ทะลุมิติไปเป็นสามีตัวอ้วนของหญิงอัปลักษณ์

ทะลุมิติไปเป็นสามีตัวอ้วนของหญิงอัปลักษณ์

last updateHuling Na-update : 2026-04-19
Language: Thai
goodnovel12goodnovel
Hindi Sapat ang Ratings
57Mga Kabanata
1.4Kviews
Basahin
Idagdag sa library

Share:  

Iulat
Buod
katalogo
I-scan ang code para mabasa sa App

หนุ่มวิศวะผู้หวงความโสดต้องทะลุมิติไปเป็นสามีของหญิงสาวหน้าผีที่มีแต่คนรังเกียจ แต่พ่อกับแม่ของเขาอยากได้หลานแล้วเขาจะทำอย่างไรเมื่อเขาก็ไม่สามารถมีลูกกับคนที่ไม่ได้รักได้เช่นกัน

view more

Kabanata 1

ตอนที่ 1 บักอ้วน

“อ้ายทิด!” (พี่นาจ) เสียงนิตยาร้องเรียกสามีมาแต่ไกล วันนี้เขานอนตื่นสายกว่าทุกวัน เธอเดินเข้ามาใกล้ ขาก้าวขึ้นบันได แล้วเรียกเขาอีกครั้งพร้อมเปิดประตูบ้านเข้ามา “อ้ายทิดนาจ!” (พี่นาจ)

            ชายร่างอ้วนท้วนที่กำลังนอนสลบไสลอยู่ในห้องแคบ ๆ ถึงกับสะดุ้ง ดีดตัวลุกขึ้นนั่งเหยียดขาตรงอยู่บนที่นอนเก่าซอมซ่อ ผมเผ้าชี้ฟูทำหน้ามึนงง

            ใครเรียก? เขาชื่อมาวินแล้วนาจมาจากไหน

            ดวงตาคมคายมองหญิงสาวที่สวมผ้าถุงเสื้อแขนยาวสีดำมีผ้าคลุมหน้าด้วยความตกใจ

            “เป็นหยังคือเฮ็ดหน่าจั่งซั่น” (ทำไมถึงทำหน้าอย่างนั้น) นิตยาพูดพร้อมกับใช้มือคลี่ผ้าขาวม้าที่คลุมหน้าออกช้า ๆ

            “เฮ้ยผี!” มาวินร้องขึ้นทำหน้าตาแตกตื่น ถอยกรูดจนหลังไปชนกับสังกะสีที่ใช้ทำฝาผนังบ้าน “เอ๋อฮ่อน” (โอ๊ยร้อน) มาวินสะดุ้งโหยงเมื่อโดนสังกะสีช่วงเที่ยงลวกแขน เขาผละกายออกห่างจากสังกะสีแทบไม่ทัน ยกมืออีกข้างลูบแขนตัวเองป้อย ๆ “ทำไมพูดอีสานได้วะ” มาวินพึมพำกับตัวเองทั้งที่เขาเป็นคนลูกครึ่ง

            อ้อ ใช่สิเขาลืมไปว่าเขาเป็นลูกครึ่งอุดรฯ-หนองคาย แค่เขาไปอยู่กรุงเทพฯตั้งแต่เด็กแค่นั้นเอง

            “ฮะ! เจ้าว่าหยังเกาะ เฮ็ดปานบ่อเคยเห็นหน่าข่อย เจ้าเป็นบ้านอนติ” (ฮะ! พี่ว่าอะไรนะ ทำยังกับไม่เคยเห็นหน้าฉัน พี่นอนละเมอเหรอ)

นิตยาถาม ขาก็ก้าวเข้าไปใกล้สามีขี้เกียจไม่หยุด เธอได้ยินเหมือนเขาพูดภาษากลาง

            “อย่า! อย่าเข่ามา” (อย่า! อย่าเข้ามา) อำนาจโบกมือไม่ให้เธอเดินเข้ามาใกล้ ทำไมหน้าผู้หญิงคนนี้ถึงได้น่ากลัวนัก แก้มขวายังปกติดี แต่แก้มข้างซ้ายตั้งแต่คางขึ้นไปจนถึงขมับนั้นเหมือนมีเส้นเลือดทั้งแดงทั้งดำสอดสานกันอยู่เป็นพันเป็นหมื่นเส้นคล้ายกับรากฝอยของพืช มันไม่ใช่ปานดำ มองผ่าน ๆ คล้ายกับผีอย่างไรอย่างนั้น “อ้ายขอตั้งสติก่อน” (พี่ขอตั้งสติก่อน) ตอนนี้ในใจเขากำลังสับสนวุ่นวายไปหมด

            นิตยาทำหน้างงกับคำว่า ‘อ้าย’ ของเขา ปกติเขาแทนตัวเองว่ากูกับมึงกับเธอเสมอ แล้ววันนี้ทำไมแทนตัวเองว่าพี่ได้

ผีเข้าหรือเปล่า?

            แต่แล้วเธอก็คิดว่าสามีตัวเองนอนละเมอจึงไม่คิดอะไรมาก “กะซั่นข่อยสิไปเฮ็ดแนวกิน เจ้าไปล่างหน่าไป” (ถ้าอย่างนั้นฉันจะไปทำกับข้าว พี่ไปล้างหน้าเถอะ) ว่าแล้วนิตยาก็เดินทะลุไปอีกฝั่งของบ้านที่มีเพียงห้องเดียว แล้วเริ่มก่อไฟทำอาหาร

            “เอ้อ” (ครับ) มาวินในร่างอำนาจรับคำเสียงแผ่ว มันเกิดอะไรขึ้นกับเขา ร่างอ้วนเกือบร้อยกิโลกรัมงอขาเข้ามาหาตัวแล้วนั่งกอดเข่าเหมือนคนหมดอาลัยตายอยาก มันแทบจะกอดไม่มิดเพราะติดพุง เขาค่อย ๆ ทำใจให้เย็น หายใจเข้าลึกหายใจออกยาวอยู่หลายนาที ก่อนที่ความจำของร่างเดิมจะค่อย ๆ พรั่งพรูเข้ามาในหัว

            มาวินไปงานเลี้ยงของบริษัทรับเหมาก่อสร้างที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในเขตสาทร จำได้ว่าขากลับตัวเองไม่ได้เมา รถไม่ได้เกิดอบัติเหตุ แต่ทว่าเขาเบรกรถกะทันหันเพราะเห็นเด็กที่วิ่งข้ามถนนโดนรถยนต์คันข้างหน้าเหยียบตายไปต่อหน้าต่อตา จนเขาเกิดอาการ…แน่นหน้าอก หายใจไม่ออก และหัวใจวายเฉียบพลัน

            ใช่ เขาหัวใจวายตายเพราะเขาเป็นโรคหัวใจอยู่แล้ว

            แล้วไอ้อ้วนนี้ล่ะทำไมเขาถึงตาย มาวินนั่งคิดสักพัก…

            เมื่อคืนก่อนนอนร่างนี้รับประทานอาหารเย็นกับซุบหน่อไม้อย่างเอร็ดอร่อยจนข้าวเหนียวหมดไปหนึ่งกระติบใหญ่เพียงคนเดียว จากนั้นก็เข้านอน แล้วเขาก็…

ใช่ ผู้ชายคนนี้นอนหลับตายโดยไม่รู้ตัวหรือภาษาชาวบ้านเรียกว่าไหลตาย

เฮ้อ! ก็ตายไม่ค่อยต่างกันนัก บทจะตายก็ตายง่ายเหลือเกิน ที่สำคัญร่างนี้มีภรรยาแล้ว ภรรยาที่มีใบหน้าอัปลักษณ์

มาวินแหงนหน้ามองหลังคาบ้านที่มุงด้วยสังกะสี เห็นแสงตะวันที่ลอดผ่านรูรั่วของสังกะสีเป็นประกายระยิบระยับคล้ายกับมองดูดาวตอนกลางคืน แต่โทษทีมันไม่ได้โรแมนติกขนาดนั้น ตอนนี้ตัวเขาเปียกโชกไปหมดเพราะเหงื่อไหลทะลักออกมาไม่หยุด จากนั้นไล่สายตาลงมามองรอบห้อง กะด้วยสายตาน่าจะกว้างยาวแค่สี่คูณห้าเมตรเท่านั้น ตู้เสื้อผ้าเป็นแบบถุงผ้ามีซิบรูดอยู่ด้านหน้า ราวตากผ้าที่ทำด้วยไม้ไผ่อีกหนึ่งอัน และกระจกขนาดเท่าสองฝ่ามือแขวนอยู่บนผนัง ข้างกันมีกระบอกไม้ไผ่แขวนอยู่ในนั้นมีหวีอยู่เพียงอันเดียว ข้างตู้เสื้อผ้ามีหนังสือวางตั้งอยู่สองกอง

Palawakin
Susunod na Kabanata
I-download

Pinakabagong kabanata

Higit pang Kabanata
Walang Komento
57 Kabanata
ตอนที่ 2 อาบน้ำ
ผนังบ้านก็เป็นสังกะสี มีประตูที่ทำจากฟางข้าวสองข้างซ้ายขวา เขาลุกขึ้นยืนอย่างยากลำบาก “โอย!” ร่างนี้อ้วนจนลุกแทบไม่ไหว เข่าก็ปวด เอวก็ปวด หลังก็ปวด จากนั้นก็เดินไปดูประตูฝั่งซ้ายก่อนจึงรู้ว่ามันเป็นชานยื่นออกไปแล้วมีบันไดอยู่สี่ขั้น พื้นด้านล่างต่างระดับก้าวเพียงหนึ่งช่วงขาก็ถึง มีสังกะสีมุงอยู่ด้านบนสามแผ่น แล้วพาร่างใหญ่เดินมาฝั่งขวา เห็นนิตยากำลังใช้ฝาหม้อพัดวีไฟให้ลุก ผมยาวดำขลับปกคลุมอยู่เต็มแผ่นหลัง มองข้างหลังเธอก็ดูสวยดี ฝั่งขวานี้เป็นชานยื่นออกไปเช่นกันความกว้างน่าจะสามเมตรส่วนความยาวเท่ากับตัวบ้านด้านยาว ด้านบนมุงด้วยสังกะสีเช่นกัน ข้าวของทุกอย่างถูกจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบ ข้างผนังบ้านมีหม้อ ฝาหม้อ ทัพพี กระชอน หวดนึ่งข้าว และกระติบข้าวแขวนอยู่ ส่วนพื้นที่ด้านล่างฝั่งขวามีหม้อดินหรือแอ่งน้ำสองใบมีถาดสังกะสีใบเล็กปิดไว้มีขันสีเงินใบเล็กวางอยู่ด้านบน ถัดมาทางซ้ายเป็นเตาไฟและหม้อนึ่งไว้สำหรับนึ่งข้าว นิตยาหันหลังมาเมื่อรู้สึกเหมือนมีคนกำลังยืนมองเธอ “ยืนเบิ่งหยัง” (ยืนดูอะไร) มาวินเสมองไปทางอื่นแล้วตอบออกไป “เบิ่งต้นยาสูบ” (ดูต้นยาสูบ) เขาต
Magbasa pa
ตอนที่ 3 สามีเปลี่ยนไป
“สิลดจังได๋ไหว ถ่าบ่อลดบ่อได้ตายดีแท่” (จะลดน้ำหนักอย่างไรไหว ถ้าไม่ลดไม่ได้ตายดีแน่ ๆ)มาวินพ้อกับตัวเองเมื่อเห็นสังขารตนเขาค่อย ๆ เดินลงแม่น้ำพร้อมกับสบู่หนึ่งก้อน เกิดมาเพิ่งเคยใช้ชีวิตสมถะแบบนี้ คิดถึงน้ำอุ่นในห้องน้ำหรูกับครีมอาบน้ำกลิ่นหอม ๆอาบน้ำถูตัวเสร็จก็ว่ายน้ำกลับไปกลับมาจนเหนื่อยหอบ ขึ้นจากน้ำก็เช็ดตัวแล้วสวมเสื้อผ้าชุดใหม่ ซักเสื้อผ้าด้วยสบู่ก้อนนั้นแล้วค่อยเดินกลับรู้สึกรำคาญที่รองเท้าแตะคีบมันลื่นซ้ายทีขวาทีเพราะเท้าเปียกเหยียบดินมาด้วย ไม่คิดว่าต้องมาใช้ชีวิตติดดินแบบนี้ตากผ้าไว้กับราวไม้ไผ่ข้างเรือนฝั่งตะวันตก ก้าวเท้าจะเดินมาขึ้นเรือนก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นบ้านหลังเล็กเสาเอียงไปทางทิศใต้จนเกือบจะถึงสามสิบองศาเจ้าของร่างเดิมกับภรรยาอยู่มาได้อย่างไรตั้งหลายปีอำนาจส่ายหัวแล้วเดินขึ้นเรือน นิตยาก็เตรียมกับข้าวไว้รอแล้ว เขาเดินออกไปทางฝั่งครัวแล้วนั่งลงเบา ๆ แบบที่ไม่เคยเป็นนิตยาสังเกตท่วงท่าของสามีที่ดูเปลี่ยนไป ปกติเขาเดินลงส้นเท้าหนักจนเรือนสะเทือนไปทั้งหลัง แต่ครั้งนี้เบากว่าครั้งไหน ๆ มาก เขารู้จักย่องเท้าเบาเป็นด้วยหรือสายตามองอาหารตรงหน้าแล้วก็ต้องอึ้งไปสักพ
Magbasa pa
ตอนที่ 4 ตะกรุดคาดเอว
มาวินไม่ได้สนใจกับคำที่เธอพูด ตั้งหน้าตั้งตาขุดดินทั้งที่เขายังใช้จอบไม่ค่อยถนัดนัก เกิดมาจนอายุสามสิบแล้วเคยใช้จอบที่ไหน“เอาหมวกไปใส่” (เอาหมวกไปใส่)นิตยาถอดหมวกของตนยื่นให้เขา เพราะสงสารคนตัวอ้วน ยืนตากแดดไม่ทันไรเหงื่อก็ไหลท่วมตัว“นิดใส่โลด” (นิดใส่เถอะ)“ข่อยมีผ้าด้ามอยู่” (ฉันมีผ้าขาวม้าอยู่)มาวินปรายตามองเธอแวบหนึ่งแล้วรับหมวกปีกจากเธอมาสวมแล้วทำงานต่อหลังรับประทานอาหารเย็นกับไข่ต้มเสร็จมาวินจึงเดินลงไปยืนรับลมเย็น ๆ ด้านล่าง มองวิวทิวทัศน์อยู่ใต้ต้นประดู่ข้างเรือน เสียงจักจั่นเรไรร้องสนั่นก้องไปทั่วราวกับมีเป็นแสนตัวทั้งที่บ้านหลังนี้มีต้นไม้อยู่สองต้น มันไม่สูงมากนักแต่ก็พอเป็นร่มเงาได้อย่างสบาย ดวงอาทิตย์เพิ่งจะลับขอบฟ้าไปได้ไม่นาน มันเป็นบรรยากาศที่ดีมาก บ้านหลังเล็กอยู่ท่ามกลางหุบเขาและแม่น้ำ แต่ถ้าอยู่คนเดียวก็น่ากลัวไม่น้อย คิดมาแล้วก็รู้สึกสงสารนิตยา เธออยู่คนเดียวมาได้อย่างไรตั้งหลายปี พอแต่งงานก็ต้องมาแบกรับภาระกับผัวขี้เกียจคนนี้อีก แล้วเขาล่ะจะอยู่ที่นี่ได้จริง ๆ หรือ หนุ่มวิศวะมีท่าทีคิดไม่ตก จากที่เคยอยู่สุขสบายต้องมาอยู่ในพื้นที่ชนบท ไ
Magbasa pa
ตอนที่ 5 แค่พี่น้อง
ตลอดกว่าหนึ่งปีที่อยู่ด้วยกันมาทั้งสองไม่เคยยุ่งเกี่ยวกันในฐานะสามีภรรยาเลยสักครั้ง และนิตยาก็ยินดีที่ทุกอย่างเป็นเช่นนั้น “อ้ายฮู่อยู่ แต่เฮาบ่อได้มักกัน เฮามีลูกนำกันบ่อได้” (พี่รู้ แต่เราไม่ได้รักกัน เรามีลูกด้วยกันไม่ได้)คนไม่รักกันมีลูกด้วยกันนับวันก็ยิ่งหมางเมิน ดีไม่ดีผลกรรมไปตกอยู่ที่ลูก อีกอย่างถึงอยากมีมากแค่ไหนก็คงไม่มีใครบังคับเขาได้ เพราะเขารู้ว่าร่างเดิมนี้นกเขาไม่ขันมาหลายปีแล้ว คงเป็นก่อนที่จะแต่งงานกับนิตยากระมัง อำนาจถึงกล้าแต่งงานกับผู้หญิงคนนี้ เพราะเขาคิดว่าตัวเองมีลูกไม่ได้ และเขาก็คงไม่ได้ชอบเธอเช่นกัน แต่ที่ยอมแต่งงานเพราะตัดรำคาญพ่อกับแม่ที่ชอบบ่นชอบบังคับเขา “อ้ายอยากเลิกบ่อกะสั่น ถ้าอ้ายอยากเลิกกะเลิกกะได้” (พี่อยากเลิกไหมล่ะ ถ้าพี่อยากเลิกก็เลิกได้) ถึงเธอไม่ได้รักอำนาจในแบบสามีแต่เขาก็เป็นเหมือนพี่ชายที่สามารถนอนเป็นเพื่อนเธอได้ทั้งวัน อย่างน้อยก็รู้สึกว่าโลกนี้เธอไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว “อ้ายจั่งได๋กะได้” (พี่ยังไงก็ได้) มาวินแค่ให้อิสระในการตัดสินใจของเธอเท่านั้น เพราะเท่าที่เขารู้เธอไม่มีสิทธิ์ได
Magbasa pa
ตอนที่ 6 ปมในใจ
“นิด!” นิตยาได้ยินเสียงเรียกมาแต่ไกลจึงเงยหน้าขึ้นมอง เธอรู้แล้วว่าใครมาหา อำนาจก็มองตามเขาจึงรู้ว่าเป็นเพื่อนของเธอที่มักเอาหนังสือมาให้ตลอด นิตยาเรียนจบแค่ชั้นปอหก สุรเดชเป็นเพื่อนคนเดียวที่เธอมี เพราะเพื่อนคนอื่นต่างกลัวเธอกันหมด นิตยาเคยขอให้สุรเดชเอาหนังสือมาให้อ่าน ไม่ว่าจะเป็นหนังสืออะไรก็ตาม เขาจึงเอามาให้อยู่เรื่อย ๆ “เฮาเอาหนังสือมาให่” (เราเอาหนังสือมาให้) “เอาไว่ทางคันไดนั่นล่ะ” (เอาไว้ทางบันได้นั่นแหละ) นิตยาตะโกนตอบไป “เอ้อ” (ครับ) วางหนังสือไว้ตามที่เพื่อนบอกแล้วจึงเดินลงไปหาเพื่อนที่กำลังขุดดินอยู่กับสามี นิตยาก็วางจอบแล้วเดินมาหาเขาเช่นกัน “รอบนี่ได้มาหลาย เอาไข่เป็ดมาให้นำสิบหน่วย” (รอบนี้ได้มาเยอะ เอาไข่เป็ดมาให้ด้วยสิบฟอง) “ขอบใจหลาย คือเอามาให่หลายแท่” (ขอบใจมาก ทำไมเอามาให้เยอะจัง) ทุกครั้งที่สุรเดชมาหาเขามักจะมีอะไรติดไม้ติดมือมาฝากเพื่อนเสมอ บางครั้งนิตยาก็คิดว่ามันมากเกินไป เพราะไข่เป็ดที่เอามาฝากก็คงขโมยของแม่มา “บ่อเป็นหยังดอก อ้ายทิดนาจตื่นมาเฮ็ดเวียก
Magbasa pa
ตอนที่ 7 ถูหลังให้
นิตยามองสามีด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป เขาตัดไม้ไผ่ด้วยความชำนาญราวกับว่าเคยทำมาก่อน รู้ว่าต้องใช้มีดริดแขนงของมันออกอย่างไร “อ้ายทิดสิเอาไม่ไผ่ไปเฮ็ดหยัง” (พี่นาจจะเอาไม้ไผ่ไปทำอะไร) ทำไมเขาตัดไม้ไผ่ทั้งใหญ่ทั้งยาวตั้งหลายลำ “เอาไปเฮ็ดคอกเป็ด” (เอาไปทำคอกเป็ด) อำนาจสังเกตมาสองวันแล้ว ภรรยาของเขาคงชอบกินไข่เป็ด เพราะฉะนั้นเขาจะต้องหาเป็ดมาเลี้ยง “อ้ายเฮ็ดเป็นอยู่เบาะ” (พี่ทำเป็นเหรอ) “สิลองเฮ็ดเบิ่ง” (จะลองทำดู) หนุ่มวิศวกรรมก่อสร้างอย่างเขามีหรือจะทำไม่เป็น ถ้าหยิบเครื่องมือทุกอย่างออกมาได้ตอนนี้คงหยิบออกมาแล้ว “สิเอาเป็ดมาต๊ะไส” (จะเอาเป็ดมาจากไหน) “บ่อฮู่ เดี๋ยวกะมีเองนั่นล่ะ” (ไม่รู้ เดี๋ยวก็มีเองนั่นแหละ) เขาก็พูดแปลก มันจะมีมาเองได้อย่างไร แต่นิตยาก็ไม่ถามต่อ ริดกิ่งไผ่ออกจนเกลี้ยงทั้งสามลำแล้วอำนาจจึงทยอยแบกเอาไม้ไผ่ไปไว้ใกล้เรือน ถ้าพื้นที่ไม่ลาดต่ำลงมาแบบนี้เขาก็พอจะเอาไม้ไผ่ไปทำรางน้ำใช้รดน้ำผักได้ แต่นี่คงทำไม่ได้น่าจะต้องใช้เครื่องสูบน้ำ
Magbasa pa
ตอนที่ 8 เล้าเป็ดเล้าไก่
“อ้ายคือบ่อเห็นนิดเปิดฟังจักเทือ” (ทำไมพี่ไม่ได้ยินนิดเปิดฟังสักครั้ง)“อ้ายทิดบอกวาอยากไล่ ข่อยกะเลยเอาไปไว่ใต้ล่าง” (พี่นาจบอกว่าหนวกหู ฉันก็เลยเอาไปเก็บไว้ใต้ถุนบ้าน)อำนาจได้ฟังเช่นนั้นก็รู้สึกสงสารเธอขึ้นมาจับใจ ไอ้นาจมันก็เห็นแก่ตัวเกินไป “มื่อลุนเอามาเปิดโลด อ้ายเซาอยากไล่แล่ว” (วันหลังเอามาเปิดเลย พี่ไม่หนวกหูแล้ว)“อิหลีเบาะ” (จริง ๆ เหรอ)นิตยาถามเขาด้วยความดีใจ เธอรู้สึกคิดถึงมันมาก ๆ เปิดกล่อมนอนมาตั้งหลายปี พออำนาจมาอยู่ด้วยเขาก็ห้ามเธอไม่ให้เปิดอีกเลย“อิหลีตั้วเนาะ สิตั๋วเฮ็ดหยัง” (จริงน่ะสิ จะโกหกทำไม)ทั้งสองนั่งคุยกันให้อาหารย่อยอยู่นานจากนั้นอำนาจจึงชวนภรรยาเข้านอน บางครั้งการใช้ชีวิตแบบนี้ก็สงบดี ไม่ต้องเครียดกับงานกับคน ไม่ต้องคอยรับโทรศัพท์ทั้งวันเหมือนที่ผ่านมาเช้าวันต่อมาอำนาจตื่นแต่เช้าไปเกี่ยวหญ้าคาตามทางที่จะเดินเข้าหมู่บ้าน เพื่อจะนำมาสานทำเป็นหลังคา เขาเอามาตากแดดให้แห้งก่อนแล้วค่อยสานภายหลัง ร่างอ้วนท้วนเดินแบกหญ้าคาอยู่หลายรอบกว่าจะได้หญ้าคาตามที่ต้องการ เจ้าของร่างเดิมนี้ทำเป็นทุกอย่างแต่เขาแค่ขี้เกียจทำ นิตยาเทียวมองสามีอยู่บ่อยครั้ง ทำไมส
Magbasa pa
ตอนที่ 9 ให้เวลาอีกหนึ่งปี
นงคราญ ผู้เป็นแม่ว่าให้ลูกชายคนเล็กที่ตั้งแต่โตเป็นหนุ่มมาก็ไม่เคยทำมาหากินอะไรเลย ตอนอยู่บ้านกับพ่อแม่ก็มีแต่กินกับนอน จนทุกคนเอือมระอาและเลิกบ่นไปเอง และเลือกที่จะไม่ไปวุ่นวายตั้งแต่เขาออกเรือน แต่ทุกวันเธอก็ยังรอฟังข่าวดีว่าเมื่อไรนิตยาจะมีหลานให้เธอสักที อำนาจไม่ได้เถียงแม่อย่างที่เคยทำแต่กลับขออย่างอื่นเพิ่ม “เจ้ามีในบักแตงกวาแตงโมบ่อ บักอึนำกะได้” (แม่มีเมล็ดแตงกวาแตงโมไหม ฟักทองด้วยก็ได้) “มึงสิเอาอิหลีเบาะ” (มึงจะเอาจริง ๆ เหรอ) นงคราญเคี้ยวข้าวไปด้วย คุยกับลูกชายไปด้วยเพราะดูเขาจริงจังกว่าทุกครั้งที่คุยกัน และแปลกใจที่อำนาจพาเมียมาด้วย “เอาอิหลีตั้ว ไผสิเว่าเล่น” (เอาจริง ๆ สิ ใครจะพูดเล่น) นิตยาได้แต่นั่งฟังอยู่เงียบ ๆ ไม่คิดว่าสามีจะกล้าขอเป็ดไก่และเมล็ดพันธุ์ต่าง ๆ จากพ่อกับแม่ “ให่มันโลดแม่ แต่ว่าเป็ดไก่เอาไปแล่วกะให่เลี่ยงเอามาคืน” (ให้มันไปเถอะแม่ แต่ว่าเป็ดไก่เอาไปแล้วก็ต้องเลี้ยงมาคืน) ภากรอยากให้น้องชายมีความรับผิดชอบจึงเสนอแม่ หากน้องชายเลี้ยงเป็ดไก่จนได้ผลผลิตก็ต้องเอามาคืนตามจำนวนท
Magbasa pa
ตอนที่ 10 น้ำตามันไหลเอง
นงคราญว่าตามหลัง อีกไม่นานก็คงเป็นเหมือนเดิม เป็ดไก่ที่ขนไปจากบ้านแม่วันนี้เดี๋ยวก็ตายหมด เมล็ดพันธุ์ต่าง ๆ ก็คงไม่ได้ลงดิน “กะลองเบิ่งมันไปก่อน เจ้าสิหาเมียใหม่ให่มันอีหลีเบาะ” (ก็ลองดูมันไปก่อน แกจะหาเมียใหม่ให้มันจริง ๆ เหรอ) อ้วนถามภรรยาว่าเธอพูดจริงหรือแค่ขู่ “กะคิดอยู่ แต่บ่อฮู่วาผู้ได๋สิมาเอามัน” (ก็คิดไว้เหมือนกัน แต่ไม่รู้ว่าใครจะเอามัน) อยากได้หลานก็อยากได้ แต่ก็ทำไม่ได้ดั่งใจสักอย่าง หรืออำนาจจะเป็นหมันไปอีกคนเธอก็สุดรู้ ขออย่าให้เป็นเช่นนั้นเลย “แต่ข่อยวามันกะเซาเถียงเจ้าแล่วเด้ล่ะ” (แต่ฉันว่ามันก็เลิกเถียงแกแล้วนะ) ก่อนหน้าอย่าหวังว่าพ่อกับแม่จะได้พูด แม่บ่นคำเดียวอำนาจร่ายไปสามวา พูดคำไหนเถียงคำนั้น ไม่เคยเปิดช่องว่างให้ใคร “มันอยากได้ของซือ ๆ ดอก มันจั่งบ่อเถียง” (มันอยากได้ของเฉย ๆ หรอก มันก็เลยไม่เถียง) นงคราญยังไม่เชื่อว่าลูกชายจะเลิกเถียงได้จริง ที่เขาเงียบก็เพราะอยากได้ของจากบ้านแม่เท่านั้น อำนาจกลับมาถึงบ้านตัวเองก็รีบเอาเป็ดกับไก่ไปใส่ไว้ในคอกทันทีเพราะกลัว
Magbasa pa
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status