บททั้งหมดของ จันทร์กระจ่างกลางสายพิรุณโปรย: บทที่ 1 - บทที่ 10

39

บทที่ 1 เฝิงหมิงเยวี่ย

อยู่ใกล้ฮ่องเต้ไม่ต่างอะไรกับการอยู่ใกล้เสือ ทันทีที่เจิ้งกั๋วกงสกุลเฝิงถูกเรียกตัวกลับเข้าเมืองหลวง ก็ถูกกล่าวหาว่ามีจิตคิดก่อกบฏ คิดลอบสังหารฮ่องเต้ระหว่างการล่าสัตว์ ถูกยึดตราแม่ทัพ ถูกถอดถอนจากตำแหน่งกั๋วกงและถูกกักขังอยู่ในคุกหลวงรอรับการไต่สวนจากฝ่าบาทด้วยพระองค์เองแม้ว่าเจิ้งกั๋วกงจะเป็นนักโทษ แต่สกุลเฝิงที่เหลือแค่เพียงท่านหญิงหมิงเยวี่ยกลับไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เห็นแก่ความดีในกาลก่อนของฮูหยินเจิ้งกั๋วกงที่เคยสละชีพเพื่อปกป้ององค์ไทเฮา ท่านหญิงหมิงเยวี่ยจึงได้รับโทษแค่เพียงถูกลดฐานะเป็นสามัญชน สกุลเฝิงถูกยึดทรัพย์ เฝิงหมิงเยวี่ยจึงจำต้องย้ายออกจากจวนไปขอพึ่งพิงอดีตพี่สะใภ้ของตนเอง“เจ้าไม่ต้องกังวล ข้าเชื่อว่าฝ่าบาทน่าจะเห็นแก่ไมตรีในกาลก่อนไม่ลงพระราชอาญาจนท่านพ่อถึงแก่ชีวิตแน่” กู้ชิงหรานเอ่ยกับอดีตน้องสามีด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความปลอบโยน“ช่วงนี้มีแต่คนคิดแต่จะหลบเลี่ยงข้า ท่านไม่กังวลว่าสกุลกู้ของท่านจะพลอยโดนลูกหลงไปด้วยหรือ” คำถามของเฝิงหมิงเยวี่ยทำให้กู้ชิงหรานหัวเราะออกมา“ข้าคือภรรยาที่ถูกเฝิงหมิงหยวนหย่าขาด ข้าที่มีความแค้นลึกล้ำกับเฝิงหมิงหยวน ใครจะคิดว่าข้าจะ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-04-06
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 2 องค์รัชทายาท

สายฝนที่โปรยปรายลงมาทำให้จวนเก่าของสกุลเฝิงยิ่งดูมืดหม่นมากยิ่งขึ้น เฝิงหมิงเยวี่ยย้ายเข้ามาอยู่ในจวนเก่าแห่งนี้ได้สองวันแล้ว นางว่าจ้างหญิงชาวบ้านมาปัดกวาดจวนให้จนสะอาด ว่าจ้างช่างไม้มาซ่อมแซมจวนในส่วนที่ชำรุด และว่าจ้างแรงงานมาถางหญ้าที่รกครึ้มและลงไม้ดอกและไม้ประดับลงไป หมดเงินไปไม่น้อยแต่ทำให้จวนที่เคยดูรกร้างพลันน่าอยู่ขึ้นมาไม่น้อย“คุณหนู ระวังละอองฝนนะเจ้าคะ” ตงหลันสาวใช้ที่ติดตามข้างกายเฝิงหมิงเยวี่ยมาตั้งแต่เด็กเอ่ยทักขึ้นเมื่อเห็นว่าเฝิงหมิงเยวี่ยยื่นมือออกไปรองรับน้ำฝนด้วยสายตาอันเลื่อนลอย“เจ้าปล่อยคุณหนูเถิด ไม่แน่ว่าสายฝนเหล่านี้อาจจะช่วยให้คุณหนูผ่อนคลายความกังวลลงก็ได้” ตงเสวี่ยเอ่ยออกมาพลางยืนมองเฝิงหมิงเยวี่ยด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความลังเล นางอยากจะเอ่ยปากเล่าเรื่องที่ได้ยินมาให้เฝิงหมิงเยวี่ยฟัง แต่ก็กังวลว่าจะทำให้เฝิงหมิงเยวี่ยจะเศร้าเสียใจจึงยังคงลังเลใจว่าจะเอ่ยปากพูดออกมาดีไหม“ตงเสวี่ยเจ้าพูดออกมาเถิด เมื่อเช้าเจ้าออกไปข้างนอกมาคงจะได้ยินข่าวคราวอะไรมาบ้างกระมัง” เมื่อเฝิงหมิงเยวี่ยเอ่ยเช่นนี้ตงเสวี่ยก็คุกเข่าลงโดยไม่สนใจว่าสายฝนที่อยู่ด้านนอกอาจจะกระเด็นมาก
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-04-06
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 3 อำนาจในมือ

ภาพฝันในวัยเยาว์ที่เคยงดงามแต่ยามนี้กลับกลายเป็นความเย็นชาที่ล่องลอยอบอวลอยู่ในอากาศ เฝิงหมิงเยวี่ยคือสตรีที่งดงามที่สุดในพระทัยขององค์รัชทายาท แม้ว่ายามนี้สกุลของนางจะตกต่ำไปแล้วแค่เพราะความงามและความผูกพันที่เคยมีทำให้องค์รัชทายาทไม่อาจจะตัดพระทัยทอดทิ้งนางได้ดังที่ควรจะเป็น“หมิงเยวี่ย เจ้าอาจจะต้องทนน้อยเนื้อต่ำใจในช่วงแรก แต่เจ้าเชื่อข้าเถิดว่า หากวันใดฐานะของข้าในราชสำนักมั่นคง ข้าจะต้องมอบฐานะพระชายาเอกให้เจ้าแน่ เจ้าน่าจะรู้ดีนะหมิงเยวี่ยว่าในใจข้ามีแค่เพียงเจ้าเพียงเท่านั้น”“หม่อมฉันไม่รู้หรอกเพคะว่ายามนี้ในพระทัยขององค์รัชทายาทมีหม่อมฉันหรือไม่ แต่ตำแหน่งพระชายาเอกกับพระชายารองมันแตกต่างกัน หม่อมฉันเคยพูดแล้วว่าต่อให้วันหน้าองค์รัชทายาทจะต้องรับสตรีอื่นเข้าตำหนักอีกสักกี่สิบคนหม่อมฉันก็ยอมรับได้ ขอแค่เพียงตำแหน่งที่สูงที่สุดในฐานะพระชายาขององค์รัชทายาทจะต้องเป็นของหม่อมฉันจะต่ำศักดิ์ลงมาเพียงขั้นเดียวก็ไม่ได้”เฝิงหมิงเยวี่ยเอ่ยออกมาด้วยความรู้สึกเจ็บช้ำ นางเคยคิดอย่างโง่เขลาว่าผู้สูงศักดิ์อย่างองค์รัชทายาทไม่มีทางมีนางได้แค่เพียงคนเดียว ขอแค่เพียงนางมีตำแหน่งสูงสุดในตำหนัก
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-04-06
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 4 เป้าหมายในใจ

พิธีอภิเษกขององค์รัชทายาทและคุณหนูใหญ่จวนอัครมหาเสนาบดีจางถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ข่าวการจับกุมเจิ้งกั๋วกงที่พึ่งจะผ่านพ้นไปเมื่อไม่นานมานี้ทำให้ผู้คนต่างจับตามองและพากันพูดถึงงานพิธีอภิเษกในครั้งนี้มากเป็นพิเศษ ก่อนหน้านี้ทุกคนต่างรู้กันดีว่า เดิมทีว่าที่พระชายาที่จะเข้าพิธีอภิเษกในวันนี้คือท่านหญิงหมิงเยวี่ยจากจวนเจิ้งกั๋วกง แต่ยามนี้จวนเจิ้งกั๋วกงตกต่ำและท่านหญิงหมิงเยวี่ยถูกปลด องค์รัชทายาทจึงทรงกราบทูลขอราชโองการเปลี่ยนตัวว่าที่พระชายา พอถึงงานวันอภิเษกทุกคนก็ต่างมารอชมกันว่า ว่าที่พระชายาที่ถูกเปลี่ยนตัวอย่างกะทันหันจะมีความงามเทียบเท่าท่านหญิงหมิงเยวี่ยหรือไม่“คุณหนู จะนอนต่ออีกหน่อยก็ได้นะเจ้าคะ” ตงหลันเอ่ยออกมาเมื่อเห็นว่าเฝิงหมิงเยวี่ยกำลังนั่งพิงกองหมอนอยู่บนที่นอนด้วยสีหน้าอึมครึม“ข้างนอกเสียงดังถึงเพียงนี้แล้วข้าจะนอนต่อได้อย่างไร” เมื่อเฝิงหมิงเยวี่ยเอ่ยเช่นนี้ตงหลันก็เม้มปากแน่น ส่วนตงเสวี่ยที่รู้สึกว่าเจ้านายของตนเองได้รับความไม่เป็นธรรมก็พูดขึ้นมาในทันที“รังแกคุณหนูเกินไปแล้ว ก็เห็นกันอยู่ชัดๆ ว่าเส้นทางที่จะเข้าวังหลวงของคุณหนูใหญ่จวนอัครมหาเสนาบดีไม่ควรจะเป็นเส้น
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-04-06
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 5 ตำแหน่งพระชายาเอก

เช้าวันรุ่งขึ้นเฝิงหมิงเยวี่ยตื่นขึ้นมาด้วยสีหน้าสดใส วันนี้นางตั้งใจว่าจะนั่งสำรวจบัญชีทรัพย์สินส่วนตัวของตนเองอีกครั้ง ไม่ว่าจะทำสิ่งใดต้องใช้เงิน แม้จะรู้ดีว่าตอนนี้นางมีเงินไม่ขาดมือ แต่ก็ต้องจัดสรรปันส่วนให้ดีและนำมาใช้จ่ายอย่างคุ้มค่า ไม่เช่นนั้นก็จะกลายเป็นการนำเงินมาละลายเล่นอย่างน่าเสียดาย“คุณหนู! แย่แล้วเจ้าค่ะองค์รัชทายาทส่งเกี้ยวมารับคุณหนูเข้าตำหนักบูรพาเจ้าค่ะ” เสียงของตงหลันเต็มไปด้วยความร้อนใจและความขุ่นเคือง ส่วนเฝิงหมิงเยวี่ยนางขยับกายลุกขึ้นแล้วหันไปมองตงหลันด้วยสีหน้าประหลาดใจ แม้ว่าองค์รัชทายาทจะเคยเอ่ยปากไว้ว่าหลังจากผ่านพ้นพิธีอภิเษกไปแล้วจะส่งเกี้ยวมารับนาง แต่นางกลับคาดไม่ถึงว่าผ่านไปแค่เพียงคืนเดียวพอเช้าวันรุ่งขึ้นเกี้ยวของตำหนักบูรพาจะมารับนางแล้ว“จางหว่านอวี๋ไร้ความสามารถถึงเพียงนี้เชียวหรือ” เฝิงหมิงเยวี่ยเอ่ยออกมา นางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงได้ออกคำสั่งกับตงหลันด้วยสีหน้าที่กลับมาสงบนิ่งอีกครั้ง“บอกกับคนของตำหนักบูรพาว่าข้าไม่ไป ให้พวกเขากลับไปเสีย” เมื่อเฝิงหมิงเยวี่ยเอ่ยจบก็นั่งลงตรวจบัญชีของตนเองตามเดิม นางรู้ดีว่าตงหลันและตงเสวี่ยมีความสามารถแ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-04-06
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 6 รุ่ยอ๋องหลี่ไท่หลง

จวนรุ่ยอ๋องในเมืองหลวงแม้ว่าจะไม่ได้ใหญ่โตแต่กลับได้รับการดูแลอย่างดี เฉินกุ้ยเฟยพระมารดาของรุ่ยอ๋องเป็นพระสนมที่ได้รับความโปรดปรานมากที่สุด เห็นได้จากยามที่รุ่ยอ๋องได้รับพระราชทานที่ดินบรรดาศักดิ์ หลี่เสวียนฮ่องเต้ทรงพระราชทานดินแดนทางเหนือทั้งหมดให้เป็นที่ดินศักดินาของรุ่ยอ๋อง กองกำลังพิทักษ์อุดรที่เดิมทีเป็นของสกุลเฉินซึ่งเป็นสกุลเดิมของเฉินกุ้ยเฟย ยามนี้จึงกลายเป็นกองกำลังของรุ่ยอ๋องไปโดยปริยายแม้ว่าเฉินกุ้ยเฟยได้รับความโปรดปรานสูงสุด อีกทั้งรุ่ยอ๋องเป็นพระโอรสพระองค์แรก แต่ความขัดแย้งระหว่างรุ่ยอ๋องและหลี่เสวียนฮ่องเต้กับรุนแรงจนเป็นที่กล่าวถึงของคนในวัง คนทั่วไปต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเป็นเพราะรุ่ยอ๋องไม่พอพระทัยที่หลี่เสวียนฮ่องเต้แต่งตั้งองค์ชายรองหลี่ไท่หยางเป็นองค์รัชทายาท แต่คนที่รู้ข่าวคราวความเคลื่อนไหวในวังหลวงดีเช่นนาง ย่อมจะรู้ดีว่าแท้จริงแล้วเป็นเพราะรุ่ยอ๋องไม่พอพระทัยที่หลี่เสวียนฮ่องเต้ทรงทอดทิ้งสกุลเฉิน ปล่อยให้รับมือกับสภาพอากาศอันเลวร้ายและต้านทานข้าศึกตามลำพังโดยไม่ส่งกองกำลังไปช่วย สุดท้ายบุรุษสกุลเฉินทั้งสิบชีวิตต้องพลีชีพในสนามรบ เหลือแค่เพียงเด็กและสตรี
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-04-06
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 7 ตัดขาด

แม้ว่าเฝิงหมิงเยวี่ยจะรู้สึกตกใจที่อยู่ๆ ก็ถูกแส้ของรุ่ยอ๋องรัดร่างของนางทำให้นางเสียหลักนั่งลงไปบนตักของเขา แต่เมื่อนางได้เห็นสีหน้าที่เต็มไปด้วยโทสะและความหวาดหวั่นขององค์รัชทายาทก็ทำให้เฝิงหมิงเยวี่ยยังคงนั่งอยู่บนหน้าตักของรุ่ยอ๋องอย่างไร้ซึ่งความละอาย“หมิงเยวี่ย! เจ้าลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้” องค์รัชทายาทหลี่ไท่หยางตรัสออกมาพลางรีบเดินตรงมาหาร่างของเฝิงหมิงเยวี่ย ตั้งพระทัยว่าจะดึงร่างของนางให้ลงมาจากตักของรุ่ยอ๋องหลี่ไท่หลง แต่ทันทีที่องค์รัชทายาทยื่นพระหัตถ์มาที่ร่างของนางก็ถูกแส้ของรุ่ยอ๋องสะบัดมาตีที่หลังพระหัตถ์ทำให้องค์รัชทายาทรีบเก็บงำพระหัตถ์คืนกลับไปในทันที“เสด็จพี่พวกท่านทำเช่นนี้เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม หมิงเยวี่ยคือว่าที่พระชายารองของข้า ดังนั้นขอเสด็จพี่ได้โปรดเว้นระยะห่างจากนางด้วย” เมื่อองค์รัชทายาทตรัสออกมาเช่นนี้เฝิงหมิงเยวี่ยก็เงยหน้าขึ้นไปมองสีหน้าของหลี่ไท่หลง พอเห็นว่าเขาไม่ได้มีสีหน้ารังเกียจสัมผัสจากนาง นางก็ตัดสินใจยกท่อนแขนอันขาวผ่องทั้งสองข้างของตนเองขึ้นไปคล้องคอของหลี่ไท่หลงเอาไว้“ท่านอ๋อง หม่อมฉันไม่ใช่ว่าที่พระชายารองขององค์รัชทายาท ขอท่านอ๋องได้โปรดทรงเ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-04-08
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 8 พระชายาเอกของรุ่ยอ๋อง

เฝิงหมิงเยวี่ยกอดคอของรุ่ยอ๋องเอาไว้อย่างแนบแน่น นางกำลังคำนวณว่าตอนที่เขาโยนนางลงไปบนพื้นนางจะตกลงไปด้วยท่วงท่าไหนจึงจะเจ็บตัวน้อยที่สุด แต่ตอนที่เขาอุ้มนางเดินตรงไปเรื่อยๆ ผ่านประตูวงเดือนของเรือนชั้นในจนกระทั่งถูกพาเข้าไปในเรือนหลังหนึ่งที่น่าจะตั้งอยู่ใจกลางของตำหนักนางก็เริ่มมีความกังวลอีกอย่างขึ้นมา“ท่านอ๋อง” เฝิงหมิงเยวี่ยเอ่ยถามขึ้นมาท่ามกลางความหวาดหวั่น ในใจก็เริ่มมีความกังวลว่ารุ่ยอ๋องกำลังคิดจะทำอย่างไรกับนาง ตอนนี้นางไม่กลัวว่าเขาจะโยนร่างของนางลงไปบนพื้นแล้ว แต่นางกำลังกังวลถึงความบริสุทธิ์ของตนเองมากกว่า ยิ่งพอเขาพานางเดินเข้าไปในห้องนอนนางก็พลันดิ้นรนเพื่อจะให้หลุดพ้นจากการโอบอุ้มของเขาในทันที“ท่านอ๋อง ทำเช่นนี้ไม่เหมาะนะเพคะ” นางเอ่ยพลางถลึงตาใส่เขาในใจลอบคิดว่านางควรจะใช้ฝ่ามือสับต้นคอของเขาให้หลับไปเลยจะดีไหม แต่หลังจากนั้นนางจะรับโทสะจากเขาได้หรือเปล่าเฝิงหมิงเยวี่ยได้แต่ครุ่นคิดด้วยความกังวล ช่วงนี้นางมีเรื่องให้ต้องครุ่นคิดอยู่หลายเรื่อง ความสับสนวุ่นวายในหัวทำให้ในหัวของนางใกล้จะระเบิดออกมาเต็มทีแล้ว“ในเมื่อตัดสินใจว่าจะแต่งกับข้าแล้ว ความบริสุทธิ์ของเจ้าก็คง
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-04-08
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 9 หลี่เสวียนฮ่องเต้

หลังจากเขียนราชโองการประทับตราพระราชลัญจกรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลี่เสวียนฮ่องเต้จึงได้พระราชทานม้วนราชโองการที่เป็นลายลักษณ์อักษรให้แก่รุ่ยอ๋องหลี่ไท่หลงอย่างเป็นทางการ หลี่ไท่หลงคุกเข่าลงรับราชโองการแล้วคำนับอย่างเต็มพิธีการ“ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ เสด็จพ่อ”“แม่ของเจ้าน่าจะอยากได้ยินเรื่องนี้จากปากเจ้า เจ้าไปพบนางด้วยตนเองสักครั้งเถิด หลงเอ๋อร์ท่านแม่ของเจ้านางรักเจ้ามาก เรื่องที่เกิดขึ้นหาใช่ความผิดของนาง แต่เป็นความผิดของข้าเจ้าจะพาลไปโกรธเคืองนางเช่นนี้ไม่ได้” เมื่อหลี่เสวียนฮ่องเต้ทรงตรัสเช่นนี้รุ่ยอ๋องที่ยังคงคุกเข่าอยู่จึงได้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา“สตรีที่ทอดทิ้งครอบครัวของตนเองเพื่อตอบสนองความทะเยอทะยานจะสามารถรักผู้ใดได้อย่างจริงใจ เสด็จพ่อเองก็ทรงระวังพระองค์เอาไว้เถิดนางมีใจให้เสด็จพ่อสักกี่ส่วนกัน ทรงคิดไม่ได้จริงๆ หรือ ว่าแท้จริงแล้วในตอนนั้นนางหวังอยากให้ลูกครอบครองแค่เพียงตำแหน่งองค์รัชทายาทเพียงเท่านั้น” เมื่อรุ่ยอ๋องเอ่ยออกมาเช่นนี้แท่นฝนหมึกที่วางอยู่บนแท่นทรงพระอักษรก็ถูกหลี่เสวียนฮ่องเต้หยิบขึ้นมาแล้วปาเข้าใส่ใบหน้าของรุ่ยอ๋องในทันที“... ทำไมเจ้าจึงไม่หลบ!” หลี่
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-04-08
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 10 บันดาลโทสะ

ยามที่รุ่ยอ๋องหลี่ไท่หลงเดินออกจากห้องทรงพระอักษรมา ราชโองการแต่งตั้งพระชายาเอกของรุ่ยอ๋องก็ถูกประกาศออกไปแล้ว องค์รัชทายาทหลี่ไท่หยางที่ถูกขวางทางอยู่ตรงหน้าห้องทรงพระอักษรจ้องมองรุ่ยอ๋องด้วยสีพระพักตร์ที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว“เสด็จพี่! แท้จริงแล้วทรงตั้งพระทัยจะแย่งชิงนางไปจากข้าใช่หรือไม่” ถ้อยคำประโยคนี้ขององค์รัชทายาททำให้รุ่ยอ๋องแย้มยิ้มออกมาในทันที“ทำไมจึงไม่เสแสร้งว่าเคารพข้าต่อไปเล่า น้องรอง! ชื่อเสียงอันดีงามของเจ้าจะเลือนหายไปเพียงเพราะสตรีคนหนึ่งไม่ได้นะ” เมื่อรุ่ยอ๋องเอ่ยเช่นนี้องค์รัชทายาทก็จ้องมองใบหน้าที่ยังมีหยาดโลหิตไหลลงมาของเขาแล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน“เสด็จพี่ต่างหาก กล้าทำให้เสด็จพ่อทรงพิโรธเช่นนี้คุ้มค่าแล้วหรือ” คำถามและสายตาขององค์รัชทายาททำให้รุ่ยอ๋องยกมือขึ้นมาแตะบาดแผลตรงหางคิ้วของตนเอง เขาใช้ฝ่ามือเช็ดรอยเลือดตรงหางคิ้วแล้วนำมาชิมต่อหน้าองค์รัชทายาท ริมฝีปากแดงก่ำเพราะสีเลือด สายตาที่เต็มไปด้วยความคลุ้มคลั่งของเขาทำให้องค์รัชทายาทถอยหลังไปหนึ่งก้าวในทันที“ไม่ใช่ว่าเสด็จพ่อพึ่งจะพิโรธข้าเสียหน่อย บาดแผลแค่นี้ถือว่าคุ้มค่ากับการที่ข้าจะได้ครอ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-04-08
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
1234
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status