All Chapters of เกิดใหม่อีกทีกลายเป็นสตรีอัปลักษณ์: Chapter 11 - Chapter 20

51 Chapters

บทที่ 11 กำไรไม่เลว

การเดินทางเป็นระยะทางกว่าห้ากิโลเมตรหรือที่คนในยุคนี้มักจะใช้หน่วยลี้มาวัดระยะทาง ‘ห้าร้อยเมตรเทียบเท่ากับหนึ่งลี้ เช่นนั้นยามนี้ข้าก็เดินมามากกว่าห้ากิโลเมตรแล้วสินะ อีกทั้งยังเป็นหนทางที่ต้องพบกับความยากลำบากอยู่ไม่น้อย มีทั้งเนินมีทั้งแอ่งโคลนไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมเจ้าของร่างเดิมจึงไม่เคยได้เข้ามาในเมืองสักครั้ง ด้วยระยะทางอันยาวไกลเช่นนี้นางไปหาของกินในป่าน่าจะใกล้กว่า’ เหอเจียวเจียวได้แต่คิดในใจด้วยความเหนื่อยล้า ด้านหลังของนางแบกตะกร้าหวายมาด้วยนอกจากผักสด ผลไม้ป่า และของป่าจำพวกเห็ดและพืชสมุนไพรแล้ว เหอเจียวเจียวยังมีเขี้ยวหมูป่า หนังกวาง เขากวาง ชิ้นส่วนต่างๆ ของเลียงผา หนังกระต่ายซึ่งแน่นอนว่าชิ้นส่วนของสัตว์ที่เอ่ยมาข้างต้นคือสัตว์ป่าที่นางล่ามาได้ ส่วนขนกระต่ายปุกปุยหลายผืนนั้นย่อมมาจากกระต่ายที่เลี้ยงไว้ ในเมื่อพวกมันตายแล้วกินเนื้อไม่ลงแต่หนังของมันก็ยังมีค่าตลาดของเมืองเป็นสถานที่ที่หาได้ไม่ไกลนัก แค่เดินตามผู้อื่นที่แบกตะกร้าหวายคล้ายนางก็เป็นอันใช้ได้แล้ว คิดไม่ถึงว่าเมืองชนบทเช่นนี้จะมีผู้คนพลุกพล่านพอสมควร ส่วนใหญ่มักจะมาแลกเปลี่ยนสินค้าและซื้อขายสินค้ากันเป็นส่วนม
last updateLast Updated : 2026-04-09
Read more

บทที่ 12 สินเจ้าสาว

ปรับเปลี่ยนเครื่องแต่งกายใหม่ ทำผมทรงใหม่ ดูแลสุขภาพผิวให้ดีแล้วจะยังคงอัปลักษณ์ได้อย่างไร หลังจากกลับจากตัวเมือง เหอเจียวเจียวก็เรียนรู้ว่าควรจะเกล้าผมทรงสตรีที่แต่งงานแล้วอย่างไรบ้าง ที่แน่ๆ นางไม่คิดจะเกล้าให้เหมือนกับถงซื่อผู้เป็นป้าสะใภ้ในสกุลเหอของนางอีกแล้ว จะทำทรงอาชาเหินก็คงจะยากจนเกินไปที่จะทำได้ อีกทั้งคงจะแปลกตาสำหรับชาวบ้านในแถบนี้มากจนเกินไป นางจึงถักเปียเพิ่มลูกเล่นของทรงผมแล้วม้วนขึ้นอย่างวิจิตรบรรจงกว่าทรงผมของผู้อื่นแป้งชาดนางไม่กล้าใช้ของตามท้องตลาดทั่วไปจึงได้พยายามคิดค้นวิธีทำแป้งและชาดด้วยตนเองโดยเน้นของที่มีอยู่ภายในบ้านเป็นหลัก ทั้งผงแป้งที่ได้จากการบดเมล็ดข้าว นางบดให้ละเอียดมากที่สุดจนแน่ใจว่าจะไม่บาดผิวเวลาทาหน้าส่วนผงชาดนางก็ไม่ได้ใช้แต่กลับใช้ขี้ผึ้งทาปากที่นางทดลองทำอยู่หลายครั้งกว่าจะใช้ได้แทน โดยนางใช้วิธีการสกัดสีจากกลีบกุหลาบป่ามาผสมกับขี้ผึ้งตามธรรมชาติ ใช้ความร้อนทำให้ขี้ผึ้งละลายแล้วเติมผงกลีบกุหลาบป่าบดละเอียดลงไป นอกจากจะได้สีอ่อนระเรื่อดูเป็นธรรมชาติแล้วยังมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ช่วยให้จิตใจผ่อนคลาย อีกทั้งยังเป็นการบำรุงริมฝีปากให้มีสุขภาพดีแม้ในเวล
last updateLast Updated : 2026-04-09
Read more

บทที่ 13 ชนะสงคราม

หลังจากผ่านพ้นวันแต่งงานของเหอเจินจู เหอเจียวเจียวก็แทบจะไม่ได้ออกจากบ้านไปพบผู้อื่นเท่าใดนัก ทุกคืนวันนางหมกตัวอยู่แต่ในบริเวณบ้านสกุลจ้าวที่ตั้งอยู่บนเนินเขาที่ห่างจากบ้านเรือนของผู้อื่นพอสมควร นอกจากจะปลูกผักและเลี้ยงกระต่ายแล้ว ยามนี้นางยังเลี้ยงไก่อีกหลายตัว ทุกวันมีไข่ให้กินไม่เคยขาด วันไหนกินไม่ทันนางก็ดองน้ำเกลือเอาไว้สามารถเก็บได้นานอีกทั้งยังสามารถนำไปขายในตัวเมืองได้อีกด้วยเพราะหนังสัตว์และชิ้นส่วนต่างๆ ของสัตว์ทำกำไรได้ดี อีกทั้งช่วงหลังมานี้เด็กๆ ได้กินเนื้อจนเบื่อแล้วนางจึงมักจะทำเป็นเนื้อตากแห้งหรือไม่ก็เนื้อรมควันเพื่อเก็บเอาไว้กินในวันหน้าหรือไม่ก็เก็บเอาไว้ไปขายเวลาเข้าเมือง“พี่สะใภ้กำลังทำอันใดอยู่หรือเจ้าคะ” จ้าวเฟิงหย่าเอ่ยถามเหอเจียวเจียวด้วยความสงสัย เมื่อมองเห็นกองเศษผ้ารอบกายของนาง“ข้ากำลังพยายามฝึกเย็บผ้าน่ะ” เหอเจียวเจียวเอ่ยพลางกำลังสำรวจฝึเข็มของตนเอง ‘อืม ฝึกมาตั้งหลายวันเริ่มพอดูได้บ้างแล้ว’ นางแอบคิดชื่นชมตนเองอยู่ในใจ“เช่นนั้นข้าขอฝึกด้วยได้ไหมเจ้าคะ วันหน้าข้าจะได้ช่วยพี่สะใภ้ตัดเย็บเสื้อผ้าได้”“เอาสิ! เจ้ามานั่งเย็บกับข้าตรงนี้มา เวลาทำไม่ได้จะไ
last updateLast Updated : 2026-04-09
Read more

บทที่ 14 สามี..

ลานรับซื้อสินค้าของสกุลซ่งยิ่งนานวันก็ยิ่งใหญ่โต ได้ยินว่ายามนี้เถ้าแก่ซ่งกำลังขยายกิจการไปจนถึงเมืองหลวง นับได้ว่ากิจการเฟื่องฟูขึ้นเรื่อยๆ เหอเจียวเจียวได้แต่ทอดถอนใจออกมาเมื่อคนที่มารับซื้อสินค้าของนางรีบวิ่งไปตามเถ้าแก่ซ่งทันทีที่เห็นว่านางนำของมาขายแล้ว“โอ้ น้องเจียวเจียวเจ้ามาแล้วหรือ วันนี้มีกระต่ายตัวเป็นๆ มาขายให้พวกข้าอีกหรือไม่” เถ้าแก่ซ่งเดินมาเอ่ยกับนางด้วยท่าทางกะลิ้มกะเหลี่ยเฉกเช่นทุกครั้งเหอเจียวเจียวได้แต่มองเขาแล้วยิ้มแหยออกมา ชายแก่ผู้นี้อายุน้อยกว่าท่านลุงเหอของนางเพียงไม่กี่ปี แถมยามนี้เขายังมีศักดิ์เป็นสามีของเหอเจินจูที่นางควรจะเรียกเขาว่าพี่เขย เพียงแต่ด้วยท่าทางเช่นนี้ของเขาทำให้นางเรียกขานเขาว่าพี่เขยไม่ลงจริงๆ เขาคือหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้นางไม่ค่อยอยากจะเข้าเมืองมาขายของเท่าใดนัก แต่จะให้ทำอย่างไรได้เล่า ถึงอย่างไรก็ต้องมาซื้อของกินของใช้เข้าบ้าน อีกทั้งนางเองก็ไม่อยากทำให้รายได้เข้าบ้านต้องลดลงเพียงเพราะตาแก่ตัณหากลับผู้นี้“ย่อมมีเจ้าค่ะ ลูกน้องของท่านนำพวกมันไปขังในกรงเอาไว้แล้ว” เหอเจียวเจียวเอ่ยพลางชี้ไปยังกรงไม้ที่อยู่ด้านหลังเขา“อ้อ! พวกเขาดูแลเจ้าด
last updateLast Updated : 2026-04-09
Read more

บทที่ 15 กลับบ้าน

สองสายตาประสานกันท่ากลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของชาวบ้าน เหอเจียวเจียวยืนนิ่งงันไปครู่หนึ่ง ‘บัดซบ! จำข้าไม่ได้จริงๆ หรือตั้งใจว่าจะแกล้งจำข้าไม่ได้กันแน่ หรือจะมาเล่นมุกความทรงจำเสื่อมถอยลืมไปจนหมดแล้วว่าตนเองเคยแต่งงานกับข้า’ เหอเจียวเจียวยืนจ้องมองเขาพลางครุ่นคิดว่าคนตรงหน้าจะมาไม้ไหนกับนางกันแน่ และนางควรจะโต้ตอบกลับไปอย่างไรดี เคราะห์ดีที่ท่านนายอำเภอไม่ได้ทำให้นางต้องรู้สึกอิหลักอิเหลื่อนาน เขาหันไปถามเจ้าหน้าที่สองคนที่เคยพบนางอยู่หลายครั้งแล้วจึงได้หันมาเอ่ยกับนางด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม“ฮูหยินท่านนี้ ท่านคงจะเป็นจ้าวเหอซื่อกระมัง” ท่านนายอำเภอเอ่ยเรียกนางตามธรรมเนียมของที่นี่ ซึ่งก็คือเรียกการเอ่ยเรียกชื่อสกุลของสามีนำหน้าสกุลเดิมของสตรีก่อนออกเรือน“ใช่แล้วข้าคือเหอเจียวเจียว” คำพูดของนางทำให้จ้าวเฟิงป๋อเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งแล้วจึงได้เดินตรงมาหานาง“เจียวเจียวหรือ อืม เจ้าเปลี่ยนไปมากเลยนะ” คำพูดนี้ของเขาทำให้นางรู้สึกอยากจะโกรธก็โกรธไม่ลง แต่จะให้บอกว่าไม่โกรธก็คงจะเป็นไปไม่ได้“เจ้ารู้หรือว่าข้าจะมาวันนี้” เขาเอ่ยถามนางด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ“ไม่รู้หรอก ข้านำของเ
last updateLast Updated : 2026-04-09
Read more

บทที่ 16 ครอบครัว

ในความคิดของเหอเจียวเจียวช่วงเวลาดีๆ ของครอบครัวทั่วไปก็คงจะเป็นมื้อค่ำ วันนี้เหอเจียวเจียวลงมือเชือดไก่ถึงสี่ตัวเพื่อนำมาตุ๋นน้ำแกงเลี้ยงแขก พืชผักในสวนถูกนำมาล้างให้สะอาดแล้วนำมาผัด โดยมีจ้าวเฟิงหย่าอาสามาช่วย ถึงแม้ว่าเหอเจียวเจียวจะปฏิเสธและบอกว่าให้นางอยู่คุยกับพี่ชายของนางก็ตามแต่นางก็ยังคงยืนกรานว่าจะมาช่วยเหลือ เนื้อย่างรมควันถูกนำมาหั่นเรียงใส่จาน ผักดองถูกนำออกมายำให้มีรสชาติจัดจ้านมากยิ่งขึ้น เพียงเท่านี้มื้อเย็นก็เสร็จแล้ว ถึงแม้ว่าจะไม่ได้หรูหรามากแต่มีครบทั้งเนื้อและผักอีกทั้งยังเน้นปริมาณมากเป็นหลักเท่านี้ก็คงจะถือว่าดีมากแล้ว“คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะทำอาการได้ดีถึงขั้นนี้” จ้าวเฟิงป๋อเอ่ยด้วยรอยยิ้ม เขายืนพิงผนังมองพวกนางช่วยกันทำอาหารอยู่นานแล้ว เดินมาชิมรสชาติอาหารอีกนิดหน่อยแล้วก็เงยหน้าขึ้นมาเอ่ยชม“ข้าไม่ได้ทำเป็นแค่เพียงปิ้งย่างเสียหน่อย แต่ท่านวางใจเรื่องการลอบทำอาหารในป่าที่ท่านเคยสอนเอาไว้ข้ายังไม่ลืมหรอก” เหอเจียวเจียวเอ่ยพลางช่วยจ้าวเฟิงหย่าจัดจาน โดยมีจ้าวเฟิงเซิ่งและคนของเขามาช่วยลำเลียงอาหารไปขึ้นโต๊ะ คนของเขามีกันแปดคนพวกเขาขอแยกโต๊ะไปกินกันด้านนอกโดยให้เหตุผล
last updateLast Updated : 2026-04-10
Read more

บทที่ 17 นอนร่วมเตียง

เมื่อเหอเจียวเจียวเดินออกจากบริเวณเรือนนอนของตนเองมาแล้ว จึงพึ่งจะคิดได้ว่าแล้วนางจะร้อนรนเช่นนี้ไปทำไมกัน 'ทำเหมือนกับคนไม่เคยเห็นหน้าอกผู้ชายไปได้ ในภพก่อนตอนถ่ายแบบข้ายังเคยสัมผัสเนื้อตัวของเพื่อร่วมงานต่างเพศเสียด้วยซ้ำ ซึ่งเขาเหล่านั้นก็ล้วนแล้วแต่มีกล้ามเนื้อแน่นๆ เช่นนี้ไม่ต่างกัน อะแฮ่ม! เพียงแต่ของจ้าวเฟิงป๋อออกจะมีกลิ่นอายที่แฝงความอันตรายปะปนมาด้วยมากหน่อยก็ตามเถอะ แต่จะเป็นอะไรไปเขาคือสามีของข้านี่นาอย่าว่าแต่ดูให้แต่ต้องข้าก็มีสิทธิ์' นางได้แต่คิดอยู่ในใจอย่างฮึกเหิม“ฮูหยินยังไม่นอนหรือขอรับ” โกวจื่อเอ่ยถามด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม นางตกใจเพียงเล็กน้อยด้วยไม่คิดว่าจะมีผู้ใดอยู่ในบริเวณนี้ แล้วจึงส่งยิ้มให้เขาพลางเดินตรงไปที่โถกระเบื้องใส่น้ำร้อนของนาง นางมักจะต้มแล้วเติมน้ำร้อนลงไปพักเอาไว้เพื่อรอให้น้ำเย็น นางไม่ค่อยชอบดื่มน้ำร้อนแต่ก็ไม่กล้ากินน้ำที่ยังไม่ได้ต้ม จึงมักจะต้มแล้วเทใส่โถกระเบื้องเอาไว้รอให้น้ำเย็นก่อนแล้วจึงจะนำไปไว้ดื่ม“ข้ามาเอาน้ำน่ะ” เหอเจียวเจียวเอ่ยพลางยกโถน้ำขึ้นมาแล้วก็อดนิ่วหน้าด้วยความไม่สบอารมณ์ไม่ได้ยังน้ำยังอุ่นอยู่เลย แต่ช่างเถิดนำน้ำกลับไปด้วยเช่
last updateLast Updated : 2026-04-10
Read more

บทที่ 18 หมียักษ์ผู้ร้ายกาจ

หมียักษ์ที่นางจินตนาการกับที่นางพบเจอในตอนนี้ช่างแตกต่างกันยิ่งนัก จากคราแรกที่คิดจะค่อยๆ ปีนข้ามร่างกายของเขาไปอย่างง่ายดายกลับพบปัญหาใหญ่ที่คาดไม่ถึงแทน‘อื้อหือ ช่างใหญ่โตดีแท้’ เหอเจียวเจียวได้แต่คิดอยู่ในใจ ที่ว่าใหญ่โตนางหมายถึงขนาดลำตัวของเขาหรอกนะ แต่ส่วนนั้นน่ะหรือไม่ต้องเอ่ยถึงหรอกด้วยนางไม่กล้าจ้องมองแม้สักเพียงแวบเดียว แค่เพียงกวาดสายตาอย่างรวดเร็วเพียงเท่านั้นแล้วก็คิดคำนวณว่านางควรจะปีนข้ามไปท่าไหน เอ่อ หมายถึงปีนข้ามไปได้อย่างไรต่างหาก“เจ้าจะยืนจ้องมองอยู่เช่นนั้นอีกนานไหม” เขาเอ่ยถามพลางขยับตัวเพื่อลุกนั่ง นางจึงรีบปีนขึ้นเตียงตรงปลายเท้าของเขาที่มีที่ว่างเพิ่มขึ้นมาอีกเล็กน้อยในทันทีเมื่อเข้าไปยังฝั่งของตนเองได้สำเร็จแล้วนางก็ยิ้มออกมาอย่างยินดี เห็นเขามองมาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิดนางก็ไม่ได้สนใจล้มตัวลงนอนในทันที พ่อหมียักษ์ของนางจึงได้ขยับตัวลงมานอนข้างกายของนางด้วยกลิ่นกายหอมสะอาดของคนข้างกายทำให้นางนอนไม่ค่อยจะหลับเท่าใดนัก แต่เมื่อคิดถึงความใจดีที่เขาคนนี้มักจะเคยมีต่อร่างนี้ในกาลก่อนทำให้นางรู้สึกวางใจ นางรู้ว่าคนเช่นนี้ไม่มีทางบังคับฝืนใจนางหรอกถ้าห
last updateLast Updated : 2026-04-10
Read more

บทที่ 19 ป้าสะใภ้

เช้าวันรุ่งขึ้นนางตื่นสายมากกว่าปกติ แต่อาหารเช้ากลับถูกจัดเตรียมเอาไว้ให้เรียบร้อยแล้ว โดยมีคนของเขาเป็นคนจัดการและเด็กทั้งสองช่วยเป็นลูกมือ โจ๊กธัญพืชและแป้งทอดหอมอร่อยถูกจัดวางรอเอาไว้บนโต๊ะอาหารแล้ว นางเอ่ยคำพูดขอบใจพวกเขาด้วยสีหน้าเก้อเขิน แต่ก็ไม่ได้เอ่ยแก้ตัวใดๆ ออกมา ส่วนเด็กๆ ก็ไม่ได้เอ่ยถามอันใดกับนาง ไม่รู้ว่าคนเหล่านั้นบอกกับเด็กน้อยทั้งสองว่าอย่างไรบ้างกับสาเหตุที่ทำให้นางและพี่ใหญ่ของพวกเขาตื่นสาย ถึงแม้จะอยากรู้มากเพียงใดแต่นางก็เขินอายเกินกว่าจะเอ่ยปากถาม“กินได้หรือไม่ ข้าเป็นคนบอกให้โกวต้าและโกวจื่อทำอาหารเอาไว้ให้เองแหละ ถึงแม้จะเห็นว่าพวกเขาเป็นทหารแต่ฝีมือการทำอาหารของพวกเขาสองคนก็ไม่เลวเลย” เขาเอ่ยบอกนางด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา เด็กทั้งสองกินอาหารเช้าไปก่อนแล้วยามนี้บนโต๊ะอาหารจึงมีเพียงพวกเขาสองสามีภรรยา“ท่านบอกพวกเขาตอนไหน” เหอเจียวเจียวเอ่ยด้วยใบหน้าที่แดงก่ำจนแทบจะคั้นเป็นหยดเลือดได้แล้ว“บอกตอนข้ามายกน้ำร้อนเข้าไปให้เจ้าเมื่อเช้า” เขาเอ่ยเช่นนี้นางก็ยิ่งรู้สึกอับอายจนแทบจะจุ่มใบหน้าลงไปในชามโจ๊กได้แล้ว“พวกเราเป็นสามีภรรยากัน ห่างกันไปเสียนานแล้วได้มาเจอกันเรื่อง
last updateLast Updated : 2026-04-10
Read more

บทที่ 20 ปลอบโยน

หลังจากเหอถงซื่อวิ่งล้มลุกคลุกคลานกลับบ้านไปแล้ว จ้าวเฟิงป๋อก็หันไปสั่งให้คนของเขาช่วยกันยกน้ำมาราดเพื่อล้างทำความสะอาดลานหน้าบ้านเสีย แล้วจึงได้เดินไปหาเหอเจียวเจียวแล้วเอ่ยกับนางด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยจะดีนัก“ต่อไปหากมีผู้ใดกล้ารังแกเจ้าอีกก็บอกกับข้าได้เลย”“แน่นอนเจ้าค่ะ ท่านจัดการได้อย่างดุดันเช่นนี้ ต่อไปเมื่อข้ามีเรื่องมีราวกับผู้ใด ข้าย่อมไม่ลืมที่จะบอกกับท่านแน่ ว่าแต่บอกกับเด็กๆ เรื่องจะย้ายบ้านแล้วหรือยังเจ้าคะ”“บอกแล้ว เซิ่งเกอเอ๋อบอกว่าเรื่องนี้เขาแล้วแต่ข้า แต่หย่าเอ๋อออกจะมีท่าทีต่อต้านอยู่บ้าง หลังจากกินมื้อเที่ยงเสร็จนางก็เอาแต่หมกตัวอยู่ที่เรือนนอนของนางไม่ยอมออกมาอีกเลย” เมื่อจ้าวเฟิงป๋อเอ่ยเช่นนี้นางก็พยักหน้า“เช่นนั้นข้าจะไปดูนางเสียหน่อย” เหอเจียวเจียวเอ่ยกับเขาแล้วจึงได้เดินไปเอ่ยชักชวนจ้าวเฟิงเซิ่งให้ไปหาจ้าวเฟิงหย่าที่เรือนนอนของนางด้วยกัน“ให้ข้าเข้าไปได้หรือไม่” เหอเจียวเจียวเคาะประตูแล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา เพียงไม่นานประตูก็เปิดออกโดยมีจ้าวเฟิงหย่าที่มีหยาดน้ำตานองอยู่เต็มใบหน้าอย่างน่าใจหาย จ้าวเฟิงหย่าเปิดประตูค้างเอาไว้แล้ววิ่งไปทิ้งร่างคว่ำใบหน้
last updateLast Updated : 2026-04-10
Read more
PREV
123456
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status