All Chapters of จันทร์กระจ่างกลางสายพิรุณโปรย: Chapter 11 - Chapter 20

39 Chapters

บทที่ 11 การเคลื่อนไหวของทัพวิหคเพลิง

เรือนพักรับรองเงียบกริบราวกับไม่มีคนอยู่ สาวใช้คนสนิทของเฝิงหมิงเยวี่ยล้วนออกมายืนนิ่งอยู่หน้าเรือน ส่วนภายในเรือนแม้ว่าจะเงียบกริบแต่รุ่ยอ๋องรู้ดีว่าคนที่อยู่ภายในเรือนยามนี้กำลังมีโทสะสูงเทียมฟ้า เขายืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งกำลังคิดว่าควรจะเข้าไปหาเรื่องใส่ตัวดีหรือไม่ แต่เมื่อคิดได้ว่าในเมื่อรับเงินของนางมาแล้วก็ควรจะตอบแทนให้คุ้มค่า เขาจึงเดินไปที่หน้าเรือนของนางแล้วเอ่ยกับสาวใช้ทั้งสองด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา“นางสะดวกให้ข้าเข้าไปไหม ข้ามีข่าวสารบางอย่างอยากจะแจ้งให้นางรู้” เมื่อรุ่ยอ๋องเอ่ยเช่นนี้ทั้งตงหลันและตงเสวี่ยก็หันไปสบตากัน พวกนางกำลังปรึกษากันทางสายตาและต่างก็กำลังคิดว่าควรจะให้รุ่ยอ๋องเข้าไปข้างในดีหรือไม่ แต่เสียงที่ดังออกมาจากด้านในทำให้พวกนางพร้อมใจกันหันไปมองรุ่ยอ๋องด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจในทันที“เชิญเสด็จรุ่ยอ๋องเพคะ” น้ำเสียงที่บ่งบอกว่ากำลังสะกดกลั้นอารมณ์อย่างเต็มที่ของเฝิงหมิงเยวี่ยทำให้รุ่ยอ๋องเลิกคิ้วขึ้น เขาจำได้ว่าเฝิงหมิงหยวนเคยเล่าให้เขาฟังว่าน้องสาวของตนเป็นแม่ปีศาจน้อยที่อารมณ์ร้ายมากผู้หนึ่ง เป็นสตรีที่เปิดเผยและตรงไปตรงมา ไม่ว่าจะสุขใจ ทุกข์ใจ รวม
last updateLast Updated : 2026-04-09
Read more

บทที่ 12 คนที่ทำให้ใจเต้นแรง

สายลมที่ปะทะใบหน้าทำให้ความรู้สึกอันหลากหลายที่กดทับอยู่พลันดีขึ้น นานมากแล้วที่เฝิงหมิงเยวี่ยไม่ได้ขี่ม้าด้วยความเร็วเช่นนี้ ในฐานะว่าที่พระชายาขององค์รัชทายาทท่วงท่าการขี่ม้าต้องสง่างาม ต้องพยายามควบคุมม้าให้เยื้องย่างด้วยความเร็วพอเหมาะ ยิ่งตอนที่นางควบขี่ม้าเคียงคู่ไปกับองค์รัชทายาทนางจะทำความเร็วแซงหน้าเขาไปไม่ได้ ทุกการกระทำต้องคำนึงถึงสีหน้าของเขาและองค์ฮองเฮาเสมอ แต่ยามนี้ไม่ต้องแล้ว ยามนี้สิ่งที่นางต้องพยายามทำก็คือทำอย่างไรจึงจะทำให้ม้าของนางวิ่งตามม้าของรุ่ยอ๋องได้เพียงเท่านั้น...“เขาคิดว่าข้าคือลูกน้องของเขาหรืออย่างไร ตามทันก็ช่าง ตามไม่ทันก็เรื่องของข้าเช่นนั้นหรือ” เฝิงหมิงเยวี่ยพึมพำออกมาพลางรีบเร่งฝีเท้าม้าของตน หากนางไม่เร่งความเร็วก็คงจะต้องกินฝุ่นจากกีบม้าของเขา เพียงแต่เส้นทางนี้นางไม่เคยเดินมาหากเร่งความเร็วมากจนเกินไปนางเกรงว่าอาจจะควบคุมม้าไม่ได้แล้วตกลงไปในหุบเหวเบื้องล่างทั้งคนทั้งม้าขี่ม้าออกจากประตูเมืองไปหลายสิบลี้ เฝิงหมิงเยวี่ยรู้สึกว่าทั้งก้นและขาหนีบของนางด้านชาจนแทบจะไร้ความรู้สึกไปแล้ว อยู่ๆ รุ่ยอ๋องก็ชะลอฝีเท้าม้าของเขาลงแล้วบังคับม้าให้ย้อนกลับมา
last updateLast Updated : 2026-04-09
Read more

บทที่ 13 เฝิงหมิงหยวน

เฝิงหมิงเยวี่ยนั่งรอคนของนางอย่างสงบโดยมีรุ่ยอ๋องนางอยู่เคียงข้างนาง จากท้องฟ้ายามเย็นเมื่อแรกมาถึง บัดนี้กลายเป็นท้องฟ้ายามค่ำคืนที่มีแสงจันทร์สาดแสงลงมา คนของรุ่ยอ๋องจุดกำยานไล่แมลงแล้วนำมาแขวนไว้บนกิ่งไม้ใกล้ๆ พวกเขา พวกเขาไม่กล้าก่อกองไฟเพราะกังวลว่าจะทำให้คนของกองทัพวิหคเพลิงรู้ตัวว่ามีคนมาเฝ้าจับตาดูพวกเขาอยู่ๆ บริเวณชายป่าก็มีความเคลื่อนไหว คนทั้งหมดต่างระมัดระวังตัวเข้าประจำที่ตามจุดต่างๆ เพื่อคอยอารักขารุ่ยอ๋องและเฝิงหมิงเยวี่ย แต่คนที่ออกมาจากป่าคือคนของกองทัพมังกรดำของเฝิงหมิงเยวี่ย“ทูลพระชายา กลุ่มคนที่มาเป็นคนของกองทัพวิหคเพลิงจริงๆ พ่ะย่ะค่ะ เป้าหมายของพวกเขาก็คือตั้งใจจะเข้าเมืองหลวงไปลักพาตัวพระชายาในพิธีมงคลของท่านอ๋องและพระชายาพ่ะย่ะค่ะ”“ทำไมจึงต้องการลักพาตัวข้า ท่านพ่อไม่พอใจที่ข้าจะเป็นพระชายาของท่านอ๋องหรือ” เมื่อเฝิงหมิงเยวี่ยเอ่ยถามออกมาเช่นนี้สีหน้าของรุ่ยอ๋องก็พลันมืดครึ้ม ส่วนบรรดาลูกน้องของเขาก็รีบถอยห่างออกไปแล้วแสร้งทำเป็นสูญเสียประสาทการได้ยินในทันที“ไม่น่าจะใช่ท่านพ่อตา หากเขาไม่พอใจข้าก็คงไม่มีทางยินยอมให้เสด็จพ่อประกาศราชโองการแน่... พวกเจ้ารู้หรื
last updateLast Updated : 2026-04-09
Read more

บทที่ 14 สหายจากแดนเหนือ

คำถามของพี่ชายทำให้เฝิงหมิงเยวี่ยเลิกคิ้วขึ้น นางหันไปมองรุ่ยอ๋องครู่หนึ่งเห็นแค่เพียงเขาถลึงตาใส่นาง นางจึงได้ยิ้มออกมาไม่ได้ตอบคำถามของเขาแล้วก้มลงไปสำรวจรถเข็นที่พี่ชายนั่ง“ก่อนหน้าที่พี่ใหญ่จะแสร้งตายข้าได้ยินว่าท่านได้รับบาดเจ็บสาหัสจนขาทั้งสองข้างใช้การไม่ได้ ข้าจึงไม่ได้เหนี่ยวรั้งพี่สะใภ้เอาไว้ตอนที่ท่านส่งจดหมายหย่าไปให้นาง แต่คาดไม่ถึงว่าท่านจะจิตใจอ่อนแอจนต้องแสร้งตายไปเช่นนี้” ถ้อยคำของเฝิงหมิงเยวี่ยทำให้เฝิงหมิงหยวนเม้มปากแน่น เข้าก้มลงมาจ้องมองขาทั้งสองข้างที่ใช้การไม่ได้ของตนเองแล้วจึงได้เอ่ยออกมาตามตรง“ขาสองข้างเสียหาย ดวงตามืดบอดไปข้างหนึ่ง มีมือมืดที่มองไม่เห็นกำลังจ้องจะเอาชีวิตข้า เดิมทีข้าคิดว่าตัวข้าคือเป้าหมายของพวกเขา แต่พอข้าแสร้งตายไปแล้วก็ยังเกิดเรื่องกับจวนจังกั๋วกงอีก ท่านพ่อถูกคุมขัง ส่วนเจ้าที่กำลังจะได้แต่งเข้าตำหนักบูรพา แต่ยามนี้กลับกลายเป็นพระชายาของรุ่ยอ๋อง ศัตรูอยู่ในที่มืดหากข้าไม่คิดจะทำอะไรทั้งเจ้าและท่านพ่อจะต้องถูกคนเล่นงานจนตายแน่” เมื่อเฝิงหมิงหยวนเอ่ยเช่นนี้เฝิงหมิงเยวี่ยก็พลันมีสีหน้าเคร่งขรึมในทันที“มีผู้อื่นตั้งใจเล่นงานจนพี่ใหญ่ต้องต
last updateLast Updated : 2026-04-09
Read more

บทที่ 15 สภาพย่ำแย่ของท่านอ๋อง

ท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็นยามค่ำคืน เฝิงหมิงเยวี่ยเข้าไปพักในกระโจมของเฝิงหมิงหยวน ส่วนเฝิงหมิงหยวนกำลังนั่งอยู่บนรถเข็นจิบสุราคลายหนาวอยู่กับรุ่ยอ๋องโดยมีคนของทั้งคู่ผลัดกันเฝ้ายาม“ท่านอ๋องคงจะคาดไม่ถึงว่ากระหม่อมจะตกต่ำถึงเพียงนี้” คำพูดของเฝิงหมิงหยวนทำให้รุ่ยอ๋องเลิกคิ้วขึ้นแล้วเอ่ยออกมา“คนเรามักจะมีช่วงที่รุ่งเรืองจนถึงขีดสุด และจุดที่ต่ำสุดของชีวิตได้ทุกเมื่อ เจ้าเองก็เคยได้เห็นช่วงที่ชีวิตของข้าอยู่ในจุดต่ำสุดมาแล้ว ตอนนี้ข้าได้เห็นช่วงที่เจ้าต้องเผชิญกับจุดต่ำสุดบ้างก็ถือว่าหายกัน” รุ่ยอ๋องเอ่ยออกมาพลางคิดถึงช่วงที่ญาติทางฝ่ายพระมารดาของเขาต้องตายไปในสนามรบอย่างไม่เป็นธรรม เพียงเพราะการทอดทิ้งของราชสำนักทั้งๆ ที่สกุลเฉินมีบุตรสาวคนโตของสกุลเป็นพระสนมที่ได้รับความโปรดปรานมากที่สุด และทั้งๆ ที่หลายชายนอกสายเลือดได้รับความโปรดปรานจากเจ้าผู้ครองแคว้นสูงสุด แต่สุดท้ายเพราะเกรงว่าตำแหน่งของตนเองและบุตรชายจะสั่นคลอนในราชสำนัก บุตรสาวที่แม่ทัพเฉินภาคภูมิใจมากที่สุดจึงได้ยินยอมทอดทิ้งคนสกุลเดิมของตนเองเพื่อรักษาความมั่นคงในราชสำนักเอาไว้ตอนที่รุ่ยอ๋องรู้เรื่องใจหนึ่งก็โทษพระราชบิดาที
last updateLast Updated : 2026-04-09
Read more

บทที่ 16 เฝิงหมิงหยวนเข้าเมืองหลวง

เฝิงหมิงเยวี่ยรีบยกน้ำอุ่นเข้าไปในกระโจม ล้างหน้าขัดฟัน นำผ้าเช็ดหน้าชุบน้ำที่เหลือในอ่างมาเช็ดเนื้อเช็ดตัวเพื่อเพิ่มความสดชื่น เมื่อทำเสร็จแล้วนางจึงได้ยกอ่างไม้ที่ใส่น้ำใช้แล้วขึ้นตั้งใจว่าจะนำไปเททิ้ง แต่รุ่ยอ๋องที่ยืนเฝ้าอยู่ด้านหน้ากระโจมยื่นมือมาแย่งอ่างไม้ไปจากมือของนางแล้วนำไปเททิ้งใต้ต้นไม้ใหญ่ด้วยตนเอง ใบหูที่แดงก่ำของเขาทำให้เฝิงหมิงเยวี่ยรีบเก็บงำสายตาของตนเองคืนกลับมาแล้วจึงได้พบว่ายามนี้พี่ชายของนางกำลังจ้องมองนางอยู่ด้วยใบหน้าประดับได้ด้วยรอยยิ้ม“มองอะไร พวกท่านไปหารถม้าคันใหญ่มาได้ไหม ขากลับข้าจะนั่งรถม้ากลับ” เมื่อนางเอ่ยเช่นนี้เฝิงหมิงหยวนก็พยักหน้า“ข้าย่อมจะมีรถม้า ด้วยสภาพขาเช่นนี้ของข้าย่อมจะไม่สามารถขี่ม้าด้วยตนเองได้แล้ว” คำพูดของเขาทำให้เฝิงหมิงเยวี่ยเม้มปากแน่น“ไม่ต้องมัวแต่สงสารข้าหรอก เอาเวลาไปคิดดีกว่าจะทำเช่นไรให้คนไม่รู้สึกสงสัยฐานะของข้า” คำพูดของเฝิงหมิงหยวนทำให้เฝิงหมิงเยวี่ยยิ้มออกมาในทันที“ท่านก็ต้องดูด้วยว่าน้องสาวของท่านยามนี้คือผู้ใด ข้าคือพระชายาเอกของรุ่ยอ๋องเชียวนะ เรื่องความเล่นใหญ่และความชอบทำตัวโดดเด่นของข้าย่อมไม่น้อยหน้าสวามีของข้าอยู่
last updateLast Updated : 2026-04-10
Read more

บทที่ 17 ปล่อยวาง

กู้ชิงหรานยิ้มออกมาเมื่อได้เห็นว่ารุ่ยอ๋องปฏิบัติต่อเฝิงหมิงเยวี่ยอย่างเอาใจใส่ นางรู้เรื่องเงินหนึ่งแสนตำลึงดียามนี้จึงได้พยายามจับตามองท่าทีของรุ่ยอ๋องเป็นพิเศษ ยามที่ได้เห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความกังวลของเขาวนเวียนไปที่รถม้าที่อยู่ทางด้านหลังทำให้นางที่เคยเห็นเรื่องราวการแย่งชิงของสตรีในเรือนหลังมามากพลันรู้สึกไม่สบายใจ และอดคิดไม่ได้ว่าคนที่ซุกซ่อนตนเองอยู่บนรถม้าคันนั้นอาจจะเป็นสตรีอีกคนของรุ่ยอ๋อง“หมิงเยวี่ยบนรถม้าคันนั้นขนของที่เจ้านำกลับมาจากนอกเมืองหรือ เช่นนั้นให้คนของข้าไปช่วยขนลงมานะ” เมื่อเอ่ยจบนางก็ส่งสายตาให้คนของตนไปเปิดผ้าม่านประตูของรถม้าในทันที แต่คนที่คุ้มกันรถม้าคันนั้นอยู่รีบเอ่ยออกมาในทันที“เจ้านายของพวกข้าอยู่ในนี้หาใช่สิ่งของแต่อย่างใด” เมื่อผู้คุ้มกันเอ่ยเช่นนี้กู้ชิงหรานก็หันมามองรุ่ยอ๋องแล้วเอ่ยถามออกมาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม“ท่านอ๋องเพคะในเมื่อบนรถม้าคันนั้นมีคนผู้หนึ่งอยู่เหตุใดจึงไม่เชิญคนผู้นั้นลงจากรถม้ากันเล่าเพคะ แม้ว่าในยามนี้หม่อมฉันจะไม่ใช่พี่สะใภ้ของหมิงเยวี่ยแล้วแต่นางก็ยังเรียกขานหม่อมฉันว่าพี่สะใภ้อยู่ ดังนั้นระหว่างหมิงเยวี่ยกับหม่อมฉันหาได้มี
last updateLast Updated : 2026-04-10
Read more

บทที่ 18 งานมงคล

พิธีมงคลสมรสของรุ่ยอ๋องถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ เสียงประทัด เสียงฆ้องและเสียงกลองดังสนั่นหวั่นไหว รุ่ยอ๋องขี่ม้าตัวใหญ่นำขบวนไปรับเจ้าสาวด้วยตนเอง แม้ว่าจะมีเวลาในการเตรียมงานพิธีแค่เพียงสามวันแต่ขบวนรับเจ้าสาวกลับไม่ได้น้อยหน้าขบวนรับเจ้าสาวขององค์รัชทายาทที่พึ่งจะจัดขึ้นเลยสักนิดขบวนรับเจ้าสาวของรุ่ยอ๋องทั้งครึกครื้นและใหญ่โต เกี้ยวที่ใช้ไปรับเจ้าสาวทั้งมีขนาดใหญ่และถูกประดับประดาด้วยผ้าไหมสีแดงสดปักลวดลายมงคล ดอกไม้สดที่นำมาประดับล้วนเป็นดอกไม้ที่หาได้ยากกลิ่นหอมกรุ่นของดอกไม้สีแดงสดช่วยทำให้เกี้ยวเจ้าสาวยิ่งดูมีมนต์ขลังมากยิ่งขึ้น บุรุษที่หามเกี้ยวแค่มองแวบเดียวก็รู้เลยว่าเป็นผู้มีฝีมือในกองทัพ เกี้ยวเจ้าสาวที่มีขนาดใหญ่กลับถูกพวกเขาแบกขึ้นอย่างสบายๆ ราวกับเป็นของไม่มีน้ำหนักแต่สิ่งที่ทำให้ผู้คนตื่นตาตื่นใจยิ่งกว่าก็คือยามที่สินเจ้าสาวถูกหามออกจากประตูจวนเก่าของสกุลเฝิงมีขบวนยาวเหยียดสุดลูกหูลูกตา ก่อนหน้าพิธีมงคลหนึ่งวันกู้ชิงหรานผู้เคยเป็นอดีตฮูหยินน้อยของสกุลเฝิงประกาศอย่างชัดเจนว่าแม้ว่าสินเดิมของคุณหนูเฝิงจะถูกยึดไปแล้ว แต่นางที่มีฐานะเป็นอดีตพี่สะใภ้จะขอเติมสินเดิมให้คุณหนู
last updateLast Updated : 2026-04-10
Read more

บทที่ 19 งานเลี้ยงในวัง

หลังจากกินอาหารและคล้องแขนกันดื่มเหล้ามงคลแล้ว รุ่ยอ๋องก็สั่งให้คนลำเลียงอาหารออกจากห้อง เขาหันมาจ้องมองเจ้าสาวคนงามของตนเองด้วยจิตใจที่เต็มไปด้วยความยินดี เฝิงหมิงเยวี่ยคือสาวงามที่บุรุษหลายคนต่างแอบมอบใจให้ แต่นางมีคนที่นางหมายปองอยู่แล้วจึงไม่มีผู้ใดกล้าฝันถึง โดยเฉพาะคนที่เป็นพี่ชายของอดีตว่าที่สวามีของนางเช่นเขายิ่งไม่กล้ามีความคิดเช่นนั้นแต่แล้ววันหนึ่งนางก็เป็นฝ่ายเดินเข้ามาหาเขาพร้อมด้วยเงินที่เขากำลังขาดแคลนอยู่พอดี แม้ว่าเคยมีความคิดว่าจะไม่แต่งงาน และไม่คิดว่าจะชอบสตรีคนไหนได้ แต่พอเป็นนางเขากลับลังเลและหวั่นไหว เรื่องเงินคือหนึ่งในแรงจูงใจ แต่สิ่งที่ชักจูงจิตใจของเขาได้ก็คือนางต่างหาก“เยวี่ยเอ๋อร์” เขาเอ่ยพลางดึงร่างของนางเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดของเขา ดวงหน้าอันงดงามของเฝิงหมิงเยวี่ยยามนี้กำลังแหงนเงยขึ้นมาจ้องมองเขา ริมฝีปากของนางพอถูกแต้มชาดลงไปแล้วยิ่งน่าลิ้มรสมากยิ่งขึ้น“ท่านอ๋อง” นางพึมพำออกมากลิ่นหอมของสุรามงคลล่องลอยมาจากริมฝีปากของนางทำให้รุ่ยอ๋องยั้งใจเอาไว้ไม่อยู่รีบก้มหน้าลงมาใช้ริมฝีปากของตนแนบลงไปบนริมฝีปากสีแดงสดอย่างหลงใหล ความอ่อนนุ่มและหอมหวานของริมฝีปากของ
last updateLast Updated : 2026-04-10
Read more

บทที่ 20 ไม่กังวล

รุ่ยอ๋องรอจนงานเลี้ยงเลิกแล้วจึงประคองหลี่เสวียนฮ่องเต้กลับตำหนักหย่งหนิง เฉินกุ้ยเฟยเสด็จตามกลับมาด้วย พระนางจ้องมองพระโอรสด้วยสายพระเนตรที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและความรู้สึกคิดถึง หลายปีมานี้รุ่ยอ๋องใช้ชีวิตอยู่ในดินแดนทางเหนือมาโดยตลอด แม้ว่าจะกลับเข้าเมืองหลวงก็ไม่เคยมีสักครั้งที่แวะเวียนมาหาพระนางที่อยู่ในตำหนักใน“เจ้าเติบใหญ่เป็นชายหนุ่มเต็มตัวแล้ว ยามนี้ยังแต่งพระชายาแล้ว ได้เห็นเจ้าอีกครั้งเช่นนี้แม่ก็พอใจแล้ว” ถ้อยคำของเฉินกุ้ยเฟยทำให้รุ่ยอ๋องที่กำลังจะเสด็จออกจากตำหนักหย่งหนิงหันมาจ้องมองพระนางในทันที“น่าเสียดายที่ตอนที่ท่านตาสิ้นใจในสนามรบ ส่วนท่านยายที่สิ้นใจตามหลังจากนั้น ไม่เคยได้เห็นกุ้ยเฟยอีกเลย แม้แต่น้ำพระทัยสักนิดจากบุตรสาวที่ได้ดำรงตำแหน่งกุ้ยเฟยก็ยังไม่เคยได้สัมผัส ชีวิตที่ลาลับไปแล้วของพวกท่านมีความเสียใจและความเสียดายตั้งมากมาย” รุ่ยอ๋องเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชาแล้วจึงได้เดินออกจากตำหนักหย่งหนิงโดยไม่คิดจะหันไปมองว่าผลลัพธ์ของคำพูดของเขาทำให้เฉินกุ้ยเฟยรู้สึกเสียพระทัยมากเพียงใดงานเลี้ยงจบลงไปแล้วแต่แสงไฟในวังหลวงกลับยังคงสว่างอยู่ รุ่ยอ๋องเดินไปตามแสงของ
last updateLast Updated : 2026-04-10
Read more
PREV
1234
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status