รอยรักกลิ่นสาวงาม

รอยรักกลิ่นสาวงาม

By:  อีกาคลั่งรักUpdated just now
Language: Thai
goodnovel4goodnovel
Not enough ratings
30Chapters
27views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

ผมชื่อหยางเฉิน เป็นไอ้ขี้แพ้ถังแตกที่กำลังจะบ้าตายเพราะหนี้สินรุมเร้า แต่ในตอนที่ผมเข้าตาจน ลูกพี่ที่รู้จักคนหนึ่งก็ได้มอบโอกาสทองให้ และนับจากวินาทีนั้น ชีวิตของผมก็ไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป

View More

Chapter 1

บทที่ 1

พ่อแม่ของผมเป็นพวกผีพนัน เงินในบ้านถูกเอาไปเล่นพนันจนหมดเกลี้ยง พอไม่มีเงินก็ไปกู้หนี้ยืมสิน กู้เงินนอกระบบจนเป็นหนี้ไม่ต่ำกว่าหลักล้าน พอเห็นว่าไม่มีปัญญาใช้คืน สองคนนั่นก็หนีหายไปดื้อๆ

ในตอนที่ผมกำลังถูกทวงหนี้จนแทบจะหมดหนทาง ลูกพี่ที่ผมรู้จักคนหนึ่งก็ชี้ทางสว่างให้ บอกว่ามีแม่ม่ายสาวสวยฐานะร่ำรวยคนหนึ่งกำลังรับสมัครลูกเขยแต่งเข้าบ้าน

ผู้หญิงคนนั้นเคยแต่งงานมาแล้วสามครั้ง สามีคนแรกอยู่ได้สามปี สามีคนที่สองอยู่ได้สองปี ส่วนสามีคนที่สามอยู่ได้แค่ปีเดียว...

ถ้าผมไป ผมก็จะเป็นสามีคนที่สี่

พรวด...

ตอนนั้นผมแทบจะพ่นน้ำลายออกมา ให้ตายเถอะ ถ้าผมไป ผมจะอยู่รอดได้สักกี่ปี ครึ่งปีเหรอ?

หรือว่าความต้องการเรื่องอย่างว่าของผู้หญิงคนนั้นจะสูงปรี๊ดจนสามีแต่ละคนตายกันไปหมด?

ต่อให้ร่างกายของผมจะถึกทนแค่ไหน ก็คงรับไม่ไหวหรอกนะ

ลูกพี่คนนั้นทิ้งเบอร์โทรศัพท์ไว้ให้ผมเบอร์หนึ่ง

แล้วบอกกับผมว่า พวกแก๊งปล่อยเงินกู้พวกนั้นเขารู้จักดี เพื่อให้ได้เงินคืน พวกมันทำได้ทุกอย่างหมด

ก่อนหน้านี้เคยได้ยินว่ามีคนติดหนี้พวกมันแล้วไม่ยอมคืน ไม่กี่วันต่อมาก็ถูกพบอยู่ในป่าแถวชานเมือง

ตายสนิท

แถมไตยังถูกควักเอาไปด้วย

ฉันไม่อยากมีวันหนึ่ง ต้องเห็นศพแกไปกองอยู่บนกองขยะหรอกนะ

ผมกำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว การเป็นลูกเขยแต่งเข้าบ้านถึงจะดูเสียศักดิ์ศรีไปหน่อย แต่อย่างน้อยก็ยังมีชีวิตรอดต่อไปได้ไม่ใช่หรือไง?

ผมลังเลอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจกดโทรออกไปที่เบอร์นั้น “ฮัลโหล ขอสาย...”

“จะมาสมัครใช่ไหม? นายชื่ออะไร?” น้ำเสียงเย็นชาดังมาจากปลายสาย

“เอ่อ ผมชื่อหยางเฉิน...”

“คืนนี้สามทุ่ม มาที่บาร์เทียนไล่ในตัวเมือง มาช้าถือว่าสละสิทธิ์” ผู้หญิงคนนั้นทิ้งท้ายไว้ประโยคเดียวแล้วก็วางสายไป ผมยังไม่ทันจะได้พูดอะไรต่อสักคำ

ถึงจะโทรไปแล้ว แต่ความรู้สึกอัปยศอดสูในใจกลับยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ รู้สึกอึดอัดจนแทบบ้า ผมเลยเดินไปซื้อเหล้าขาวที่ร้านสะดวกซื้อข้างๆ มาขวดหนึ่ง แล้วเงยหน้ากระดกเข้าปากรวดเดียว

ฤทธิ์เหล้าบาดคอจนแสบร้อนไปหมด ในท้องร้อนวูบวาบ

รู้สึกขอบตาเริ่มร้อนผ่าว การถูกคนที่รักและใกล้ชิดที่สุดหักหลัง มันเป็นความรู้สึกที่ทรมานมากจริงๆ สำหรับอนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ผมเองก็รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ในใจมันเหมือนมีชิ้นส่วนใหญ่ๆ ขาดหายไป ว่างเปล่าไปหมด

บ้านของผมอยู่ในอำเภอ ต้องเดินทางเข้าไปในตัวเมือง

ผมไม่เคยเข้าเมืองมาก่อน เลยต้องเรียกแท็กซี่ แต่ดันไปเจอแท็กซี่เถื่อน มันเอาผมมาทิ้งไว้ที่ไหนก็ไม่รู้แล้วก็ชิ่งหนีไป

ผมมองไปรอบๆ มีแต่ตรอกซอกซอยเปลี่ยวๆ ไม่เห็นจะมีวี่แววของบาร์เลยสักนิด

พอเห็นว่าข้างหน้ามีประตูเล็กๆ บานหนึ่ง ผมก็เลยเดินเข้าไป เตรียมจะผลักประตูเข้าไปดูว่าพอจะมีใครให้ถามได้บ้างว่าบาร์นั่นมันอยู่ที่ไหนกันแน่ เพราะใกล้จะถึงเวลานัดเต็มทีแล้ว

แต่จังหวะที่ผมเพิ่งผลักประตูเข้าไป หูก็ได้ยินเสียงเล็กแหลมดังขึ้น

ช่วยด้วย... อื้อ...

ฟังดูเหมือนเสียงผู้หญิงนะ? เกิดอะไรขึ้น?

ผมเอียงคอชะโงกหน้าเข้าไปดู เห็นเพียงข้างในเป็นโถงทางเดินที่ตกแต่งอย่างหรูหรา ผู้ชายสามคนกำลังจับผู้หญิงคนหนึ่งลากเข้าไปในห้องเล็กๆ ด้านใน ปากของผู้หญิงคนนั้นถูกอุดเอาไว้ ผมเผ้ายุ่งเหยิง

ผู้หญิงคนนั้นมีใบหน้ารูปไข่ ภายใต้แสงไฟสลัวๆ ดูสวยงามราวกับนางฟ้า ดวงตาที่สดใสเป็นประกายเต็มไปด้วยความหวาดกลัว เธอสวมชุดกระโปรงสีขาว ซึ่งถูกถกขึ้นมาจนเห็นถุงน่องสีดำที่อยู่ข้างใน

จะว่าไปนี่มันก็เร้าใจเกินไปแล้วนะ หรือว่าในเมืองใหญ่เขามีสไตล์แบบนี้กัน?

ผมแทบอยากจะพุ่งเข้าไปแล้วแทนที่คนพวกนั้นเอง

แต่ว่า... ผมเป็นสุภาพบุรุษคนหนึ่ง เรื่องบังคับขืนใจสาวสวยแบบนี้ ฟังดูอาจจะตื่นเต้นมาก แต่ให้ผมทำจริงๆ ผมทำไม่ลงหรอก

ผมเลยรีบเดินตามหลังไป พอถึงหน้าประตูถึงได้รู้ว่าที่นี่คือห้องน้ำหญิง

ผู้ชายสามคนนั้นเห็นผมเดินตามมา สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที ดูโหดเหี้ยมอย่างมาก

“แม่งเอ๊ย มองอะไรวะ ไสหัวไป...” ผู้ชายหนึ่งในนั้นตะคอกใส่ผม

“เฮ้ย พวกนายจะทำอะไรน่ะ ถ้าไม่หยุดฉันจะแจ้งตำรวจ” ผมขมวดคิ้วแล้วพูด ผมเพิ่งมาถึงเมืองนี้ ไม่อยากหาเรื่องใส่ตัว

แจ้งตำรวจ?

ผู้ชายสามคนนั้นหัวเราะลั่น หนึ่งในนั้นแสยะยิ้มแล้วเดินเข้ามาหาผม

อีกสองคนยังคงฉุดกระชากผู้หญิงคนนั้น ไม่สนใจคำขู่ของผมเลยแม้แต่น้อย เสียงแควกดังขึ้น กระโปรงของผู้หญิงคนนั้นถูกฉีกออก

ส่วนไอ้หมอนั่นมันพุ่งเข้ามาหาผม แล้วยกเท้าขึ้นถีบเข้าที่ท้องของผมเต็มแรงจนผมหงายหลังล้มลงไปกองกับพื้น

“แจ้งตำรวจ? แจ้งบ้านแกสิ อยากตายหรือไงวะ?” ไอ้หมอนั่นด่าไปพลางกระทืบไปพลาง

ร่างของผมล้มลงไปกองกับพื้น พยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้น หางตาของผมเหลือบไปเห็นว่าที่กำแพงห้องน้ำ มือทั้งสองข้างของผู้หญิงถูกชายคนหนึ่งรวบไว้ ส่วนชายอีกคนก็ใช้มือข้างหนึ่งถกกระโปรงของเธอขึ้น

ใบหน้าของผู้หญิงเต็มไปด้วยความหวาดกลัว แววตาแทบจะสิ้นหวัง น้ำตาสองสายไหลรินอาบแก้ม

ดวงตาของเธอกำลังจ้องมองมาที่ผม ในแววตานั้นกลับแฝงไปด้วยความเป็นห่วง

ผู้หญิงคนนั้นกำลังเป็นห่วงผม กลัวว่าผมจะได้รับบาดเจ็บงั้นเหรอ? ดูเหมือนเธออยากให้ผมรีบหนีไป?

คิดดูสิว่าชีวิตของผม ดันมาเจอพ่อแม่เฮงซวย จนต้องดรอปเรียนตอนมหาวิทยาลัยปีสอง ไปเดินตามก้นลูกพี่แก๊งนักเลง ชกต่อยเก็บค่าคุ้มครอง ไม่ว่าใครหน้าไหนเห็นผมก็ทำหน้ารังเกียจ ใช้ชีวิตเหมือนหมาจรจัดข้างถนน

แต่ตอนนี้ กลับมีคนเป็นห่วงผม แถมยังเป็นผู้หญิงอีกต่างหาก?

นี่เป็นครั้งแรกที่มีผู้หญิงเป็นห่วงผม... แม่งเอ๊ย วันนี้ผู้หญิงคนนี้ ผมจะต้องช่วยให้ได้!

ผมพลิกตัวกลับมาอย่างรวดเร็ว ภายใต้แสงไฟ สภาพของผมดูไม่ต่างจากสัตว์ป่าที่ใบหน้าบิดเบี้ยว

ทั้งร่างของผมพุ่งเข้าไปในชั่วพริบตา คว้าเข้าที่ลำคอของไอ้หมอนั่น กล้ามเนื้อแขนออกแรงมหาศาล เสียงพรึ่บดังขึ้น ร่างของผู้ชายคนนั้นถูกผมกระชาก ใบหน้ากระแทกเข้ากับกำแพงด้านข้างอย่างจัง

ปัง!

เสียงกระแทกดังลั่น ใบหน้าของเขาแนบสนิทไปกับกำแพง ฟันหักไปกี่ซี่ก็ไม่รู้ เลือดสดๆ ไหลทะลักออกมาจากปากและจมูกไม่หยุด

ส่วนอีกด้านหนึ่ง ผู้ชายสองคนนั้นกระชากบราของผู้หญิงจนหลุดออก เผยให้เห็นผิวหน้าอกที่ขาวเนียน ปิดอย่างไรก็ปิดไม่มิด

ผู้หญิงกรีดร้องพยายามจะปัดป้อง แต่กลับถูกผู้ชายที่อยู่ข้างๆ ตบหน้า จนเกิดเป็นรอยนิ้วมือแดงฉานบนใบหน้า

ในตอนนั้นเอง ผู้ชายสองคนนั้นก็สังเกตเห็นว่าลูกน้องของตัวเองถูกซ้อม สีหน้าก็เริ่มบิดเบี้ยวขึ้นมาทันที

“กล้าซ้อมลูกน้องฉันเหรอ” ชายคนหนึ่งชักมีดพับออกมาจากเอวเสียงดังพรึ่บ แล้วพุ่งเข้าใส่ผม

“ระวัง...!” จู่ๆ ผู้หญิงคนนั้นก็กรีดร้องออกมา นับว่ายังมีจิตสำนึกอยู่บ้าง

แต่ไม่เป็นไร ถึงไอ้หมอนี่จะเคลื่อนไหวเร็ว แต่ผมเร็วกว่า จังหวะที่ไอ้หมอนี่พุ่งเข้ามาตรงหน้า ผมเบี่ยงตัวหลบ คมมีดเฉี่ยวไหล่ผมไปหวุดหวิด มือขวาของผมยื่นออกไปอย่างรวดเร็ว คว้าเข้าที่ข้อมือของไอ้หมอนี่ แล้วออกแรงบิดเบาๆ มีดพับเล่มนั้นก็ตกมาอยู่ในมือผม จากนั้นผมก็อาศัยจังหวะนี้แทงสวนเข้าที่ต้นขาของมันโดยตรง

เลือดสดๆ พุ่งกระฉูดใส่มือ

ความเจ็บปวดอย่างรุนแรง ทำให้ร่างของไอ้หมอนั่นงอตัวลงไปกองกับพื้น ตัวสั่นระริก

ผมสู้พวกแก๊งมาเฟียไม่ได้ แต่พวกอันธพาลกระจอกๆ สองสามคนแบบนี้ยังสู้ไม่ได้ด้วยหรือไง?

ผมหันไปมองคนสุดท้าย แล้วถ่มน้ำลายเบาๆ “แม่งเอ๊ย ไสหัวไปซะ!”

ลูกน้องคนนั้น เห็นได้ชัดว่ากลัวจนหัวหด คงนึกไม่ถึงว่าไอ้ขี้เมาอย่างผมจะเก่งขนาดนี้ มันไม่กล้าอยู่ต่อ รีบหิ้วปีกพี่น้องอีกสองคน แล้ววิ่งหนีหัวซุกหัวซุน

หลังจากนั้นผมก็หันกลับไปมองผู้หญิงคนนั้น ลูกกระเดือกขยับกลืนน้ำลายลงคออย่างไม่รู้ตัว ภาพตรงหน้าคือหญิงสาวคนหนึ่ง เสื้อผ้าหลุดลุ่ย ท่อนบนถูกฉีกขาด

ผู้หญิงคนนั้นดูจะหวาดกลัวกับท่าทางของผมอยู่บ้าง ร่างกายหดถอยหนี ยกมือขึ้นมาจัดแจงผมเผ้าและเสื้อผ้าที่ยุ่งเหยิงของตัวเองตามสัญชาตญาณ

ผมส่ายหัวด้วยความเสียดาย อดดูฉากเด็ดเลย ขาสวยๆ นั่นก็โดนกระโปรงปิดไปซะแล้ว น่าเสียดายจริงๆ

“นี่...” จู่ๆ ผู้หญิงคนนั้นก็เรียกผม น้ำเสียงใสกังวานไพเราะน่าฟัง

“มีอะไร?”

“นาย...” ผู้หญิงคนนั้นดูเหมือนจะลังเลอยู่บ้าง

“มีอะไร ถ้าไม่พูดก็ช่างเถอะ ฉันจะไปแล้ว” ผมเกาหัวเพื่อกลบเกลื่อนความขัดเขินของตัวเอง

ในที่สุดหญิงสาวก็รวบรวมความกล้า เงยหน้าขึ้นมองผม แล้วพูดทีละคำชัดๆ เป็นประโยคที่ทำเอาผมถึงกับอ้าปากค้าง

“นาย อยากได้ฉันไหม?”
Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
30 Chapters
บทที่ 1
พ่อแม่ของผมเป็นพวกผีพนัน เงินในบ้านถูกเอาไปเล่นพนันจนหมดเกลี้ยง พอไม่มีเงินก็ไปกู้หนี้ยืมสิน กู้เงินนอกระบบจนเป็นหนี้ไม่ต่ำกว่าหลักล้าน พอเห็นว่าไม่มีปัญญาใช้คืน สองคนนั่นก็หนีหายไปดื้อๆในตอนที่ผมกำลังถูกทวงหนี้จนแทบจะหมดหนทาง ลูกพี่ที่ผมรู้จักคนหนึ่งก็ชี้ทางสว่างให้ บอกว่ามีแม่ม่ายสาวสวยฐานะร่ำรวยคนหนึ่งกำลังรับสมัครลูกเขยแต่งเข้าบ้านผู้หญิงคนนั้นเคยแต่งงานมาแล้วสามครั้ง สามีคนแรกอยู่ได้สามปี สามีคนที่สองอยู่ได้สองปี ส่วนสามีคนที่สามอยู่ได้แค่ปีเดียว...ถ้าผมไป ผมก็จะเป็นสามีคนที่สี่พรวด...ตอนนั้นผมแทบจะพ่นน้ำลายออกมา ให้ตายเถอะ ถ้าผมไป ผมจะอยู่รอดได้สักกี่ปี ครึ่งปีเหรอ?หรือว่าความต้องการเรื่องอย่างว่าของผู้หญิงคนนั้นจะสูงปรี๊ดจนสามีแต่ละคนตายกันไปหมด?ต่อให้ร่างกายของผมจะถึกทนแค่ไหน ก็คงรับไม่ไหวหรอกนะลูกพี่คนนั้นทิ้งเบอร์โทรศัพท์ไว้ให้ผมเบอร์หนึ่งแล้วบอกกับผมว่า พวกแก๊งปล่อยเงินกู้พวกนั้นเขารู้จักดี เพื่อให้ได้เงินคืน พวกมันทำได้ทุกอย่างหมดก่อนหน้านี้เคยได้ยินว่ามีคนติดหนี้พวกมันแล้วไม่ยอมคืน ไม่กี่วันต่อมาก็ถูกพบอยู่ในป่าแถวชานเมืองตายสนิทแถมไตยังถูกควักเอาไปด
Read more
บทที่ 2
พรวด...ผมเกือบจะพ่นน้ำลายออกมา จ้องมองสาวสวยตรงหน้าด้วยความตกตะลึง ผมสงสัยว่าตัวเองหูฝาดไปหรือเปล่า เมื่อกี้ผู้หญิงคนนี้พูดว่าอะไรนะ?นี่มันอะไรกัน หรือว่าผู้หญิงในเมืองจะเปิดเผยกันขนาดนี้ พอมีฮีโร่มาช่วยสาวงามแล้วต้องตอบแทนด้วยร่างกายงั้นเหรอ?ในหัวของผมมีแต่ความคิดบ้าบอตีกันมั่วไปหมด ตอนนี้ผมอึ้งจนทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้ว่าควรจะตอบสนองอย่างไรดีที่สำคัญที่สุดคือ ที่นี่มันเหมือนจะเป็นห้องน้ำหญิงนะ มาทำเรื่องอย่างว่าที่นี่ มันจะดีจริงๆ เหรอ?ผู้หญิงคนนั้นเหมือนจะรู้สึกได้ว่าสถานที่นี้ดูไม่ค่อยเหมาะนัก จึงคว้ามือของผม พร้อมกับผลักประตูห้องน้ำบานหนึ่งออก แล้วลากผมเข้าไปข้างใน ก่อนจะกดตัวผมลงไปแนบชิดกับร่างกายของเธอผิวของเธอเนียนนุ่มจนน่าตกใจ แถมยังเต่งตึงมาก พอสูดดมใกล้ๆ ก็ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ นั่นเป็นกลิ่นที่ผมไม่เคยสูดดมจากที่ไหนมาก่อนพอเห็นว่าผมยังยืนอึ้งอยู่ หญิงสาวก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วหันหลังไปเกาะกำแพง“มาสิ!”ผมยืนอึ้ง ไม่รู้ว่าควรจะตอบสนองอย่างไรดี“มัวยืนบื้ออะไรอยู่ นี่เป็นของขวัญตอบแทนที่นายช่วยฉันไว้ไง” หญิงสาวหันกลับมาพูดกับผม ก่อนจะพึมพำเบาๆ ว่า ยอมเสียตัวให้คนแปลกหน
Read more
บทที่ 3
ซูเชียนเชียน ซูจื่อเหยียน?ทั้งสองคนแซ่ซูเหมือนกัน วันนี้ผมกับคนแซ่ซูมีวาสนาต่อกันจริงๆความคิดนี้แวบเข้ามาในหัวของผมครู่หนึ่ง ก่อนที่สายตาจะไปหยุดอยู่ที่ผู้หญิงตรงหน้า แล้วลอบสังเกตอย่างเงียบๆไม่จริงน่า หรือว่าผู้หญิงคนนี้จะเป็นคนที่ประกาศรับสมัครลูกเขยแต่งเข้าบ้านจริงๆ ?ความจริงแล้ว ก่อนที่จะมาที่นี่ ผมเคยจินตนาการไว้ว่า ผู้หญิงที่ต้องหาลูกเขยแต่งเข้าบ้าน คงจะเป็นผู้หญิงที่ขี้เหร่มาก หรือไม่ก็นิสัยแย่สุดๆ แต่ในความเป็นจริงแล้ว มันต่างจากที่ผมคิดไว้อย่างสิ้นเชิงในช่วงเวลาสั้นๆ นี้ ผมได้พบกับผู้หญิงที่สวยที่สุดเท่าที่เคยเจอมาในตลอดชีวิตของผมถึงสองคนซูเชียนเชียน ในความขี้เล่นซุกซนแฝงไปด้วยความน่ารักอยู่หน่อยๆส่วนผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้านี้ กลับแผ่ซ่านไปด้วยเสน่ห์เย้ายวนเธอใส่ชุดทำงานที่ดูทะมัดทะแมง ใต้ชายกระโปรงคือเรียวขาที่สวยงาม ซึ่งถูกห่อหุ้มด้วยถุงน่องสีดำ ข้างล่างเป็นรองเท้าส้นสูงแบบรัดส้นสีดำส่วนใบหน้านั้น ยิ่งสวยสะกดวิญญาณ ริมฝีปากอวบอิ่มสีชมพู ดวงตากลมโตเป็นประกาย ผิวพรรณเนียนละเอียด หาที่ติในตัวผู้หญิงคนนี้ไม่ได้เลย เป็นผลงานชิ้นเอกที่สมบูรณ์แบบที่สุดบนโลกใบนี้เพ
Read more
บทที่ 4
วินาทีนั้น ทั้งผมและซูเชียนเชียนสองคนต่างชะงักไป เราสองคนจ้องหน้ากันด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงซูเชียนเชียนถึงขนาดไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าผ้าขนหนูที่ใช้เช็ดผมร่วงหล่นลงไปกองกับพื้นแล้วซูเชียนเชียน... ผู้หญิงคนนั้น ดันเป็นน้องสาวของซูจื่อเหยียนเนี่ยนะ? งั้นก็คือน้องเมียของผมสิ?ผมกำลังจะเป็นลูกเขยแต่งเข้าบ้านของซูจื่อเหยียน แต่ก่อนที่จะได้เจอซูจื่อเหยียน ผมดันไปมีความสัมพันธ์แบบนั้นกับน้องเมียก่อนเนี่ยนะ?ส่วนซูเชียนเชียนเองก็ดูอาการไม่ต่างกันเท่าไรนัก มือสั่นเทาเล็กน้อย ใบหน้าเปลี่ยนเป็นซีดเผือด กล้ามเนื้อบนใบหน้ากระตุกเบาๆซูจื่อเหยียนเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติ ดวงตากลมโตที่เต็มไปด้วยความสงสัยมองสลับไปมาระหว่างผมกับซูเชียนเชียน“พวกเธอสองคนรู้จักกันเหรอ?”“ผม...”ผมอ้าปากเตรียมจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ในตอนนั้นเอง ซูเชียนเชียนที่ยืนอยู่บนบันไดก็พูดแทรกขึ้นมา ใบหน้าที่เคยเต็มไปด้วยความตกตะลึง ตอนนี้เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มสดใส “เรารู้จักกันค่ะ”“คิดไม่ถึงเลยว่านี่คือว่าที่พี่เขย บังเอิญจริงๆ นะคะเนี่ย...” ซูเชียนเชียนพยักหน้าหงึกหงัก พร้อมกับพูดด้วยรอยยิ้ม “ตอนฉันอยู่ระหว่างทาง บั
Read more
บทที่ 5
เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมาจะโทษผมก็ไม่ได้หรอกนะการได้คร่อมบนร่างที่ทั้งนุ่มนิ่มและหอมขนาดนี้ ความพลุ่งพล่านในใจมันควบคุมไม่ได้หรอก ไม่ว่าผู้ชายหน้าไหนมาเจอสถานการณ์แบบนี้ ก็คงตบะแตกกันทั้งนั้นแต่ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วของผมจะได้สัมผัสลงไปจริงๆ สีหน้าของซูจื่อเหยียนก็เปลี่ยนไปกะทันหัน แววตาของเธอแปรเปลี่ยนเป็นดุดัน ก่อนจะเงื้อมือขึ้น เพียะ! ตบเข้าที่หน้าผมเต็มแรงผมถึงกับอึ้ง มองซูจื่อเหยียนด้วยความงุนงง ไม่เข้าใจเลยว่านี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นกันแน่ซูจื่อเหยียนเหลือบมองไปทางประตูแวบหนึ่ง ก่อนจะกดเสียงต่ำ แล้วเอ่ยขึ้น “ไอ้สารเลวเอ๊ย นายลืมไปแล้วหรือไงว่ารับปากอะไรฉันไว้? เราเป็นสามีภรรยากันแค่ในนาม นายไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องตัวฉัน แล้วเมื่อกี้นายคิดจะทำอะไรไม่ทราบ?”เรื่องสามีภรรยาแค่ในนามนั่น ผมจำได้ขึ้นใจอยู่แล้ว“แล้วคุณ...”“ชู่ว...” ซูจื่อเหยียนยกนิ้วชี้ขึ้นแตะริมฝีปาก ทำเสียงจุ๊ปากเบาๆ จากนั้นชี้ไปที่นอกประตูผมหันไปมองตามสัญชาตญาณ แล้วถึงกับหน้าถอดสี เห็นเพียงที่ช่องว่างใต้ประตู มีเงาดำร่างหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจน“แม่ฉันอยู่ข้างนอก กำลังแอบฟังความเคลื่อนไหวในห้อง เข้
Read more
บทที่ 6
ผมพยายามจะทำให้ตัวเองสงบสติอารมณ์ลง แต่ก็ทำไม่ได้เลย ในหัวมีแต่ภาพความเซ็กซี่ของซูจื่อเหยียนในชุดทำงาน ไม่ก็ภาพเธอในชุดนอนที่เต็มไปด้วยเสน่ห์เย้ายวนยิ่งพยายามบังคับตัวเองไม่ให้คิดเรื่องพรรค์นั้น สมองก็ยิ่งสูญเสียการควบคุม แล้วเตลิดเปิดเปิงไปในทางนั้นร่างกายเริ่มทรมานขึ้นเรื่อยๆ ท้องน้อยร้อนรุ่มราวกับมีกองไฟสุมอยู่สายตาของผมเหลือบไปมองด้านข้างโดยไม่รู้ตัว แสงจันทร์ที่สาดส่องผ่านหน้าต่างของห้องอาบน้ำเข้ามากระทบกับกองเสื้อผ้าที่เธอเพิ่งเปลี่ยนทิ้งไว้ ชุดชั้นในสีขาวนวล แล้วก็ถุงน่องสีดำสุดเซ็กซี่นั่น ทุกอย่างมันดูยั่วยวนไปหมดนั่นมันชุดชั้นในของซูจื่อเหยียนเชียวนะ เพิ่งถอดออกมาด้วย...ผมขอสาบานต่อฟ้าเลยนะว่า ความคิดที่จะหยิบถุงน่องมาสูดดมว่ากลิ่นเป็นยังไงน่ะ ไม่เคยแวบเข้ามาในหัวของผมเลยจริงๆ แต่พอเห็นถุงน่องในมือที่ถูกผมขยำจนยับยู่ยี่และเลอะเทอะไปหมด ในใจก็อดไม่ได้ที่จะเกิดความรู้สึกผิดบาปอย่างรุนแรงขึ้นมาทันทีผมรีบโยนถุงน่องกลับไปที่เดิม แต่ในใจก็แอบกังวลว่าถ้าพรุ่งนี้เช้าซูจื่อเหยียนมาเห็นสภาพนี้เข้า ต้องหาว่าผมเป็นพวกโรคจิตแน่ๆ เผลอๆ อาจจะไล่ผมออกจากบ้านไปเลยก็ได้ และเงินเ
Read more
บทที่ 7
ซูอีอีบังเอิญเห็นสายตาของผมพอดี สีหน้าของเธอซีดเผือดลงเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าเริ่มมีความหวาดกลัวขึ้นมาบ้างแม้ว่าผมแทบจะอดรนทนไม่ไหว อยากจะลงไม้ลงมือสั่งสอนยัยเด็กแสบนี่สักครั้ง แต่ก็ต้องข่มใจไว้ เพราะซูหนิงยังยืนดูอยู่ข้างหลัง“ชิ ไอ้พวกขี้ขลาดตาขาว” หลังจากสบถด่าเสร็จ ซูอีอีก็สะบัดก้นเดินหนีไป“อีอี กลับมานี่!” ตอนนั้นเอง น้ำเสียงที่ฟังดูเข้มงวดและเย็นชาของซูหนิงก็ดังขึ้นมาจากด้านหลังผมเมื่อหันกลับไปมอง เห็นเพียงใบหน้าสวยหวานของซูหนิงกลับเย็นเยียบจนดูน่ากลัวมาก นี่เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นซูหนิงในโหมดนี้ เห็นได้ชัดว่าเธอกำลังโกรธซูอีอีเองก็ดูจะเกรงกลัวซูหนิงอยู่ไม่น้อย เธอหันกลับมา พร้อมกับก้มหน้าลงด้วยความรู้สึกน้อยใจ“ขอโทษพ่อเขาเดี๋ยวนี้” ซูหนิงออกคำสั่ง น้ำเสียงเฉียบขาดร่างของซูอีอีสั่นเทาเล็กน้อย จะให้เธอขอโทษผมเนี่ยนะ? ไม่มีทาง ซูอีอีไม่มีวันยอมเด็ดขาดแต่ซูหนิงคือผู้กุมอำนาจสูงสุดในบ้าน ซูอีอีไม่เคยกลัวใครหน้าไหน แต่กลัวซูหนิงคนเดียว เธอกัดริมฝีปากเบาๆ น้ำตาแทบจะร่วงลงมา ก่อนจะพึมพำออกมาเบาๆ “ขะ... ขอโทษ”“ไม่เป็นไรๆ” ผมรีบตอบรับพลางปัดเช็ดน้ำลายบนเสื้อออกแต่ในจังหวะน
Read more
บทที่ 8
ขโมย?ผมคิดไม่ถึงเลยว่า ซูอีอีจะพูดกับผมแบบนี้ผมรู้ตัวดีว่า ผมหยางเฉินก็แค่คนต้อยต่ำคนหนึ่ง เคยแบกอิฐในไซต์ก่อสร้าง เคยเป็นลูกน้องนักเลง เคยเก็บค่าคุ้มครอง เรื่องระยำตำบอนอะไรก็เคยทำมาหมดแล้วกระทั่งยอมเป็นลูกเขยแต่งเข้าบ้านแต่ชีวิตนี้ผมไม่เคยขโมยของใครคุณปู่ที่เลี้ยงผมมาตั้งแต่เล็กจนโตเคยสอนไว้ว่า ลูกผู้ชายอกสามศอก ต่อให้ต้องไปปล้นเขา ก็อย่าไปขโมยของใครเด็ดขาด มันน่าสมเพช เพราะงั้นผมถึงไม่เคยขโมยของใครเลยผมก็พอจะรู้ว่า ซูอีอีเกลียดขี้หน้าผม และดูถูกผมมาตลอด แต่ผมไม่คิดเลยจริงๆ ว่าเธอจะกล้าใส่ร้ายผมหน้าด้านๆ แบบนี้สีหน้าของผมมืดมนลงทันที หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรงด้วยความโกรธขโมยกระเป๋าเธอเนี่ยนะ? เธอคิดว่าคนอื่นเขาโง่นักหรือไง ใครมันจะบ้าขโมยของแล้วอุตส่าห์ดั้นด้นเอามาคืนให้ถึงที่?แถมดูจากท่าทางเมื่อกี้ ก็เห็นได้ชัดว่าผมกับซูอีอีรู้จักกันแต่ไอ้ผู้ชายที่ชื่อกัวอ้าวกับลูกน้องอีกสองคนที่อยู่ข้างๆ ซูอีอี คงไม่ได้คิดแบบนั้นถึงจะไม่รู้ว่าเรื่องราวมันเป็นมาอย่างไรกันแน่ แต่ในเมื่อซูอีอีเอ่ยปากแล้ว จะเหมาว่าไอ้หมอนี่เป็นขโมยแล้วมันจะทำไมล่ะ?ทั้งสามคนยิ้มเหี้ยม แล้ว
Read more
บทที่ 9
โดยเฉพาะซูอีอี ในจังหวะที่ผมเงยหน้าขึ้นจ้องมองเธอ ดวงตาที่แดงก่ำนั้น ทำเอาซูอีอีตกใจกลัว จนร้องกรี๊ดออกมาถึงแม้ในใจจะอยากสั่งสอนยัยเด็กแสบนี่แค่ไหน แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้ ความโกรธเกรี้ยวที่อัดอั้นอยู่ในใจ จึงถูกระบายไปที่กัวอ้าวแทน ผมเตะเข้าที่ท้องของกัวอ้าวเต็มแรงร่างของกัวอ้าวงอเป็นกุ้ง ขดตัวลงไปกองกับพื้นทันที“แม่งเอ๊ย กล้าตีลูกพี่อ้าวเหรอ ฉันจะฆ่าแก...” ลูกน้องคนหนึ่งของกัวอ้าว พอเห็นลูกพี่ตัวเองโดนซัด สีหน้าก็เปลี่ยนเป็นเหี้ยมเกรียม ง้างหมัดพุ่งเข้ามา“เล่นพ่อแกสิ” ผมสบถด่า ก่อนจะหันไปเหวี่ยงหมัดเข้าใส่ หมัดของผมหนักกว่าไอ้สวะนี่ตั้งเยอะ หมัดเดียวซัดเข้าที่ปากของไอ้หมอนี่ได้ยินแค่เสียงพรวด ปากของลูกน้องคนนั้นก็เบี้ยวไปข้างหนึ่งทันที เลือดสดๆ พุ่งออกมา พร้อมกับฟันซี่หนึ่งที่หลุดออกมาด้วยเลือดตกยางออกเลยเหรอ?นักศึกษาพวกนี้ เคยเห็นการต่อยตีที่ดุเดือดขนาดนี้ที่ไหนกัน แต่ละคนหน้าตาตื่นตระหนกตกใจ โดยเฉพาะลูกน้องอีกคนที่เหลืออยู่ ถึงกับอกสั่นขวัญแขวน ไม่กล้าทะเล่อทะล่าเข้ามาอีกผมก็ขี้เกียจจะไปสนใจไอ้หมอนั่น พุ่งเข้าไปแล้วกระทืบเข้าที่ท้องของกัวอ้าวครั้งแล้วครั้งเล่า หนึ่งที
Read more
บทที่ 10
คนที่ผมเผลอวิ่งชนนั้น รูปร่างเล็กบอบบาง แต่ขนาดของหน้าอกหน้าใจกลับไม่ได้เล็กตามไปด้วย ผมรู้สึกได้เลยว่าหน้าผากของผมจมลงไปในความนุ่มนิ่มจากนั้นก็ได้ยินเสียงร้องว๊าย ร่างนั้นหงายหลังล้มก้นจ้ำเบ้าลงไปกองกับพื้นผมสะบัดหัวไล่ความมึนงงเล็กน้อย ถึงเพิ่งสังเกตเห็นว่า คนที่ผมชนจนล้ม ก็คือซูหนิงซูหนิงไม่ได้ออกไปทำงานแล้วเหรอ ทำไมถึงยังอยู่ที่นี่ล่ะ?คำถามผุดขึ้นมาในหัว แต่ผมก็รีบก้าวเท้าเข้าไปสองก้าว จับแขนซูหนิงไว้ แล้วพยุงเธอให้ลุกขึ้นจากพื้น“แม่ครับ ไม่เป็นไรใช่ไหมครับ เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?” ผมรีบเอ่ยถามน้ำเสียงอ่อนน้อมสุดๆ กลัวว่าถ้าพลาดพลั้งไปนิดเดียวจะทำให้ซูหนิงไม่พอใจแต่ว่าซูหนิงมาอยู่ในห้องของพวกเราได้ยังไง มาทำอะไรเนี่ย?ซูหนิงโบกมือเป็นเชิงบอกว่าไม่เป็นไร แค่โดนชนกะทันหันไปหน่อย หน้าอกเลยอาจจะเจ็บอยู่บ้าง มือเล็กๆ ของเธอลูบหน้าอกเบาๆถึงอายุของซูหนิงจะค่อนข้างเยอะแล้ว น่าจะใกล้ๆ สี่สิบ แต่เพราะดูแลตัวเองมาอย่างดี รูปร่างหน้าตาภายนอกถึงดูเหมือนสาวสวยวัยสามสิบต้นๆ เท่านั้นตอนที่เจอซูหนิงครั้งแรก ผมยังเกือบเข้าใจผิดคิดว่าเธอเป็นพี่สาวของซูจื่อเหยียนซะอีกรูปร่างอวบอิ่มเย
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status