All Chapters of เกิดใหม่อีกทีกลายเป็นสตรีอัปลักษณ์: Chapter 41 - Chapter 50

51 Chapters

บทที่ 41 ไม่รู้สถานะ

เหอเจียวเจียวจ้องมองเฉินเยวี่ยหรานด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม พลางคิดในใจว่าเห็นทีว่าเฉินเยวี่ยหรานผู้นี้ยังคงจำเรื่องราวในการก่อนได้ ในตอนนั้นเพราะเฉินเยวี่ยหรานคิดช่วงชิงสามีของนาง นางจึงได้เล่นงานโฉมงามผู้นี้จนนางเสื่อมเสียชื่อเสียงไร้หนทางจะได้แต่งงานเป็นภรรยาเอกของผู้อื่นได้ สุดท้ายแล้วเพราะความไร้หนทางยามนี้เฉินเยวี่ยหรานจึงต้องทนรับความอดสูยอมเป็นสนมของพระสวามีของพี่สาวของตนเอง อีกทั้งยังเป็นสามีที่มาอายุมากกว่าท่านอดีตเสนาบดีผู้เป็นบิดาเสียอีกอันที่จริงแล้วนางก็เคยคิดเห็นใจเฉินเยวี่ยหราน อีกทั้งเฉินเยวี่ยหรานคนนี้ยังถูกนางใช้ชื่อเสียงอันเสื่อมเสียช่วยผลักดันชื่อเสียงอันดีของตนรวมทั้งทำให้ผู้อื่นรู้จักร้านเครื่องประทินโฉมของนางมากขึ้นอีกด้วย นางจึงไม่เคยคิดจะถือสากับการกระทำที่พยายามกดข่มนางอยู่หลายครั้งของพระสนมผู้นี้ แต่ยามนี้เฉินเยวี่ยหรานกลับล่วงเกินนางมากจนเกินไปแล้ว นางจึงคิดว่าคราวนี้นางจะไม่มีทางปรานีเฉินเยวี่ยหรานอีก“พระสนมคงจะยังเคืองโกรธเรื่องในกาลก่อนอยู่สินะเพคะ ในกาลก่อนเพราะท่านแม่ทัพเลือกหม่อมฉันและบอกปัดพระสนมต่อหน้าผู้อื่นจนทำให้พระสนมต้องอับอายขายหน้า ยามนี้จึงได้
last updateLast Updated : 2026-04-17
Read more

บทที่ 42 การแต่งงานของน้องสาว

เมื่อกลับมาถึงจวนจ้าวเฟิงป๋อก็มารอนางอยู่ก่อนแล้ว นางจึงได้รู้ว่าสายของเขาในวังคงจะเล่าเรื่องราวภายในพระตำหนักรับรองของมู่ฮองเฮาให้เขาฟังแล้ว นางจึงไม่คิดจะเล่าให้เขาฟังซ้ำอีกครั้ง ซึ่งเขาเองก็ไม่ได้ถาม เพียงแต่คำพูดของเขากลับทำให้นางอดจ้องมองเขาด้วยความประหลาดใจไม่ได้“เมื่อครู่นี้ท่านว่าอย่างอย่างไรนะ” เหอเจียวเจียวเอ่ยถามเขาอีกครั้งด้วยคิดว่าเมื่อครู่นี้นางอาจจะฟังผิดไป“ข้าบอกกับเจ้าว่า เฉินเยวี่ยหรานตายแล้วและคนลงมือก็คือฝ่าบาท” จ้าวเฟิงป๋อทวนคำพูดของตนให้เหอเจียวเจียวฟังอีกครั้งพลางเดินมาช่วยนางปลดเสื้อคลุมกันลมออกอย่างไม่คิดจะรังเกียจ“เหตุใดจึงเป็นฝ่าบาทไปได้เล่าเจ้าคะ ข้ายังหลงคิดว่าคนลงมือจะเป็นมู่ฮองเฮาเสียอีก อีกทั้งยังคิดว่าถ้าหากมู่ฮองเฮาไม่ทรงลงมือให้เด็ดขาดข้าก็จะลงมือเองเสียด้วยซ้ำ” คำพูดของเหอเจียวเจียวทำให้จ้าวเฟิงป๋อยิ้มออกมาพลางเดินไปนั่งลงยังเก้าอี้ริมหน้าต่างแล้วจ้องมองฮูหยินของตนที่ยิ่งนับวันก็ยิ่งมีความงามมากยิ่งขึ้น“ไม่ว่าอย่างไรนางก็เป็นสตรีสกุลเฉิน ฝ่าบาททรงมีความเจ็บแค้นต่อเฉินฮองเฮามากเพียงใดกับเฉินเยวี่ยหรานก็ทรงมีความหวาดระแวงมากเท่านั้น ที่ทรงโปรดปราน
last updateLast Updated : 2026-04-17
Read more

บทที่ 43 เติบใหญ่

จ้าวกั๋วกงขอพระราชทานสมรสให้น้องสาวของเขากับอ๋องจวิน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทำให้ผู้คนต่างพากันสนอกสนใจเป็นอย่างยิ่ง อ๋องจวินผู้นี้มีนามเต็มว่าฉู่จวินหลง เป็นพระอนุชาร่วมพระมารดาเดียวกันกับฉู่เสวียนฮ่องเต้องค์ปัจจุบันของแคว้นต้าเว่ย ตอนที่เกิดศึกชิงบัลลังก์อันดุเดือดของบรรดาพี่ชายเขายังคงเป็นเพียงทารกน้อย เมื่อเติบใหญ่ขึ้นมาพี่ชายร่วมอุทรก็ได้นั่งครองบัลลังก์อย่างมั่นคงแล้ว เขาในยามนั้นจึงนับว่าเป็นองค์ชายพระองค์เดียวที่ไม่ได้ร่วมวงแย่งชิงบัลลังก์กับบรรดาพี่ชายเพราะเป็นพระอนุชาร่วมอุทรอีกทั้งยังมีอายุน้อยมากฮ่องเต้ฉู่เสวียนจึงมีความรักใคร่และโปรดปรานพระอนุชาผู้นี้เป็นที่สุด ไม่เพียงมอบตำแหน่งอ๋องให้ตั้งแต่อายุยังน้อยยังมอบที่ดินศักดินาที่ใกล้เมืองหลวงมากที่สุดอีกทั้งยังสร้างวังอ๋องอันยิ่งใหญ่ให้พระอนุชาได้ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองหลวงอย่างสุขสบาย เมื่อพระอนุชาเริ่มเติบใหญ่ก็ทรงมอบกำลังส่วนพระองค์ให้พระอนุชาผู้นี้คอยควบคุม นับได้ว่าพระอนุชาผู้นี้คือคนที่องค์ฮ่องเต้ฉู่เสวียนไว้เนื้อเชื่อใจมากที่สุดและพระอนุชาผู้นี้ก็ไม่เคยทำให้ทรงผิดหวังไม่ว่าเกิดกบฏหรือสงครามเขาก็พร้อมจะอาสานำทัพออกไปต่อสู้
last updateLast Updated : 2026-04-17
Read more

บทที่ 44 จวนที่แสนจะเงียบสงบ

หลังจากผ่านพ้นพิธีมงคลของจ้าวเฟิงหย่าไปได้ไม่นานก็ถึงพิธีมงคลของจ้าวเฟิงเซิ่ง ส่งตัวน้องสาวสามีขึ้นเกี้ยวด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงและความอาลัยได้เพียงไม่นานก็ได้ต้อนรับเกี้ยวเจ้าสาวของน้องสะใภ้เข้าบ้านมาด้วยความชื่นบานแทน ถึงแม้ว่าจะปรับอารมณ์ไม่ค่อยจะทันอยู่บ้างแต่ส่วนใหญ่ล้วนเป็นความรู้สึกที่ทำให้หัวใจทั้งเป็นสุขและเต็มไปด้วยความยินดีตงฮุ่ยหลันเป็นสตรีที่มีความเชี่ยวชาญในวิชาแพทย์นางรักษาผู้คนได้ชำนาญเสียยิ่งกว่าบิดาของนางเสียอีก ในภพนี้น้อยคนนักที่จะประกอบอาชีพนี้ด้วยดูถูกว่าอาชีพนี้เป็นอาชีพที่มีความต่ำต้อย แต่สำหรับเหอเจียวเจียวแล้วนางไม่เคยคิดจะรังเกียจเลยสักนิดอีกทั้งยังรู้สึกชื่นชมน้องสะใภ้ผู้นี้มากอีกด้วยที่กล้าทำในสิ่งที่ผู้อื่นล้วนพากันรังเกียจเช่นนี้ เพียงแต่ถึงแม้ว่าผู้อื่นจะคิดรังเกียจเช่นใดแต่ในยามที่ตนเองป่วยไข้ก็ล้วนต้องพึ่งพาบรรดาท่านหมอที่พวกเขาพากันรังเกียจแทบทุกคนไปส่วนสาเหตุที่จ้าวเฟิงเซิ่งที่ในยามนี้เป็นถึงรองเจ้ากรมอาญาแล้วแต่กลับไปข้องเกี่ยวกับคุณหนูใหญ่ของสกุลตงได้คงต้องเล่าย้อนกลับไปในวันที่บุตรชายคนเล็กของเหอเจียวเจียวเกิด เพียงเพราะความรู้สึกเจ็
last updateLast Updated : 2026-04-17
Read more

บทที่ 45 บุตรชายทั้งสาม

ความซุกซนของบุตรชายฝาแฝดจวนสกุลจ้าวคืออีกเรื่องที่ทำให้ชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงกับจวนสกุลจ้าวต่างรู้กันดี ถึงแม้ว่าจวนของท่านกั๋วกงจะมีขนาดใหญ่แต่ก็ยังไม่สามารถขวางกั้นความพยายามของบุตรชายทั้งสามของจ้าวกั๋วกงที่สามารถหลบหนีออกไปเล่นซนด้านนอกประตูจวนได้จ้าวลู่เสียนและจ้าวลู่หลิงที่มีอายุหกขวบถูกเลี้ยงดูอย่างทะนุถนอมและตามอกตามใจ เริ่มเรียนวรยุทธ์กับบิดาบ้างแล้ว ส่วนจ้าวลู่ชิงที่มีเนื้อตัวอวบอ้วนปีนี้พึ่งจะย่างห้าขวบเพียงเท่านั้นบิดายังไม่ได้เริ่มสอนวรยุทธ์ให้เขา แต่มารดากลับเริ่มสอนวิธีการป้องกันตัวเบื้องต้นของนางให้เขาแล้ว ในยามปกติพวกเขาก็มักจะวิ่งเล่น ขี่ม้าและยิงธนูอยู่กับบรรดาพี่เลี้ยงภายในจวน แต่ช่วงนี้เป็นช่วงพิเศษท่านอาของพวกเขามักจะนำลูกพี่ลูกน้องเนื้อตัวอวบอ้วนมาให้ท่านแม่ของพวกเขาเลี้ยงที่จวน พวกเขาทั้งสามคนจึงสามารถหลบหนีบรรดาพี่เลี้ยงออกมาเล่นข้างนอกได้อยู่บ่อยครั้ง“เจ้าแน่ใจนะว่านี่คือคุณชายทั้งสามของจ้าวกั๋วกง” ชายหนุ่มผมเผ้ารุงรังแต่งกายสกปรกหันไปถามสตรีที่อยู่ข้างกายซึ่งนางเองก็แต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่ทั้งเก่าและสกปรกเช่นเดียวกัน“แน่ใจสิ สหายของข้าบางคนล้วนเคยรับใช้พวก
last updateLast Updated : 2026-04-17
Read more

บทที่ 46 ความซุกซน

เหอเจียวเจียวจ้องมองบุตรชายทั้งสามด้วยสายตาดุร้าย ส่วนสาวใช้ที่ติดตามอยู่ข้างกายของนางรีบเดินไปดูสตรีที่นอนสิ้นใจอยู่ในทันทีเมื่อได้เห็นใบหน้าที่คุ้นตาของสตรีผู้นั้นแล้วก็รีบเดินเข้ามารายงานเหอเจียวเจียวในทันทีด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา“นางคือซ่งลี่หวาเจ้าค่ะ เป็นบุตรสาวของอดีตพ่อบ้านซ่งที่เคยถูกขับออกไป ช่วงหลังมานี้นางกับสามีมักจะชอบไปขอข้าวที่จวนกินอยู่หลายครั้ง แต่ช่วงหลังๆ พวกบ่าวในจวนเห็นว่านางมีท่าทางไม่ค่อยจะน่าไว้ใจก็เลยไม่ยอมให้นางเข้าไปในจวนอีกเจ้าค่ะ” คำพูดของสาวใช้ทำให้เหอเจียวเจียวตวัดสายตาไปมองจ้าวเฟิงป๋ออยู่ครู่หนึ่งแต่เมื่อเห็นว่าเขาจดจำซ่งลี่หวาไม่ได้จึงได้เอ่ยอันใดออกมา“พี่ใหญ่ พี่สะใภ้พบพวกเขาแล้วหรือ” จ้าวเฟิงเซิ่งพาคนของกรมอาญาและกองกำลังเล็กๆ ของวังอ๋องเดินเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก เมื่อเห็นว่าหลานชายทั้งสามของเขาปลอดภัยดีแล้วจึงได้เดินไปหาจ้าวเฟิงป๋อ“ท่านอารอง..” เสียงเล็กๆ ของจ้าวลู่ชิงขาดหายไปในทันทีเมื่อสบเข้ากับสายตาอันดุร้ายของมารดา ยิ่งเห็นว่าท่านอาของเขาขยิบตาส่งมาให้เขาก็ยิ่งรีบก้มหน้าแล้วทำสีหน้าสำนึกผิดตามพี่ชายทั้งสองในทันที จากคราแรกที่คิดว่าจะขอให้ท่า
last updateLast Updated : 2026-04-18
Read more

บทที่ 47 จ้าวฮองเฮา

ท่ามกลางกระแสการแย่งชิงบัลลังก์ของเหล่าองค์ชาย จ้าวเฟิงป๋อในฐานะแม่ทัพใหญ่และจะต้องวางตัวเป็นกลางมากที่สุด นอกจากวางกองกำลังเพื่อคอยตรึงกำลังปกป้องชาวบ้านที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวแล้วเขาก็ไม่ได้ให้ความร่วมมือกับองค์ชายพระองค์ไหนเป็นพิเศษ แม้แต่องค์ชายเจ็ดผู้เป็นบุตรชายของมู่ฮองเฮาที่ดูเหมือนว่าจะสนิทสนมกับฮูหยินของเขาเป็นพิเศษเขาก็ไม่ได้ให้การช่วยเหลือแต่อย่างใด“เรื่องเป็นเช่นนี้ก็ไม่น่าจะมีอะไรที่น่ากังวลใจ เพียงแต่หย่าเอ๋อของพวกเราจะไม่โดนลูกหลงแน่หรือ” คำพูดนี้ของเหอเจียวเจียวทำให้จ้าวเฟิงป๋อหัวเราะออกมา“นางน่ะหรือจะถูกลูกหลง เห็นเช่นนั้นหากจวินอ๋องเข้าร่วมแย่งชิงด้วยบรรดาพระโอรสทั้งหลายไม่มีผู้ใดเทียบเคียงเขาได้หรอก เจ้าอย่าลืมสิว่ากำลังทหารในมือของเขามีมากเสียยิ่งกว่าข้าแล้วในยามนี้” เมื่อจ้าวเฟิงป๋อเอ่ยเช่นนี้เหอเจียวเจียวก็พยักหน้ายิ่งอายุมากขึ้นความหวาดระแวงขององค์ฮ่องเต้ฉู่เสวียนก็ยิ่งมีมากขึ้น เพียงแต่ความหวาดระแวงเหล่านั้นล้วนโยกย้ายไปอยู่ที่บรรดาพระโอรสทั้งหลายจนหมดสิ้น ทหารที่มีอยู่ล้วนมอบให้พระอนุชาเพื่อใช้ป้องกันพระราชบัลลังก์จากบรรดาพระโอรส พวกเขาทั้งเข่นฆ่ากันเองและหมา
last updateLast Updated : 2026-04-18
Read more

บทที่ 48 บทสรุปของฮูหยินของแม่ทัพผู้อัปลักษณ์

ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในแคว้นต้าเว่ยมีเรื่องเล่าที่เป็นตำนานและนิทานอยู่มากมาย แต่มีอยู่เรื่องหนึ่งที่สะดุดหูของเหอเจียวเจียวมากที่สุด นั้นก็คือตำนานฮูหยินของแม่ทัพที่อัปลักษณ์ที่สุดในใต้หล้า ในคราแรกที่ได้ฟังตำนานนี้นางก็นั่งแทะเมล็ดแตงแล้วก็จิบน้ำชาอย่างสบายอกสบายใจ แต่เมื่อได้ฟังไปเรื่อยๆ นางก็อดโยนเมล็ดแตงทิ้งแล้วโอดครวญออกมาไม่ได้“นี่มันเรื่องราวของข้านี่นา” เมื่อเหอเจียวเจียวเอ่ยเช่นนี้จ้าวเฟิงป๋อก็หัวเราะออกมาในทันที“เจ้าอยากมานั่งฟังเรื่องเล่าในโรงน้ำชาข้าก็ยินยอมพาเจ้ามาฟังแล้ว ยามนี้อย่าได้คิดงอแงใส่ข้าอีกเชียวนะ” เมื่อเขาเอ่ยเช่นนี้นางก็ตวัดสายตาส่งค้อนวงโตไปให้เขาในทันทีโทษฐานที่พานางมานั่งฟังผู้อื่นเอ่ยถึงเรื่องราวของตนเองโดยไม่บอกกล่าวกันล่วงหน้าเช่นนี้ แต่ในเมื่อมาแล้วจะให้รีบกลับไปหรือไม่มีทางอย่างแน่นอน นางได้แต่จำใจนั่งฟังเรื่องราวของตนเองพลางแทะเมล็ดแตงและจิบน้ำชาด้วยสีหน้าที่แสดงถึงความไม่ค่อยจะพอใจเท่าใดนัก“เมื่อได้ข่าวว่าสงครามจบลงแล้ว สามีของนางก็ได้เป็นถึงแม่ทัพใหญ่ นางในยามนี้นับว่าได้เป็นฮูหยินของแม่ทัพแล้ว แต่เมื่อก้มลงมองรูปโฉมของตนเองก็อดหวาดกลัวไม่ได้ นาง
last updateLast Updated : 2026-04-18
Read more

บทที่ 49 ตอนพิเศษ จ้าวเฟิงหย่า 1

ข้ามีนามว่าจ้าวเฟิงหย่า ข้าเป็นเพียงเด็กสาวบ้านป่าคนหนึ่งที่ถูกพี่ใหญ่ของข้าให้การเลี้ยงดูเป็นอย่างดีและลงมือสั่งสอนให้ข้าได้ร่ำเรียนหนังสือแตกต่างจากเด็กทั่วไปในหมู่บ้านแห่งนี้ พี่ใหญ่ของข้าเขามักจะเอ่ยกับข้าเสมอว่าข้าจะต้องมีความระมัดระวังและรู้จักรักษากิริยามารยาทของข้าให้เหมาะสมกับที่เป็นสตรีของสกุลจ้าวพี่ชายคนโตของข้ามักจะเล่าให้ข้าและพี่ชายฝาแฝดของข้าฟังถึงเรื่องราวของสกุลจ้าวในเมืองหลวง เขาบอกกับข้าว่าในกาลก่อนพวกข้าล้วนเคยใช้ชีวิตอยู่ในจวนหลังใหญ่ที่ตั้งอยู่ในเมืองหลวงมีข้ารับใช้คอยปรนนิบัติพัดวี แต่แล้วก็มีเหตุการณ์หลายอย่างที่ทำให้พวกข้าต้องหลบหนีออกจากเมืองหลวงเพื่อช่วยให้ข้าและพี่ชายฝาแฝดรอดชีวิต ท่านพ่อและท่านแม่ยอมเสียสละชีวิตของตนเองแล้วถูกฆ่าตาย พี่ชายคนโตของข้าพาข้ากับพี่ชายฝาแฝดหลบหนีมือสังหารอย่างทุลักทุเล โชคดีที่มีเด็กหนุ่มผู้หนึ่งคอยให้การช่วยเหลือ ข้ากับพี่ชายทั้งสองจึงได้รอดชีวิตจากการถูกตามฆ่าทุกครั้งที่ได้ฟังถ้อยคำบอกเล่าของพี่ชาย ในยามค่ำคืนข้ามักจะฝันร้ายอยู่เสมอ ข้ามักจะฝันเห็นเลือดและการฆ่าฟันอย่างโหดเหี้ยม ในความฝันมักจะเห็นว่าพี่ชายคนโตของข้ากำลังจับ
last updateLast Updated : 2026-04-18
Read more

บทที่ 50 ตอนพิเศษจ้าวเฟิงหย่า 2

ข้าเคยได้พบกับจวินอ๋องอยู่หลายครั้งแต่ทุกครั้งก็ล้วนเป็นท่ามกลางผู้คนมากมาย แต่ครั้งนี้นับได้ว่าเป็นการพบกันที่ใกล้ชิดมากที่สุด แถมยังเป็นถึงเนื้อถึงตัวอย่างไม่น่าจะเอ่ยถึงอีกด้วย“คุณหนูใหญ่จ้าวข้ารู้ว่าเจ้ากำลังโกรธเคืองแทนจ้าวฮูหยิน แต่ก็ไม่ควรจะลงมืออย่างหนักหน่วงถึงขั้นนี้กระมัง” จวินอ๋องเอ่ยพลางขยับตัวลุกขึ้นเขาปัดฝุ่นที่มองไม่เห็นพลางจ้องมองข้าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเย็นชา ข้าจ้องมองไปที่เหอเจินจูที่ยามนี้ร่างกายของนางน่าจะบอบช้ำไปไม่น้อย จึงได้หันไปสั่งกับคนของข้าด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด“ยังไม่รีบจับนางไปส่งทางการอีก เรื่องนี้ไม่ต้องบอกพี่สะใภ้นางกำลังบำรุงครรภ์อยู่อย่าให้นางต้องมีเรื่องระคายใจ” ประโยคหลังข้าตั้งใจบอกกล่าวกับผู้ติดตามด้วยเสียงที่ดังขึ้นเพื่อให้ท่านอ๋องที่ยามนี้กำลังจ้องมองข้าอยู่ได้ยินด้วย ข้าหันไปมองเขาแล้วยอบกายถวายคำนับตามประเพณีแล้วเอ่ยขออภัยต่อเขาด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม“ต้องขออภัยต่อท่านอ๋องด้วยนะเพคะ เมื่อครู่นี้ข้าจำไม่ได้ว่าเป็นท่านอ๋องก็เลยไม่ได้ยั้งมือ”“อืม วิธีการลงมือของเจ้าน่าสนใจดีนะ เพียงแต่อย่าได้ทำเช่นนี้กับบุรุษอื่นอีกเลยมันออกจะเป็นวิธีการที่
last updateLast Updated : 2026-04-18
Read more
PREV
123456
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status