จันทร์กระจ่างกลางสายพิรุณโปรย

จันทร์กระจ่างกลางสายพิรุณโปรย

last updateÚltima atualização : 2026-04-21
Por:  BigM00NEm andamento
Idioma: Thai
goodnovel4goodnovel
Classificações insuficientes
69Capítulos
335visualizações
Ler
Adicionar à biblioteca

Compartilhar:  

Denunciar
Visão geral
Catálogo
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP

“มีลาภเสื่อมลาภ มียศเสื่อมยศ ในกาลก่อนท่านทะนุถนอมข้าดุจไข่มุกในฝ่ามือ แต่เมื่ออำนาจบารมีท่านพ่อของข้าหมดสิ้นแล้ว ฐานะของข้าในใจท่านก็ลดลง ในเมื่อใจท่านไม่เหมือนเดิมแล้วเหตุใดข้าจึงจะเหมือนเดิมได้อีก” ในยามที่ชีวิตของนางตกต่ำ ชีวิตอยู่ในช่วงที่ถูกพายุฝนกระหน่ำซ้ำเติม คนที่นางคิดจะฝากชีวิตไว้กลับมองว่านางไม่คู่ควรที่จะเป็นคู่ครองของเขา เขาคิดจะบีบบังคับให้นางลดฐานะของตนเองลงเพื่อเขา แต่เฝิงหมิงเยวี่ยคนนี้มีหรือที่จะยอมลดตนเองไปเป็นรองให้ผู้อื่นเหยียบย่ำ ในเมื่อตำแหน่งชายาเอกของเขามอบให้สตรีอื่นได้ ตัวนางเองก็จะไปคว้าตำแหน่งชายาเอกของบุรุษอื่นได้เช่นเดียวกัน...

Ver mais

Capítulo 1

บทที่ 1 เฝิงหมิงเยวี่ย

อยู่ใกล้ฮ่องเต้ไม่ต่างอะไรกับการอยู่ใกล้เสือ ทันทีที่เจิ้งกั๋วกงสกุลเฝิงถูกเรียกตัวกลับเข้าเมืองหลวง ก็ถูกกล่าวหาว่ามีจิตคิดก่อกบฏ คิดลอบสังหารฮ่องเต้ระหว่างการล่าสัตว์ ถูกยึดตราแม่ทัพ ถูกถอดถอนจากตำแหน่งกั๋วกงและถูกกักขังอยู่ในคุกหลวงรอรับการไต่สวนจากฝ่าบาทด้วยพระองค์เอง

แม้ว่าเจิ้งกั๋วกงจะเป็นนักโทษ แต่สกุลเฝิงที่เหลือแค่เพียงท่านหญิงหมิงเยวี่ยกลับไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เห็นแก่ความดีในกาลก่อนของฮูหยินเจิ้งกั๋วกงที่เคยสละชีพเพื่อปกป้ององค์ไทเฮา ท่านหญิงหมิงเยวี่ยจึงได้รับโทษแค่เพียงถูกลดฐานะเป็นสามัญชน สกุลเฝิงถูกยึดทรัพย์ เฝิงหมิงเยวี่ยจึงจำต้องย้ายออกจากจวนไปขอพึ่งพิงอดีตพี่สะใภ้ของตนเอง

“เจ้าไม่ต้องกังวล ข้าเชื่อว่าฝ่าบาทน่าจะเห็นแก่ไมตรีในกาลก่อนไม่ลงพระราชอาญาจนท่านพ่อถึงแก่ชีวิตแน่” กู้ชิงหรานเอ่ยกับอดีตน้องสามีด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความปลอบโยน

“ช่วงนี้มีแต่คนคิดแต่จะหลบเลี่ยงข้า ท่านไม่กังวลว่าสกุลกู้ของท่านจะพลอยโดนลูกหลงไปด้วยหรือ” คำถามของเฝิงหมิงเยวี่ยทำให้กู้ชิงหรานหัวเราะออกมา

“ข้าคือภรรยาที่ถูกเฝิงหมิงหยวนหย่าขาด ข้าที่มีความแค้นลึกล้ำกับเฝิงหมิงหยวน ใครจะคิดว่าข้าจะช่วยเหลือเจ้ากันเล่า” เมื่อกู้ชิงหรานพูดเช่นนี้เฝิงหมิงเยวี่ยก็เก็บงำสายตาของตนเองลงแล้วเอ่ยออกมาเสียงเบา

“พี่ชายของข้าช่างโง่เขลา ดังนั้นเขาจึงไร้วาสนา”

“โง่เขลาจริงๆ นั่นแหละแต่เป็นข้านะที่โง่เขลา ก่อนหน้านี้ข้าก็ยังคิดไม่ตกว่าเพราะเหตุใดคนที่ยอมทอดทิ้งแม้กระทั่งตำแหน่งแม่ทัพน้อยมาแต่งแม่ค้าอย่างข้าไปเป็นภรรยา อยู่ๆ เหตุใดจึงได้ส่งจดหมายหย่าขาดมาให้ข้าอย่างเอิกเกริก แต่ตอนนี้ข้ากลับหาเหตุผลเข้าข้างเขาอย่างโง่เขลา ว่าแท้จริงแล้วเขาอาจจะรู้แล้วว่าสกุลเฝิงกำลังจะมีภัย” พอกู้ชิงหรานพูดเช่นนี้เฝิงหมิงเยวี่ยก็ยิ้มออกมา กู้ชิงหรานจ้องมองนางด้วยสายตาชนิดหนึ่งแล้วเอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“ข้าไม่อยากจะเชื่อว่าเขาจะตายไปเช่นนั้น คนแบบนั้นข้าเชื่อว่าแม้แต่นรกก็ยังไม่ต้อนรับ เจ้าบอกข้ามาตามตรงว่าการตายของพี่ชายของเจ้าเกี่ยวข้องกับการที่ข้าถูกหย่าและท่านพ่อถูกจับตัวและถูกยัดเยียดข้อกล่าวหาว่าเป็นกบฏ ใช่หรือไม่” คำถามของกู้ชิงหรานทำให้เฝิงหมิงเยวี่ยนิ่งงันไป

“ข้าไม่รู้สิ่งใดเลยเจ้าค่ะ กว่าจะรู้ว่าสกุลเฝิงมีภัยก็ตอนที่ท่านพ่อถูกจับในลานล่าสัตว์หลวงแล้ว ข้าเองก็อยากจะคิดเช่นเดียวกันกับท่าน พี่ชายของข้าแท้จริงแล้วยังไม่ตาย ท่านพ่อของข้าแท้จริงแล้วไม่ได้คิดก่อการกบฏอีกทั้งยังวางแผนรับมือเรื่องนี้เอาไว้แล้ว ข้ายังอยากจะคิดว่าอีกไม่นานสกุลเฝิงของข้าก็จะกลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง” เฝิงหมิงเยวี่ยพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปความหวัง แต่สีหน้าที่แตกสลายและสายตาที่เฝิงหมิงเยวี่ยใช้จ้องมองมาที่กู้ชิงหราน ทำให้กู้ชิงหรานทอดถอนใจออกมาด้วยความขื่นข่มเพราะรู้ดีว่าสิ่งที่พวกนางกำลังพูดกันคือเรื่องที่เป็นไปได้ยาก

“ช่างเถิด! พี่ชายของเจ้าเขาจะอยู่หรือว่าจะตายไปแล้วก็ไม่เกี่ยวกับข้าแล้ว ส่วนท่านพ่อของเจ้านั้นข้าเชื่อว่าเขาไม่ใช่คนที่จะคิดก่อการกบฏได้ ดังนั้นเจ้าจะยอมพ่ายแพ้ไม่ได้ หนทางที่จะทวงคืนตำแหน่งของท่านพ่อและพิสูจน์ความบริสุทธิ์ให้ท่านพ่อได้ก็คงมีแค่เพียงเจ้าเท่านั้น เพียงแต่เยวี่ยเอ๋อร์เกิดเรื่องกับพ่อของเจ้าเช่นนี้แล้วพิธีแต่งงานของเจ้าเล่า องค์รัชทายาททรงมีดำริเช่นไร” คำถามของกู้ชิงหรานทำให้สีหน้าของเฝิงหมิงเยวี่ยเย็นเหยียบเป็นน้ำแข็ง

“ข้าจำได้ว่าตอนที่ท่านพ่อถูกจับในลานล่าสัตว์ มีคนให้ร้ายว่าท่านพ่อและคนชุดดำกลุ่มหนึ่งร่วมมือกันปลงพระชนม์ฝ่าบาท บรรดาขุนนางต่างรีบคุกเข่าเพื่อขอให้ฝ่าบาทสอบสวนเรื่องนี้ให้กระจ่างเพื่อคืนความเป็นธรรมให้ท่านพ่อ ผู้อื่นไม่คุกเข่าข้าไม่สนใจ แต่องค์รัชทายาทที่ยืนอยู่ตรงนั้นกลับไม่ยอมคุกเข่า แถมหลังจากวันนั้นมายังทรงจงใจหลบเลี่ยงข้าอีก เกรงว่าก่อนหน้าที่จะถึงวันพิธีองค์รัชทายาทคงจะหาวิธียกเลิกการแต่งงานกับข้าแน่ๆ” เมื่อเฝิงหมิงเยวี่ยเอ่ยเช่นนี้กู้ชิงหว่านก็พลันส่ายหน้า

“เจ้ากับองค์รัชทายาทผูกสมัครรักใคร่กันมาตั้งแต่เด็ก เป็นเหมยเขียวม้าไม้ไผ่ [1] กันมานานหลายปี ข้าไม่เชื่อหรอกว่าองค์รัชทายาทจะทรงทอดทิ้งเจ้าเพราะเหตุการณ์นี้”

“ใจคนยากจะคาดเดา ข้าไม่กล้าคาดหวังสิ่งใดแล้ว” เฝิงหมิงเยวี่ยเอ่ยพลางขยับกายลุกขึ้นแล้วเดินไปเปิดหน้าต่างจ้องมองท้องฟ้าภายนอกที่มืดครึ้มขมุกขมัวส่งสัญญาณว่าอีกไม่นานจะมีพายุฝนร่วงหล่นลงมาจากฟ้า

“ข้าคงอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้แล้ว แม้ท่านจะบอกว่าไม่เป็นไรแต่ข้าไม่อาจจะสร้างความเดือดร้อนให้ท่านได้ เงินทองที่ข้าเคยลงทุนทำการค้ากับท่านไว้ ท่านเก็บเอาไว้ให้ข้าก่อน สกุลเฝิงของข้ามีจวนเก่าที่เป็นมรดกดั้งเดิมไม่เกี่ยวข้องกับการปูนบำเหน็จของทางราชสำนัก ข้าควรจะไปพำนักอยู่ที่นั่น หาไม่แล้วหากมีคนสงสัยว่าข้าหายไปไหนและสืบหาที่อยู่ของข้าขึ้นมาท่านอาจจะต้องเดือดร้อน” เมื่อเฝิงหมิงเยวี่ยเอ่ยเช่นนี้กู้ชิงหรานก็ส่ายหน้าในทันที

“ข้าไม่สนใจหรอก คนทำการค้าเช่นข้าพวกเขาจะทำอันใดข้าได้” กู้ชิงหรานเอ่ยออกมาอย่างไม่เกรงกลัว หากจะนับทรัพย์สินของนางในตอนนี้นางเชื่อว่าทรัพย์สินส่วนตัวของนางมีมากกว่าท้องพระคลังหลวงอย่างแน่นอน ยิ่งเมื่อรวมกับทรัพย์สินส่วนตัวของเฝิงหมิงเยวี่ย หากพวกนางตั้งใจจะใช้เงินทองก่อให้เกิดคลื่นลมในราชสำนักย่อมสามารถทำได้ง่าย

“ท่านไม่กลัวแต่ข้ากลัว การค้าของพวกเราไม่อาจจะหยุดชะงักได้ หากไม่มีเงินที่ได้จากการลงทุนทำการค้ากับท่าน ข้าก็คงไม่เหลือสิ่งใดให้พึ่งพิง ดังนั้นจะปล่อยให้ผู้อื่นล่วงรู้เรื่องที่พวกเรายังคงสนิทสนมกันแถมยังลงทุนทำการค้าด้วยกันไม่ได้” พอเฝิงหมิงเยวี่ยเอ่ยเช่นนี้กู้ชิงหรานก็พยักหน้า

“เช่นนั้นก็ตามใจเจ้า เพียงแต่จวนร้างหลังนั้นไม่ได้ทำความสะอาดมานานแล้ว หากเจ้าย้ายเข้าไปอาจจะต้องเผชิญกับความลำบากอยู่บ้าง”

“พี่สะใภ้ ไม่ใช่สิ! ตอนนี้ข้าคงต้องเรียกท่านว่าพี่หญิงแล้ว ท่านวางใจเถิดข้าไม่ได้บอบบางอย่างที่ทุกคนคิดหรอก ท่านอย่าลืมว่าตัวข้าเองก็เคยเติบโตมาบนหลังม้าเช่นเดียวกับพี่ใหญ่ แต่เพราะตำแหน่งท่านหญิงค้ำคอทำให้ต้องพยายามทำให้ตนเองเหมาะสมกับตำแหน่งท่านหญิงผู้สูงศักดิ์ แต่ตอนนี้ตัวข้าไม่มีตำแหน่งท่านหญิงแล้วถึงเวลาที่ข้าต้องกลับไปเป็นเฝิงหมิงเยวี่ยที่เคยเปรอะเปื้อนดินโคลนของจวนสกุลเฝิง” เมื่อเฝิงหมิงเยวี่ยเอ่ยเช่นนี้กู้ชิงหรานก็พยักหน้า

“อย่าปล่อยให้ตนเองต้องลำบากมากนัก เงินทองของเจ้าข้าจะเก็บเอาไว้ให้ดีและจะทำให้มันงอกงามมากยิ่งขึ้น หากเจ้าอยากได้เมื่อไหร่ก็บอกมาจะเอาส่วนของข้าไปเพิ่มด้วยก็ยังได้” กู้ชิงหรานเอ่ยออกมาอย่างใจกว้างทำให้เฝิงหมิงเยวี่ยหันมาจ้องมองนางด้วยความซาบซึ้ง

“ข้าโชคดีมากที่เคยมีท่านเป็นพี่สะใภ้” พอนางเอ่ยเช่นนี้กู้ชิงหรานก็ยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับน้ำตา หากไม่ใช่เพราะจดหมายหย่าขาดจากเฝิงหมิงหยวนยามนี้นางก็คงจะยังเป็นพี่สะใภ้ของเฝิงหมิงเยวี่ยอยู่

“ข้าไม่คิดจะแต่งงานใหม่ เจ้าจะเรียกข้าว่าพี่สะใภ้ก็ย่อมได้ ถึงอย่างไรพี่ชายของเจ้าที่อยู่ในนรกก็ไม่ได้รับรู้อยู่แล้ว” คำพูดของกู้ชิงหรานทำให้เฝิงหมิงเยวี่ยยิ้มออกมาพลางหันไปมองนอกหน้าต่างแล้วคิดในใจว่า

‘พี่ใหญ่ ท่านจะรู้หรือไม่ว่าตอนนี้ท่านพ่อของพวกเราถูกคนชั่วใส่ร้าย น่าเสียดายที่ท่านไม่อยู่แล้ว...หากท่านยังอยู่ท่านพ่อก็คงจะไม่เพลี่ยงพล้ำถูกคนใส่ร้ายเช่นนี้’ 

เชิงอรรถ

^เหมยเขียวม้าไม้ไผ่ (青梅竹马) เป็นสำนวนจีนที่หมายถึง "เพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่เด็ก" หรือ "เพื่อนสนิทที่โตมาด้วยกัน" โดยมักใช้เปรียบเปรยถึงชายหญิงที่รู้จักกันมาแต่เล็กจนเติบใหญ่ มีความผูกพันใกล้ชิดกันมา

Expandir
Próximo capítulo
Baixar

Último capítulo

Mais capítulos
Sem comentários
69 Capítulos
บทที่ 1 เฝิงหมิงเยวี่ย
อยู่ใกล้ฮ่องเต้ไม่ต่างอะไรกับการอยู่ใกล้เสือ ทันทีที่เจิ้งกั๋วกงสกุลเฝิงถูกเรียกตัวกลับเข้าเมืองหลวง ก็ถูกกล่าวหาว่ามีจิตคิดก่อกบฏ คิดลอบสังหารฮ่องเต้ระหว่างการล่าสัตว์ ถูกยึดตราแม่ทัพ ถูกถอดถอนจากตำแหน่งกั๋วกงและถูกกักขังอยู่ในคุกหลวงรอรับการไต่สวนจากฝ่าบาทด้วยพระองค์เองแม้ว่าเจิ้งกั๋วกงจะเป็นนักโทษ แต่สกุลเฝิงที่เหลือแค่เพียงท่านหญิงหมิงเยวี่ยกลับไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เห็นแก่ความดีในกาลก่อนของฮูหยินเจิ้งกั๋วกงที่เคยสละชีพเพื่อปกป้ององค์ไทเฮา ท่านหญิงหมิงเยวี่ยจึงได้รับโทษแค่เพียงถูกลดฐานะเป็นสามัญชน สกุลเฝิงถูกยึดทรัพย์ เฝิงหมิงเยวี่ยจึงจำต้องย้ายออกจากจวนไปขอพึ่งพิงอดีตพี่สะใภ้ของตนเอง“เจ้าไม่ต้องกังวล ข้าเชื่อว่าฝ่าบาทน่าจะเห็นแก่ไมตรีในกาลก่อนไม่ลงพระราชอาญาจนท่านพ่อถึงแก่ชีวิตแน่” กู้ชิงหรานเอ่ยกับอดีตน้องสามีด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความปลอบโยน“ช่วงนี้มีแต่คนคิดแต่จะหลบเลี่ยงข้า ท่านไม่กังวลว่าสกุลกู้ของท่านจะพลอยโดนลูกหลงไปด้วยหรือ” คำถามของเฝิงหมิงเยวี่ยทำให้กู้ชิงหรานหัวเราะออกมา“ข้าคือภรรยาที่ถูกเฝิงหมิงหยวนหย่าขาด ข้าที่มีความแค้นลึกล้ำกับเฝิงหมิงหยวน ใครจะคิดว่าข้าจะ
last updateÚltima atualização : 2026-04-06
Ler mais
บทที่ 2 องค์รัชทายาท
สายฝนที่โปรยปรายลงมาทำให้จวนเก่าของสกุลเฝิงยิ่งดูมืดหม่นมากยิ่งขึ้น เฝิงหมิงเยวี่ยย้ายเข้ามาอยู่ในจวนเก่าแห่งนี้ได้สองวันแล้ว นางว่าจ้างหญิงชาวบ้านมาปัดกวาดจวนให้จนสะอาด ว่าจ้างช่างไม้มาซ่อมแซมจวนในส่วนที่ชำรุด และว่าจ้างแรงงานมาถางหญ้าที่รกครึ้มและลงไม้ดอกและไม้ประดับลงไป หมดเงินไปไม่น้อยแต่ทำให้จวนที่เคยดูรกร้างพลันน่าอยู่ขึ้นมาไม่น้อย“คุณหนู ระวังละอองฝนนะเจ้าคะ” ตงหลันสาวใช้ที่ติดตามข้างกายเฝิงหมิงเยวี่ยมาตั้งแต่เด็กเอ่ยทักขึ้นเมื่อเห็นว่าเฝิงหมิงเยวี่ยยื่นมือออกไปรองรับน้ำฝนด้วยสายตาอันเลื่อนลอย“เจ้าปล่อยคุณหนูเถิด ไม่แน่ว่าสายฝนเหล่านี้อาจจะช่วยให้คุณหนูผ่อนคลายความกังวลลงก็ได้” ตงเสวี่ยเอ่ยออกมาพลางยืนมองเฝิงหมิงเยวี่ยด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความลังเล นางอยากจะเอ่ยปากเล่าเรื่องที่ได้ยินมาให้เฝิงหมิงเยวี่ยฟัง แต่ก็กังวลว่าจะทำให้เฝิงหมิงเยวี่ยจะเศร้าเสียใจจึงยังคงลังเลใจว่าจะเอ่ยปากพูดออกมาดีไหม“ตงเสวี่ยเจ้าพูดออกมาเถิด เมื่อเช้าเจ้าออกไปข้างนอกมาคงจะได้ยินข่าวคราวอะไรมาบ้างกระมัง” เมื่อเฝิงหมิงเยวี่ยเอ่ยเช่นนี้ตงเสวี่ยก็คุกเข่าลงโดยไม่สนใจว่าสายฝนที่อยู่ด้านนอกอาจจะกระเด็นมาก
last updateÚltima atualização : 2026-04-06
Ler mais
บทที่ 3 อำนาจในมือ
ภาพฝันในวัยเยาว์ที่เคยงดงามแต่ยามนี้กลับกลายเป็นความเย็นชาที่ล่องลอยอบอวลอยู่ในอากาศ เฝิงหมิงเยวี่ยคือสตรีที่งดงามที่สุดในพระทัยขององค์รัชทายาท แม้ว่ายามนี้สกุลของนางจะตกต่ำไปแล้วแค่เพราะความงามและความผูกพันที่เคยมีทำให้องค์รัชทายาทไม่อาจจะตัดพระทัยทอดทิ้งนางได้ดังที่ควรจะเป็น“หมิงเยวี่ย เจ้าอาจจะต้องทนน้อยเนื้อต่ำใจในช่วงแรก แต่เจ้าเชื่อข้าเถิดว่า หากวันใดฐานะของข้าในราชสำนักมั่นคง ข้าจะต้องมอบฐานะพระชายาเอกให้เจ้าแน่ เจ้าน่าจะรู้ดีนะหมิงเยวี่ยว่าในใจข้ามีแค่เพียงเจ้าเพียงเท่านั้น”“หม่อมฉันไม่รู้หรอกเพคะว่ายามนี้ในพระทัยขององค์รัชทายาทมีหม่อมฉันหรือไม่ แต่ตำแหน่งพระชายาเอกกับพระชายารองมันแตกต่างกัน หม่อมฉันเคยพูดแล้วว่าต่อให้วันหน้าองค์รัชทายาทจะต้องรับสตรีอื่นเข้าตำหนักอีกสักกี่สิบคนหม่อมฉันก็ยอมรับได้ ขอแค่เพียงตำแหน่งที่สูงที่สุดในฐานะพระชายาขององค์รัชทายาทจะต้องเป็นของหม่อมฉันจะต่ำศักดิ์ลงมาเพียงขั้นเดียวก็ไม่ได้”เฝิงหมิงเยวี่ยเอ่ยออกมาด้วยความรู้สึกเจ็บช้ำ นางเคยคิดอย่างโง่เขลาว่าผู้สูงศักดิ์อย่างองค์รัชทายาทไม่มีทางมีนางได้แค่เพียงคนเดียว ขอแค่เพียงนางมีตำแหน่งสูงสุดในตำหนัก
last updateÚltima atualização : 2026-04-06
Ler mais
บทที่ 4 เป้าหมายในใจ
พิธีอภิเษกขององค์รัชทายาทและคุณหนูใหญ่จวนอัครมหาเสนาบดีจางถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ข่าวการจับกุมเจิ้งกั๋วกงที่พึ่งจะผ่านพ้นไปเมื่อไม่นานมานี้ทำให้ผู้คนต่างจับตามองและพากันพูดถึงงานพิธีอภิเษกในครั้งนี้มากเป็นพิเศษ ก่อนหน้านี้ทุกคนต่างรู้กันดีว่า เดิมทีว่าที่พระชายาที่จะเข้าพิธีอภิเษกในวันนี้คือท่านหญิงหมิงเยวี่ยจากจวนเจิ้งกั๋วกง แต่ยามนี้จวนเจิ้งกั๋วกงตกต่ำและท่านหญิงหมิงเยวี่ยถูกปลด องค์รัชทายาทจึงทรงกราบทูลขอราชโองการเปลี่ยนตัวว่าที่พระชายา พอถึงงานวันอภิเษกทุกคนก็ต่างมารอชมกันว่า ว่าที่พระชายาที่ถูกเปลี่ยนตัวอย่างกะทันหันจะมีความงามเทียบเท่าท่านหญิงหมิงเยวี่ยหรือไม่“คุณหนู จะนอนต่ออีกหน่อยก็ได้นะเจ้าคะ” ตงหลันเอ่ยออกมาเมื่อเห็นว่าเฝิงหมิงเยวี่ยกำลังนั่งพิงกองหมอนอยู่บนที่นอนด้วยสีหน้าอึมครึม“ข้างนอกเสียงดังถึงเพียงนี้แล้วข้าจะนอนต่อได้อย่างไร” เมื่อเฝิงหมิงเยวี่ยเอ่ยเช่นนี้ตงหลันก็เม้มปากแน่น ส่วนตงเสวี่ยที่รู้สึกว่าเจ้านายของตนเองได้รับความไม่เป็นธรรมก็พูดขึ้นมาในทันที“รังแกคุณหนูเกินไปแล้ว ก็เห็นกันอยู่ชัดๆ ว่าเส้นทางที่จะเข้าวังหลวงของคุณหนูใหญ่จวนอัครมหาเสนาบดีไม่ควรจะเป็นเส้น
last updateÚltima atualização : 2026-04-06
Ler mais
บทที่ 5 ตำแหน่งพระชายาเอก
เช้าวันรุ่งขึ้นเฝิงหมิงเยวี่ยตื่นขึ้นมาด้วยสีหน้าสดใส วันนี้นางตั้งใจว่าจะนั่งสำรวจบัญชีทรัพย์สินส่วนตัวของตนเองอีกครั้ง ไม่ว่าจะทำสิ่งใดต้องใช้เงิน แม้จะรู้ดีว่าตอนนี้นางมีเงินไม่ขาดมือ แต่ก็ต้องจัดสรรปันส่วนให้ดีและนำมาใช้จ่ายอย่างคุ้มค่า ไม่เช่นนั้นก็จะกลายเป็นการนำเงินมาละลายเล่นอย่างน่าเสียดาย“คุณหนู! แย่แล้วเจ้าค่ะองค์รัชทายาทส่งเกี้ยวมารับคุณหนูเข้าตำหนักบูรพาเจ้าค่ะ” เสียงของตงหลันเต็มไปด้วยความร้อนใจและความขุ่นเคือง ส่วนเฝิงหมิงเยวี่ยนางขยับกายลุกขึ้นแล้วหันไปมองตงหลันด้วยสีหน้าประหลาดใจ แม้ว่าองค์รัชทายาทจะเคยเอ่ยปากไว้ว่าหลังจากผ่านพ้นพิธีอภิเษกไปแล้วจะส่งเกี้ยวมารับนาง แต่นางกลับคาดไม่ถึงว่าผ่านไปแค่เพียงคืนเดียวพอเช้าวันรุ่งขึ้นเกี้ยวของตำหนักบูรพาจะมารับนางแล้ว“จางหว่านอวี๋ไร้ความสามารถถึงเพียงนี้เชียวหรือ” เฝิงหมิงเยวี่ยเอ่ยออกมา นางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงได้ออกคำสั่งกับตงหลันด้วยสีหน้าที่กลับมาสงบนิ่งอีกครั้ง“บอกกับคนของตำหนักบูรพาว่าข้าไม่ไป ให้พวกเขากลับไปเสีย” เมื่อเฝิงหมิงเยวี่ยเอ่ยจบก็นั่งลงตรวจบัญชีของตนเองตามเดิม นางรู้ดีว่าตงหลันและตงเสวี่ยมีความสามารถแ
last updateÚltima atualização : 2026-04-06
Ler mais
บทที่ 6 รุ่ยอ๋องหลี่ไท่หลง
จวนรุ่ยอ๋องในเมืองหลวงแม้ว่าจะไม่ได้ใหญ่โตแต่กลับได้รับการดูแลอย่างดี เฉินกุ้ยเฟยพระมารดาของรุ่ยอ๋องเป็นพระสนมที่ได้รับความโปรดปรานมากที่สุด เห็นได้จากยามที่รุ่ยอ๋องได้รับพระราชทานที่ดินบรรดาศักดิ์ หลี่เสวียนฮ่องเต้ทรงพระราชทานดินแดนทางเหนือทั้งหมดให้เป็นที่ดินศักดินาของรุ่ยอ๋อง กองกำลังพิทักษ์อุดรที่เดิมทีเป็นของสกุลเฉินซึ่งเป็นสกุลเดิมของเฉินกุ้ยเฟย ยามนี้จึงกลายเป็นกองกำลังของรุ่ยอ๋องไปโดยปริยายแม้ว่าเฉินกุ้ยเฟยได้รับความโปรดปรานสูงสุด อีกทั้งรุ่ยอ๋องเป็นพระโอรสพระองค์แรก แต่ความขัดแย้งระหว่างรุ่ยอ๋องและหลี่เสวียนฮ่องเต้กับรุนแรงจนเป็นที่กล่าวถึงของคนในวัง คนทั่วไปต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเป็นเพราะรุ่ยอ๋องไม่พอพระทัยที่หลี่เสวียนฮ่องเต้แต่งตั้งองค์ชายรองหลี่ไท่หยางเป็นองค์รัชทายาท แต่คนที่รู้ข่าวคราวความเคลื่อนไหวในวังหลวงดีเช่นนาง ย่อมจะรู้ดีว่าแท้จริงแล้วเป็นเพราะรุ่ยอ๋องไม่พอพระทัยที่หลี่เสวียนฮ่องเต้ทรงทอดทิ้งสกุลเฉิน ปล่อยให้รับมือกับสภาพอากาศอันเลวร้ายและต้านทานข้าศึกตามลำพังโดยไม่ส่งกองกำลังไปช่วย สุดท้ายบุรุษสกุลเฉินทั้งสิบชีวิตต้องพลีชีพในสนามรบ เหลือแค่เพียงเด็กและสตรี
last updateÚltima atualização : 2026-04-06
Ler mais
บทที่ 7 ตัดขาด
แม้ว่าเฝิงหมิงเยวี่ยจะรู้สึกตกใจที่อยู่ๆ ก็ถูกแส้ของรุ่ยอ๋องรัดร่างของนางทำให้นางเสียหลักนั่งลงไปบนตักของเขา แต่เมื่อนางได้เห็นสีหน้าที่เต็มไปด้วยโทสะและความหวาดหวั่นขององค์รัชทายาทก็ทำให้เฝิงหมิงเยวี่ยยังคงนั่งอยู่บนหน้าตักของรุ่ยอ๋องอย่างไร้ซึ่งความละอาย“หมิงเยวี่ย! เจ้าลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้” องค์รัชทายาทหลี่ไท่หยางตรัสออกมาพลางรีบเดินตรงมาหาร่างของเฝิงหมิงเยวี่ย ตั้งพระทัยว่าจะดึงร่างของนางให้ลงมาจากตักของรุ่ยอ๋องหลี่ไท่หลง แต่ทันทีที่องค์รัชทายาทยื่นพระหัตถ์มาที่ร่างของนางก็ถูกแส้ของรุ่ยอ๋องสะบัดมาตีที่หลังพระหัตถ์ทำให้องค์รัชทายาทรีบเก็บงำพระหัตถ์คืนกลับไปในทันที“เสด็จพี่พวกท่านทำเช่นนี้เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม หมิงเยวี่ยคือว่าที่พระชายารองของข้า ดังนั้นขอเสด็จพี่ได้โปรดเว้นระยะห่างจากนางด้วย” เมื่อองค์รัชทายาทตรัสออกมาเช่นนี้เฝิงหมิงเยวี่ยก็เงยหน้าขึ้นไปมองสีหน้าของหลี่ไท่หลง พอเห็นว่าเขาไม่ได้มีสีหน้ารังเกียจสัมผัสจากนาง นางก็ตัดสินใจยกท่อนแขนอันขาวผ่องทั้งสองข้างของตนเองขึ้นไปคล้องคอของหลี่ไท่หลงเอาไว้“ท่านอ๋อง หม่อมฉันไม่ใช่ว่าที่พระชายารองขององค์รัชทายาท ขอท่านอ๋องได้โปรดทรงเ
last updateÚltima atualização : 2026-04-08
Ler mais
บทที่ 8 พระชายาเอกของรุ่ยอ๋อง
เฝิงหมิงเยวี่ยกอดคอของรุ่ยอ๋องเอาไว้อย่างแนบแน่น นางกำลังคำนวณว่าตอนที่เขาโยนนางลงไปบนพื้นนางจะตกลงไปด้วยท่วงท่าไหนจึงจะเจ็บตัวน้อยที่สุด แต่ตอนที่เขาอุ้มนางเดินตรงไปเรื่อยๆ ผ่านประตูวงเดือนของเรือนชั้นในจนกระทั่งถูกพาเข้าไปในเรือนหลังหนึ่งที่น่าจะตั้งอยู่ใจกลางของตำหนักนางก็เริ่มมีความกังวลอีกอย่างขึ้นมา“ท่านอ๋อง” เฝิงหมิงเยวี่ยเอ่ยถามขึ้นมาท่ามกลางความหวาดหวั่น ในใจก็เริ่มมีความกังวลว่ารุ่ยอ๋องกำลังคิดจะทำอย่างไรกับนาง ตอนนี้นางไม่กลัวว่าเขาจะโยนร่างของนางลงไปบนพื้นแล้ว แต่นางกำลังกังวลถึงความบริสุทธิ์ของตนเองมากกว่า ยิ่งพอเขาพานางเดินเข้าไปในห้องนอนนางก็พลันดิ้นรนเพื่อจะให้หลุดพ้นจากการโอบอุ้มของเขาในทันที“ท่านอ๋อง ทำเช่นนี้ไม่เหมาะนะเพคะ” นางเอ่ยพลางถลึงตาใส่เขาในใจลอบคิดว่านางควรจะใช้ฝ่ามือสับต้นคอของเขาให้หลับไปเลยจะดีไหม แต่หลังจากนั้นนางจะรับโทสะจากเขาได้หรือเปล่าเฝิงหมิงเยวี่ยได้แต่ครุ่นคิดด้วยความกังวล ช่วงนี้นางมีเรื่องให้ต้องครุ่นคิดอยู่หลายเรื่อง ความสับสนวุ่นวายในหัวทำให้ในหัวของนางใกล้จะระเบิดออกมาเต็มทีแล้ว“ในเมื่อตัดสินใจว่าจะแต่งกับข้าแล้ว ความบริสุทธิ์ของเจ้าก็คง
last updateÚltima atualização : 2026-04-08
Ler mais
บทที่ 9 หลี่เสวียนฮ่องเต้
หลังจากเขียนราชโองการประทับตราพระราชลัญจกรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลี่เสวียนฮ่องเต้จึงได้พระราชทานม้วนราชโองการที่เป็นลายลักษณ์อักษรให้แก่รุ่ยอ๋องหลี่ไท่หลงอย่างเป็นทางการ หลี่ไท่หลงคุกเข่าลงรับราชโองการแล้วคำนับอย่างเต็มพิธีการ“ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ เสด็จพ่อ”“แม่ของเจ้าน่าจะอยากได้ยินเรื่องนี้จากปากเจ้า เจ้าไปพบนางด้วยตนเองสักครั้งเถิด หลงเอ๋อร์ท่านแม่ของเจ้านางรักเจ้ามาก เรื่องที่เกิดขึ้นหาใช่ความผิดของนาง แต่เป็นความผิดของข้าเจ้าจะพาลไปโกรธเคืองนางเช่นนี้ไม่ได้” เมื่อหลี่เสวียนฮ่องเต้ทรงตรัสเช่นนี้รุ่ยอ๋องที่ยังคงคุกเข่าอยู่จึงได้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา“สตรีที่ทอดทิ้งครอบครัวของตนเองเพื่อตอบสนองความทะเยอทะยานจะสามารถรักผู้ใดได้อย่างจริงใจ เสด็จพ่อเองก็ทรงระวังพระองค์เอาไว้เถิดนางมีใจให้เสด็จพ่อสักกี่ส่วนกัน ทรงคิดไม่ได้จริงๆ หรือ ว่าแท้จริงแล้วในตอนนั้นนางหวังอยากให้ลูกครอบครองแค่เพียงตำแหน่งองค์รัชทายาทเพียงเท่านั้น” เมื่อรุ่ยอ๋องเอ่ยออกมาเช่นนี้แท่นฝนหมึกที่วางอยู่บนแท่นทรงพระอักษรก็ถูกหลี่เสวียนฮ่องเต้หยิบขึ้นมาแล้วปาเข้าใส่ใบหน้าของรุ่ยอ๋องในทันที“... ทำไมเจ้าจึงไม่หลบ!” หลี่
last updateÚltima atualização : 2026-04-08
Ler mais
บทที่ 10 บันดาลโทสะ
ยามที่รุ่ยอ๋องหลี่ไท่หลงเดินออกจากห้องทรงพระอักษรมา ราชโองการแต่งตั้งพระชายาเอกของรุ่ยอ๋องก็ถูกประกาศออกไปแล้ว องค์รัชทายาทหลี่ไท่หยางที่ถูกขวางทางอยู่ตรงหน้าห้องทรงพระอักษรจ้องมองรุ่ยอ๋องด้วยสีพระพักตร์ที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว“เสด็จพี่! แท้จริงแล้วทรงตั้งพระทัยจะแย่งชิงนางไปจากข้าใช่หรือไม่” ถ้อยคำประโยคนี้ขององค์รัชทายาททำให้รุ่ยอ๋องแย้มยิ้มออกมาในทันที“ทำไมจึงไม่เสแสร้งว่าเคารพข้าต่อไปเล่า น้องรอง! ชื่อเสียงอันดีงามของเจ้าจะเลือนหายไปเพียงเพราะสตรีคนหนึ่งไม่ได้นะ” เมื่อรุ่ยอ๋องเอ่ยเช่นนี้องค์รัชทายาทก็จ้องมองใบหน้าที่ยังมีหยาดโลหิตไหลลงมาของเขาแล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน“เสด็จพี่ต่างหาก กล้าทำให้เสด็จพ่อทรงพิโรธเช่นนี้คุ้มค่าแล้วหรือ” คำถามและสายตาขององค์รัชทายาททำให้รุ่ยอ๋องยกมือขึ้นมาแตะบาดแผลตรงหางคิ้วของตนเอง เขาใช้ฝ่ามือเช็ดรอยเลือดตรงหางคิ้วแล้วนำมาชิมต่อหน้าองค์รัชทายาท ริมฝีปากแดงก่ำเพราะสีเลือด สายตาที่เต็มไปด้วยความคลุ้มคลั่งของเขาทำให้องค์รัชทายาทถอยหลังไปหนึ่งก้าวในทันที“ไม่ใช่ว่าเสด็จพ่อพึ่งจะพิโรธข้าเสียหน่อย บาดแผลแค่นี้ถือว่าคุ้มค่ากับการที่ข้าจะได้ครอ
last updateÚltima atualização : 2026-04-08
Ler mais
Explore e leia bons romances gratuitamente
Acesso gratuito a um vasto número de bons romances no app GoodNovel. Baixe os livros que você gosta e leia em qualquer lugar e a qualquer hora.
Leia livros gratuitamente no app
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status