Partager

บทที่ 2

Auteur: อีกาคลั่งรัก
พรวด...

ผมเกือบจะพ่นน้ำลายออกมา จ้องมองสาวสวยตรงหน้าด้วยความตกตะลึง ผมสงสัยว่าตัวเองหูฝาดไปหรือเปล่า เมื่อกี้ผู้หญิงคนนี้พูดว่าอะไรนะ?

นี่มันอะไรกัน หรือว่าผู้หญิงในเมืองจะเปิดเผยกันขนาดนี้ พอมีฮีโร่มาช่วยสาวงามแล้วต้องตอบแทนด้วยร่างกายงั้นเหรอ?

ในหัวของผมมีแต่ความคิดบ้าบอตีกันมั่วไปหมด ตอนนี้ผมอึ้งจนทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้ว่าควรจะตอบสนองอย่างไรดี

ที่สำคัญที่สุดคือ ที่นี่มันเหมือนจะเป็นห้องน้ำหญิงนะ มาทำเรื่องอย่างว่าที่นี่ มันจะดีจริงๆ เหรอ?

ผู้หญิงคนนั้นเหมือนจะรู้สึกได้ว่าสถานที่นี้ดูไม่ค่อยเหมาะนัก จึงคว้ามือของผม พร้อมกับผลักประตูห้องน้ำบานหนึ่งออก แล้วลากผมเข้าไปข้างใน ก่อนจะกดตัวผมลงไปแนบชิดกับร่างกายของเธอ

ผิวของเธอเนียนนุ่มจนน่าตกใจ แถมยังเต่งตึงมาก พอสูดดมใกล้ๆ ก็ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ นั่นเป็นกลิ่นที่ผมไม่เคยสูดดมจากที่ไหนมาก่อน

พอเห็นว่าผมยังยืนอึ้งอยู่ หญิงสาวก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วหันหลังไปเกาะกำแพง

“มาสิ!”

ผมยืนอึ้ง ไม่รู้ว่าควรจะตอบสนองอย่างไรดี

“มัวยืนบื้ออะไรอยู่ นี่เป็นของขวัญตอบแทนที่นายช่วยฉันไว้ไง” หญิงสาวหันกลับมาพูดกับผม ก่อนจะพึมพำเบาๆ ว่า ยอมเสียตัวให้คนแปลกหน้า ยังดีกว่ายอมให้ไอ้สารเลวนั่น อะไรประมาณนั้น

ประโยคหลังผมฟังไม่ค่อยถนัดเท่าไร

เมื่อเห็นว่าผมไม่ขยับ หญิงสาวก็เร่งเร้าอีกครั้ง “นี่ นายยังเป็นผู้ชายอยู่หรือเปล่าเนี่ย? แค่นี้ก็ไม่กล้าเหรอ?”

บ้าเอ๊ย คำพูดนี้มันยอมไม่ได้จริงๆ เป็นผู้ชายหรือเปล่าน่ะเหรอ ผมเป็นผู้ชายทั้งแท่ง คิดว่าชื่อเสียงความอึดของผมที่ลือลั่นไปทั้งบางมันได้มาฟรีๆ หรือไง?

แถมในสถานการณ์แบบนี้ ถ้าผมยังทนไหว ก็คงไม่ใช่ผู้ชายแล้ว

...

ผู้หญิงคนนี้บ้าบิ่นกว่าที่ผมคิดไว้ซะอีก

ทันใดนั้น เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ก็ดังขัดจังหวะขึ้นมา นั่นไม่ใช่เสียงโทรศัพท์ของผม แต่เป็นของผู้หญิงคนนี้

หญิงสาวเองก็ชะงักไปอย่างเห็นได้ชัด คงไม่คิดว่าจะมีคนโทรมาในเวลานี้ เธอหันมามองผม ส่งสัญญาณให้ผมเงียบเสียงไว้

ผมพยักหน้าเป็นเชิงบอกว่าเข้าใจแล้ว หญิงสาวจึงหยิบโทรศัพท์ออกมา แล้วกดรับสาย

“ฮัลโหล พี่คะ...” เป็นพี่สาวของเธอที่โทรมา

“เธอทำอะไรอยู่น่ะ แม่บอกว่าคืนนี้ให้เธอมากับฉันไม่ใช่เหรอ ทำไมป่านนี้ยังมาไม่ถึงอีก?” ผู้หญิงปลายสายดูเหมือนจะไม่ค่อยพอใจนัก

“ฉัน... ฉัน... พอดีมีเพื่อนมาหาน่ะ... อ๊ะ...” หญิงสาวหลุดเสียงครางออกมาทันที ก่อนจะหันมาถลึงตาใส่ผม

ผมทำหน้าตาใสซื่อ

“เชียนเชียน เธอเป็นอะไรไป? เกิดอะไรขึ้น?” ผู้หญิงปลายสายเห็นได้ชัดว่าได้ยินเสียงเมื่อกี้ เลยรีบถามด้วยความเป็นห่วง กลัวว่าน้องสาวจะเกิดอันตราย

“มะ... ไม่มีอะไร แค่เดินสะดุดนิดหน่อย ไม่เป็นไรหรอก คืนนี้ฉันคงไม่ได้ไปแล้วนะ โอเคค่ะ แค่นี้นะ ฉันวางสายก่อน” พูดรัวๆ จบ หญิงสาวก็รีบวางสาย ก่อนจะหันมามองค้อนผม นิ้วเล็กๆ นั่นหยิกเข้าที่แขนของผมอย่างแรงจนผมต้องแยกเขี้ยว “นายนี่นะ นึกไม่ถึงเลยว่าจะร้ายกาจขนาดนี้ ตั้งใจจะทำให้ฉันขายหน้าใช่ไหม?”

“เปล่าสักหน่อย” ผมปฏิเสธอย่างบริสุทธิ์ใจ

หญิงสาวค้อนใส่ผมหนึ่งที แล้วบ่นอุบอิบ “เร็วๆ หน่อย ฉันต้องรีบกลับแล้วนะ”

...

“เสื้อผ้าเลอะหมดเลยเพราะนาย” หญิงสาวบ่นพึมพำเบาๆ

เธอจัดแจงเสื้อผ้าของตัวเอง ถึงจะขาดวิ่นไปบ้าง แต่ก็ยังพอใส่เดินออกไปข้างนอกได้

“ลาก่อนนะ ถึงแม้ว่าหลังจากนี้คงไม่ได้เจอกันอีกเลยก็เถอะ” ทิ้งท้ายไว้แค่นั้น หญิงสาวก็โบกมือให้ผม แล้วรีบย่องออกไปข้างนอกอย่างลับๆ ล่อๆ เหมือนพวกหัวขโมย

“นี่ เธอชื่ออะไร?” ผมรีบเรียกหญิงสาวคนนั้นไว้ แล้วเอ่ยถาม

ผมไม่อยากให้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันไปแล้ว แต่ผมดันไม่รู้แม้กระทั่งชื่อของเธอ

หญิงสาวยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดก็ยอมเอ่ยปาก “ฉันชื่อซูเชียนเชียน”

“คือว่า...”

“มีอะไรอีกไหม? ถ้านายคิดจะสานสัมพันธ์ต่อล่ะก็ เสียใจด้วยนะ มันเป็นไปไม่ได้หรอก วันนี้มันก็แค่วันไนต์สแตนด์ ระหว่างฉันกับนายไม่มีทางเป็นไปได้หรอก” หญิงสาวกัดริมฝีปากพูด

“เปล่า คือฉัน ฉันแค่จะถามทางน่ะ บาร์เทียนไล่อยู่ที่ไหนเหรอ?” ผมถามพลางกะพริบตาปริบๆ

หญิงสาวถึงกับตกตะลึงในทันที ใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ

ตอนแรกยังคิดว่าเขาอยากจะสานสัมพันธ์ต่อ ที่แท้ก็แค่ถามทาง นี่แสดงว่าเธอคิดมากไปเองงั้นสิ? นี่มันน่าอายมากเลยไม่ใช่หรือไง?

“ที่นี่แหละบาร์เทียนไล่ ที่นายเข้ามาตอนแรกมันคือประตูหลัง ตาทึ่มเอ๊ย...” หญิงสาวแลบลิ้นใส่ผม ทำหน้าทะเล้น ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป

ราวกับสายลมพัดผ่าน ดูเหมือนความฝันและภาพลวงตา

ทุกอย่างเหมือนฝันไปจริงๆ

จนกระทั่งผู้หญิงคนนั้นเดินกะเผลกๆ หายลับไปจากสายตา ผมก็ยังดึงสติกลับมาไม่ได้

ลมเย็นๆ พัดผ่านมาจนผมสั่นสะท้านไปทั้งตัว ถึงเพิ่งสังเกตว่าเสื้อผ้าของผมเองก็หลุดลุ่ยยับเยินไม่ต่างกัน แถมยังมีรอยลิปสติกติดอยู่อีกสองสามรอย ที่นี่มันห้องน้ำหญิงนะ ขืนมีใครมาเห็นเข้าต้องโดนหาว่าเป็นพวกโรคจิตแน่ๆ

ขณะที่ผมกำลังรีบจัดแจงเสื้อผ้าเตรียมจะออกไป ก็เพิ่งสังเกตเห็นว่าบนเสื้อของผมมีคราบเลือดติดอยู่ด้วย ซึ่งคราบเลือดพวกนี้ไม่ใช่ของผมแน่ๆ

บ้าเอ๊ย?

ผู้หญิงคนนั้น คงไม่ใช่ครั้งแรกของเธอหรอกนะ?

ครั้งแรกแต่กล้าบ้าบิ่นขนาดนี้เนี่ยนะ? เพ้อเจ้อเกินไปแล้ว?

ผมรีบจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เรียบร้อย แล้วแอบย่องออกจากห้องน้ำหญิงเงียบๆ จะว่าไปที่นี่ก็คือบาร์เทียนไล่นี่เอง สถานที่ที่ผมไปถึงก่อนหน้านี้ก็คือประตูหลัง

เดินทะลุทางเดินนั้นออกมาจนถึงโซนบาร์ด้านหน้า มันต่างจากบาร์เสียงดังหนวกหูที่ผมเคยไปอย่างสิ้นเชิง ที่นี่ดูเงียบสงบ บรรยากาศสบายๆ และมีเสียงดนตรีคลอเบาๆ ในอากาศ

ผมเริ่มรู้สึกกังวลใจนิดๆ เพราะนี่มันเลยเวลานัดมาแล้ว ผู้หญิงคนนั้นบอกไว้ชัดเจนว่า ถ้ามาช้าจะไม่รอ ป่านนี้คงกลับไปแล้วมั้ง

แอบหงุดหงิดเล็กน้อย เพราะมัวแต่หาความสุขชั่วคราว จนลืมจุดประสงค์หลักที่ตัวเองมาที่นี่

ขณะที่ผมกำลังคอตก เตรียมจะเดินจากไป จู่ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นข้างหู “หยางเฉิน?”

ผมหันไปมองตามสัญชาตญาณ ก็เห็นผู้หญิงรูปร่างสูงเพรียวคนหนึ่ง สวมชุดทำงานสุดเซ็กซี่กำลังโบกมือเรียกผมอยู่ที่โต๊ะริมหน้าต่าง

นี่คือผู้หญิงที่ประกาศรับสมัครลูกเขยแต่งเข้าบ้านเหรอ?

“มานี่สิ ไม่ผิดหรอก นายนั่นแหละ ฉันชื่อซูจื่อเหยียน” ผู้หญิงคนนั้นปรายตามองผม แล้วพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

ซูจื่อเหยียน? จะว่าไปแล้วก็แซ่เดียวกับผู้หญิงคนเมื่อกี้เลยแฮะ!
Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • รอยรักกลิ่นสาวงาม   บทที่ 100

    อีตัว ผู้หญิงที่ใครจะนอนด้วยก็ได้งั้นเหรอ?คำพูดที่แฝงไปด้วยการดูถูกเหยียดหยามอย่างรุนแรงแบบนี้ ทำให้สีหน้าของผมดูย่ำแย่เอามาก ๆถึงแม้จะไม่ได้พุ่งเป้ามาที่ผม แต่การดูถูกหลินเสวี่ยอิงแบบนี้ มันก็ทำให้ผมรู้สึกแย่ในใจมากเหมือนกันทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้?มันเป็นไปไม่ได้เลยนี่นาหลินเสวี่ยอิงไม่ใช่ผู้หญิงแบบนั้นสักหน่อยถึงแม้ระยะเวลาที่ผมกับหลินเสวี่ยอิงรู้จักกันจะไม่ได้นานนัก บางทีผมอาจจะยังไม่ได้เข้าใจหลินเสวี่ยอิงลึกซึ้งมากพอ แต่สัญชาตญาณของผมมันบอกว่า หลินเสวี่ยอิงไม่ใช่ผู้หญิงประเภทที่ใครจะนอนด้วยก็ได้แน่ ๆในทางกลับกัน หลินเสวี่ยอิงให้ความรู้สึกที่ดูใสซื่อบริสุทธิ์มาก ๆ บริสุทธิ์ราวกับกลีบดอกไม้ที่ร่วงหล่นลงมาบางครั้งผมก็เห็นสีหน้าที่ดูสิ้นหวังและอ้างว้างบนใบหน้าของหลินเสวี่ยอิง บางทีก็แฝงไปด้วยความเศร้าหมองจาง ๆถ้าเป็นผู้หญิงที่ไม่แคร์เรื่องพวกนั้นจริง ๆ ก็ไม่น่าจะแสดงสีหน้าแบบนี้ออกมาได้หรอกมั้ง?เรื่องนี้ ถูกผมเก็บเอาไว้ในใจ รอให้ถึงตอนที่กลับไปมหาวิทยาลัยแล้ว ค่อยไปถามให้รู้เรื่องว่าตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ยังไงผมก็ไม่เชื่อหรอกว่าหลินเสวี่ยอิงจะเป็นผู้หญิงแบบนี้พ

  • รอยรักกลิ่นสาวงาม   บทที่ 99

    ให้ตายสิ สมกับที่เป็นผู้หญิงจริง ๆ เรื่องพวกนี้คิดเยอะกว่าผู้ชายซะอีก แต่ว่าถึงแก่ไปแล้วมันจะยานก็เถอะ แต่การที่เธอไม่มีโอกาสแม้แต่จะให้มันยานเนี่ย มันไม่น่าเศร้ากว่าหรือไง?แน่นอนว่าคำพูดพวกนี้ ผมก็แค่คิดในใจเท่านั้นแหละ ขืนพูดออกไปมีหวังได้รนหาที่ตายแน่ ๆชะงักไปครู่หนึ่ง ซูอีอีก็พูดต่อ “หุ่นดี หน้าตาสวย เรียนเก่ง ตามหลักแล้วน่าจะเป็นผู้หญิงที่สมบูรณ์แบบมาก ผู้หญิงแบบนี้ ต่อให้พวกผู้หญิงด้วยกันจะแอบอิจฉาบ้าง แต่ก็คงไม่แสดงออกมาชัดเจนนัก ส่วนพวกผู้ชาย คงทำตัวเป็นแมลงวันตอมหึ่งอยู่รอบ ๆ ตัวหลินเสวี่ยอิงแน่”“แต่ว่า ชื่อเสียงของหลินเสวี่ยอิงกลับไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่ อันที่จริงในมหาวิทยาลัย แทบจะหาคนที่สนิทกับหลินเสวี่ยอิงไม่ได้เลย ไม่ว่าจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงก็ตาม”“ทำไมล่ะ?”“ง่ายมาก ก็เพราะหลินเสวี่ยอิงคบแฟนมาเยอะเกินไปน่ะสิ”“เยอะขนาดไหนน่ะเหรอ บางทีแม้แต่หลินเสวี่ยอิงเองก็คงจำไม่ได้ด้วยซ้ำมั้ง”“ตามปกติแล้ว ขอแค่มีคนไปสารภาพรัก หลินเสวี่ยอิงก็จะตอบตกลง แต่การคบกันแบบนี้ มักจะอยู่ได้ไม่นาน แป๊บ ๆ ก็เลิกกัน แล้วก็เปลี่ยนคนใหม่...”“ตอนนี้ผู้ชายหลายคน แทบจะต่อคิวรอให้หลินเสวี่ยอ

  • รอยรักกลิ่นสาวงาม   บทที่ 98

    ล้างคอรอฉันไว้ได้เลย!น้ำเสียงแหบพร่า เย็นยะเยือก ภายในดวงตาที่แดงก่ำเล็กน้อยนั้น ถึงกับแผ่ซ่านสิ่งที่เรียกได้ว่ารังสีอำมหิตออกมาครั้งนี้ผมโกรธจริง ๆ แล้วผมหยางเฉินไม่ใช่สุภาพบุรุษอะไรหรอกนะ เรื่องประเภทตอบแทนความแค้นด้วยความดีอะไรทำนองนั้น ไม่มีทางเกิดขึ้นกับผมเด็ดขาด ผมมันเป็นแค่คนพาล และคนพาลอย่างผมถือคติว่าแค้นนี้ต้องชำระกล้ามาล่วงเกินผม ก็เตรียมตัวเตรียมใจรอรับการแก้แค้นคืนเป็นร้อยเท่าได้เลย ผมจะทำให้ไอ้พวกสวะกัวอ้าวมันต้องเสียใจที่คิดมาตั้งตัวเป็นศัตรูกับผมท่าทางแบบนั้น ทำเอาสีหน้าของจางฮ่าวซีดเผือดลงไปอย่างกะทันหัน น้ำเสียงนั้น จิตสังหารแบบนั้น ถึงแม้จะไม่ได้มุ่งเป้าไปที่จางฮ่าว แต่ก็ทำให้จางฮ่าวถึงกับตัวสั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุม ขนลุกซู่ไปหมดทั้งตัวจางฮ่าวส่งยิ้มแห้ง ๆ ให้ผม จากนั้นเซวียหนิงหนิงกับหลินเสวี่ยอิงก็พากันเดินออกจากห้องพักผู้ป่วยไป ตอนที่กำลังจะกลับ หลินเสวี่ยอิงยังแอบโบกมือลาผมด้วยแต่การกระทำนั้น กลับถูกซูอีอีสังเกตเห็นเข้าภาพนั้น ทำให้สีหน้าของซูอีอีดูแย่ลงทันที เงาร่างของพวกเขาสามคนเพิ่งจะลับสายตาไปจากหน้าประตู ซูอีอีก็อดไม่ได้ที่จะบ่นอุบอิบขึ้นม

  • รอยรักกลิ่นสาวงาม   บทที่ 97

    “ดีขึ้นมากแล้วล่ะ...”“ได้ยินหรือยัง ดีขึ้นมากแล้ว ถ้าพวกเธอไม่มีธุระอะไรแล้ว ก็รีบกลับไปเถอะ” ซูอีอีโบกมือเล็ก ๆ ไปมา พูดด้วยน้ำเสียงรำคาญใจท่าทางแบบนั้นดูเสียมารยาทมาก ดูเหมือนตั้งแง่เป็นศัตรูกับคนตรงหน้า ถ้าจะพูดให้ถูก น่าจะตั้งแง่เป็นศัตรูกับหลินเสวี่ยอิงซะมากกว่ากลับเป็นเซวียหนิงหนิง พอได้ยินคำพูดประโยคนั้น ก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกทันที ดูท่าทางเหมือนจะดีใจมาก ยัยเด็กนี่ไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าผมตรง ๆ ด้วยซ้ำ สายตาที่มองมามีแต่ความหวาดกลัวอยู่เต็มไปหมดแต่ในเมื่อพวกเขาอุตส่าห์เดินทางมาตั้งไกล จะให้ไล่กลับไปแบบนี้ มันก็ดูไม่ค่อยเข้าท่าเท่าไหร่ ผมเลยชวนให้พวกเขาสามคนเข้ามานั่งพักข้างในก่อน แล้วก็เห็นเซวียหนิงหนิง หัวหน้าชั้นปีที่ดูเหมือนกระต่ายคนนั้น หน้าจ๋อยทันทีหลังจากนั่งลง หลินเสวี่ยอิงก็หยิบกระดาษชีทปึกหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเป้ข้างตัว เตรียมจะยื่นมาให้ผม “นายไม่ได้เข้าเรียนวันหนึ่ง ฉันกลัวว่านายจะเรียนไม่ทัน นี่เป็นโน้ตย่อสรุปเนื้อหาในคลาส ฉันช่วยจดและเรียบเรียงไว้ให้แล้ว นาย...”“ไม่ต้องหรอก เรื่องเรียนของเขาเดี๋ยวฉันรับผิดชอบเอง ไม่ตามหลังแน่” ซูอีอีส่งเสียงหึในลำคอ พู

  • รอยรักกลิ่นสาวงาม   บทที่ 96

    หลังจากผ่านเรื่องราวในครั้งนี้มาได้ ความบาดหมางระหว่างผมกับซูอีอีก็คลี่คลายลง ความสัมพันธ์ของพวกเราพัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดด สำหรับผมแล้ว ซูอีอีก็เปรียบเสมือนคนในครอบครัวของผมจริง ๆ ผมจะไม่มีทางยอมให้ซูอีอีต้องเผชิญกับอันตรายใด ๆ เด็ดขาดถ้าพวกกัวอ้าวกล้ามาหาเรื่องจริง ๆ ล่ะก็ ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิต ผมก็จะเอากาต้มน้ำร้อนในมือนี้ฟาดใส่หัวของไอ้หมอนั่นในกาต้มน้ำนี้ มีน้ำร้อนจัดที่ซูอีอีเพิ่งจะใส่มา ถ้าเกิดฟาดเข้าไปจริง ๆ ล่ะก็ รับรองว่าหน้าของไอ้หมอนั่นได้สุกแน่ ๆผมทำหน้าถมึงทึง กระชากประตูห้องเปิดออกแล้วพุ่งออกไปแต่พอเพิ่งจะออกไปข้างนอก สีหน้าของผมก็เปลี่ยนเป็นแปลกประหลาดทันทีเรื่องราวมันไม่ได้เป็นอย่างที่ผมคิดไว้เลย ผมนึกว่าคนที่กำลังทะเลาะกับซูอีอีคือพวกกัวอ้าว แต่พอมองดูดี ๆ แล้วกลับไม่ใช่เลยคนที่ปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าซูอีอีคือเพื่อนนักศึกษาสามคน หน้าตาคุ้น ๆ ทั้งนั้น น่าจะเป็นเพื่อนร่วมคลาสของพวกเราผมรู้จักแค่คนเดียว นั่นก็คือหลินเสวี่ยอิง เพื่อนร่วมโต๊ะของผมเธอยังคงเป็นเด็กสาวที่แฝงไปด้วยความเศร้าหมองเล็กน้อย แต่แววตากลับดูเด็ดเดี่ยวเข้มแข็ง สวมกระโปรงยาวคลุมเข่า ช่วงเอว

  • รอยรักกลิ่นสาวงาม   บทที่ 95

    มองแผ่นหลังของซูเชียนเชียน แม้จะรู้สึกว่าคำพูดที่กำลังจะพูดออกไปมันอาจจะน่าอายไปสักหน่อย แต่ผมก็อดไม่ได้ที่จะถามขึ้นมาประโยคหนึ่ง“จริงสิ เชียนเชียน แล้วพี่สาวเธอล่ะ?” คำพูดเพิ่งจะหลุดออกจากปาก ผมก็นึกอยากจะตบปากตัวเองสักที นี่มันอะไรกัน?ใครจะไปรู้ว่า หลังจากได้ยินคำถามของผม สีหน้าของซูเชียนเชียนจะแข็งค้างไปในทันที เธอหัวเราะแห้ง ๆ ออกมาเล็กน้อย ก่อนจะหลบสายตาโดยไม่รู้ตัว “พี่สาวน่ะ นายก็รู้ใช่ไหมว่า พี่เป็นอธิการบดี ทุกวันงานยุ่งจะตาย ก็เลยต้องไปเช้าหน่อย”“แต่พี่ก็ยังฝากมาบอกให้นายพักผ่อนให้มาก ๆ เรื่องอื่นไม่ต้องเป็นห่วง ทางนั้นพี่เขาจะจัดการให้เรียบร้อยเอง” ซูเชียนเชียนรีบพูดอย่างรวดเร็ว“สายมากแล้ว ฉันต้องไปแล้วล่ะ ตอนบ่ายเดี๋ยวฉันมาเยี่ยมใหม่นะ” ซูเชียนเชียนโบกมือให้ผม แล้วเดินออกจากห้องพักผู้ป่วยไป ส่วนผมก็ไม่ได้คิดอะไรมากหลังจากน้องเมียกลับไป ในห้องพักผู้ป่วยก็เหลือแค่ผมกับซูอีอีสองคนผมเหลือบมองซูอีอีแวบหนึ่ง คงเป็นเพราะเรื่องเมื่อกี้ ซูอีอีก็เลยยังอารมณ์เสียอยู่ เธอทำปากยื่น ท่าทางแบบนั้นดูน่ารักสุด ๆ ไปเลยผมถามซูอีอีว่า จะกลับไปมหาวิทยาลัยไหม ทางฝั่งผมไม่ค่อยมีปัญห

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status