปที่รถซาเล้งที่จอดอยู่ไม่ไกลนักคิ้วเรียวของนิตยาขมวดเข้าหากันเมื่อเห็นผู้ชายคนหนึ่งหน้าตาคล้ายกับคนรู้จัก“อ้ายทิดแมนพี่อ้ายพงศ์บ่อนั่น” (พี่นาจ คนนั้นใช่พี่เขยไหม)นิตยาพยักเพยิดหน้าให้สามีดูผู้ชายที่กำลังนั่งทานก๋วยเตี๋ยวกับผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเธอก็รู้จัก ด้วยท่าทางสนิทสนม อำนาจจึงมองตาม“แมน แล่วผู้ญิงคนนั่นเป็นไผ” (ใ
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
123456
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status