All Chapters of รอยรักกลิ่นสาวงาม: Chapter 1 - Chapter 10

30 Chapters

บทที่ 1

พ่อแม่ของผมเป็นพวกผีพนัน เงินในบ้านถูกเอาไปเล่นพนันจนหมดเกลี้ยง พอไม่มีเงินก็ไปกู้หนี้ยืมสิน กู้เงินนอกระบบจนเป็นหนี้ไม่ต่ำกว่าหลักล้าน พอเห็นว่าไม่มีปัญญาใช้คืน สองคนนั่นก็หนีหายไปดื้อๆในตอนที่ผมกำลังถูกทวงหนี้จนแทบจะหมดหนทาง ลูกพี่ที่ผมรู้จักคนหนึ่งก็ชี้ทางสว่างให้ บอกว่ามีแม่ม่ายสาวสวยฐานะร่ำรวยคนหนึ่งกำลังรับสมัครลูกเขยแต่งเข้าบ้านผู้หญิงคนนั้นเคยแต่งงานมาแล้วสามครั้ง สามีคนแรกอยู่ได้สามปี สามีคนที่สองอยู่ได้สองปี ส่วนสามีคนที่สามอยู่ได้แค่ปีเดียว...ถ้าผมไป ผมก็จะเป็นสามีคนที่สี่พรวด...ตอนนั้นผมแทบจะพ่นน้ำลายออกมา ให้ตายเถอะ ถ้าผมไป ผมจะอยู่รอดได้สักกี่ปี ครึ่งปีเหรอ?หรือว่าความต้องการเรื่องอย่างว่าของผู้หญิงคนนั้นจะสูงปรี๊ดจนสามีแต่ละคนตายกันไปหมด?ต่อให้ร่างกายของผมจะถึกทนแค่ไหน ก็คงรับไม่ไหวหรอกนะลูกพี่คนนั้นทิ้งเบอร์โทรศัพท์ไว้ให้ผมเบอร์หนึ่งแล้วบอกกับผมว่า พวกแก๊งปล่อยเงินกู้พวกนั้นเขารู้จักดี เพื่อให้ได้เงินคืน พวกมันทำได้ทุกอย่างหมดก่อนหน้านี้เคยได้ยินว่ามีคนติดหนี้พวกมันแล้วไม่ยอมคืน ไม่กี่วันต่อมาก็ถูกพบอยู่ในป่าแถวชานเมืองตายสนิทแถมไตยังถูกควักเอาไปด
Read more

บทที่ 2

พรวด...ผมเกือบจะพ่นน้ำลายออกมา จ้องมองสาวสวยตรงหน้าด้วยความตกตะลึง ผมสงสัยว่าตัวเองหูฝาดไปหรือเปล่า เมื่อกี้ผู้หญิงคนนี้พูดว่าอะไรนะ?นี่มันอะไรกัน หรือว่าผู้หญิงในเมืองจะเปิดเผยกันขนาดนี้ พอมีฮีโร่มาช่วยสาวงามแล้วต้องตอบแทนด้วยร่างกายงั้นเหรอ?ในหัวของผมมีแต่ความคิดบ้าบอตีกันมั่วไปหมด ตอนนี้ผมอึ้งจนทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้ว่าควรจะตอบสนองอย่างไรดีที่สำคัญที่สุดคือ ที่นี่มันเหมือนจะเป็นห้องน้ำหญิงนะ มาทำเรื่องอย่างว่าที่นี่ มันจะดีจริงๆ เหรอ?ผู้หญิงคนนั้นเหมือนจะรู้สึกได้ว่าสถานที่นี้ดูไม่ค่อยเหมาะนัก จึงคว้ามือของผม พร้อมกับผลักประตูห้องน้ำบานหนึ่งออก แล้วลากผมเข้าไปข้างใน ก่อนจะกดตัวผมลงไปแนบชิดกับร่างกายของเธอผิวของเธอเนียนนุ่มจนน่าตกใจ แถมยังเต่งตึงมาก พอสูดดมใกล้ๆ ก็ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ นั่นเป็นกลิ่นที่ผมไม่เคยสูดดมจากที่ไหนมาก่อนพอเห็นว่าผมยังยืนอึ้งอยู่ หญิงสาวก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วหันหลังไปเกาะกำแพง“มาสิ!”ผมยืนอึ้ง ไม่รู้ว่าควรจะตอบสนองอย่างไรดี“มัวยืนบื้ออะไรอยู่ นี่เป็นของขวัญตอบแทนที่นายช่วยฉันไว้ไง” หญิงสาวหันกลับมาพูดกับผม ก่อนจะพึมพำเบาๆ ว่า ยอมเสียตัวให้คนแปลกหน
Read more

บทที่ 3

ซูเชียนเชียน ซูจื่อเหยียน?ทั้งสองคนแซ่ซูเหมือนกัน วันนี้ผมกับคนแซ่ซูมีวาสนาต่อกันจริงๆความคิดนี้แวบเข้ามาในหัวของผมครู่หนึ่ง ก่อนที่สายตาจะไปหยุดอยู่ที่ผู้หญิงตรงหน้า แล้วลอบสังเกตอย่างเงียบๆไม่จริงน่า หรือว่าผู้หญิงคนนี้จะเป็นคนที่ประกาศรับสมัครลูกเขยแต่งเข้าบ้านจริงๆ ?ความจริงแล้ว ก่อนที่จะมาที่นี่ ผมเคยจินตนาการไว้ว่า ผู้หญิงที่ต้องหาลูกเขยแต่งเข้าบ้าน คงจะเป็นผู้หญิงที่ขี้เหร่มาก หรือไม่ก็นิสัยแย่สุดๆ แต่ในความเป็นจริงแล้ว มันต่างจากที่ผมคิดไว้อย่างสิ้นเชิงในช่วงเวลาสั้นๆ นี้ ผมได้พบกับผู้หญิงที่สวยที่สุดเท่าที่เคยเจอมาในตลอดชีวิตของผมถึงสองคนซูเชียนเชียน ในความขี้เล่นซุกซนแฝงไปด้วยความน่ารักอยู่หน่อยๆส่วนผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้านี้ กลับแผ่ซ่านไปด้วยเสน่ห์เย้ายวนเธอใส่ชุดทำงานที่ดูทะมัดทะแมง ใต้ชายกระโปรงคือเรียวขาที่สวยงาม ซึ่งถูกห่อหุ้มด้วยถุงน่องสีดำ ข้างล่างเป็นรองเท้าส้นสูงแบบรัดส้นสีดำส่วนใบหน้านั้น ยิ่งสวยสะกดวิญญาณ ริมฝีปากอวบอิ่มสีชมพู ดวงตากลมโตเป็นประกาย ผิวพรรณเนียนละเอียด หาที่ติในตัวผู้หญิงคนนี้ไม่ได้เลย เป็นผลงานชิ้นเอกที่สมบูรณ์แบบที่สุดบนโลกใบนี้เพ
Read more

บทที่ 4

วินาทีนั้น ทั้งผมและซูเชียนเชียนสองคนต่างชะงักไป เราสองคนจ้องหน้ากันด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงซูเชียนเชียนถึงขนาดไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าผ้าขนหนูที่ใช้เช็ดผมร่วงหล่นลงไปกองกับพื้นแล้วซูเชียนเชียน... ผู้หญิงคนนั้น ดันเป็นน้องสาวของซูจื่อเหยียนเนี่ยนะ? งั้นก็คือน้องเมียของผมสิ?ผมกำลังจะเป็นลูกเขยแต่งเข้าบ้านของซูจื่อเหยียน แต่ก่อนที่จะได้เจอซูจื่อเหยียน ผมดันไปมีความสัมพันธ์แบบนั้นกับน้องเมียก่อนเนี่ยนะ?ส่วนซูเชียนเชียนเองก็ดูอาการไม่ต่างกันเท่าไรนัก มือสั่นเทาเล็กน้อย ใบหน้าเปลี่ยนเป็นซีดเผือด กล้ามเนื้อบนใบหน้ากระตุกเบาๆซูจื่อเหยียนเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติ ดวงตากลมโตที่เต็มไปด้วยความสงสัยมองสลับไปมาระหว่างผมกับซูเชียนเชียน“พวกเธอสองคนรู้จักกันเหรอ?”“ผม...”ผมอ้าปากเตรียมจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ในตอนนั้นเอง ซูเชียนเชียนที่ยืนอยู่บนบันไดก็พูดแทรกขึ้นมา ใบหน้าที่เคยเต็มไปด้วยความตกตะลึง ตอนนี้เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มสดใส “เรารู้จักกันค่ะ”“คิดไม่ถึงเลยว่านี่คือว่าที่พี่เขย บังเอิญจริงๆ นะคะเนี่ย...” ซูเชียนเชียนพยักหน้าหงึกหงัก พร้อมกับพูดด้วยรอยยิ้ม “ตอนฉันอยู่ระหว่างทาง บั
Read more

บทที่ 5

เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมาจะโทษผมก็ไม่ได้หรอกนะการได้คร่อมบนร่างที่ทั้งนุ่มนิ่มและหอมขนาดนี้ ความพลุ่งพล่านในใจมันควบคุมไม่ได้หรอก ไม่ว่าผู้ชายหน้าไหนมาเจอสถานการณ์แบบนี้ ก็คงตบะแตกกันทั้งนั้นแต่ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วของผมจะได้สัมผัสลงไปจริงๆ สีหน้าของซูจื่อเหยียนก็เปลี่ยนไปกะทันหัน แววตาของเธอแปรเปลี่ยนเป็นดุดัน ก่อนจะเงื้อมือขึ้น เพียะ! ตบเข้าที่หน้าผมเต็มแรงผมถึงกับอึ้ง มองซูจื่อเหยียนด้วยความงุนงง ไม่เข้าใจเลยว่านี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นกันแน่ซูจื่อเหยียนเหลือบมองไปทางประตูแวบหนึ่ง ก่อนจะกดเสียงต่ำ แล้วเอ่ยขึ้น “ไอ้สารเลวเอ๊ย นายลืมไปแล้วหรือไงว่ารับปากอะไรฉันไว้? เราเป็นสามีภรรยากันแค่ในนาม นายไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องตัวฉัน แล้วเมื่อกี้นายคิดจะทำอะไรไม่ทราบ?”เรื่องสามีภรรยาแค่ในนามนั่น ผมจำได้ขึ้นใจอยู่แล้ว“แล้วคุณ...”“ชู่ว...” ซูจื่อเหยียนยกนิ้วชี้ขึ้นแตะริมฝีปาก ทำเสียงจุ๊ปากเบาๆ จากนั้นชี้ไปที่นอกประตูผมหันไปมองตามสัญชาตญาณ แล้วถึงกับหน้าถอดสี เห็นเพียงที่ช่องว่างใต้ประตู มีเงาดำร่างหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจน“แม่ฉันอยู่ข้างนอก กำลังแอบฟังความเคลื่อนไหวในห้อง เข้
Read more

บทที่ 6

ผมพยายามจะทำให้ตัวเองสงบสติอารมณ์ลง แต่ก็ทำไม่ได้เลย ในหัวมีแต่ภาพความเซ็กซี่ของซูจื่อเหยียนในชุดทำงาน ไม่ก็ภาพเธอในชุดนอนที่เต็มไปด้วยเสน่ห์เย้ายวนยิ่งพยายามบังคับตัวเองไม่ให้คิดเรื่องพรรค์นั้น สมองก็ยิ่งสูญเสียการควบคุม แล้วเตลิดเปิดเปิงไปในทางนั้นร่างกายเริ่มทรมานขึ้นเรื่อยๆ ท้องน้อยร้อนรุ่มราวกับมีกองไฟสุมอยู่สายตาของผมเหลือบไปมองด้านข้างโดยไม่รู้ตัว แสงจันทร์ที่สาดส่องผ่านหน้าต่างของห้องอาบน้ำเข้ามากระทบกับกองเสื้อผ้าที่เธอเพิ่งเปลี่ยนทิ้งไว้ ชุดชั้นในสีขาวนวล แล้วก็ถุงน่องสีดำสุดเซ็กซี่นั่น ทุกอย่างมันดูยั่วยวนไปหมดนั่นมันชุดชั้นในของซูจื่อเหยียนเชียวนะ เพิ่งถอดออกมาด้วย...ผมขอสาบานต่อฟ้าเลยนะว่า ความคิดที่จะหยิบถุงน่องมาสูดดมว่ากลิ่นเป็นยังไงน่ะ ไม่เคยแวบเข้ามาในหัวของผมเลยจริงๆ แต่พอเห็นถุงน่องในมือที่ถูกผมขยำจนยับยู่ยี่และเลอะเทอะไปหมด ในใจก็อดไม่ได้ที่จะเกิดความรู้สึกผิดบาปอย่างรุนแรงขึ้นมาทันทีผมรีบโยนถุงน่องกลับไปที่เดิม แต่ในใจก็แอบกังวลว่าถ้าพรุ่งนี้เช้าซูจื่อเหยียนมาเห็นสภาพนี้เข้า ต้องหาว่าผมเป็นพวกโรคจิตแน่ๆ เผลอๆ อาจจะไล่ผมออกจากบ้านไปเลยก็ได้ และเงินเ
Read more

บทที่ 7

ซูอีอีบังเอิญเห็นสายตาของผมพอดี สีหน้าของเธอซีดเผือดลงเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าเริ่มมีความหวาดกลัวขึ้นมาบ้างแม้ว่าผมแทบจะอดรนทนไม่ไหว อยากจะลงไม้ลงมือสั่งสอนยัยเด็กแสบนี่สักครั้ง แต่ก็ต้องข่มใจไว้ เพราะซูหนิงยังยืนดูอยู่ข้างหลัง“ชิ ไอ้พวกขี้ขลาดตาขาว” หลังจากสบถด่าเสร็จ ซูอีอีก็สะบัดก้นเดินหนีไป“อีอี กลับมานี่!” ตอนนั้นเอง น้ำเสียงที่ฟังดูเข้มงวดและเย็นชาของซูหนิงก็ดังขึ้นมาจากด้านหลังผมเมื่อหันกลับไปมอง เห็นเพียงใบหน้าสวยหวานของซูหนิงกลับเย็นเยียบจนดูน่ากลัวมาก นี่เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นซูหนิงในโหมดนี้ เห็นได้ชัดว่าเธอกำลังโกรธซูอีอีเองก็ดูจะเกรงกลัวซูหนิงอยู่ไม่น้อย เธอหันกลับมา พร้อมกับก้มหน้าลงด้วยความรู้สึกน้อยใจ“ขอโทษพ่อเขาเดี๋ยวนี้” ซูหนิงออกคำสั่ง น้ำเสียงเฉียบขาดร่างของซูอีอีสั่นเทาเล็กน้อย จะให้เธอขอโทษผมเนี่ยนะ? ไม่มีทาง ซูอีอีไม่มีวันยอมเด็ดขาดแต่ซูหนิงคือผู้กุมอำนาจสูงสุดในบ้าน ซูอีอีไม่เคยกลัวใครหน้าไหน แต่กลัวซูหนิงคนเดียว เธอกัดริมฝีปากเบาๆ น้ำตาแทบจะร่วงลงมา ก่อนจะพึมพำออกมาเบาๆ “ขะ... ขอโทษ”“ไม่เป็นไรๆ” ผมรีบตอบรับพลางปัดเช็ดน้ำลายบนเสื้อออกแต่ในจังหวะน
Read more

บทที่ 8

ขโมย?ผมคิดไม่ถึงเลยว่า ซูอีอีจะพูดกับผมแบบนี้ผมรู้ตัวดีว่า ผมหยางเฉินก็แค่คนต้อยต่ำคนหนึ่ง เคยแบกอิฐในไซต์ก่อสร้าง เคยเป็นลูกน้องนักเลง เคยเก็บค่าคุ้มครอง เรื่องระยำตำบอนอะไรก็เคยทำมาหมดแล้วกระทั่งยอมเป็นลูกเขยแต่งเข้าบ้านแต่ชีวิตนี้ผมไม่เคยขโมยของใครคุณปู่ที่เลี้ยงผมมาตั้งแต่เล็กจนโตเคยสอนไว้ว่า ลูกผู้ชายอกสามศอก ต่อให้ต้องไปปล้นเขา ก็อย่าไปขโมยของใครเด็ดขาด มันน่าสมเพช เพราะงั้นผมถึงไม่เคยขโมยของใครเลยผมก็พอจะรู้ว่า ซูอีอีเกลียดขี้หน้าผม และดูถูกผมมาตลอด แต่ผมไม่คิดเลยจริงๆ ว่าเธอจะกล้าใส่ร้ายผมหน้าด้านๆ แบบนี้สีหน้าของผมมืดมนลงทันที หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรงด้วยความโกรธขโมยกระเป๋าเธอเนี่ยนะ? เธอคิดว่าคนอื่นเขาโง่นักหรือไง ใครมันจะบ้าขโมยของแล้วอุตส่าห์ดั้นด้นเอามาคืนให้ถึงที่?แถมดูจากท่าทางเมื่อกี้ ก็เห็นได้ชัดว่าผมกับซูอีอีรู้จักกันแต่ไอ้ผู้ชายที่ชื่อกัวอ้าวกับลูกน้องอีกสองคนที่อยู่ข้างๆ ซูอีอี คงไม่ได้คิดแบบนั้นถึงจะไม่รู้ว่าเรื่องราวมันเป็นมาอย่างไรกันแน่ แต่ในเมื่อซูอีอีเอ่ยปากแล้ว จะเหมาว่าไอ้หมอนี่เป็นขโมยแล้วมันจะทำไมล่ะ?ทั้งสามคนยิ้มเหี้ยม แล้ว
Read more

บทที่ 9

โดยเฉพาะซูอีอี ในจังหวะที่ผมเงยหน้าขึ้นจ้องมองเธอ ดวงตาที่แดงก่ำนั้น ทำเอาซูอีอีตกใจกลัว จนร้องกรี๊ดออกมาถึงแม้ในใจจะอยากสั่งสอนยัยเด็กแสบนี่แค่ไหน แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้ ความโกรธเกรี้ยวที่อัดอั้นอยู่ในใจ จึงถูกระบายไปที่กัวอ้าวแทน ผมเตะเข้าที่ท้องของกัวอ้าวเต็มแรงร่างของกัวอ้าวงอเป็นกุ้ง ขดตัวลงไปกองกับพื้นทันที“แม่งเอ๊ย กล้าตีลูกพี่อ้าวเหรอ ฉันจะฆ่าแก...” ลูกน้องคนหนึ่งของกัวอ้าว พอเห็นลูกพี่ตัวเองโดนซัด สีหน้าก็เปลี่ยนเป็นเหี้ยมเกรียม ง้างหมัดพุ่งเข้ามา“เล่นพ่อแกสิ” ผมสบถด่า ก่อนจะหันไปเหวี่ยงหมัดเข้าใส่ หมัดของผมหนักกว่าไอ้สวะนี่ตั้งเยอะ หมัดเดียวซัดเข้าที่ปากของไอ้หมอนี่ได้ยินแค่เสียงพรวด ปากของลูกน้องคนนั้นก็เบี้ยวไปข้างหนึ่งทันที เลือดสดๆ พุ่งออกมา พร้อมกับฟันซี่หนึ่งที่หลุดออกมาด้วยเลือดตกยางออกเลยเหรอ?นักศึกษาพวกนี้ เคยเห็นการต่อยตีที่ดุเดือดขนาดนี้ที่ไหนกัน แต่ละคนหน้าตาตื่นตระหนกตกใจ โดยเฉพาะลูกน้องอีกคนที่เหลืออยู่ ถึงกับอกสั่นขวัญแขวน ไม่กล้าทะเล่อทะล่าเข้ามาอีกผมก็ขี้เกียจจะไปสนใจไอ้หมอนั่น พุ่งเข้าไปแล้วกระทืบเข้าที่ท้องของกัวอ้าวครั้งแล้วครั้งเล่า หนึ่งที
Read more

บทที่ 10

คนที่ผมเผลอวิ่งชนนั้น รูปร่างเล็กบอบบาง แต่ขนาดของหน้าอกหน้าใจกลับไม่ได้เล็กตามไปด้วย ผมรู้สึกได้เลยว่าหน้าผากของผมจมลงไปในความนุ่มนิ่มจากนั้นก็ได้ยินเสียงร้องว๊าย ร่างนั้นหงายหลังล้มก้นจ้ำเบ้าลงไปกองกับพื้นผมสะบัดหัวไล่ความมึนงงเล็กน้อย ถึงเพิ่งสังเกตเห็นว่า คนที่ผมชนจนล้ม ก็คือซูหนิงซูหนิงไม่ได้ออกไปทำงานแล้วเหรอ ทำไมถึงยังอยู่ที่นี่ล่ะ?คำถามผุดขึ้นมาในหัว แต่ผมก็รีบก้าวเท้าเข้าไปสองก้าว จับแขนซูหนิงไว้ แล้วพยุงเธอให้ลุกขึ้นจากพื้น“แม่ครับ ไม่เป็นไรใช่ไหมครับ เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?” ผมรีบเอ่ยถามน้ำเสียงอ่อนน้อมสุดๆ กลัวว่าถ้าพลาดพลั้งไปนิดเดียวจะทำให้ซูหนิงไม่พอใจแต่ว่าซูหนิงมาอยู่ในห้องของพวกเราได้ยังไง มาทำอะไรเนี่ย?ซูหนิงโบกมือเป็นเชิงบอกว่าไม่เป็นไร แค่โดนชนกะทันหันไปหน่อย หน้าอกเลยอาจจะเจ็บอยู่บ้าง มือเล็กๆ ของเธอลูบหน้าอกเบาๆถึงอายุของซูหนิงจะค่อนข้างเยอะแล้ว น่าจะใกล้ๆ สี่สิบ แต่เพราะดูแลตัวเองมาอย่างดี รูปร่างหน้าตาภายนอกถึงดูเหมือนสาวสวยวัยสามสิบต้นๆ เท่านั้นตอนที่เจอซูหนิงครั้งแรก ผมยังเกือบเข้าใจผิดคิดว่าเธอเป็นพี่สาวของซูจื่อเหยียนซะอีกรูปร่างอวบอิ่มเย
Read more
PREV
123
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status