บททั้งหมดของ รอยรักกลิ่นสาวงาม: บทที่ 21 - บทที่ 30

30

บทที่ 21

“ตอนนั้นเขายังไม่ตาย แค่ขาสองข้างพิการไปเลย นอนขยับตัวไม่ได้อยู่บนเตียงผู้ป่วย และก็เป็นช่วงนั้นเองที่ทำขั้นตอนผสมเทียมจนมีซูอีอีขึ้นมา จากนั้นผู้ชายคนนั้นก็นอนติดเตียงอยู่ถึงสี่ปีเต็ม ๆ กว่าจะตาย”มุมปากของผมกระตุกขึ้นมาเล็กน้อย บ้าเอ๊ย โคตรอนาถเลย เดิมทีก็กะจะมาปอกลอกเอาเงินแท้ ๆ แต่สุดท้ายต่อให้ได้เงินไปก็ไม่มีปัญญาใช้ แถมยังต้องนอนเป็นผักอยู่บนเตียงตั้งสี่ปีขยับไปไหนก็ไม่ได้ แบบนี้มันทรมานยิ่งกว่าตายเสียอีก“สามีคนที่สอง ก็เป็นไอ้สารเลวเหมือนกัน แถมยังทำตัวทุเรศยิ่งกว่า ไม่ใช่แค่คิดไม่ซื่อกับฉัน แต่ยังลามปามไปคิดมิดีมิร้ายกับเชียนเชียน เคยลวนลามเชียนเชียนด้วยซ้ำ มีอยู่ครั้งหนึ่งมันฉวยโอกาสตอนที่ฉันอยู่บ้านคนเดียว คิดจะขืนใจฉัน ผลก็คือโดนฉันเอามีดแทงเจ็บตัวไปอีกคน”“หมอนั่นก็ออกจากบ้านไปด้วยความโมโหจัด แต่ผลคือดันไปหาเรื่องแก๊งมาเฟียข้างนอก เลยโดนฟันตายคาถนน”อึก... ผมกลืนน้ำลายลงคอเฮือกใหญ่ผมถามออกไปเสียงสั่นนิด ๆ ด้วยความรู้สึกหวาดเสียว “แล้ว... แล้วคนที่สามล่ะ?”“คนที่สามก็เป็นเดนมนุษย์ ไอ้สารเลวนั่นถึงขนาดกล้าคิดอกุศลกับอีอี ตอนนั้นอีอียังเด็กมากแท้ ๆ มันกล้าคิดจะล่วงละเม
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 22

ตั้งแต่ค้นพบว่าธาตุแท้ของซูจื่อเหยียนไม่ได้แข็งกร้าวอย่างที่คิด ผมก็พบว่าตัวเองเริ่มมีความกล้ามากขึ้นเรื่อย ๆถึงขั้นที่ว่าสามารถหน้าด้านหน้าทน เสนอคำขอที่มันเกินเลยไปมากได้แล้วช่วยผม?ซูจื่อเหยียนแอบเหลือบมองแวบหนึ่ง แล้วก็รีบหันหน้าหนีไปทางอื่นทันที พร้อมกับส่ายหัวไม่หยุด“ไม่เอา ไม่มีทางเด็ดขาด!” ซูจื่อเหยียนพูดเสียงแข็งอย่างเด็ดขาด “หรือไม่ก็... ฉันถอดถุงน่องให้นาย แล้วนายก็เอาไปจัดการเอาเองก็แล้วกัน”ผมเกาหัว ทำหน้าตากวนประสาทแบบพวกอันธพาล “เกรงว่าจะไม่ได้น่ะสิ ปกติมันก็พอได้อยู่หรอก แต่ครั้งนี้มันไม่เหมือนกัน มันรุนแรงกว่าครั้งไหน ๆ ที่ผ่านมา แค่ถุงน่องอย่างเดียว คงช่วยแก้ปัญหาไม่ได้หรอก”“แล้ว... แล้วจะให้ช่วยนายแก้ปัญหายังไงล่ะ?” ซูจื่อเหยียนกัดริมฝีปากเบา ๆ แล้วกระซิบถาม “ฉันไม่มีทางยอมมีอะไรกับนายเด็ดขาดนะ”“ไม่เป็นไร ใช้ตรงอื่นก็ได้ ผมไม่ติดหรอก” ผมพูดออกไปอย่างหน้าไม่อายถึงซูจื่อเหยียนจะยังบริสุทธิ์ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะไร้เดียงสาถึงขนาดไม่รู้อะไรเลยพอในหัวจินตนาการไปถึงภาพแบบนั้น ใบหน้าของเธอก็แดงซ่านขึ้นมาเป็นพิเศษ เธอส่ายหัวดิกไม่หยุด “ไม่ได้ เด็ดขาดเลย
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 23

“นาย... เอาที่สบายใจแล้วกัน สรุปคือรีบ ๆ หน่อย” เสียงแผ่วเบาราวกับเสียงยุงบินผมรู้สึกว่าความเร็วในการหลั่งน้ำลายในลำคอของตัวเองกำลังเพิ่มขึ้นอย่างบ้าคลั่งทั้งร่างแทบจะค่อย ๆ ขยับเข้าไปทีละก้าว ความรู้สึกในตอนนี้แตกต่างจากก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง ภายในใจให้ความรู้สึกราวกับมาแสวงบุญ จนกระทั่งไปถึงข้างกายซูจื่อเหยียนในวินาทีนี้ ภายในใจไม่มีความเกรี้ยวกราดเหมือนก่อนหน้านี้อีกแล้ว สัมผัสได้ชัดเจนเลยว่ามันชัดเจนและละเอียดอ่อนมากยิ่งขึ้นผมรู้สึกว่าลมหายใจของตัวเองก็เริ่มหอบถี่ขึ้นมาเป็นพิเศษซูจื่อเหยียนเองก็ชักจะทนไม่ไหว บนลำคอมีตุ่มหนังไก่ผุดขึ้นมาเป็นชั้นบาง ๆ“นี่ นาย... นายอย่าทำอะไรบ้า ๆ นะ จะทำอะไรก็รีบ ๆ เข้าสิ” ซูจื่อเหยียนประท้วงเสียงเบาผมหัวเราะออกมาเบา ๆ ภายใต้จังหวะหัวใจที่เต้นรัวแรง ผมก็ค่อย ๆ เอนตัวเข้าไปแนบชิดกับเรือนร่างสุดเซ็กซี่ของซูจื่อเหยียนเรียวขาที่อ่อนนุ่ม ความรู้สึกนั้นมันช่างยอดเยี่ยมเป็นพิเศษจริง ๆ“ขาของคุณ นุ่มจังเลยนะ” ผมซบหน้าลงที่ข้างหูของซูจื่อเหยียน แล้วกระซิบเสียงแผ่วผมเห็นว่าใบหูของซูจื่อเหยียนเปลี่ยนเป็นสีแดงเถือกไปหมดแล้ว“นาย... ไอ้หมอน
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 24

ชีวิตส่วนตัวของซูจื่อเหยียนงั้นเหรอ? หรือว่าซูจื่อเหยียนยังคิดจะสวมเขาให้ผมอีก?ในหัวอดไม่ได้ที่จะมีความคิดแบบนี้ผุดขึ้นมา แต่พอลองคิดดูอีกที ก็รู้สึกว่าเป็นไปไม่ได้ ในเมื่อในใจของซูจื่อเหยียนเต็มไปด้วยความรังเกียจผู้ชายเสียขนาดนั้นผู้หญิงที่แค่ปล่อยให้ผู้ชายมาแตะต้องตัวก็ยังรู้สึกขยะแขยงแบบนี้ เรื่องสวมเขาให้กันไม่มีทางเกิดขึ้นได้แน่ ๆเดาว่าซูจื่อเหยียนคงไม่อยากให้ผมเข้าไปวุ่นวายกับชีวิตของเธอมากเกินไปมากกว่า ความสัมพันธ์ของผมกับซูจื่อเหยียนจำกัดอยู่แค่ภายในวิลล่าหลังนี้เท่านั้นเดิมทีผมก็ไม่ได้คิดจะเข้าไปก้าวก่ายอะไรอยู่แล้ว เลยตอบตกลงไปอย่างง่ายดายซูจื่อเหยียนพยักหน้าเบา ๆ ผ่านไปครู่หนึ่ง เธอก็หันมาถามผมว่า “นี่ หยางเฉิน นาย... นายอยากไปเรียนหนังสือไหม?”“เรียนหนังสือเหรอ?” ผมชะงักไปนิดหนึ่ง “ก็ต้องอยากสิ การถูกคนอื่นมองว่าเป็นพวกไร้การศึกษามันน่าเศร้าจะตายไป” ผมยักไหล่พร้อมกับพูดต่อ “แต่ผมดรอปเรียนไปแล้วนี่สิ”“แล้วนายอยากไปเรียนที่มหาวิทยาลัยธุรกิจเซิ่งอวี่ไหมล่ะ?”“ที่นั่นไม่ได้เข้ากันได้ง่าย ๆ ไม่ใช่หรือไง?” ผมเกาหัว “ตอนอยู่ต่างจังหวัดผมก็เคยได้ยินมาว่า มีคนตั้งมากมา
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 25

ในเสี้ยววินาทีนั้น ผมได้แอบเห็นทิวทัศน์อันงดงามหาใดเปรียบผู้หญิงที่อยู่ตรงข้ามดูเหมือนจะสังเกตเห็นสายตาของผม เธอแผดเสียงกรีดร้องออกมาดังลั่น รีบตะครุบกระโปรงของตัวเองลงมาปิด ดวงตาคู่นั้นจ้องมองมาที่ผมด้วยความรังเกียจและขยะแขยง สายตาที่เธอมองผมราวกับกำลังมองพวกโรคจิตไม่มีผิด“ขอโทษ ขอโทษที คุณไม่ได้เจ็บตรงไหนใช่ไหม?” ผมรีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นจากพื้น เตรียมจะดึงผู้หญิงคนนั้นให้ลุกขึ้นมาแต่ผู้หญิงคนนั้นดูเหมือนจะปักใจเชื่อไปแล้วว่าผมเป็นพวกโรคจิต เธอปัดมือผมออกดังเพียะ แล้วลุกขึ้นยืน เดินกะเผลก ๆ จากไปมองดูแผ่นหลังของผู้หญิงคนนั้นที่เดินจากไป ผมถึงกับพูดไม่ออกดูจากท่าทางแล้ว ผู้หญิงคนนี้น่าจะเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยสินะ อาจารย์ในมหาวิทยาลัยนี้คงไม่ได้คัดเลือกกันที่หน้าตาหรอกนะ“หยางเฉิน ในที่สุดนายก็มาสักที” ในตอนนั้นเอง ก็มีเสียงที่คุ้นเคยดังมาจากด้านหน้าพอผมเงยหน้าขึ้นมอง ก็พบร่างของน้องเมียอย่างซูเชียนเชียนปรากฏตัวอยู่ตรงหน้า“เชียนเชียน ฉัน...” พอได้เห็นซูเชียนเชียน ในใจก็เกิดความรู้สึกพิเศษขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่แต่ตอนที่ผมเพิ่งจะอ้าปากพูด กลับถูกซูเชียนเชียนพูดขัดขึ้นมา
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 26

ขนาดของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ใหญ่โตแค่ไหนก็คงพอจะนึกภาพออกเดิมทีในคลาสเรียนยังส่งเสียงดังโหวกเหวกโวยวาย แต่พอซูเชียนเชียนเดินขึ้นไปบนโพเดียม ภายในห้องก็กลับมาเงียบสงบลงในเวลาอันรวดเร็วดูออกเลยว่า ท่าทางที่ดูเคร่งขรึมและเจ้าระเบียบของซูเชียนเชียนแบบนี้ ยังคงมีอิทธิพลข่มขวัญพวกนักเรียนเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี“เอาล่ะ เตรียมตัวเรียนได้แล้ว แต่ก่อนหน้านั้นขอแนะนำตัวก่อนนะ คลาสเรามีนักศึกษาใหม่ย้ายเข้ามา หวังว่าต่อไปทุกคนจะทำตัวดี ๆ และเข้ากันได้นะ” ซูเชียนเชียนกล่าวผมสัมผัสได้ถึงสายตาของนักศึกษาทั้งห้อง ที่ต่างก็จับจ้องมาที่ผมเป็นตาเดียวตอนที่เพิ่งจะอ้าปากเตรียมแนะนำตัว จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงแหลมปรี๊ดแทรกขึ้นมา “หยางเฉิน ทำไมถึงเป็นนายล่ะ?”ผมหันไปมองตามเสียงนั้นโดยสัญชาตญาณ ก่อนจะรู้สึกปวดขมับขึ้นมา เจ้าของเสียงนั้น ถ้าไม่ใช่ซูอีอีแล้วจะเป็นใครไปได้อีกล่ะ?เพียงแต่ตอนนี้ ซูอีอีกำลังเบิกตากลมโตจ้องเขม็งมา แววตาของเธอเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ และยังแฝงความโกรธเคืองเอาไว้อย่างเห็นได้ชัดเราสองคนรู้จักกันด้วยเหรอ?พวกนักศึกษารอบ ๆ เริ่มกระซิบกระซาบกันผมเองก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยและที่น
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 27

สีหน้าของผมมืดมนจนถึงขีดสุด กระดาษแผ่นนี้ไม่ต้องดูก็รู้ว่าใครเป็นคนปามาซูอีอี กัวอ้าว แล้วก็ลูกน้องสอพลอของกัวอ้าวอีกสองคน นอกจากไอ้พวกเวรนี่แล้ว ก็ไม่มีทางเป็นคนอื่นไปได้ร่างกายสั่นเทาไปหมด ผมสัมผัสได้ถึงเปลวเพลิงแห่งความโกรธแค้นที่ปะทุขึ้นมาในใจทันทีแต่ถึงยังไงผมก็รู้ดีว่าที่นี่คือที่ไหน แม้จะโกรธจัดแค่ไหน แต่ผมก็ยังพยายามข่มความขุ่นเคืองในใจเอาไว้ ผมไม่อยากมีเรื่องชกต่อยกับเพื่อนนักศึกษาที่นั่งอยู่ข้างหลังตั้งแต่วันแรกและคลาสแรกของการไปเรียนหรอกนะสำหรับผมแล้ว โอกาสในการได้เรียนหนังสือมันยากลำบากแค่ไหนผมรู้ดีที่สุด ผมไม่อยากปล่อยโอกาสนี้ให้เสียเปล่าหลินเสวี่ยอิงที่อยู่ข้าง ๆ เดิมทียังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่พอเห็นสภาพของผม เธอก็เริ่มรู้สึกขึ้นมานิด ๆ แล้วว่าสถานการณ์ดูไม่ค่อยชอบมาพากลในตอนนั้นเอง ก้อนกระดาษอีกลูกก็ปามาโดนหัวผมมันกลิ้งไปทางหลินเสวี่ยอิง เธอเอื้อมมือไปหยิบก้อนกระดาษนั้นขึ้นมาดูโดยสัญชาตญาณไอ้โง่!บนกระดาษมีข้อความเขียนไว้แค่นั้น สีหน้าของหลินเสวี่ยอิงก็เปลี่ยนไปทันทีหลินเสวี่ยอิงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่สายตาที่เธอมองมาค่อนข้างเป็นกังวล ผมจ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 28

“ฮ่า ๆ ขอโทษที ๆ ฉันดันเผลอมือลั่นไปหน่อย ขอโทษด้วยนะเพื่อน...” ลูกน้องของกัวอ้าวคนหนึ่งลุกขึ้นยืน แล้วพูดกับผมด้วยรอยยิ้มแป้นแล้นปากบอกว่าขอโทษ แต่ท่าทางแบบนั้นมันไม่ได้มีความหมายว่าจะขอโทษเลยสักนิด สีหน้านั่นมันบอกชัด ๆ ว่าฉันจงใจทำ แล้วแกจะทำไมร่างกายของผมสั่นเทาไม่หยุดเพราะความโกรธ หลินเสวี่ยอิงมองมาที่ผมด้วยความกังวลเล็กน้อยก่อนหน้านี้ดรอปเรียนไป กว่าจะได้โอกาสกลับมาเรียนใหม่มันไม่ง่ายเลย ผมก็แค่อยากจะตั้งใจเรียนเท่านั้น ไม่ได้อยากแกว่งเท้าหาเสี้ยนผมไม่อยากหาเรื่อง แต่ก็ไม่ได้แปลว่าผมจะกลัวมีเรื่องนะผมไม่อยากมีเรื่องชกต่อยตั้งแต่วันแรกที่เปิดเทอม แต่ก็ไม่ได้แปลว่าผมจะต่อยไม่เป็นโดนคนอื่นปีนเกลียวขึ้นมาขี่คอฉี่รดหัวแบบนี้ เป็นใครก็ทนไม่ไหวทั้งนั้นแหละในเมื่อทนไม่ไหว ก็ไม่ต้องทนมันอีกต่อไปแต่ในเวลาแบบนี้ สีหน้าของผมกลับดูแปลกเป็นพิเศษ ผมกำลังยิ้มออกมา เพียงแต่ว่ารอยยิ้มนั้นกลับดูดุร้ายและเย็นเยียบสุด ๆ ถึงขั้นทำให้รู้สึกขนหัวลุกซู่ผมชำเลืองมองลูกน้องสอพลอของกัวอ้าวคนนั้นแวบหนึ่งรอยยิ้มอันแสนเย็นเยียบและแววตาที่น่าสะพรึงกลัวนั้น ทำเอาลูกน้องสอพลอคนนี้ถึงกับตัวสั่น
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 29

เพียะ...คราวนี้หลบไม่พ้นแผ่นหลังโดนฟาดเข้าอย่างจัง เจ็บแสบไปหมดร่างกายเซถลาไปเล็กน้อย วินาทีต่อมาผมก็หันขวับกลับไป ใบหน้าดูดุร้ายราวกับสัตว์ป่า ตอนที่เห็นว่าเจ้านั่นยังคิดจะคว้าเก้าอี้มาฟาดอีก ผมก็คว้าขาเก้าอี้เอาไว้ แล้วถีบเข้าที่ท้องของมันไปหนึ่งทีร่างของหมอนั่นงอเป็นกุ้งทันที มือก็จับเก้าอี้ไว้ไม่อยู่ จากนั้นผมก็พุ่งเข้าไป คว้าผมรองทรงยาวของมันเอาไว้ แล้วตีเข่าใส่ใบหน้าของมันอย่างสุดแรงปึก... เป็นการตีเข่าที่ดุดันมาก!บนหัวเข่าเต็มไปด้วยรอยเลือดหย่อมใหญ่ ไม่ใช่เลือดของผม แต่เป็นเลือดของไอ้ขยะนี่จากนั้นก็จิกหัวมันขึ้นมา แล้วจับกระแทกเข้ากับโต๊ะข้าง ๆท่าทางแบบนั้น ดูโหดเหี้ยมถึงขีดสุด ไม่ใช่พฤติกรรมที่นักศึกษาควรจะมีเลยสักนิดซูอีอีที่อยู่ข้างหลังถูกทำให้ตกใจจนตัวสั่นเทาไปหมด ใบหน้าซีดเผือดถึงซูอีอีจะเป็นเด็กเรียนเก่ง เป็นหญิงสาวที่ฉลาดมาก แต่ยังไงก็ยังเป็นแค่ผู้หญิงคนหนึ่ง จะเคยเห็นภาพที่น่ากลัวขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน“หยางเฉิน นายทำอะไร นายคิดจะฆ่าคนหรือไง?” ทว่า เมื่อเห็นเพื่อนของตัวเองถูกผมซ้อมขนาดนี้ ซูอีอีก็ยังอุตส่าห์ยืนหยัดขึ้นมา คิดจะดึงตัวผมเอาไว้แต่ต
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 30

ซวยแล้ว คราวนี้ต้องจบเห่แน่ โดนยายแก่เจ้าระเบียบนี่เพ่งเล็งเข้า รับรองว่าต้องซวยแน่ ๆ“อาจารย์ซูคะ เรื่องนี้จะโทษหยางเฉินไม่ได้นะคะ พวกเขาสามคนเป็นคนหาเรื่องก่อน ถ้าไม่เชื่ออาจารย์ลองดูพวกนี้สิคะ...” หลินเสวี่ยอิงชี้ไปที่เศษกระดาษพวกนั้นบนโต๊ะของผมแล้วรีบพูดขึ้นมาซูเชียนเชียนหรี่ตาลง มองดูของบนโต๊ะแวบหนึ่ง สีหน้าก็ยิ่งดูแย่ลงไปอีก“ฉันรู้แล้วล่ะ เดี๋ยวฉันจะจัดการเรื่องนี้เอง นายตามฉันไปที่ห้องพักอาจารย์หน่อย”ผมทำได้แค่เดินคอตกตามหลังซูเชียนเชียนไปจนกระทั่งถึงห้องพักอาจารย์ของซูเชียนเชียน หลังจากประตูห้องปิดลง ใบหน้าที่ตึงเครียดของซูเชียนเชียนในตอนแรกก็ผ่อนคลายลงทันที กลายเป็นความกังวลอย่างหนักเข้ามาแทนที่“เสี่ยวเฉิน... ไม่สิ พี่เขย นาย... นายเป็นยังไงบ้าง แขนของนายเป็นยังไงบ้าง ต้องไปเอกซเรย์ที่โรงพยาบาลดูหน่อยไหม?” ซูเชียนเชียนเอ่ยถามด้วยความร้อนรนความเป็นห่วงบนใบหน้า ปิดบังเอาไว้ไม่มิดเลยแม้แต่น้อยทำไมกันนะ ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ตัดสินใจดีแล้วแท้ ๆ ว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ทั้งสองคนก็เป็นแค่อาจารย์กับนักศึกษา เป็นแค่พี่เขยกับน้องเมีย ไม่มีทางที่จะมีเรื่องอื่นใดมากไปกว่านี
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
123
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status