All Chapters of คุณหนูตัวปลอม: Chapter 151 - Chapter 160

203 Chapters

บทที่ 6 กักขัง 1

บทที่ 6 กักขังในโลกที่ถูกปิดตาย ข้าไม่รู้ว่ากี่วันกี่คืนผ่านไปแล้วแสงสว่างมีเพียงจากโคมไฟเล็กๆ ที่ท่านฉินจื่อหยางนำมาแขวนไว้บนผนังห้อง ทุกอย่างรอบตัวเป็นหินและลูกกรง ไม่มีหน้าต่าง ไม่มีช่องทางให้มองเห็นท้องฟ้ารอยเล็บที่ข้าขูดขีดเอาไว้มีเพิ่มขึ้น เพื่อนับจำนวนครั้งที่เขามาทุกครั้งที่ประตูไม้หนักๆ ถูกเปิดออก เสียงฝีเท้าของเขาดังก้องไปทั่ว ข้าหม่นหมองและไร้พลัง ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองท่านฉินจื่อหยางนำอาหารมาให้ทุกวัน อาหารเหล่านั้นเป็นของดี ข้าวหอมกรุ่น เนื้อตุ๋นรสเลิศ ปลาทอดทั้งตัว ผลไม้วางเรียงอย่างสวยงามราวกับจัดเตรียมให้แขกคนสำคัญ หากอยู่ข้างนอก นี่คงเป็นสำรับที่คุณหนูในตระกูลสูงศักดิ์ได้รับ“นี่นี่มีเครื่องเรือนเหมือนอย่างในห้องเจ้าทุกอย่าง”นายท่านผายมือ เตียงอบอุ่น ผ้านวมเนื้อหนา และเขาเคยบอกนางว่าที่ผนังด้านนอกนั้นจุดเตาผิงไว้ให้ภายในห้องขังนี้อบอุ่นเสมอ เขายังนำเสื้อผ้าเนื้อดี เครื่องประดับงดงามมามอบให้ข้าอย่างสม่ำเสมอ คะยั้นคะยอให้ข้าแต่งกายงามๆ ให้เขาชื่นชม“ชุดสีแดงเข้ากับดวงตาของเจ้า คงจะงามกว่านี้แน่หากเจ้าอยู่ท่ามกลางหิมะ”แสดงว่านี่เข้าช่วงฤดูหนาว หิมะตกหนักแล้ว ข้
Read more

บทที่ 6 กักขัง 2

“อ๊า อ๊า... อ๊าาา อึ่กก อย่าเจ้าค่ะ” ข้ากระตุกเร่าๆ แหวกกลีบเนื้อให้ท่านดูดเม็ดเสียวสลับกับใช้ริมฝีปากเม้ม นายท่านใช้แค่นิ้วเดียวทั้งแยงทั้งควาน น้ำเสียวไหลพรั่งพรูไม่หยุด เกร็งจนตัวแอ่นลอย พรวดด พรวดด พรวดด... “อา... อา... อ๊าาา” ข้ากระตุกเสียว หอบหายใจแรงไม่เป็นส่ำ ส่ายหน้าไปมา ก่อนจะร้องเสียวเพราะแท่งลึงค์กำลังถูไถกลีบรัวแรง ส่วนหัวมุดกลีบแล้วเขี่ยไปเขี่ยมาให้กลีบปลิ้น บวมตุ่ย จากนั้นเขาก็กระแทกเอวไม่หยุด แม้ว่าจะมิได้ล่วงล้ำเข้าไป ทว่าหัวเอ็นเสียดสีโดนเม็ดเสียวซ้ำๆ “อ๊ะ อ๊า อูยย” “ถ้าเจ้าไม่ยอมอยู่กับข้า ข้าจะไม่ให้เลี้ยงดูลูกๆ ของเราข้างนอกนะ” “ย...อย่านะเจ้าคะ ข้ายอม ข้ายอมแล้ว พวกเขาไม่มีความผิด” “เด็กดี”ร่างกำยำทั้งจูบทั้งเลียและเริ่มเอาหัวบากบานเหมือนดอกเห็ดไถงัดกลีบเนื้อฉ่ำๆ ไปมา เร่งขยับเอวเสยแท่งหยกเขี่ยเม็ดเสียว จนน้ำหวานไหลพรู “ได้โปรด อย่าทำแบบนี้เลย” “มาถึงขั้นนี้แล้ว ยังจะงอแงอีกหรือเสี่ยวหยุน” ข้าถูกจับพลิกกายคลานเข่าแล้วโก่งสะโพกขึ้นมา ร่างกำยำก็ไม่รอช้ารี
Read more

บทที่ 7 หลบหนี 1

บทที่ 7 หลบหนีแม้จะถูกกักขัง ข้าไม่เคยหยุดมองหาทางรอดข้าสำรวจทุกซอกทุกมุมของห้องใต้ดิน บางครั้งก็ลองเคาะผนังเพื่อหาช่องว่าง และข้าก็พบบางสิ่งตรงซอกผนัง มีรอยขูดขีดอยู่เป็นตัวอักษร ข้าเพ่งมอง เนื้อตัวเย็นเฉียบขึ้นเรื่อยๆหนิงอวี้หนิงอวี้คือชื่อเด็กกำพร้าที่นายท่านรับมาเลี้ยงดูเช่นเดียวกัน นางอายุอ่อนกว่าข้า เราสนิทกันมาก จนกระทั่งนายท่านบอกทุกคนว่าญาติของหนิงอวี้มารับตัวนางกลับไปแล้ว ข้าลูบรอยอักษรนั้นทั้งน้ำตา และพบว่านอกจากชื่อหนิงอวี้แล้ว ยังมีอีกหลายชื่อที่พยายามเขียนชื่อทิ้งไว้เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันว่าตนเองเคยอยู่ที่นี่จูจูหยาเหวินหงเซียนเป่าซิงตัวข้าเย็นยะเยือกไปถึงวิญญาณ บางชื่อเป็นเด็กกำพร้าที่ถูกรับเลี้ยงมาก่อนข้า บางคนข้าก็ไม่รู้จัก ข้านึกถึงน้องๆ ที่ยังเป็นเด็กหญิงทันที นึกถึงสายตาที่นายท่านเฝ้ามองพวกเรา ข้าไม่ใช่ผู้ถูกกักขังคนแรกและคนสุดท้ายข้าอาเจียน พยายามทำตัวให้เข้มแข็ง ฉินจื่อหยางชุบเลี้ยงข้าและเด็กๆ ไว้เพื่อบำเรอใคร่ สภาพความเป็นอยู่เช่นนี้บางคนฆ่าตัวตาย ป่วยตาย บางคนก็คลอดลูกตาย หากคนเก่าตายก็แค่ลากคนใหม่มาขังต่อ หากข้าไม่ทำอะไรสักอย่าง ก็จะมีเด็กสาวถูกกระท
Read more

บทที่ 7 หลบหนี 2

และแล้ว... โอกาสก็มาถึงวันหนึ่ง ขณะที่เขานำอาหารและยาบำรุงมาเยอะๆ จนถือข้าวของเต็มสองมือ ตั้งแต่ข้าเรียกเขาว่าสามี เขาก็ดูจะอ่อนลงมาก เมื่อได้จังหวะ ข้าก็แสร้งทำช้อนหล่นไปใต้โต๊ะ"เจ้าท้องโตแล้ว ก้มไม่สะดวก เดี๋ยวข้าหยิบให้" ท่านฉินจื่อหยางพูด ขณะที่เขาก้มตัวลง ข้าก็กระชากแจกันบนโต๊ะฟาดเข้าที่ศีรษะเขาเต็มแรง!เสียงแจกันแตกกระจาย! ฉินจื่อหยางเซถอยไปด้วยความตกใจข้าฉวยโอกาสนั้นพุ่งไปที่ประตู ประตูถูกดึงปิด แต่เพราะข้าจ้องสังเกตมานานจึงรู้วิธีปลดกลอนไม้อย่างรวดเร็ว“ช่วยด้วย... ใครก็ได้”ข้าวิ่งสุดกำลังไปตามทางเดินที่ทอดยาว มันเป็นอุโมงค์หินมืดทึบที่ชื้นเย็น แต่ขอเพียงออกไปได้ ข้าจะหนีไปแจ้งความ!แต่แล้ว..."เด็กดื้อ คิดจะหนีไปไหน?"เสียงเย็นยะเยือกดังขึ้นจากด้านหลัง ร่างสูงของฉินจื่อหยางก้าวตามมาช้าๆ ดวงตาของเขาเย็นชาไร้อารมณ์ เลือดไหลซึมจากขมับ แต่สีหน้าของเขาไม่เปลี่ยนแม้แต่น้อย“ไม่ ไม่นะ” ข้าเบิกตากว้าง หัวใจเต้นรัว ข้ารีบเร่งฝีเท้า ประคองท้องขณะกึ่งเดินกึ่งวิ่งอย่างทุลักทุเล แต่ยังไม่ทันพ้นจากอุโมงค์ มือใหญ่ของเขาก็กระชากข้อมือข้าไว้!"ปล่อย! ปล่อยข้านะ!""เจ้าคิดว่าตัวเองจะหนีพ้น
Read more

บทที่ 8 ลุกขึ้นสู้ 1

บทที่ 8 ลุกขึ้นสู้ ในห้องขังอับทึบใต้ดิน ข้าไม่รู้ว่าวันคืนล่วงผ่านไปนานเท่าใด รู้เพียงว่าทุกวันฉินจื่อหยางจะเป็นผู้เปิดประตูเข้ามาพร้อมกับอาหารและเสื้อผ้าดีๆ ที่เขาเชื่อว่าข้าจะดีใจข้าไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากรับไว้ด้วยรอยยิ้มเสื้อผ้าที่เขานำมาให้ล้วนเป็นแพรพรรณล้ำค่า ประดับด้วยด้ายทองสลักลวดลายวิจิตร แม้แต่หญิงจากตระกูลมั่งคั่งยังไม่อาจครอบครองได้ง่ายๆ แต่ข้ามิได้เหลียวแล ข้าเพียงรับมันมาเงียบๆ ก่อนพับเก็บไว้ที่มุมห้อง“อีกไม่กี่เดือน ลูกๆ ก็จะคลอดแล้ว ข้าไม่ต้องการเสื้อผ้าของตัวเองเพิ่มเติมแล้วเจ้าค่ะ ข้าอยากได้เข็ม ด้ายและโคมไฟเพิ่ม ข้าจะได้เริ่มต้นเย็บชุดของลูกๆ เสียที”“เอาไว้ข้าจะคิดดู”ท่านฉินจื่อหยางเฝ้ามองการกระทำของข้าอยู่เสมอ ดวงตาคมกริบของเขาแฝงประกายครุ่นคิด ทว่ามิได้กล่าวสิ่งใด แต่ข้ารู้ดีว่าเขายังไม่คิดวางใจ“หากท่านเกรงว่าข้าจะแอบซ่อนสิ่งของ เช่นนั้นท่านก็ช่วยนำผ้าและด้ายสีมาให้ข้าเลือก แล้วว่าจ้างหญิงชาวบ้านให้ช่วยเย็บแทนดีหรือไม่”“เป็นความคิดที่ดี”ข้ายิ้มให้เขา และเป็นฝ่ายเอ่ยถามอย่างอ่อนหวาน “วันนี้ไม่ต้องการให้ข้าปรนนิบัติท่านหรือเจ้าคะ”“เจ้าท้องแก่ใก
Read more

บทที่ 8 ลุกขึ้นสู้ 2

กระทั่งข้าหน้าซีดและเจ็บจนตัวงอ เขาถึงได้ยอมรามือ สักพักเขานำข้าวต้มอุ่นๆ มาวางไว้ตรงหน้า"กินแล้วนอนพักเสีย" เสียงของนายท่านไม่ได้แข็งกร้าวหรือนุ่มนวล เป็นเพียงถ้อยคำเรียบๆ ที่บังคับให้ข้าปฏิเสธไม่ได้ ข้าเหลือบมองข้าวต้มในถ้วย กลิ่นหอมอ่อนๆ ของข้าวและเนื้อไก่ฉีกลอยขึ้นมาแตะจมูก ข้ามิได้แตะต้องอาหารมาตลอดวัน ร่างกายอ่อนแรงเต็มที นายท่านจึงยกช้อนขึ้นตักข้าวต้มเข้าปากให้ช้าๆ แต่ทันทีที่กลืนลงไป ข้าก็สะอึกและสำลักจนไอออกมา"แค่ก! แค่ก!"ฉินจื่อหยางขมวดคิ้ว รีบหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับริมฝีปากให้"เจ้าไม่สบายตรงไหนหรือ?"ข้ามิได้ตอบ เพียงแต่นั่งนิ่ง สีหน้าซีดเผือดจนน่ากลัว แต่ฉินจื่อหยางเป็นคนขี้ระแวง เขายังไม่เชื่อว่าข้าป่วยจริงๆหลังจากข้าล้มป่วย ฉินจื่อหยางก็เฝ้าดูข้าอย่างใกล้ชิด แรกเริ่ม เขาเพียงคิดว่าข้าซูบผอมลงเพราะเบื่ออาหาร ทว่าหลังจากนั้น อาการของข้ากลับทรุดหนักลงอย่างน่ากลัวข้าแทบไม่แตะต้องอาหารที่เขานำมาให้ น้ำแกงเนื้อหอมกรุ่นที่เคยบังคับให้ดื่มยังถูกข้าผลักไสออกไปอย่างไร้เรี่ยวแรง ริมฝีปากของข้าแห้งผาก ผิวที่เคยเปล่งปลั่งกลายเป็นซีดเซียวไร้สีเลือด ร่างกายผอมบางจนเห็นกระดูกไหปล
Read more

บทส่งท้าย 1

บทส่งท้ายข้าวิ่งสุดชีวิตเท้าเปล่าของข้าสัมผัสกับพื้นดินเย็นเฉียบ รากไม้แหลมคมบาดผิวจนเลือดซึม แต่ไม่มีสิ่งใดสามารถหยุดยั้งข้าได้ ข้าเพียงต้องหนีไปให้ไกล หลุดพ้นจากพันธนาการที่โหดร้ายเมื่อข้าก้าวพ้นกรงขัง... ลมหายใจของข้าขาดห้วงเมื่อคลานลอดผ่านประตูหินแคบๆ ออกมาบนพื้นเบื้องบนแสงสว่าง...แสงกระทบเข้ากับดวงตาของข้า ทำให้ต้องหยีตาลงโดยสัญชาตญาณ เปลือกตาบางสั่นระริกก่อนที่ข้าจะยกมือขึ้นปิดบังแสงรำไร ความรู้สึกแปลบปวดแล่นไปทั่วดวงตาข้าอยู่ในที่มืดมานานเกินไป... นานเสียจนลืมไปว่าความสว่างเป็นเช่นไรร่างกายของข้าสั่นสะท้านทั้งจากความเหนื่อยล้าและความตื่นกลัว เมื่อสายตาปรับเข้ากับความสว่างรอบตัวได้ ก็พบว่าตนเองยืนอยู่กลาง ห้องหนังสือของฉินจื่อหยางห้องนี้...ข้าจำมันได้ดี ชั้นหนังสือสูงตระหง่านเรียงรายตามผนัง โต๊ะไม้ใหญ่ตั้งอยู่กลางห้อง บนโต๊ะยังคงมีพู่กัน กระดาษพับเก็บอย่างเป็นระเบียบ และตะเกียงน้ำมันที่ยังคงวางอยู่ตรงตำแหน่งเดิมที่แท้... ทางเข้าห้องขังใต้ดินถูกซ่อนไว้ที่นี่ตลอดมาที่แห่งนี้... สถานที่ที่เขาชอบใช้เวลาอยู่ทั้งวันข้ายืนนิ่ง ความรู้สึกปวดร้าวตีตื้นขึ้นมาในอก ความทรงจำครั้
Read more

บทส่งท้าย 2

ภายใต้แสงจันทร์ ใบหน้าของเขาเคร่งเครียด แววตาไร้มั่นคง ข้าสบตาเขาโดยไร้ความหวั่นเกรง มนุษย์ผู้นี้กำลังแสดงอารมณ์อะไร? ความโกรธ? ความเสียดาย? หรือความกลัว?ท่ามกลางรัตติกาลที่เงียบงัน ใต้แสงจันทร์สีเงินอันเย็นเยียบ เงาร่างของข้าแปรเปลี่ยนกลับคืนสู่ความเป็นจริง ปีศาจจิ้งจอก งดงาม ลึกลับ และเต็มไปด้วยพลังอันตรายเส้นผมพลิ้วไหวราวม่านแพรสีเงินเรืองรอง แสงจันทร์สะท้อนดูราวกับเกล็ดหิมะโปรยปรายลงมาจากสรวงสวรรค์ ผิวขาวซีดละเอียดราวกับหยกเย็นตัดกับริมฝีปากสีแดงสด ราวกลีบกุหลาบต้องน้ำค้างดวงตาของข้า ดวงตาของปีศาจจิ้งจอกสว่างไสวราวกับเปลวไฟสีแดง คมลึกจนน่าหวาดหวั่น แฝงไว้ด้วยเสน่ห์ลี้ลับที่ตรึงสายตาของผู้ใดก็ตามที่เผลอจ้องมองเข้าไปเบื้องหลัง ปลายหางสีเงินเรียวยาวพลิ้วสะบัดไปตามแรงลม ขนสีเงินขาวเหลือบแสงระยิบระยับราวกับประกายดาว งดงาม สูงส่ง แต่ก็น่าหวาดหวั่นเกินกว่าจะเข้าใกล้เมื่อสายลมราตรีพัดพาผ่าน เสื้อคลุมบางเบาปลิวสะบัด ร่างกายของนางไม่ได้ดูเปราะบางเหมือนสตรีธรรมดาอีกต่อไป หากแต่มีพลังบางอย่างที่แผ่ออกมาเงียบๆ เงาใต้ฝ่าเท้ายาวเหยียดไปในความมืดข้าค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ดวงตาสีแดงฉานสะท้อนภาพขอ
Read more

บทส่งท้าย 3

ข้าขยะแขยงเขายิ่งนัก ปีศาจจากนรกตนใดหนอหลุดรอดมาอยู่เบื้องหน้าข้า“ท่านต้องการให้ข้าเป็นมนุษย์... หรือแค่ต้องการกักขังข้าไว้ให้อยู่กับท่าน?”ข้าเอ่ยถึงชื่อเหยื่อที่ตายและหายสาบสูญไปทั้งหมด ฉินจื่อหยางอึ้งไป ดวงตาของฉินจื่อหยางเปลี่ยนไป วูบหนึ่งดูเหมือนจะเจ็บปวด แต่แล้วกลับถูกแทนที่ด้วยความดุดัน“เสี่ยวหยุน เจ้าพิเศษกว่าคนอื่นๆ เชื่อสิ ไม่ว่าเจ้าจะเป็นใคร... ปีศาจหรือมนุษย์ เจ้าก็ต้องเป็นของข้า!”เขาไม่ปล่อยข้าให้หนีไปได้แน่!ฉินจื่อหยางมีโซ่ยาวในมือ เขาขว้างมันใส่ข้าอย่างรวดเร็ว สายลมราตรีพัดกระหน่ำ ใบไม้ปลิวว่อนตามแรงสะบัดของโชคชะตา เสียงโลหะกระทบพื้นดังก้อง แต่ข้าเห็นคนผู้หนึ่งพุ่งเข้าหาฉินจื่อหยางแล้ว ข้าจึงไม่มีความจำเป็นต้องขยับกายทำสิ่งใดฉึก!!โซ่ที่ฉินจื่อหยางหมายจะใช้พันธนาการข้าร่วงหล่นลงสู่ผืนดิน ร่างสูงสง่าของเขาทรุดลงกับพื้นโลหิตสีแดงฉานทะลักออกมาจากบาดแผลที่อก เปื้อนฝ่ามือของผู้ที่เป็นภรรยาแท้จริงของเขาเอง ฮูหยินหลิวมือเรียวขาวยังคงกอบกุมด้ามมีดแน่น ดวงตาของนางแดงก่ำ น้ำตาไหลพราก นางไม่อาจเชื่อว่าวันหนึ่งตนจะกลายเป็นผู้สังหารแก่สามีที่รักสุดหัวใจได้ แต่เมื่อความจริงปรา
Read more

บทส่งท้าย 4 [จบ]

เมื่อฮูหยินหลิวมองส่งข้าจนสุดสายตา นางจึงหันมามองอดีตสามีผู้เป็นที่รักและยกย่อง ร่างของฉินจื่อหยางถูกบ่าวคนสนิทของนางลากไปตามระเบียงหินโดยไม่มีใครเห็นใจ“พวกเจ้าจะพาข้าไปไหน ไอ้พวกบังอาจ พวกเจ้าจะทำอะไรข้า” ฉินจื่อหยางแผดเสียง เหล่าบ่าวไพร่ต่างพากันหลบสายตา หลายคนแอบสะอิดสะเอียน บางคนถึงกับส่ายหน้า ไม่คิดว่าคุณชายผู้สูงศักดิ์ของตระกูล จะเป็นผู้กระทำเรื่องเลวร้ายเช่นนี้ได้ "จับเขาโยนเข้าไป!" เสียงของฮูหยินหลิวเย็นเยียบ ปราศจากความอาลัยอาวรณ์ เสียงเหล็กเสียดสีกันดังขึ้นเมื่อประตูกรงถูกเปิดออก ก่อนที่ร่างของฉินจื่อหยางจะถูกผลักเข้าไปในคุกใต้ดิน เขาล้มกระแทกพื้น หัวไหล่ชนเข้ากับผนังหินอย่างแรง สะเทือนถึงบาดแผลฉกรรจ์"อึก!" เขาเงยหน้าขึ้น ดวงตาสั่นไหวด้วยความตื่นตระหนก "ไม่นะ! หลิวเอ๋อร์! เจ้า...เจ้าไม่อาจทำเช่นนี้กับข้าได้!" ฮูหยินหลิวยืนอยู่นอกกรง ใบหน้าของนางยังคงงดงาม ทว่าหัวใจของนางกลับเย็นชาไปหมดแล้ว “เพื่อปกป้องชื่อเสียงของสกุลฉิน เพื่อบุตรชายที่ยังมีอนาคตไกลของเรา”“เจ้าคิดจะทำอะไร พูดเรื่องอะไร?!”"ท่านขังเด็กๆ ไว้ที่นี่ ข่มขืนพวกเขา ทรมานเด็กๆ ที่ไร้ทางสู้มานาน ท่านทำร้ายเสี่
Read more
PREV
1
...
1415161718
...
21
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status