Mag-log inหนุ่มวิศวะผู้หวงความโสดต้องทะลุมิติไปเป็นสามีของหญิงสาวหน้าผีที่มีแต่คนรังเกียจ แต่พ่อกับแม่ของเขาอยากได้หลานแล้วเขาจะทำอย่างไรเมื่อเขาก็ไม่สามารถมีลูกกับคนที่ไม่ได้รักได้เช่นกัน
view more“อ้ายทิด!” (พี่นาจ) เสียงนิตยาร้องเรียกสามีมาแต่ไกล วันนี้เขานอนตื่นสายกว่าทุกวัน เธอเดินเข้ามาใกล้ ขาก้าวขึ้นบันได แล้วเรียกเขาอีกครั้งพร้อมเปิดประตูบ้านเข้ามา “อ้ายทิดนาจ!” (พี่นาจ)
ชายร่างอ้วนท้วนที่กำลังนอนสลบไสลอยู่ในห้องแคบ ๆ ถึงกับสะดุ้ง ดีดตัวลุกขึ้นนั่งเหยียดขาตรงอยู่บนที่นอนเก่าซอมซ่อ ผมเผ้าชี้ฟูทำหน้ามึนงง
ใครเรียก? เขาชื่อมาวินแล้วนาจมาจากไหน
ดวงตาคมคายมองหญิงสาวที่สวมผ้าถุงเสื้อแขนยาวสีดำมีผ้าคลุมหน้าด้วยความตกใจ
“เป็นหยังคือเฮ็ดหน่าจั่งซั่น” (ทำไมถึงทำหน้าอย่างนั้น) นิตยาพูดพร้อมกับใช้มือคลี่ผ้าขาวม้าที่คลุมหน้าออกช้า ๆ
“เฮ้ยผี!” มาวินร้องขึ้นทำหน้าตาแตกตื่น ถอยกรูดจนหลังไปชนกับสังกะสีที่ใช้ทำฝาผนังบ้าน “เอ๋อฮ่อน” (โอ๊ยร้อน) มาวินสะดุ้งโหยงเมื่อโดนสังกะสีช่วงเที่ยงลวกแขน เขาผละกายออกห่างจากสังกะสีแทบไม่ทัน ยกมืออีกข้างลูบแขนตัวเองป้อย ๆ “ทำไมพูดอีสานได้วะ” มาวินพึมพำกับตัวเองทั้งที่เขาเป็นคนลูกครึ่ง
อ้อ ใช่สิเขาลืมไปว่าเขาเป็นลูกครึ่งอุดรฯ-หนองคาย แค่เขาไปอยู่กรุงเทพฯตั้งแต่เด็กแค่นั้นเอง
“ฮะ! เจ้าว่าหยังเกาะ เฮ็ดปานบ่อเคยเห็นหน่าข่อย เจ้าเป็นบ้านอนติ” (ฮะ! พี่ว่าอะไรนะ ทำยังกับไม่เคยเห็นหน้าฉัน พี่นอนละเมอเหรอ)
นิตยาถาม ขาก็ก้าวเข้าไปใกล้สามีขี้เกียจไม่หยุด เธอได้ยินเหมือนเขาพูดภาษากลาง
“อย่า! อย่าเข่ามา” (อย่า! อย่าเข้ามา) อำนาจโบกมือไม่ให้เธอเดินเข้ามาใกล้ ทำไมหน้าผู้หญิงคนนี้ถึงได้น่ากลัวนัก แก้มขวายังปกติดี แต่แก้มข้างซ้ายตั้งแต่คางขึ้นไปจนถึงขมับนั้นเหมือนมีเส้นเลือดทั้งแดงทั้งดำสอดสานกันอยู่เป็นพันเป็นหมื่นเส้นคล้ายกับรากฝอยของพืช มันไม่ใช่ปานดำ มองผ่าน ๆ คล้ายกับผีอย่างไรอย่างนั้น “อ้ายขอตั้งสติก่อน” (พี่ขอตั้งสติก่อน) ตอนนี้ในใจเขากำลังสับสนวุ่นวายไปหมด
นิตยาทำหน้างงกับคำว่า ‘อ้าย’ ของเขา ปกติเขาแทนตัวเองว่ากูกับมึงกับเธอเสมอ แล้ววันนี้ทำไมแทนตัวเองว่าพี่ได้
ผีเข้าหรือเปล่า?
แต่แล้วเธอก็คิดว่าสามีตัวเองนอนละเมอจึงไม่คิดอะไรมาก “กะซั่นข่อยสิไปเฮ็ดแนวกิน เจ้าไปล่างหน่าไป” (ถ้าอย่างนั้นฉันจะไปทำกับข้าว พี่ไปล้างหน้าเถอะ) ว่าแล้วนิตยาก็เดินทะลุไปอีกฝั่งของบ้านที่มีเพียงห้องเดียว แล้วเริ่มก่อไฟทำอาหาร
“เอ้อ” (ครับ) มาวินในร่างอำนาจรับคำเสียงแผ่ว มันเกิดอะไรขึ้นกับเขา ร่างอ้วนเกือบร้อยกิโลกรัมงอขาเข้ามาหาตัวแล้วนั่งกอดเข่าเหมือนคนหมดอาลัยตายอยาก มันแทบจะกอดไม่มิดเพราะติดพุง เขาค่อย ๆ ทำใจให้เย็น หายใจเข้าลึกหายใจออกยาวอยู่หลายนาที ก่อนที่ความจำของร่างเดิมจะค่อย ๆ พรั่งพรูเข้ามาในหัว
มาวินไปงานเลี้ยงของบริษัทรับเหมาก่อสร้างที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในเขตสาทร จำได้ว่าขากลับตัวเองไม่ได้เมา รถไม่ได้เกิดอบัติเหตุ แต่ทว่าเขาเบรกรถกะทันหันเพราะเห็นเด็กที่วิ่งข้ามถนนโดนรถยนต์คันข้างหน้าเหยียบตายไปต่อหน้าต่อตา จนเขาเกิดอาการ…แน่นหน้าอก หายใจไม่ออก และหัวใจวายเฉียบพลัน
ใช่ เขาหัวใจวายตายเพราะเขาเป็นโรคหัวใจอยู่แล้ว
แล้วไอ้อ้วนนี้ล่ะทำไมเขาถึงตาย มาวินนั่งคิดสักพัก…
เมื่อคืนก่อนนอนร่างนี้รับประทานอาหารเย็นกับซุบหน่อไม้อย่างเอร็ดอร่อยจนข้าวเหนียวหมดไปหนึ่งกระติบใหญ่เพียงคนเดียว จากนั้นก็เข้านอน แล้วเขาก็…
ใช่ ผู้ชายคนนี้นอนหลับตายโดยไม่รู้ตัวหรือภาษาชาวบ้านเรียกว่าไหลตาย
เฮ้อ! ก็ตายไม่ค่อยต่างกันนัก บทจะตายก็ตายง่ายเหลือเกิน ที่สำคัญร่างนี้มีภรรยาแล้ว ภรรยาที่มีใบหน้าอัปลักษณ์
มาวินแหงนหน้ามองหลังคาบ้านที่มุงด้วยสังกะสี เห็นแสงตะวันที่ลอดผ่านรูรั่วของสังกะสีเป็นประกายระยิบระยับคล้ายกับมองดูดาวตอนกลางคืน แต่โทษทีมันไม่ได้โรแมนติกขนาดนั้น ตอนนี้ตัวเขาเปียกโชกไปหมดเพราะเหงื่อไหลทะลักออกมาไม่หยุด จากนั้นไล่สายตาลงมามองรอบห้อง กะด้วยสายตาน่าจะกว้างยาวแค่สี่คูณห้าเมตรเท่านั้น ตู้เสื้อผ้าเป็นแบบถุงผ้ามีซิบรูดอยู่ด้านหน้า ราวตากผ้าที่ทำด้วยไม้ไผ่อีกหนึ่งอัน และกระจกขนาดเท่าสองฝ่ามือแขวนอยู่บนผนัง ข้างกันมีกระบอกไม้ไผ่แขวนอยู่ในนั้นมีหวีอยู่เพียงอันเดียว ข้างตู้เสื้อผ้ามีหนังสือวางตั้งอยู่สองกอง
นิตยาได้ทีจึงหลอกถามอดิศร “โดนแล้ว ปีสองปีแล่วมั้ง ตั้งแต่มันแต่งงานกับนิดอ้ายกะบ่อพ้อหน่ามันเลย หลงเมียคักบักห่านิ่” (นานแล้ว ปีสองปีแล้วมั้ง ตั้งแต่มันแต่งงานกับนิดพี่ก็ไม่ได้เจอหน้ามันเลย หลงเมียมากไอ้ห่านี่) ประโยคแรกอดิศรเน้นเสียง เพื่อให้รู้ว่านานจริง เหมือนตอนนี้อำนาจจะนั่งก้นไม่ติดพื้นเสียแล้วพวกมันไม่น่ามาหาเขาเลย ให้ตายเถอะ! ไอ้เพื่อนเวรนิตยาเหลือบมองสามีตาขวาง แล้วก่อนหน้าเขาไปยืมเครื่องมือช่างจากใคร “กูสิฟ่าวไปคราดนา สูฟ่าวอยู่เบาะ ไปซอยกูแหน่” (กูจะรีบไปคราดนา พวกมึงรีบหรือเปล่า ไปช่วยกูหน่อยสิ) อำนาจหาทางออกให้กับตัวเอง “ไปแหมะ นาหลายปานได๋” (ไปสิ นาเยอะขนาดไหน) “เคิ่งงาน” (ครึ่งงาน) อำนาจตกกล้าแค่นั้น ถ้าเหลือจากนาตัวเองเขาก็จะแจกให้คนอื่นไปปักดำ “กูคราดให่มึงกะได้” (กูคราดให้มึงก็ได้) เด่นภูมิบอก มันงานถนัดของเขาอยู่แล้ว นาแค่ห้าสิบตารางวาเขาคราดไม่กี่รอบก็เสร็จแล้ว อำนาจทำเหมือนมีนาเป็นหลายสิบไร่จนต้องเกณฑ์เพื่อนไปช่วย เด่นภูมิใช้เวลาแป๊บเดียวจริง
หน้าฝนปีนี้อำนาจเตรียมตัวจะทำนาสักหนึ่งไร่ พื้นที่ตรงนี้จะได้มีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้น เขาคิดเช่นนั้น ขั้นตอนแรกก็คงต้องไถนาหว่านกล้า เกิดมาเพิ่งจะเคยใช้ควายไถนา เขาจะลองดูว่ามันจะสนุกเหมือนอย่างที่คิดไว้หรือไม่ “อ้ายทิดใช่ควายไถนาเป็นติ” (พี่นาจใช้ควายไถนาเป็นเหรอ) “บ่อฮู่ อ้ายสิลองเบิ่ง” (ไม่รู้ พี่จะลองดู) “คือบ่อเอารถไถนำพ่อลุงมาไถ” (ทำไมไม่เอารถไถนากับลุงมาไถ) ที่บ้านพ่อของเขาก็มีรถไถเดินตามแล้วเขาจะใช้ควายทำไม นิตยางงกับสามีเธอยิ่งนัก “บ่อ อ้ายอยากใซ่ควาย มันจั่งได้อารมณ์” (ไม่ พี่อยากใช้ควาย มันค่อยได้อารมณ์) “ตามใจ” นิตยาไม่อยากขัดพ่อคนเก่ง อยากใช้อะไรไถก็ตามใจเขาเลย อำนาจแบกไถเหล็กลงมาหาควายแล้วเริ่มทำตามที่พ่อตาบอก จากนั้นก็… “ไป…” อำนาจบอกควายหนุ่ม จากนั้นเขาก็เดินตามหลังควายอย่างทุลักทุเล การไถนาโดยใช้ควายมันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดไว้เลย นานิดเดียวใช้เวลาไถเกือบหนึ่งชั่วโมง นิตยาได้แต่ยืนขำสามีที่วิ่งตามหลังควาย ควายก็เพิ่งหัดไถนา คนก
สี่เดือนต่อมาหลังจากนิตยาคลอดลูกชาย ย่านงคราญดีใจมากจนยอมรับขวัญหลานด้วยเงินสดสามหมื่นบาทตอนนี้ทั้งพ่อแม่และพี่สาวทั้งสองของนิตยาต่างมาช่วยทำผัก เพราะอำนาจให้ภรรยาเลี้ยงลูกอย่างเดียวไปก่อน แต่อำนาจก็ยอมจ่ายค่าแรงให้กับทุกคน เพราะตอนนี้เขาทำเกษตรอย่างครบวงจร ทั้งปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ ยิ่งทำก็ยิ่งสนุก ยิ่งสนุกและมีความสุขเท่าไรเงินทองก็ยิ่งหลั่งไหลเข้ามาเช่นกัน อำนาจเดินเข้ามาในมุ้งที่มีภรรยาและลูกชายกำลังนอนอยู่ข้างกัน “บักหล่านนท์นอนแล่วติ” (ไอ้หนูนนท์นอนแล้วเหรอ) “นอนแล่ว” (นอนแล้ว) นนทวัฒน์เป็นเด็กเลี้ยงง่าย ไม่ค่อยงอแง กินอิ่มแล้วก็หลับ อำนาจสังเกตเห็นดวงตาของภรรยายังมีแววกังวลบางอย่างเขาจึงเอ่ยถาม “คิดหยังอยู่” (คิดอะไรอยู่) “เหลือโตนเอื้อยนารี” (สงสารพี่นารี) สงสารที่ลูกของเธอเป็นเช่นนั้น นิตยาอยากขอบคุณตัวเองที่เธอเลือกทำดีมาตลอด อย่างน้อยในชาตินี้เธอก็ยังเห็นผลของมัน อำนาจฟังแค่นั้นก็รู้ว่าภรรยาหมายความว่าอย่างไร “อ้ายมีวิธีสิซอยลูกป้านารี” (พี่มีวิธีจะช่วยลูกป้านารี)
นารีพนมมือขึ้นแล้วค่อย ๆ ก้มลงกราบที่ตักน้องสาว น้ำตาของเธอไหลพรากออกมาด้วยความสำนึกผิดจากก้นบึ้งของหัวใจกับสิ่งที่ได้ทำกับน้องสาวไว้ ตอนนี้นารีไม่อยากรู้แล้วว่าบาปมันเป็นตัวอย่างไร เธอรู้แล้วว่าหน้าตามันไม่ได้น่ากลัวแต่ผลของการทำบาปมันน่ากลัวกว่าเป็นพันเป็นหมื่นเท่าตลอดสองเดือนที่ผ่านมาไม่มีสักคืนที่เธอจะหลับได้เต็มตื่น เพราะทุกข์เรื่องลูก และคิดเรื่องที่ได้ทำไว้กับนิตยา เพิ่งเข้าใจคำว่าสวรรค์อยู่ในอกนรกอยู่ในใจเมื่อไม่กี่วันมานี้ “เฮ้ย! เอื้อยนารีคือเฮ็ดแบบนี่” (เฮ้ย! พี่นารีทำไมทำแบบนี้) นิตยากระเถิบกายหนีแทบไม่ทัน นารีเงยหน้าขึ้นดวงตายังพร่ามัวไปด้วยหยาดน้ำตา แล้วพนมมือไหว้อำนาจอีกคน ทุกคนต่างมองด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าที่นารีมาวันนี้เธอตั้งใจจะมาขอโทษนิตยา “ป้านารีบ่อต้องเฮ็ดถึงขนาดนี่กะได้” (ป้านารีไม่ต้องทำถึงขนาดนี้ก็ได้) อำนาจเอ่ยขึ้น จริงอยู่อำนาจเคยโกรธนารีมาก แต่เมื่อได้ยินข่าวเรื่องลูกของผู้เป็นป้า เขาก็ไม่ติดใจโกรธกับเรื่องนี้อีก เพราะไม่อยากให้ผลกรรมมาตกที่ลูก “ส่ำนี่มันยังหน่อยไป เอื้อยขอโทษสำหรับทุกเรื่องที่ผ่
อำนาจอาบน้ำเสร็จก็เดินมานั่งรอภรรยาอยู่กับพ่อตา สมานร้อนใจจึงถามขึ้นก่อน “พ้อแม่ใหญ่หมีบ่อล่ะ” (เจอยายหมีไหมล่ะ) “พ้อ” (เจอครับ) “เป็นคือจั่งเฮาคิดบ่อ” (เป็นเหมือนที่เราคิดไหม) ก่อนที่สมานจะมาอยู่กับนิตยาเขาแอบได้ยินนารีกับยุพาซุบซิบกันว่าจะอ้างชื่อหม
อำนาจกลับมาถึงบ้านแม่ก็เกือบเย็น ทุกคนรอเขากินข้าวพร้อมกัน ท่าทางเขาดูเคร่งเครียดจนมันแผ่รีงสีอำมหิตออกมาภายนอก “มึงไปไสมา ฮู่บ่อวาหนูนามันมาถ่าตั้งแต่บ่าย” (มึงไปไหนมา รู้ไหมว่าหนูนามันมารอตั้งแต่บ่าย) “ไผบอกให้ถ่า” (ใครบอกให้รอ) อำนาจพูดหน้าตาไม่ค่อยรับแขกนัก ร
เช้านี้เธอต้องไปขายผักกับพ่อ นิตยาแต่งหน้าเหมือนเช่นทุกครั้ง มาถึงตลาดก็จัดเรียงผักเหมือนเดิม พอเหล่าบรรดาแม่ค้าเห็นนิตยามาขายผักกับพ่อพวกเธอก็เริ่มซุบซิบกันทันที “ดีกันกับพ่อแล่วเบาะ คือมานำกันได้” (คืนดีกันกับพ่อแล้วเหรอ ถึงมาด้วยกันได้) “สิบ่อดีแล่วเบาะ ลูกมีเงินเนาะ” (น่
สองสัปดาห์ให้หลังวันนี้พ่อกับแม่ของเธอออกไปรับจ้าง เธอจึงต้องเลี้ยงลูกอยู่บ้านเพียงลำพัง เธอต้องอุ้มลูกออกไปซื้อของที่ร้านยายนีด้วยพอไปถึงนารีจึงสั่งอาหาร “ยายนีเอาก้วยเตี๋ยวถุงนึง” (ยายนีเอาก๋วยเตี๋ยวหนึ่งถุง)“เอ้อ นั่งถ่าแป๊บนึง” (อือ นั่งรอแป๊บนึง)ยายนีบอกเพราะยังเหลือลูกค้าอีกหลายคิว ชื่อร้











