Semua Bab เกิดใหม่อีกทีกลายเป็นสตรีอัปลักษณ์: Bab 1 - Bab 10

51 Bab

บทที่ 1 เริ่มต้นชีวิตใหม่

ท่ามกลางป่าเขาในดินแดนที่ห่างจากเมืองหลวงของแคว้นต้าเว่ย เหอเจียวเจียวกำลังนั่งทอดถอนใจพลางมองทิวทัศน์อันงดงามบนม้านั่งที่ตั้งอยู่ตรงลานหน้าบ้านด้วยความหนักอึ้งอยู่ในอก เอ่อ ที่จริงแล้วน่าจะเรียกได้ว่าหนักอึ้งไปทั้งตัวเลยต่างหากก่อนที่นางจะมายังที่แห่งนี้นางคือเหอเจียวเจียว นางแบบดาวรุ่งที่กำลังก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของชีวิต แต่แล้วเพียงเพราะความประมาทของผู้อื่น นางจึงจำต้องมาอยู่ในที่แห่งนี้ และยังอยู่ในร่างใหม่ร่างนี้ด้วย ร่างใหม่นี้ถึงแม้ว่าจะมีชื่อสกุลเดียวกับนางแต่รูปร่างหน้าตากลับตรงข้ามกับนางอย่างสิ้นเชิง จากรูปร่างผอมสูงใบหน้าโฉบเฉี่ยวทันสมัย กลายเป็นหญิงอ้วนตัวเตี้ยผิวคล้ำส่วนใบหน้านั้นก็อ้วนกลมและขรุขระไปด้วยสิว เพราะความตกตะลึงในรูปร่างและความเป็นอยู่ของร่างนี้ นางจึงได้มานั่งทอดถอนใจเพียงคนเดียว“พี่สะใภ้ ท่านไม่ได้กินข้าวมาหลายมื้อแล้วนะเจ้าคะ ขืนยังเป็นเช่นนี้ต่อไปท่านอาจจะล้มป่วยลงไปอีกนะเจ้าคะ” จ้าวเฟิงหย่าเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง“พี่สะใภ้หากท่านกังวลว่าจะออกไปล่าสัตว์มาเลี้ยงดูพวกเราไม่ได้ พวกข้าก็แค่กินให้น้อยลงอีกหน่อย เพียงเท่านี้ก็จะมีอาหารเพียงพอให้กินไปทั้ง
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-04-03
Baca selengkapnya

บทที่ 2 ทุ่มลงพื้น

สองแม่ลูกสกุลเหอยืนมองบ้านสกุลจ้าวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความริษยา พวกนางสองแม่ลูกเคยแอบคิดว่าจะจับจองจ้าวเฟิงป๋อเอาไว้ให้เหอเจินจูนานแล้ว คนหนุ่มหน้าตาดีรูปร่างกำยำล่ำสันแถมยังสามารถเข้าป่าหาเงินได้คราวละมากๆ หากไม่รีบจับจองเอาไว้ก่อนก็โง่เต็มที คิดไม่ถึงว่าตอนที่จ้าวเฟิงป๋อส่งแม่สื่อมาสู่ขอกลับระบุว่าคนที่เขาต้องการแต่งงานด้วยกลับเป็นเด็กโง่กินจุที่พวกเขารับเลี้ยงเอาไว้ในบ้านอย่างเหอเจียวเจียวแทน เรื่องนี้ทำให้ทั้งคู่เดือดดาลเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเหอเจินจูนางอุตส่าห์หาวิธีกีดกันสตรีทุกคนที่พยายามเข้าใกล้จ้างเฟิงป๋ออย่างสุดกำลัง อาศัยความได้เปรียบในการเป็นคนบ้านใกล้เรือนเคียง เอ่อ ที่จริงแล้วต้องใช้คำว่าบ้านของนางอยู่ใกล้บ้านของจ้าวเฟิงป๋อมากที่สุด สตรีทุกนางที่ต้องการจะขึ้นเขามายังบ้านสกุลจ้าวจะต้องเดินผ่านบ้านสกุลเหอก่อน เหอเจินจูมักจะใช้ทุกวิถีทางเพื่อที่จะทำให้สตรีเหล่านั้นไม่มีข้ออ้างมาที่บ้านสกุลจ้าวแห่งนี้ไม่ว่าจะเป็นการโป้ปดมดเท็จ สร้างเรื่องหลอกลวง หรือแม้แต่การเอ่ยวาจาขับไล่ตรงๆ เลยก็ตามเหอเจินจูล้วนทำมาหมดทั้งสิ้น จนสตรีทุกนางในหมู่บ้านที่เคยคิดเกินเลยกับจ้าวเฟิงป๋อล้วนพาก
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-04-03
Baca selengkapnya

บทที่ 3 ไม่ธรรมดา

เหอเจินจูได้แต่นอนมองท้องฟ้าอย่างมึนงงและยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเมื่อครู่นี้เกิดอะไรขึ้น สักพักความปวดร้าวที่ศีรษะและกลางแผ่นหลังก็ทำให้นางร้องครางออกมาด้วยความเจ็บปวด“เจินจู..อั๊ก” ถงซื่อที่ตะเกียกตะกายลุกขึ้นเพื่อจะไปช่วยบุตรสาวถูกฝ่าเท้าอันอวบอิ่มและเปี่ยมไปด้วยพละกำลังของเหอเจียวเจียวถีบเข้าที่หน้าอกจนร่างหงายหลังลงพื้นไปอีกครั้ง ความรุนแรงในครั้งนี้ทำให้นางถึงกับต้องกระอักเลือดออกมาเลยทีเดียว“ท่านแม่!” เมื่อเห็นว่าถงซื่อถึงกับกระอักเลือดออกมาเหอเจินจูก็พยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้น แล้วเอ่ยกับเหอเจียวเจียวด้วยน้ำเสียงโกรธแค้น“เหอเจียวเจียว นี่เจ้ากล้าลงมือกับพวกเราถึงขั้นนี้เชียวหรือ ระวังตัวเอาไว้ให้ดีข้าจะกลับไปฟ้องท่านพ่อ” เหอเจินจูเอ่ยพลางรีบวิ่งเข้าไปดูอาการของมารดา“เชิญเจ้าไปฟ้องท่านลุงได้เลย อ้อ! เจ้าจะไปฟ้องร้องกับทางการเลยก็ได้นะ ถ้าคนอย่างเจ้ามีความกล้าพอ” เหอเจียวเจียวเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความท้าทาย“แน่นอนข้าย่อมต้องกล้าแน่ เจ้าเตรียมตัวรอถูกทางการจับเจ้าไปลงโทษได้เลย” เหอเจินจูเอ่ยพลางประคับประคองมารดาของนางออกไปจากบริเวณรั้วบ้านของสกุลจ้าวในทันที“พี่สะใภ้ท
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-04-03
Baca selengkapnya

บทที่ 4 เข้าป่า

ถึงแม้ว่าเจ้าหน้าที่ของทางการรับปากว่าจะช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริงและถ้าหากพบว่าสองแม่ลูกสกุลเหอนำข้าวของภายในบ้านไปจริงจะช่วยทวงคืนสิ่งของให้ แต่เหอเจียวเจียวก็ไม่คิดจะหวังน้ำบ่อหน้าด้วยรู้ดีถึงข้อจำกัดของทางการ ต่อให้พวกเขาค้นพบว่าสองแม่ลูกนำข้าวของไปจริง แต่พวกเขาต้องกลับไปรายงานที่ว่าการก่อนแล้วจึงจะสามารถทวงคืนข้าวของเหล่านั้นมาให้นางได้นางไม่ได้หวังว่าจะได้ข้าวของเหล่านั้นคืนมาอยู่แล้ว แต่การที่นางตั้งใจยั่วยุให้เหอเจินจูไปฟ้องร้องกับทางการก็เพื่อจะทำให้สองแม่ลูกจากบ้านสกุลเหอได้รู้ว่ายามนี้นางไม่ใช่เหอเจินจูคนเดิมที่พวกนางสามารถรังแกได้อีกแล้ว อีกทั้งการที่เหอเจินจูไม่ได้แจ้งผู้ใหญ่บ้านแต่ข้ามหน้าข้ามตาไปแจ้งทางการถึงในตัวเมือง ด้วยนิสัยความชอบคิดเล็กคิดน้อยของผู้ใหญ่บ้านย่อมต้องก่อให้เกิดความบาดหมางได้ไม่มากก็น้อยมีชีวิตมาแล้วชาติหนึ่งถึงแม้ว่าจะมีจะอายุไม่มากแต่เหอเจียวเจียวที่ผ่านประสบการณ์การต้องฝ่าฟันเพื่อเอาตัวรอดมาอย่างโชกโชน ก็เข้าใจถึงหลักการอยู่ร่วมกันของสังคมมนุษย์ได้เป็นอย่างดี อีกทั้งในสังคมเล็กๆ ของหมู่บ้านแห่งนี้ที่ชาวบ้านยังคงมีการกระทำที่ซื่อตรงกับจิตใจ ยิ่งแทบจะ
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-04-03
Baca selengkapnya

บทที่ 5 ตุนเสบียง

เมื่อเดินเข้าไปในป่าลึก ยิ่งลึกของที่สามารถกินได้ก็ยิ่งมีมากขึ้น ด้วยชาวบ้านแถบนี้ไม่ค่อยกล้าที่จะเข้ามาหาของป่าเพียงลำพัง กว่าจะรวบรวมกลุ่มคนออกมาได้ก็ต้องใช้เวลา พวกเขาส่วนใหญ่จึงมักจะหาของป่าบริเวณชายป่ากันเสียมากกว่า เหอเจียวมุ่งหน้าเข้าสู่ป่าลึกด้วยความมุ่งหวังอันน้อยนิด นางไม่ได้หวังจะพบเห็ดหลินจือพันปี หรือคาดหวังว่าจะพบสมุนไพรหายากที่สามารถขายเป็นเงินแล้วกลายเป็นเศรษฐีเพียงชั่วพริบตา แต่ตอนนี้เหอเจียวเจียวหวังเพียงว่าจะสามารถพบกระต่ายป่าเนื้อตัวอวบอ้วนสักหลายตัว หรือไม่ก็ไก่ป่าสักสองสามตัวก็ยังดี เพียงแต่เมื่อเดินเข้าป่าลึกไปเรื่อยๆ เสียงบางอย่างกลับทำให้นางอดหันไปมองไม่ได้“ฟึด! ฟึด!”“โอ้ไม่นะ!” เหอเจียวเจียวร้องออกมาพลางรีบเร่งฝีเท้าวิ่งในทันทีจุดมุ่งหมายของนางก็คือเนินหินข้างหน้า นางวิ่งไปสบถไปด้วยร่างนี้มีความคล่องตัวน้อยกว่าร่างเดิมของนางเป็นอย่างมาก“บัดซบ! ได้เกิดใหม่กับเขาทั้งทีทำไมต้องแถมไขมันหนาเตอะให้ข้าด้วย” นางตะโกนออกมาพลางพยายามกระโดดให้สูงที่สุดแล้วใช้มือเกาะก้อนหินแล้วตะเกียกตะกายดึงตนเองขึ้นไปอยู่บนยอดของก้อนหินก้อนใหญ่ นางรีบดึงธนูออกมาแล้วเล็งไปที่หมูป่าที
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-04-03
Baca selengkapnya

บทที่ 6 คิดให้เป็นสุขก็สุข

เนื้อชิ้นแล้วชิ้นเล่าถูกแกะออกจากห่อใบไม้นำออกมาวางบนพื้น เมื่อแกะชิ้นเนื้อออกมาหมดแล้ว เหอเจียวเจียวก็นำเนื้อทั้งหมดมาใส่อ้างไม้ล้างให้สะอาดแล้วทำการแยกชิ้นส่วนของเนื้อหมูป่าอีกครั้ง ส่วนที่เป็นเครื่องในนางตั้งใจว่าจะนำมาตุ๋นใส่เห็ดและสมุนไพรเพื่อบำรุงร่างกาย ส่วนที่เป็นกระดูกก็แยกเอาไว้เพื่อที่จะทำน้ำแกง ส่วนที่เป็นเนื้อนางแยกส่วนหนึ่งจะนำไปรมควันและอีกส่วนหนึ่งจะทำเนื้อตากแห้งเพื่อที่จะเก็บไว้กินได้นานๆ สำหรับส่วนที่เป็นไขมันนางตั้งใจว่าจะเจียวเอาน้ำมันเก็บไว้ใช้ตลอดช่วงฤดูหนาวที่จะถึงนี้เมื่อวางแผนดีแล้วก็ลงมือทำในทันที โดยมีเด็กสองคนเป็นลูกมือ ผลอิงเถาส่วนหนึ่งนางแบ่งเอาไว้สำหรับกินสด อีกส่วนนางเคี่ยวใส่น้ำตาลที่อยู่เพียงน้อยนิดเก็บใส่โถกระเบื้องเอาไว้กินเป็นของหวาน เห็ดที่เหลือจากการตุ๋นก็เอาไปตากแห้งเพื่อเก็บเอาไว้กินในช่วงฤดูหนาว“ไม่เพียงทำอาหารอร่อย ท่านยังสามารถพลิกแพลงทำอาหารได้หลากหลาย ข้ารู้แล้วว่าเพราะเหตุใดท่านจึงได้มีรูปร่างเช่นนี้” จ้าวเฟิงเซิ่งเอ่ยอย่างไม่คิดอะไรแต่กลับถูกสายตาดุดันของน้องสาวทำให้เขาพลันชะงักในทันที“พี่รองก็แค่อยากจะชมว่าพี่สะใภ้มีความสามารถทางด้า
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-04-03
Baca selengkapnya

บทที่ 7 อ้อมกอด

เช้าวันรุ่งขึ้นเหอเจียวเจียวรีบตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่ทันสาง อากาศเริ่มหนาวเย็นขึ้นเรื่อยๆ แล้ว นางรีบนำข้าวสวยที่เหลือเมื่อวานมาอุ่น น้ำแกงกระดูกหมูและเครื่องในตุ๋นยังคงมีอยู่ในหม้อ นางทำการอุ่นอีกครั้งพลางคิดว่านำเนื้อมาผัดกับผักดองอีกสักหน่อยก็คงเพียงพอแล้วสำหรับอาหารเช้าของสามชีวิตที่อยู่ในบ้านหลังนี้ข้อดีของบ้านหลังนี้ก็คือด้านหลังของบ้านมีตาน้ำผุดขึ้นมา มีการขุดบ่อรองรับน้ำเอาไว้สำหรับใช้และกินดื่ม ไม่ต้องลำบากไปตักน้ำในลำธารมาไว้ในโอ่งดินเหมือนชาวบ้านคนอื่นๆ ในหมู่บ้าน เหอเจียวเจียวยืนมองบ่อพักน้ำนั้นแล้วก็ยิ้มออกมา ได้เวลาสำหรับการออกกำลังกายยามเช้าของนางแล้ว นางคิดพลางเดินไปถือถังไม้มาตักน้ำแล้วยกไปใส่อ่างน้ำในห้องที่กั้นสัดส่วนเอาไว้สำหรับอาบน้ำและห้องสุขาที่กั้นเอาไว้สำหรับใช้ปลดทุกข์ที่อยู่ห่างจากตัวบ้านและบ่อพักน้ำพอสมควรถึงแม้ว่าจะเทียบไม่ได้กับห้องสุขาในยุคที่นางเคยใช้ชีวิตแต่ห้องสุขาที่นี่มีระบบการกำจัดกลิ่นและการทำความสะอาดที่ดีมากทีเดียว บ่งบอกให้รู้ว่าคนในบ้านหลังนี้เคยใช้ชีวิตอย่างหรูหรามาก่อนโดยเฉพาะจ้าวเฟิงป๋อ ทั้งเสื้อผ้าอาหารและลักษณะการกินอยู่รวมทั้งทักษะการอ่า
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-04-04
Baca selengkapnya

บทที่ 8 คุณค่าของอาหาร

เมื่อไปถึงบริเวณที่มีรังนกเหอเจียวเจียวก็รีบปีต้นไม้ขึ้นไปดู รังนกบนต้นไม้ในทันที แต่กลับพบว่าบรรดานกน้อยทั้งหลายต่างพากันอพยพเพื่อย้ายหนีอากาศหนาวเย็นที่กำลังจะมาถึงไปเสียแล้ว เพราะฉะนั้นยามนี้จะยังมีไข่นกหลงเหลือให้นางได้เก็บกินได้อย่างไรกัน เหอเจียวเจียวได้แต่ตบหน้าผากของตนเองด้วยความหงุดหงิดใจ‘เรื่องแค่ทำไมจึงคิดไม่ได้กันนะ’ นางได้แต่ก่นด่าตนเองอยู่ในใจ แล้วจึงพยายามกวาดสายตามองบริเวณรอบๆ อย่างสำรวจตรวจตรา ข้อดีของการได้อยู่บนที่สูงก็คือเรื่องวิสัยทัศน์การมองเห็นที่สามารถมองเห็นบริเวณเบื้องล่างได้อย่างชัดเจนมากกว่า สายตาของนางปะทะเข้ากับต้นท่อป่าส่วนอีกฝั่งหนึ่งก็มีต้นพลับป่า นางจึงได้แต่ทอดถอนใจออกมาแล้วคิดว่า ถึงแม้จะไม่สามารถเก็บเกี่ยวอาหารที่ให้โปรตีนตามธรรมชาติแก่ร่างกายได้ แต่สามารถเก็บเกี่ยวผลไม้ที่ช่วยเพิ่มวิตามินให้กับร่างกายได้ก็ยังดีนางปีนลงจากต้นไม้ด้วยสภาพทุลักทุเลอยู่ไม่น้อย ต่อให้ภพก่อนนางเคยเรียนยิมนาสติกมา แต่หากให้นำมาปรับใช้กับร่างกายนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ยากเย็นอยู่บ้างเดินไปได้ครู่หนึ่งก็พบว่ามีไก่ป่าตัวหนึ่งกำลังยืนคอพับหลับตาอยู่… ‘เอ่อ ยังไม่เข้าสู่ฤดู
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-04-08
Baca selengkapnya

บทที่ 9 ความงาม

ลมหนาวมาถึงแล้วแต่เหอเจียวเจียวกับเด็กๆ ไม่ได้รับผลกระทบมากเท่าใดนัก ถึงแม้ว่าเสบียงอาหารที่จ้าวเฟิงป๋อเตรียมไว้จะถูกบ้านตระกูลเหอนำไปกินไปใช้บ้างแล้ว แต่อาหารที่เหอเจียวเจียวหามากักตุนเพิ่มก็มีไม่น้อย อีกทั้งสามปากท้องที่อยู่ในบ้านล้วนเป็นคนกินน้อย เอ่อ..ที่จริงแล้วมีอยู่หนึ่งคนที่พยายามกินให้น้อยลงต่างหาก ส่วนเด็กน้อยสองคนนั้นเป็นเพียงเด็กเจ็ดขวบย่อมจะกินได้ไม่มากอยู่แล้ว“พี่สะใภ้ พวกเรานอนด้วยกันเช่นนี้จะเหมาะสมหรือ” จ้างเฟิงเซิ่งเอ่ยถามด้วยสีหน้าขัดเขิน คืนนี้พายุฤดูหนาวหนักหน่วงกว่าทุกวัน เสียงลมหวีดหวิวที่อยู่ด้านนอกทั้งวังเวงและดูน่ากลัว อีกทั้งยังหนาวจัดเหอเจียวเจียวจึงไล่ต้อนให้เด็กๆ มานอนที่ห้องนอนใหญ่ของนาง โดยจุดกระถางไฟสำหรับมอบความอบอุ่นเอาไว้ตรงมุมห้อง“ไม่ต้องกังวลหรอก เมื่อเจ้าเติบโตมากกว่านี้ข้าก็คงจะไม่อนุญาตให้เจ้ามานอนกับข้าแล้ว ตอนนี้ยังสามารถทำได้ก็จงรีบตักตวงโอกาสนี้เสีย” เหอเจียวเจียวเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงหยอกเย้าพลางส่งยิ้มให้เขาที่ต้องนอนอีกฝั่งของเตียงโดยมีจ้าวเฟิงหย่ากั้นกลางอยู่ ด้วยคืนนี้หิมะตกหนักทำให้จ้าวเฟิงหย่ารู้สึกหวาดกลัวมากเป็นพิเศษ ทั้งนางและจ้า
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-04-08
Baca selengkapnya

บทที่ 10 เข้าเมือง

พายุฤดูหนาวผ่านพ้นไปแล้ว หิมะที่เคยตกหนักก็ลดปริมาณลง เหอเจียวเจียวที่หมกตัวเรียนรู้ตัวอักษรอยู่กับจ้าวเฟิงหย่ามานานหลายวันเหมือนได้รับการปลดปล่อย สิ่งแรกที่นางทำก็คือการออกไปบริเวณชายป่าเพื่อตรวจดูว่ายังมีสิ่งใดให้พอเก็บไปกินได้บ้าง และยังจะพอมีสัตว์ตัวเล็กตัวน้อยให้นางจับไปทำอาหารได้หรือไม่“บ้าจริง หาเงินก้อนแรกของตนเองได้เมื่อไหร่ สิ่งแรกที่ข้าจะซื้อก็คือเสื้อผ้า” เหอเจียวเจียวเอ่ยพึมพำเสียงเบา ยามนี้นางหนาวจนปากสั่นไปหมดแล้ว นางไม่ได้รังเกียจที่สวมใส่เสื้อผ้าเก่าและไม่งดงาม แต่นางรังเกียจที่เสื้อผ้าเหล่านี้ไม่สามารถมอบความอบอุ่นให้ได้เลยต่างหากก่อนหน้านี้ตอนที่เสื้อคลุมตัวนี้เคยอยู่บนตัวของเหอเจินจูก็คงจะพอช่วยคลายความหนาวได้บ้าง แต่ผ่านมาหลายปีทั้งบางทั้งมากเก่าแล้วเสื้อคลุมตัวนี้จึงตกมาเป็นของนาง อีกทั้งก่อนหน้านี้รูปร่างของนางมีขนาดลำตัวที่ใหญ่กว่าเหอเจินจูมากจึงต้องมีการขยายเสื้อคลุมโดยการใช้ผ้ามาต่อเพื่อขยายให้ใหญ่ขึ้น ความงดงามนั้นไม่ต้องเอ่ยถึง ความแน่นหนาของฝีเข็มก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเข้าไปใหญ่เพราะเจ้าของร่างนี้ไร้ทักษะในการตัดเย็บเป็นอย่างมากบ่นพึมพำอยู่ได้ไม่นาน นางก็ส
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-04-08
Baca selengkapnya
Sebelumnya
123456
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status