ログイン"อ๊า! ท่านแม่ทัพ... อื้อออ... บ่าว... บ่าวเสียวเหลือเกินเจ้าค่ะ!" แนวอีโรติกเต็มสูบ เน้นฉาก NC กระหน่ำยับๆ โปรดทำใจก่อนอ่าน
もっと見る'เสี่ยวหนิง' คือสาวใช้ผู้ต่ำต้อย เป็นสตรีที่อยู่หลังม่าน คอยบรรเลงเพลงพิณและขับขานบทกวีแทนคุณหนูผู้เบาปัญญา นางต้องก้มหน้ายอมรับการโขกสับและเก็บความลับ
นางเป็นเพียงเงาอยู่เบื้องหลังคุณหนู ไม่มีผู้ใดรู้ว่าสาวใช้ต่ำต้อยคนนี้คือเจ้าของบทกวีอันลึกซึ้งที่กุมหัวใจ 'แม่ทัพเอี้ยนฟง' ไว้จนอยู่หมัด... และนางยังต้องรองรับอารมณ์ดิบเถื่อนของเขาทุกค่ำคืน
เอี้ยนฟงไม่เคยเฉลียวใจเลยว่า รสรักที่แสนตอดรัดจนแทบจะสูบวิญญาณ ฉ่ำแฉะน้ำหวานตอดสู้อย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย และเสียงครางกระเส่าที่ปรนเปรอเขานั้น... แท้จริงแล้วนางคือยอดพธูคนเดียวกับที่เขาเฝ้าตามหาผ่านตัวอักษร
ยิ่งเขาตอกย้ำเหยียดหยามมากเท่าไหร่ นางกลับยิ่งรัดรึงเขาไว้ด้วยเสน่หาที่ยากจะถอนตัว ท่ามกลางคำลวงที่มีอำนาจและหยาดน้ำตาเป็นเดิมพัน
-----------------------
**คำเตือน**
-นิยายนามปากกา ‘ศศิชา’ เป็นนิยาย PWP สำนวนอีโรติก
-ไม่เหมาะสำหรับผู้อ่านที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี
-เรื่องทุกเรื่องเป็นเรื่องแต่ง ไม่มีตัวละครอยู่จริงและแสดงถึงความกระหายด้านมืดของตัวละคร โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
---------------------
ท่ามกลางศาลาริมน้ำอันวิจิตรของตระกูลฉิน กลิ่นหอมของชาอู่หลงชั้นเลิศอบอวลไปทั่วบริเวณ เหล่าบุรุษผู้สูงศักดิ์และบัณฑิตเรืองนามต่างมารวมตัวกันเพื่อหวังจะได้ยลโฉมหรือเพียงแค่ได้สดับฟังสุ้มเสียงอันไพเราะของ ฉินฮวาเฟย คุณหนูผู้ถูกขนานนามว่าเป็นอัญมณีแห่งเมืองหลวง
หมู่มวลภมรต่างรุมล้อมบุปผางามที่ซ่อนตัวอยู่หลังม่านมุก แสงแดดรำไรสะท้อนผิวน้ำสาดส่องเข้ากระทบม่านไม้ไผ่ เผยให้เห็นไรเงาของสตรีร่างระหงที่นั่งนิ่งสงบดั่งรูปสลักหยก
“ฮวาเอ๋อร์โง่เขลา หวังว่าทุกท่านจะไม่หัวเราะเยาะเจ้าค่ะ”
"มิได้ๆ ช่างเป็นบทกวีที่ล้ำลึกนัก! เปรียบเปรยสายน้ำกับชีวิตได้เห็นภาพพจน์ยิ่ง" บัณฑิตหนุ่มผู้หนึ่งเอ่ยชมอย่างเคลิบเคลิ้ม หลังจากเสียงหวานใสหลังม่านไม้ไผ่ร่ายคำประพันธ์โต้ตอบออกมาอย่างเฉียบแหลม
"ไม่เพียงแต่บทกวี ฝีมือการดีดพิณของนางยังทำให้เหล่านกกาหยุดร้องเพื่อสดับฟัง... ช่างเพียบพร้อมด้วยเบญจกัลยาณีและสติปัญญาโดยแท้" อีกคนสำทับด้วยแววตาเทิดทูน ชื่นชมแกมหลงใหลในตัวคุณหนูสกุลฉินผู้นี้อย่างสุดซึ้ง
ทว่าหลังม่านมุกที่ซ้อนทับด้วยม่านไม้ไผ่อีกชั้น กลับมีสตรีสองนางประทับอยู่ ฉินฮวาเฟย ผู้เลอโฉมดุจเทพธิดาหยาดฟ้ามาดิน บัดนี้กำลังนั่งพิงหมอนขวานด้วยท่าทางเกียจคร้าน นางคอยแต่จะหยิบขนมเข้าปากและมองกระจกสำรวจความงามของตนเอง ปล่อยให้เสี่ยวหนิง สาวใช้หน้าตาธรรมดาที่นั่งคุกเข่าอยู่แทบเท้า เป็นผู้ขยับนิ้วดีดพิณและกระซิบบอกบทกวีผ่านช่องม่านด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลชวนฝัน
"เสี่ยวหนิง... ข้าเมื่อยเหลือกเกิน เมื่อไหร่พวกหนอนหนังสือพวกนี้จะกลับไปเสียที" ฮวาเฟยบ่นอุบพลางปัดเศษขนมออกจากชุดไหมสีชมพูกลีบบัว "แล้วนั่น... ท่านแม่ทัพเอี้ยนฟงมาหรือยัง?"
เสี่ยวหนิงที่กำลังใช้สมาธิโต้ตอบบทสนทนาด้านนอก ก้มหน้าตอบนอบน้อม "มาแล้วเจ้าค่ะคุณหนู ท่านแม่ทัพนั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะทางทิศตะวันออกเจ้าค่ะ"
ฮวาเฟยรีบชะโงกหน้าผ่านรอยแยกม่านเล็กน้อย ทันทีที่เห็นร่างสูงสง่าในชุดเกราะเบาสีดำขลับ กล้ามเนื้อเป็นมัดแน่นตึงบุคลิกบึกบึนสมชาติอาชาไนย ใบหน้าคมเข้มดั่งรูปสลักของเอี้ยนฟงทำให้นางถึงกับใจสั่นระริก
"อา... ท่านแม่ทัพช่างงามสง่ายิ่งนัก" ฮวาเฟยเอ่ยด้วยน้ำเสียงเพ้อฝัน ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเย็นชาและตวัดสายตาคมกริบมาทางเสี่ยวหนิง "เจ้าฟังไว้ให้ดีนะเสี่ยวหนิง ท่านแม่ทัพผู้นี้ข้าหมายตาไว้ เจ้ามีหน้าที่แค่ใช้สมองของเจ้าช่วยข้าคว้าใจเขามาให้ได้เท่านั้น อย่าได้คิดเผยอหน้าหรือใช้วาทศิลป์ของเจ้าเรียกร้องความสนใจจากเขาเด็ดขาด!"
"บ่าวไม่กล้าเจ้าค่ะคุณหนู บ่าวรู้จักเจียมตัวดี" เสี่ยวหนิงก้มหน้าต่ำ พยายามทำตัวให้ลีบเล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้
"ดี! จำใส่หัวเน่าๆ ของเจ้าไว้ว่าที่เจ้าได้กินอิ่มนอนอุ่น มีวิชาความรู้ติดตัว ก็เพราะบุญคุณของสกุลฉินที่ชุบเลี้ยงเจ้ามา หากข้ารู้ว่าเจ้าปริปากเรื่องที่ข้าเขียนกวีไม่เป็นหรือดีดพิณไม่ได้แม้แต่เพลงเดียว... ข้าจะสั่งตัดลิ้นเจ้าเสีย!" ฮวาเฟยขู่ฟ่อพลางจิกเล็บลงบนไหล่สาวใช้
"บ่าวจะรักษาความลับนี้ยิ่งชีวิตเจ้าค่ะคุณหนู" เสี่ยวหนิงรับคำด้วยความขมขื่น
ทว่าหลังจากที่บุรุษทั้งสามคนได้ยื่นคำสู่ขออย่างเป็นทางการต่อสกุลเหอ ความวุ่นวายก็เกิดขึ้นในจวนตระกูลเหอท่านเจ้าเมืองเหอและฮูหยินนั่งอยู่ที่เก้าอี้ประธานด้วยสีหน้าเคร่งเครียด พวกเขาทราบดีว่าบุรุษทั้งสามคนนี้ล้วนแล้วแต่เป็นผู้ที่เพียบพร้อม หลี่จิ่นหรงคือคุณชายใหญ่แห่งตระกูลหลี่ผู้สูงศักดิ์ โจวอี้ฝานคือบุตรชายของขุนนางใหญ่ผู้มั่งคั่ง และซูเหวินเซวียนคือบัณฑิตอัจฉริยะผู้มีอนาคตไกล การได้บุตรเขยจากในสามคนนี้ก็ถือเป็นเกียรติอย่างสูงแล้ว แต่การที่ทั้งสามคนต้องการบุตรสาวของพวกเขาพร้อมกัน ทำให้พวกเขาหนักใจยิ่งนัก"ท่านพี่... เราจะทำเช่นไรดี บุรุษทั้งสามคนนี้ล้วนแล้วแต่เป็นยอดบุรุษ หากเราเลือกเพียงคนเดียว อีกสองคนก็อาจจะกลายเป็นศัตรูของเราได้" ฮูหยินเหอกล่าวด้วยความกังวลในขณะที่ท่านเจ้าเมืองเหอกำลังครุ่นคิดอย่างหนัก หลี่จิ่นหรง ก็ก้าวออกมาจากแถวของบุรุษทั้งสาม"ท่านเจ้าเมืองเหอ ท่านฮูหยิน" หลี่จิ่นหรงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและมั่นคง "ข้าทราบดีว่าการสู่ขอของเราอาจจะดูแปลกประหลาด แต่พวกเราทั้งสามคนได้ตกลงกันแล้วว่า ไม่ว่าใครจะได้แต่งงานกับเยว่หลิงอย่างเป็นทางการ เยว่หลิงก็ยังคงเป็นของพวกเรา
บทส่งท้ายหลังจากที่ความปรารถนาจากลาหายไป บุรุษทั้งสามคนต่างต้องการหาทางนำเหอเยว่หลิง กลับมาอยู่เคียงข้างพวกเขาให้ได้ และวิธีเดียวที่จะทำได้คือการสู่ขออย่างเป็นทางการจากสกุลเหอหลี่จิ่นหรงนั่งหลังตรง สง่างาม แววตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น "ข้าตัดสินใจแล้ว ข้าจะไปสู่ขอเยว่หลิงอย่างเป็นทางการจากท่านเจ้าเมืองเหอ"โจวอี้ฝานเท้าคางอย่างสบายอารมณ์ แต่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนใบหน้า "ช้าก่อนพี่หลี่ ข้าเองก็ต้องการนางเป็นภรรยาเช่นกัน?"ซูเหวินเซวียน "โจวอี้ฝานพูดถูก ข้าเองก็ต้องการเยว่หลิงเป็นฮูหยิน"บุรุษทั้งสามคนตระหนักว่าพวกเขาไม่สามารถสู่ขอเยว่หลิงในฐานะภรรยาเอกได้พร้อมกัน แต่พวกเขาก็ไม่สามารถยอมแพ้ได้เช่นกัน ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่หลี่จิ่นหรงจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรู้สึก"ข้า... ข้าคิดว่าข้าเหมาะสมที่สุด" เขาเริ่ม "ข้าเป็นบุตรชายคนโตของตระกูลหลี่ มีฐานะมั่นคงที่สุด และข้าเป็นคนแรกที่ได้ 'ผูกไมตรี' กับนาง"โจวอี้ฝานหัวเราะเยาะ "เจ้าพูดราวกับว่าการเป็นคนแรกมีความสำคัญอะไร! ข้าต่างหากที่ทำให้นางได้ลิ้มรสความสุขที่แท้จริง! ข้าเป็นคนทำให้นางเปิดใจยอมรับความสัมพันธ์แบบบุร
บทที่ 9 จากลาในที่สุดวันที่เยว่หลิงต้องกลับไปเป็นเหอเยว่หลิง คุณหนูในห้องหอตามเดิมก็มาถึง เหอเยว่ชิง พี่ชายฝาแฝดของนางอาการดีขึ้นมากแล้ว และพร้อมที่จะกลับไปศึกษาต่อที่สำนักอวิ๋นลู่การกล่าวอำลาเกิดขึ้นอย่างเงียบๆ ในห้องพักส่วนตัวของหลี่จิ่นหรง สถานที่ที่พวกเขาเคยผูกไมตรีกันอย่างเร่าร้อน เยว่หลิงสวมชุดสตรีงดงามอ่อนช้อย ใบหน้าจิ้มลิ้มของนางดูเศร้าสร้อยอย่างเห็นได้ชัดหลี่จิ่นหรงเป็นคนแรกที่เดินเข้ามาหานาง ดวงตาคมกริบของเขาเต็มไปด้วยความอาลัยอาวรณ์ เขากุมมือของเยว่หลิงไว้แน่น"เยว่หลิง... เจ้าต้องกลับไปจริงๆ หรือ" เสียงของเขาแหบพร่า ไม่มีความเย็นชาเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย"พี่หลี่... พี่ชายของข้าหายดีแล้ว ข้าไม่สามารถรั้งอยู่ได้อีกต่อไป" เยว่หลิงตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ หลี่จิ่นหรงไม่พูดอะไรอีก เขาโน้มตัวลงจูบนางอย่างดูดดื่มและยาวนาน จูบนี้เต็มไปด้วยความรัก ความปรารถนา และคำมั่นสัญญาที่ไม่อาจเอ่ยออกมาได้ด้วยคำพูด"ข้าจะคิดถึงเจ้า... เยว่หลิง" หลี่จิ่นหรงกระซิบข้างหูของนาง"เราก็คิดถึงเจ้าเช่นกัน" โจวอี้ฝานกล่าว"การจากลาทำให้ข้ารู้ว่าข้าขาดเจ้าไม่ได้" ซูเหวินเซวียนกล่าวอย่างจริงจัง “เราทั้
“ซี้ดดด อา... ข้าเสียว น้ำจะแตกแล้ว อร๊างง... แตกแล้ว”ร่างบอบบางเกร็ง ขมิบแน่นและตอดรัดอย่างรุนแรง ร่องสาวคับแน่นคายน้ำหวานรสอร่อยออกมาทะลักทลาย ส่วนร่างเปี่ยมมัดกล้ามเครียดแข็งที่ประกบด้านหลังขยับซอยถี่แรง เสียงกล้ามหน้าท้องกระทบบั้นท้ายเด็กสาวอย่างเร่าร้อน “อ๊า!!... อ๊า!!...”โจวอี้ฝานแข็งแรงเหลือเกิน เขารวบเอวบอบบางให้นั่งทับบนตักกำยำ ก่อนจะกระทุ้งเข้าร่องสาวแน่นปั๋งของนาง กระแทกอัดจนหัวหยักบานแทรกผ่านกลีบเนื้อ กระเด้าแทงสวนขึ้นไปถี่ยิบ“แม่เจ้าโว้ย ตอดแรงโคตร ไม่ไหวแล้ว”พรวดดด พรวดดดร่างกำยำซอยสะโพกแรงๆ ก่อนจะกระตุกเฮือก ปล่อยน้ำร่านสวาทอัดเข้าเต็มร่องสาว ส่งเสียงครางออกมาพร้อมกันดังลั่น เมื่อโจวอี้ฝานสำเร็จความใคร่ เขาก็อุ้มเยว่หลิงส่งต่อให้ซูเหวินเซวียนที่รออยู่ ซูเหวินเซวียนอุ้มเยว่หลิงขึ้นนั่งบนหลังม้าของเขา โดยให้นางหันหน้าเข้าหาเขาอีกครั้ง ลำหอกของซูเหวินเซวียนถูกสอดใส่เข้าสู่ร่างของเยว่หลิงอย่างนุ่มนวลกว่า“เจ้าโดนปี้กลีบหอยบวมแล้ว ต้องช้าๆ หน่อย”“ฮึก... พี่ซู...”"เสี่ยวชิง... ไม่ต้องกลัว ข้าจะไปอย่างช้าๆ" ซูเหวินเซวียนกระซิบอย่างอ่อนโยน เขาควบม้าไปอย่างช้าๆ แต่ทุกจัง
บทที่ 9 รังแกคุณหนู แม่ทัพหนานอิงสงนั่งอยู่ที่โต๊ะสุรา เคาะปลายนิ้วอย่างหงุดหงิดขณะรอความคืบหน้าจากหมอ แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่มีรายงาน ทุกลมหายใจดูจะเชื่องช้ากว่าที่ผ่านมา ทั้งๆ ที่เขาตั้งใจจะทรมานนางให้ยับเยินแล้วค่อยส่งตัวนางคืนเมืองหลวงเพื่อหยามหน้าราชสำนัก แต่ทว่าเขากลับหงุดหงิดตัวเองอ
แล้วเขาก็สอดนิ้วเข้าไปเพิ่มเป็นสองนิ้ว ร่างกายของคุณหนูโฉมงามเริ่มสั่นสะท้านด้วยแรงเสียว สองขาแยกออกกว้างโดยไม่รู้ตัว “อึ่กก... อูยย...” นิ้วแกร่งแสนหยาบกร้านร้อนเหลือเกิน หลี่เฟยเอี้ยนนั่งแอ่นอ้าให้ชายฉกรรจ์แหย่หอย ร่างกายของเสี่ยวอิ๋งเองก็ร้อนวูบวาบ เบิกตาจ้องมองคุณหนูกำลังถูกท่านแม่ทัพ
หลี่เฟยเอี้ยนยิ้มบางๆ ในขณะที่นางยกจอกสุราขึ้นมาพร้อมกับหนานอิงสง การดวลที่ทั้งน่ากลัวและท้าทายที่สุดในค่ำคืนนี้กำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว! “ช้าก่อน” ร่างสูงใหญ่ยกมือขึ้นห้ามอีกครั้ง “มีปัญหาอะไรอีกหรือท่านแม่ทัพ” หลี่เฟยเอี้ยนกำลังจะจรดจอกสุราเข้าปาก ทว่ามือแกร่งฉวยข้อมือนางไว้แล้
คุณหนูในห้องหอเช่นนางมิอาจมีความรักได้ตามใจชอบ แม้จะมีคู่หมายที่บิดาจัดแจงให้แล้ว แต่นางก็ยังคงเฝ้าถามดวงดาวถามหารักคืออะไร กระทั่งนางแอ่นน้อยเช่นนางปลอมตัวเป็นชาย นามว่า จางหลิงกง แสร้งทำตัวเป็นบัณฑิตตกอับ ยามราตรีเป็นบุรุษ ยามทิวาเป็นสตรีอย่างแนบเนียน โฉบเฉี่ยวฉวัดเฉวียน ทว่าตัวตนของนางกล











